บทที่ 12 ไม่สนใจว่าถูกหรือแพง
ฉันพยายามจะยกท่อนแขนแกร่งของแอสตันออกจากเอวของฉัน แต่มันเหมือนไปปลุกให้เขาตื่น
“จะไปไหน” แอสตันที่งัวเงียชะโงกหัวขึ้นมาถามฉัน
“จะกลับห้องไปเก็บของ” ฉันเอ่ยตอบไปเสียงเรียบโดยที่ไม่คิดจะหันไปมองเขาเลยสักนิด
“เอาคีย์การ์ดไปด้วย” แอสตันเอ่ยพร้อมกับปล่อยท่อนแขนแกร่งออกจากเอวฉันแล้วนอนตะแคงหันหลังไปอีกทาง
“อืม” ฉันตอบพร้อมกับลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะได้ไปเก็บของและจัดการธุระส่วนตัว
ณ หอพักของสายน้ำ
ฉันกลับมาถึงห้องพร้อมทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนอนแข็งๆ แล้วปล่อยให้น้ำตามันไหลอาบสองแก้มอย่างเจ็บปวดกับสิ่งที่ได้เจอและเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
เวลา17.00 น.
ครืด ครืดด~ (เสียงโทรศัพท์สายน้ำ)
เสียงโทรศัพท์ที่สั่นไม่หยุด ปลุกฉันงัวเงียตื่นขึ้นมาควานหาโทรศัพท์เพื่อดูว่าใครโทรมา
ฉันชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของแอสตันก่อนที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วกดรับสายเขา
“ฮัลโหล”
(นี้เธอไปเก็บของถึงดาวอังคารหรอ ฉันให้เวลาเธอครึ่งชั่วโมงเธอต้องถึงห้อง!!)
ตู๊ด ตู๊ดๆๆ หลังจากที่แอสตันพูดจบก็กดตัดสายฉันทันทีโดยไม่รอให้ฉันได้โต้ตอบใดๆ
“5 โมงเย็นแล้วหรอเนี้ย นี้ฉันหลับไปนานขนาดนั้นเลยหรอ” ฉันบ่นกับตัวเองและรีบไปยัดหนังสือเรียนแล้วก็เสื้อผ้าใส่กระเป๋าเป้ใบเก่าก่อนไล่โทรไปลาออกจากงานพาร์ทไทม์ทั้งหมด
END SAYNAM
ณ คอนโดหรูของแอสตัน
ร่างบางมาถึงคอนโดหรูของแอสตันก่อนจะใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้ามายังภายในห้องที่ตอนนี้เงียบสนิท
“แอสตัน” สายน้ำเอ่ยเรียกชื่อเขาและเดินตามหาแอสตันจนทั่วห้องแต่ก็ไม่พบ
“ไม่อยู่ห้องแล้วจะให้ฉันรีบกลับมาทำไม” เธอบ่นก่อนจะเอาของเข้าไปเก็บไว้ในห้องนอน
"เห้อ~ ทำไมโลกนี้มันไม่ใจดีกับฉันบ้างนะ" ร่างบางถอนหายใจกับตัวเองหน้ากระจกหน้าต่างบานใหญ่ของคอนโดหรูสูงเสียดฟ้านี้ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงได้แทบจะทั้งเมือง
บรรยากาศในห้องที่แสนหรูหราของแอสตันช่างแตกต่างจากห้องพักเก่าๆ ของเธอโดยสิ้นเชิงคอนโดของแอสตันนั้นเป็นคอนโด 2 ชั้น ที่ข้างล่างเป็นห้องรับแขกและห้องทานอาหารส่วนชั้นบนเป็นห้องนอนภายในห้องถูกตกแต่งอย่างหรูหราอย่างที่เธอไม่เคยเห็นและไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มีโอกาศมาอยู่ในที่แบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ
ภาพที่เห็นตรงหน้ามันทำให้เธอได้รู้ว่าชีวิตของคนรวยมันแตกต่างจากชีวิตของคนจนๆ แบบเธอมากแต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้างเพราะถ้าหมดหนทางแล้วเธอจำเป็นต้องขายร่างกายแลกเงินจริงๆ การที่เธอขายให้แค่แอสตันมันก็คงดีกว่าไปขายให้คนอื่นอย่างน้อยเธอก็มั่นใจได้ว่าเขามีปัญญาจ่ายให้เธอแน่ๆ แล้วเงินต่อเดือนที่เขาเสนอให้นั้นมันก็มากกว่าเงินที่เธอวิ่งทำงานทั้งเดือนอีก
