บทที่ 2 สืบประวัติ
ณ คลับ AS
เวลา 23.40 น.
รถซุปเปอร์คาร์คันหรูที่ราคาไม่ต่ำกว่า 40 ล้าน จอดเทียบบริเวณหน้าประตูทางเข้าคลับดังย่านใจกลางเมือง
ทันทีที่ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อไร้ที่ติก้าวขาออกมาจากรถสปอร์ตคันหรูแล้วโยนกุญแจรถให้พนักงานขับรถเอารถเขาไปจอดนั้นก็สามารถเรียกสายตาสาวๆ บริเวณนั้นได้เป็นอย่างดี
“สวัสดีครับคุณแอสตัน” ธนินผู้จัดการคลับคนสนิทของแอสตันเอ่ยทักทายทันทีที่เขาลงจากรถ
“วันนี้เป็นอย่างไงบ้าง” แอสตันเอ่ยถามธนินลูกน้องคนสนิทของเขาที่อายุมากกว่าเขาเองไป 3 ปี ธนินเป็นหลานของแม่บ้านเก่าแก่ของครอบครัวแอสตันที่ส่งเสียเลี้ยงดูเขาจึงค่อนข้างไว้ใจธนินเป็นพิเศษเพราะด้วยอายุที่ไม่ได้ห่างกันมากทั้งสองเลยแทบจะถูกเลี้ยงดูมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก
“เรียบร้อยดีครับ ผมเอาบัญชีของคลับย้อนหลัง 2 ปี แล้วก็ข้อมูลการเงินของคุณพิศุไว้ให้บนโต๊ะทำงานตามที่คุณแอสตัสบอกแล้วนะครับ”
“อืม จำไว้ว่าอย่าให้ใครรู้”
“ครับ ผมให้ลูกน้องคนสนิทผมฝ่ายบัญชีผมเอามาให้ไม่มีใครสงสัยแน่นอน”
“อืม”
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
“เดียว ไปสืบประวัติคนนี้มาให้ฉันหน่อยทำงานอยู่ร้านอาหารฝรั่งเศสของอาจัสมิน” แอสตันพูดจบแล้วโยนป้ายชื่อพนักงานของสายน้ำไปให้กับลูกน้องคนสนิทของเขา
“ครับ”
“ไปได้แล้ว”
ASTON PART
แกร๊กก~ (เสียงแอสตันประตูเปิดประตูห้อง vvip สุดหรูของของคลับ)
“ทำไมมาช้านักวะ” ไอโรมที่เล่นเกมส์อยู่เอ่ยถามผมทันทีที่เห็นหน้าผมเปิดประตู ห้องVVIP ของคลับเข้ามา
“เจอเรื่องสนุกนิดหน่อย แล้วทำไมวันนี้พวกมึงเลือกเปิดห้องกันวะปกติเห็นเปิดแต่โต๊ะส่องสาว”
“ไอคลาร์กมันบอกว่าวันนี้มันเหนื่อยอยากชิวๆ วะ” ไอโรมตอบผม
“แล้วนี้ไอดีเดย์ยังไม่มาอีกหรอ”
“มาแล้วพาสาวขึ้นไปเอาข้างบนเดียวก็ลงมา” ไอธามตอบผมกลับมาทั้งที่ยังนัวเนียล่วงนู้นล่วงนี้เด็กที่มันเรียกมาอยู่
“แล้ววันนี้มึงไม่ไปขึ้นวอร์ดหรอวะไอหมอ แล้วหน้าเป็นส้นตีนไรครับ” ผมถามไอคลาร์กที่มันนั่งเงียบหน้าไม่รับแขกเอาแต่แดกเหล้าจนสาวๆ ที่เรียกมาไม่กล้าเข้าใกล้มันกันสักคน
ในกลุ่มคงมีแต่มันนี้แหละมั้งที่ดูเป็นผู้เป็นคนมีเหตุผลที่สุดไม่สนใจสาวๆ คนไหนเลย ตั้งแต่ผมรู้จักมันมาผมไม่เคยเห็นมันควงใครหรือคบกับใครเลยอาจจะมีเอาไปแอบกินบ้างตามนิสัยผู้ชายแต่ก็น้อยกว่าพวกผมเยอะ
