บทที่ 9 อยากให้ปล่อยคลิป?
ASTON PART
ณ ห้องทำงานชั้นบนสุดของคลับAS
“เรื่องที่ให้ไปสืบมาได้รึยัง” แอสตันเอ่ยถามธนิน
“นี้ครับ ผมว่าชีวิตเธอน่าสงสารอยู่นะครับ” ธนินเอ่ยพลางยื่นแฟ้มเอกสารข้อมูลของสายให้แอสตัน
“อืม ขอบคุณมากออกไปได้แล้ว” แอสตันรับเเฟ้มเอกสารมาเปิดดูแล้วโบกมือไล่ลูกน้องคนสนิทให้ออกจากห้องทำงานเขาไป
“สายน้ำ กานต์พิชชา แสนสุข อายุ 20 ปี เกิด 23 ธันวาคม ค.ศ xxxx
สูง 157 เซนติเมตร น้ำหนัก 41 กิโลกรัม
เลขประจำตัวประชาชนxxxxxxxxxxxxx เบอร์ xxx-xxxxxxx
ที่อยู่ หอพักxxxxx
ที่อยู่ที่บ้าน บ้านเลขที่xxx/x หมู่xx ตำบลxxx อำเภอxxx จังหวัด เชียงราย
เรียนบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ ปี 2 เป็นนักเรียนทุน เป็นนักกีฬาวิ่งเหรียญทอง
พ่อแม่แยกทางกันเพราะพ่อมีเมียน้อย มีน้องสาว 1 คน
ที่บ้านเป็นหนี้เพราะพ่อเอาที่ไปจำนองแล้วกู้นอกระบบหนีไปกับเมียน้อยจำนวน x,xxx,xxx
ทำงานพาร์ทไทม์อยู่ 4 งาน
1.ร้านอาหารฝรั่งเศส จันทร์-เสาร์ 17.00-23.00
2.ร้านไอศกรีมหน้ามหาลัย พุธ พฤหัศบดี ศุกร์ 14.00-16.30
3.รับสอนภาษาอังกฤษเด็ก เสาร์-อาทิตย์ 13.00-14.30
4.เด็กดริ้งที่คลับAS 23.30-02.00 เริ่มงานวันนี้วันแรก”
“ยัยนี้เอาเวลาที่ไหนไปนอนวะเนี้ย” แอสตันขมวดคิ้วกับข้อมูลของสายน้ำที่ตารางงานพาร์ทไทม์ของเธอแน่นเอี๊ยดแต่ก็ยังสามารถคงสภาพเด็กทุนได้อย่างเหลือเชื่อ
SAYNAM PART
ทันทีที่ฉันกลับมาถึงห้องก็ทิ้งตัวลงเตียงอย่างหมดแรงและเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างกายโดยเฉพาะส่วนนั้น เธอนอนนึกถึงคำพูดของแอสตันที่บอกว่าตำรวจก็ทำอะไรคนอย่างเขาไม่ได้
“คำว่าเงินนี้มันอยู่เหนือทุกสิ่งจริงๆ เลยเนาะ หึหึ” ฉันเอ่ยออกมาเสียงเบาก่อนจะเค็นหัวเราะกับตัวเองที่น้อยใจในโชคชะตาที่ตัวเองไม่สามารถที่จะไปเอาผิดคนชั่วช้าที่ทำร้ายฉันได้เพราะฉันมันก็เป็นแค่มนุษย์หาเช้ากินค่ำให้ผ่านไปได้ไปวันๆ ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังหรืออำนาจที่จะไปต่อกรกับใครได้เลย ฉันยกมือมาปาดน้ำตาที่มันไหลไม่ยอมหยุดจนผลอยหลับไป
09.00 น.