แอ๊ด~ เสียงประตูห้องหรูถูกเปิดออกทำให้ร่างบางหันไปยังประตูและเห็นร่างสูงของแอสตันถือถุงช็อปปิ้งมากมายเข้ามา
“จะยืนมองอีกนานไหมมาเอาของเธอไป”
พลัก! แอสตันเอ่ยและดันถุงช็อปปิ้งต่างๆ ใส่ร่างบางจนเธอเซไปเล็กน้อย
“ของฉัน? ” ร่างบางทำหน้ามึนงงกับถุงมากมายที่แอสตันให้เธอ
พอเธอเปิดดูของข้างในถุงแล้วมีแต่ของแบรนด์เนมทั้งกระเป๋ารองเท้าเครื่องสำอางน้ำหอมสกิลแคร์ต่างๆ ที่ราคาน่าจะแพงหูฉี่ไหนจะเสื้อผ้านับสิบยี่สิบชุดที่เหมือนเค้าไปกวาดมาหมดราวนั้นอีก
“ฉันไม่เอา” ร่างบางเอ่ยและยื่นถุงคืนให้แอสตันแต่เขาไม่รับ
“นี้ คนอย่างเธออย่ามาเรื่องมากกับฉันให้มากฉันแค่ไม่อยากเดินคู่กับคนแต่งตัวเหมือนใส่ผ้าขี้ริ้ว!!” แอสตันขึ้นเสียงใส่เธอแล้วมองร่างบางอย่างดูถูกตั้งแต่หัวจรดเท้าที่ตอนนี้เธออยู่ในชุดเสื้อยืดเก่าๆ กับกางเกงขาสั้น
“ฉันจะแต่งตัวยังไงมันก็เรื่องของฉัน!!” สายน้ำพูดสวนกับด้วยอารมณ์โกรธคนตรงหน้าที่ทั้งพูดจาและใช้สายตาดูถูกเธอ
“ได้!! งั้นเธอก็เลือกเอาว่าจะไปเปลี่ยนชุดที่ฉันซื้อหรือจะแก้ผ้าออกไปข้างนอกกับฉัน” แอสตันตะโกนใส่ร่างบางก่อนจะเดินไปหยิบบุหรี่ราคาแพงบนโต๊ะและเดินออกไปสูบบุหรี่ที่ริมระเบียงหรู
“ไอบ้า ไอเลว ไอโรคจิต” ร่างบางตะโกนด่าไล่หลังคนตัวสูงที่เดินออกไปยังระเบียงนอกห้องอย่างไม่สนใจเธอ ร่างบางเลยได้แต่หอบหิ้วถุงพวกนั้นไปเก็บไว้บนห้องแล้วเปลี่ยนชุดตามคำสั่งของเขา
ภายในห้องนอนชั้น 2 ของคอนโดเเอสตัน
สายน้ำหยิบของที่แอสตันซื้อมาให้ออกมาเพื่อจะจัดให้เป็นระเบียบจะได้รีบแต่งตัวแต่ก็ต้องตกใจกับราคาที่แสนแพงของมัน
"เชี้ย น้ำหอมอะไรขวดเป็นหมื่น "สายน้ำอุทานกับตัวเองเมื่อหยิบน้ำหอมขวดกระทัดรัดขึ้นมาดูแต่ราคาไม่กระทัดรัดเลย
สายน้ำรีบจัดแจงกระเป๋ารองเท้าเครื่องสำอางไว้อย่างเป็นระเบียบและไปจัดเสื้อผ้าที่แอสตันซื้อมาให้เธอซึ่งแต่ละตัวแหวกทั้งหน้าทั้งหลังทั้งสั้นจนเธอแทบไม่กล้าใส่ เธอเลยเลือกชุดที่คิดว่าดูมิดชิดที่สุดจากทุกชุดแต่ก็โป๊สำหรับเธออยู่ดี
"นี้ ยัยสายน้ำเธอไปเปลี่ยนชุดหรือไปหาบรรพบุรุษ" เสียงแอสตันตะโกนเรียกร่างบางจากชั้นล่าง
"เสร็จแล้วๆ " สายน้ำเอ่ยตอบก่อนจะเปิดประตูลงบันไดมายังชั้นล่าง
แอสตันหันไปมองร่างบางที่ตอนนี้อยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวสั้นรัดรูปสีดำที่เผลอให้เห็นเนินอกอวบอิ่มขาวละมุนและขาเรียวสวยของเธอร่างสูงที่เห็นก็ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
กริ๊ก กริ๊ก~
เสียงกริ่งประตูคอนโดนหรูดังขึ้นแอสตันเลยเดินไปเปิดประตูให้กับพนักงานเสิร์ฟอาหารที่เขาสั่งไว้เข้ามา
"ค่าอาหารทั้งหมด 29,900 บาทครับคุณแอสตัน" บริกรเสิร์ฟอาหารเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นบิลให้แอสตัน
แอสตันรับบิลมาตรวจดูก่อนจะยื่นบัตรเครดิตให้บริกรนั้นรูดกับเครื่องรูดบัตรที่พกมาด้วย