“พึ่งลงเวร วอร์ดกูวันนี้มีคนตาย 5 คน” ไอคลาร์สตอบเสียงเรียบพร้อมกระดกเหล้าต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ผมก็รู้ดีแหละว่ามันคงรู้สึกไม่ดี
“คุณแอสตันขา วันนี้ทำไมมาช้าจังคะดีดี๊คิดถึ๊งคิดถึง” เสียงสาวพีอาร์ตัวท๊อปของคลับที่พึ่งเปิดประตูตรงเข้ามาเดินตรงมานั่งตักผมทันทีพร้อมทั้งเอาบั้นท้ายถูไถน้องชายของผมไปมา
“อยากแหกอีกหรอ”
“ดีดี๊ชอบความรุนแรงค่ะ” ยัยดีดี๊เอ่ยตอบผมพร้อมกับลุกขึ้นเปลี่ยนท่านั่งเป็นหันมานั่งคร่อมผมแทนแล้วส่งสายตายั่วยวนมาให้
“เดียวกูมา” ผมบอกพวกเพื่อนผมก่อนที่จะกระชากแขนยัยดีดี๊ให้ตามผมไปที่ห้องพักของคลับที่ผมเปิดไว้ก่อนแล้ว
SAYNAM PART
สายน้ำรีบวิ่งกลับเข้าไปทางหลังร้านและรีบไปเอาของที่ล็อกเกอร์ของเธอเพื่อเตรียมกลับหอพักทันที
“ซวยชะมัด ทำไมฉันต้องมาเจอคนโรคจิตแบบนั้นด้วย” ฉันบ่นพลางเอามือถูปากอย่างขยะแขยงนี้มันจูบแรกของฉันนะฉันควรได้จูบกับคนที่ฉันรักนะไม่ใช่ไอบ้านั้น
“อ้าวสายน้ำ ยังไม่กลับอีกหรอดึกแล้วนะ” พี่ริน ผู้จัดการร้านเดินมากทักฉันขึ้นเพราะว่าตอนนี้เป็นเวลาปิดร้านแล้วและที่ร้านพนักงานส่วนมากก็ทยอยกันกลับหมดแล้ว
“กำลังจะกลับแล้วค่ะ พี่รินยังไม่กลับหรอคะ”
“คงอีกสักพัก พี่ต้องอยู่เคลียร์บัญชีก่อนใกล้จะสิ้นเดือนแล้วเราอะกลับได้แล้วดึกแล้วมันอันตรายนะ” พี่รินพูดด้วยน้ำเสียเป็นห่วง น่าจะเป็นเพราะว่าเราเป็นคนต่างจังหวัดเหมือนกันพี่รินเลยค่อนข้างจะเอ็นดูฉันเป็นพิเศษ
“งั้นน้ำกลับก่อนนะคะ สวัสค่ะ” ฉันยกมือไหว้พี่รินและรีบกลับหอเพราะตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าแล้วและฉันยังไม่ได้ทำการบ้านและพรุ่งนี้ดันมีเรียนเช้าอีกโอ้ยชีวิตอีสายน้ำ
ณ มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง L
“นี้ๆ สายน้ำคืนนี้ไปเถอะนะนะนะ” เอลลี่พูดขึ้นพร้อมทั้งเขย่าแขนทำหน้าอ้อนฉันพร้อมกระพริบตาปริบๆ
“ใช่ๆๆ มึงจะใจร้ายปล่อยให้พวกกูไปเที่ยวกันเองแค่สองคนหรอ” เมลเบิร์นแม่สาวสุดฮอตของมหาลัยรีบเสริมทัพขึ้นทันที
สองคนนี้เป็นเพื่อนรักของฉันเอง แต่ฐานะแตกต่างจากฉันสุดขั้วเลยล่ะ ยัยเอลลี่เป็นคุณหนูลูกเจ้าของร้านเพชรไฮโซ ส่วนยัยเมลเบิร์นพ่อยัยนี้เป็นเจ้าของธุรกิจส่งออกอาหารทะเลเบอร์ต้นๆ ของประเทศส่วนแม่นางเป็นนางแบบระดับโลก หน้าตายัยเมลเบิร์นนี้คือนางฟ้ามาจุดติสุดๆ