คลืด คลืดด~
ฉันสะลึมสะลือตื่นมาด้วยเสียงโทรศัพท์แล้วพยายามเอามือควานหาต้นตอของเสียงทั้งๆ ที่ตายังหลับอยู่
“ฮัลโหล”
(ยังไม่ตื่นหรอพี่)
“พึ่งตื่นโทรมามีอะไรยัยฝน เมื่อวานพี่โอนเงินไปให้ที่แม่แล้ว”
(หนูเห็นแล้ว ถึงโทรมาถามไงว่าพี่หาเงินเยอะขนาดนั้นมาได้ยังไงไวขนาดนี้)
“พอดีพี่ที่ทำงานเค้ามีงานเสริมมาให้ทำ แล้วแม่ล่ะ” ฉันโกหกสายฝนไปเสียงแผ่วแล้วรีบเปลี่ยนเรื่องเพราะกลัวยัยสายฝนจะถามว่างานอะไรฉันไม่อยากจะนึกถึงหน้าผู้ชายคนนั้นอีก
(แม่ออกไปซื้อของไว้ทำขนมขายตลาดนัดตอนเย็นจ้ะ เดียวนี้แถวบ้านเรามีตลาดนัดทุกวันเสาร์แล้วนะพี่อย่าหักโหมมากนะเดียวหนูจะไปช่วยทำงานพิเศษเพิ่ม)
“ไม่ต้องแกมีหน้าที่เรียนก็เรียนไป ไปช่วยแม่เวลาขายขนมแค่นั้นพอ”
(จ๊ะพี่ งั้นแค่นี้ก่อนนะแม่มาแล้วฉันไปช่วยแม่ก่อน) สายฝนพูดจบก็กดวางสายทันที
คลืด คลืด คลืด
“ว่าไง มีอะไรอีก” ฉันกดรับโทรศัพท์ขณะที่กำลังหลับตาจะนอนต่ออีกสักหน่อยก่อนไปทำงานเพราะคิดว่าเป็นสายฝนโทรมาเลยไม่ได้ดูหมายเลขโทรเข้า
(พูดจากับผัวตัวเองไม่น่าฟังเลยนะ)
“……”
ติ๊ด!
ฉันเบิกตากว้างทันทีร่างกายรู้สึกชาวาบเมื่อรู้ว่าคนปลายสายคือใคร
ฉันกดวางสายพร้อมบล็อกเบอร์คนปลายสายทันทีด้วยทั้งความกลัวทั้งความไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้อีก
ณ ร้านอาหารฝรั่งเศส
“สายน้ำพี่ขอโทษจริงๆ นะที่แนะนำเธอไปทำงานที่คลับ” พี่รินยกมือไหว้ขอโทษฉันด้วยสีหน้าที่รู้สึกผิด
“อย่าขอโทษน้ำเลยค่ะพี่ริน น้ำรู้ว่าพี่รินหวังดี” ฉันรีบรับไหว้พี่รินทันทีความจริงแล้วมันไม่ใช่ความผิดขอพี่รินเลยด้วยซ้ำ
“ถ้าพี่ไม่แนะนำ น้ำก็คงไม่เออ..” พี่รินพูดพลางสีหน้าอ้ำอึ่งไม่กล้าพูด
“น้ำไม่เป็นอะไรเลยค่ะพี่รินสบายใจได้” ฉันแสร้งยิ้มทำเป็นว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเพื่อให้พี่รินสบายใจ
“น้ำโต๊ะ vip 3 เรียกเราน่ะ” พี่บาสรุ่นพี่พนักงานเสิร์ฟด้วยกันที่ประจำอยู่โซล vip เดินมาบอกฉัน
“ค่ะ แต่น้ำไม่เคยดูแลโซล vip เลยนะคะ”
“นั้นสิ ทำไมเจาะจงเรียกสายน้ำล่ะแล้วโต๊ะใครบาสรู้ไหม”
“โต๊ะคุณแอสตันหลานเจ้าของร้าน รีบไปเถอะถ้าปล่อยให้รอนานมีหวังระเบิดลงแน่”
“….”