"เรียบร้อยครับ ทานให้อร่อยนะครับ" บริกรคนเดิมเมื่อรูดบัตรเสร็จก็ยื่นบัตรเครดิตคืนให้แอสตันแล้วจัดแจกจัดโต๊ะวางอาหารให้ก่อนจะก้มหัวทำความเคารพเขาก่อนจะเข็นรถเข็นอาหารออกไป
"ยืนบื้อทำไม มากินสิคงไม่ต้องให้ฉันป้อนหรอกนะ" แอสตันพูดขณะที่กำลังหั่นสเต็ก
"ฉันไม่กล้ากินอาหารแพงขนาดนี้" ร่างบางเอ่ยตอบไปตามจริงแล้วมองดูอาหารบนโต๊ะที่มีแค่สเต็กขนาดใหญ่ ไซร์ฝรั่ง 2 จานกับสลัดแล้วก็ไวท์ 1ขวด เพราะตั้งแต่เธอเกิดมาแค่หมูจุ่มในหม้อดินเก่าๆ ที่แม่เธอทำให้เธอกับน้องกินตอนเด็กก็คือหรูมากๆ แล้วและเธอก็ไม่เคยไปกินร้านข้างนอกเลยเพราะสำหรับเธอขนาดชุดเล็กละ 99 บาทเธอยังรู้สึกแพงมากๆ สำหรับเธอแล้ว
"มานั่ง" แอสตันเอ่ยเสียงเรียบแล้วใช้หางตามองไปยังเก้าอี้ข้างกายๆ เขา
สายน้ำเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างแอสตันอย่างว่าง่าย ใจจริงเธอก็อยากจะปฏิเสธเขาหรอกแต่เนื่องด้วยวันนี้ทั้งวันยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเธอเลยสักอย่าง
เธอมองอาหารจารหรูที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามตรงหน้าก่อนจะหันไปมองแอสตันที่กำลังหั่นสเต็กจิบไวน์มองวิวเมืองหลวงอย่างสบายใจ
"ทำไมไม่กิน หรือจะสั่งอย่างอื่น" แอสตันเลิกคิ้วถามร่างบางอย่างสงสัยที่เห็นเธอนั้งมองอาหารแต่ไม่แตะอะไรเลย
"ไม่ต้อง ฉันแค่สงสัยว่านายกินอาหารแพงๆ แบบนี้ทุกมื้อเลยหรอ" เธอเอ่ยก่อนที่จะค่อยๆ หั่นสเต็กเนื้อวากิวชั้นดีอย่างที่เธอไม่เคยกินมาก่อนเข้าปาก แล้วก็ต้องยอมรับว่ารสชาติมันอร่อยมากจริงๆ อร่อยอย่างที่เธอไม่เคยกินมาก่อน
"สำหรับฉันไม่สนใจว่ามันจะถูกหรือแพงแต่มันต้องดีที่สุด" แอสตันตอบพลางวางมีดและซ้อมลงแล้วนั่งจิบไวน์มองไปยังหน้าต่างห้องใบใหญ่
ร่างบางไม่เอ่ยตอบอะไรกลับเธอพยายามตั้งหน้าตั้งตากินอาหารตรงหน้าของเธอให้หมดถึงแม้ว่าเธอจะอิ่มตั้งแต่สเต็กครึ่งชิ้นแล้วก็ตาม
"นี้ ทำไมนายไม่กินต่อแล้วล่ะ" เธอเอ่ยถามแอสตันที่เห็นเขาเอาแต่นั้งจิบไวน์ไม่แตะต้องอาหารต่อแล้ว
"ฉันอิ่มแล้วเธอชอบหรอเดียวฉันสั่งเพิ่มให้" แอสตันเอ่ยถามสายน้ำที่ตอนนี้เธอกำลังเคี้ยวเนื้อชิ้นโตแก้มตุ้ยๆ
"ไม่ต้อง ฉันอิ่มตั้งแต่ครึ่งจานแล้วแต่ฉันเสียดายเงิน"
"จะเสียดายทำไม ถ้าอิ่มก็พอเดียวก็จุกตายหรอก"
"นายมันไม่เข้าใจคุณค่าของเงินหรอกว่ามันหายากขนาดไหน" สายน้ำเอ่ยตอบไปแล้วหวนนึกถึงชีวิตของเธอที่สมัยก่อนที่อยู่บ้านกับแม่และน้องต้องไปช่วยกันหาผักบุ้งจับปูนาตามท้องไร่ท้องนาของชาวบ้านไปให้แม่ทำกับข้าวโชคดีหน่อยก็จับได้ปลากลับบ้านเพราะว่าแค่ส่งเธอกับน้องเรียนก็แทบจะไม่มีเงินพอที่จะไปซื้อผักหรือเนื้อสัตว์ดีๆ ที่ตลาดแล้ว
พอมาเรียนอยู่กรุงเทพข้าวกล่องนึงเธอยังต้องแบ่งกิน 3 มื้อ แต่ดีว่าป้าใจดีที่ขายข้าวล่างหอเธอนั้นสงสารเลยให้ข้าวเธอเยอะเป็นพิเศษเพราะถึงเธอจะทำงานเยอะแค่ไหนก็ไม่มีเงินเหลือพอที่จะใช้จ่ายได้ฟุ่มเฟือยอยู่ดี
"เลิกพูดมากแล้วรีบกินสะจะได้ไปสักที"
"อืมๆ" สายน้ำพยักหน้ารับแล้วรีบกินอาหารตรงหน้าให้เสร็จ