ยัยสองคนนี้เป็นเพื่อนรักของฉันตั้งแต่สมัยเรียนม.ปลาย ฉันได้ทุนเรียนโรงเรียนเอกชนชั้นนำของประเทศตั้งแต่มัธยมแล้วแต่ก็ต้องแรกมากับการไปแข่งขันสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนและต้องได้ 4.00 ทุกวิชา มหาลัยก็เช่นกันฉันได้ทุนมาเพราะเรียนดีรวมทั้งเป็นนักวิ่งของโรงเรียน ฉันได้เหรียญทองทุกสมัยนะจ๊ะไม่อยากจะคุย แต่ถึงฐานะจะแตกต่างกันแต่ฉันก็ไม่เคยคิดจะขอยืมเงินพวกนั้นเลยสักครั้งเดียวเพราะฉันไม่อยากให้ใครคิดว่าฉันคบยัยสองคนนี้เพราะเงิน
“เดือนนี้กูลางานไม่ได้แล้ว ลาได้อย่างเดียวตอนนี้คือลาออก” ฉันตอบกลับยัยสองเพื่อนรักไปตามความจริง เดือนนี้ฉันหยุดงานพาร์ทไทม์ไปครบแล้วเพราะฉันต้องอ่านหนังสือสอบตอนกลางภาคที่ผ่านมาถ้าขืนฉันไม่อ่านหนังสืออย่างหนักและไม่ได้เอทุกวิชาเหมือนเทอมที่แล้วฉันต้องหลุดทุนแน่ๆ ถ้าต้องลาอีกก็คงต้องลาออกไม่ก็โดนเค้าไล่ออกแหง่ๆ
“ก็ได้” เอลลี่พูดพลางทำหน้ามุ้ยใส่
“อาจารย์มาแล้ว ทุกคนทำความเคารพ” นิวตัน หัวหน้าห้องเอ่ยขึ้นทำให้ทุกคนหันไปสนใจยังหน้าห้อง
“สวัสดีค่ะ/ครับ”
“เอาล่ะทุกคนต่อจากนี้เราจะไม่มีการเรียนการสอน แต่อาจารย์จะให้โปรเจ็คคู่เกี่ยวกับแผนการตลาดในประเทศหรือต่างประเทศก็ได้แล้วมานำเสนอตอนท้ายเทอม”
“แล้วอาจารย์มีข่าวดีมาให้อีกเรื่อง เราจะไม่มีการสอบปลายภาคคะแนนสอบปลายภาคเราจะใช้จากคะแนนโปรเจ็คเพราะฉนั้นตั้งใจทำกันดีๆ นะ”
“เย้!!!!” เสียงนักศึกษาในห้องโห่ร้องดีใจกันยกใหญ่ที่อาจารย์บอกยกเลิกการสอบปลายภาคเพราะเป็นการลดภาระในการอ่านหนังสือไปอีกหนึ่งวิชา
“ใครได้หัวข้อแล้วหรือใครมีข้อสงสัยอะไรก็ไปหาอาจารย์ได้ตลอดที่ห้องพักครูนะ วันนี้ยกคลาสได้จ๊ะ”
“ขอบคุณค่ะ/ครับ”
“อาจารย์ยกเลิกการสอบปลายภาคกูก็ดีใจอยู่นะแต่..”
“งานคู่อีกแล้ว แล้วเราสามคนจะแบ่งกันอย่างไง ทำไมอาจารย์ไม่รู้จักสั่งงานกลุ่มบ้างวะ” เอลลี่บ่น
“เอาน่า เดียวกูแยกไปทำกับคนอื่นก็ได้” ฉันบอกยัยเอลลี่ที่ตอนนี้ทำหน้างอแงเหมือนเด็ก
“มันไม่แฟร์กับมึงเลยนะงานคู่ทีไรมึงเสียสละให้กูกับอีเมลเบิร์นทุกที งั้นครั้งนี้เรามาโอลาน้อยออกกันไหม”
“อุ๊ย! เราคงไม่ต้องโอลาน้อยออกแล้วกูว่ามึงคงต้องคู่กับกูอีกแล้วล่ะอีเอลลี่” เมลเบิน์นพูดพลางมองไปที่นิวตันหนุ่มลูกครึ่งอันตาสีฟ้ารูปร่างสูงโปร่งที่กำลังเดินมาทางพวกเธอ