“พี่ไปให้แทนไหม” พี่รินเอ่ยถามฉันอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรคะ เดียวน้ำไปเอง”
“ไหวนะ”
“สบายมากคะ” ฉันหันไปยิ้มให้พี่รินก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ อย่างทำใจแล้วเดินไปยังโซลโต๊ะ vip ของเขา
“รับอะไรดีคะ” ฉันที่เดินไปยังโต๊ะของแอสตันก็เอ่ยถามทันทีอย่างพยายามไม่สบสายตากับเขา
“นี้แกยังไม่โดนไล่ออกอีกหรอ? ” เสียงแหลมของยัยดาราสาวที่ฉันเคยเจอเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
“ไม่ทราบว่าลูกค้าจะรับอะไรดีคะ”
“ฉันเอาอันนี้ อันนี้แล้วก็อันนี้ แอสตันคุณเอาอะไรดีคะ” นางเอกสาวใช้ปลายเล็บยาวที่ถูกแต่งเดิมด้วยสีแดงสดชี้เมนูอาหารหรูที่ราคาแพงที่สุดของแต่ละหน้าก่อนที่จะปิดเล่มเมนูส่งมาให้ฉันแล้วหันไปนั่งยิ้มทำสายตายั่วยัวให้กับแอสตัน
“เอาเหล้าที่แพงที่สุดมา” แอสตันเอ่ยสั่งเสียงดังลั่นโดยที่ไม่ดูเมนูแต่กับจับจ้องมาที่ฉันอย่างต้องการหาเรื่อง
“ค่ะ กรุณารออาหารสักครู่นะคะ” ฉันรีบจดรายการอาหารที่พวกเขาสั่งอย่างไม่ใส่ใจคนตรงหน้า
หมับ!!
ฉันที่กำลังจะเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์เพื่อแจ้งรายการอาหารก็ถูกมือหนาของแอสตันคว้าไว้ก่อนที่เขาจะบีบข้อมือฉันอย่างแรง
“เธอกล้าดียังไง”
“หะ? ”
“เธอกล้ามากนะที่ตัดสายฉัน”
“ฉันกับคนเลวๆ อย่างนายไม่จำเป็นที่จะต้องติดต่อกันอีก”
“อยากให้ปล่อยคลิปมากสินะ” แอสตันยื่นหน้ามากระสิบข้างหูฉัน
“นี้นาย!!”
“หลังเลิกงานฉันหวังว่าจะเจอเธอที่คอนโดนของฉันนะ” แอสตันโยนนามบัตรและคีย์การ์ดคอนโดเขาไว้บนโต๊ะ
“แอสตันคะ นี้มันอะไรกันคืนนี้คุณนัดกับเดียร์นะคะ” นางเอกสาววีนขึ้นมาทันทีที่เห็นแอสตันโยนคีย์การ์ดคอนโดตัวเองให้สายน้ำเพราะขนาดเธอเองที่เป็นขาประจำคนโปรดของเขาก็ยังไม่เคยได้ไปนอนคอนโดของเขาเลยสักครั้ง
“ถ้าอยากให้ฉันเลี้ยงเธอต่อก็หุบปากสะแล้วก็ไสหัวไป” แอสตันเอ่ยพร้อมใช้สายตาคมหันไปมองที่นางเอกสาวคนโปรดอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นักทำให้
“งั้นเดียร์ขอตัวก่อนนะคะ” นางเอกสาวเสียงสั่นด้วยความโกรธที่โดนแอสตันพูดหักหน้าเธอแบบนั้นและพยายามเก็บความโกรธอยู่ในใจก่อนที่จะหันมามองตาขวางใส่ฉัน
ปัก!! เธอลุกออกจากเก้าอี้แล้วตั้งใจเดินมาชนไหล่ฉันอย่างแรงด้วยท่าทีไม่พอใจแล้วเดินออกไปจากร้าน
“เช็คบิลเลยแล้วกัน อาหารที่สั่งไปฉันยกให้” แอสตันเอ่ยอย่างยิ้มเยาะพร้อมกับโยนบัตรเคดิตสีดำไว้บนโต๊ะฉันทำได้แต่กำปากกาไว้แน่นอย่าพยายามข่มอารมณ์โกรธเกลียดผู้ชายสารเลวตรงหน้านี้ไว้
