บทที่ 7
มุมมองของแม็กซ์
เราขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนสุด ผมตามรอยแม่ผ่านโทรศัพท์ของเธอ มีชายร่างกำยำสองคนยืนเฝ้าประตูอยู่
“จำไว้นะ” ผมกระซิบกับลิลลี่ “ทำตัวเหมือนเคธี่ ทำหน้าเคร่งขรึมเข้าไว้ แล้วไล่พวกเขาไปให้ได้”
ลิลลี่พยักหน้า ยืดตัวตรง และทำสีหน้าเย็นชาซึ่งดูขัดกับใบหน้าที่สดใสร่าเริงเป็นปกติของเธออย่างสิ้นเชิง
ผมซ่อนตัวอยู่ตรงหัวมุม มองดูลิลลี่เดินเข้าไปใกล้ห้องชุด
“คุณหนูแบล็ควู้ด?” การ์ดคนหนึ่งพูดขึ้นพลางทำหน้างุนงง “คุณหนูกลับมาที่นี่ได้ยังไงครับ”
ลิลลี่เชิดคางขึ้นเล็กน้อยเหมือนกับที่เราเคยเห็นเคธี่ทำ “ฉันเสร็จธุระเร็วกว่ากำหนด” ลิลลี่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ผมทึ่งไปเลย การแสดงของลิลลี่สมควรได้รับรางวัลออสการ์
“อีธานต้องการความช่วยเหลือ” ลิลลี่พูดต่อ “ฉันจะรอท่านพ่ออยู่ที่นี่ พวกนายไปช่วยเขาซะ”
เหล่าการ์ดลังเล
“พวกนายจะขัดคำสั่งฉันเหรอ” ลิลลี่ถามเสียงเย็น
การ์ดมองหน้ากันแล้วพยักหน้า “แน่นอนครับคุณหนู พวกเราจะเรียนท่านว่าคุณหนูกลับมาแล้ว”
ทันทีที่พวกเขาจากไป ผมก็รีบวิ่งไปที่ประตู แล้วผมกับลิลลี่ก็ผลักมันเข้าไป
“แม่ครับ!” ผมตะโกนลั่นขณะที่เราพรวดพราดเข้าไปในห้องชุด
เธอนั่งอยู่ตรงมุมห้อง มีรอยแดงที่ข้อมือทั้งสองข้าง เธอเงยหน้าขึ้น เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“แม็กซ์? ลิลลี่? ลูกมาทำอะไรกันที่นี่”
ผมวิ่งเข้าไปหาแม่ โอบแขนรอบคอท่าน “เรามาช่วยแม่ไงครับ! แม่เป็นอะไรไหมครับ ผู้ชายคนนั้นทำร้ายแม่หรือเปล่า”
“โอ้ แม็กซ์” เสียงแม่สั่นเครือ ท่านกอดผมแน่น “ลูกไม่น่ามาที่นี่เลย มันอันตรายนะ!”
“ผมไม่กลัวเขาหรอกครับ” ผมถอยออกมาหนึ่งก้าว พลางสำรวจข้อมือของแม่ “เขาทารุณแม่! ไอ้สารเลวนั่น!”
“เราต้องไปกันเดี๋ยวนี้” แม่พูดอย่างร้อนรน พลางลุกขึ้นยืน “ลูกผ่านการ์ดเข้ามาได้ยังไง”
ลิลลี่ยิ้มอย่างภูมิใจ “หนูแกล้งทำเป็นเคธี่ค่ะ!”
“ลูกเห็นเคธี่เหรอ”
“ที่ร้านอาหารครับ” ผมยืนยัน
ดวงตาของแม่คลอไปด้วยน้ำตา แต่ท่านก็รีบกะพริบไล่มันออกไป “เราต้องไปก่อนที่พวกเขาจะกลับมา”
“เดี๋ยวก่อนครับ” ผมเดินไปที่เก้าอี้ทำงานข้างโต๊ะ
“แม็กซ์ ลูกจะทำอะไร”
ผมดึงหลอดเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋า...กาวตราช้างที่ผมพกมาจากบ้าน ผมลงมืออย่างรวดเร็ว บีบกาวจำนวนมากลงบนเบาะหนังราคาแพง
“แม็กซ์!” ท่านร้องอุทาน “หยุดเดี๋ยวนี้นะลูก!”
“ไม่มีใครทำร้ายแม่ของผมแล้วลอยนวลไปได้หรอกครับ” ผมพูดอย่างหนักแน่น พลางทำต่อไป
“เราไม่จัดการเรื่องแบบนี้นะลูก” ท่านพูด แต่ผมก็เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของท่านแม้คำพูดจะดูจริงจัง
“เราต้องไปแล้วนะ” ลิลลี่เร่งจากหน้าประตู “พวกเขาอาจจะกลับมา!”
เราแอบออกจากห้องชุดแล้วมุ่งหน้าไปยังบันไดหนีไฟ
เมื่อกลับถึงบ้าน แม่ก็เริ่มจัดกระเป๋าเดินทาง
“แม่คะ เราจะไปเที่ยวกันเหรอคะ” ดวงตาของลิลลี่เป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ไร้เดียงสาและไม่ได้รับรู้ถึงสถานการณ์
“ใช่จ้ะลูกรัก เราจะไปพักที่ฟาร์มของเดซี่สักพักนะ พอดีเขาเพิ่งโทรมาบอกว่าสตรอว์เบอร์รีในไร่ของเขาสุกหมดแล้ว อยากไปเก็บสตรอว์เบอร์รีไหมจ๊ะ”
ลิลลี่พยักหน้าอย่างกระตือรือร้น ผมเปียของเธอแกว่งไปมา “เจ๋งไปเลย! หนูเอาตุ๊กตาไปด้วยได้ไหมคะ”
“แน่นอนจ้ะ แม็กซ์ พาน้องไปเก็บของนะลูก โอเคไหม” แม่หันมามองผม
ผมรู้ว่าแม่พยายามจะหนีจากชายคนนั้น ผมพยักหน้าแล้วพาน้องสาวกลับเข้าห้องของเรา
ผมเปิดแล็ปท็อปแล้วเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับชายคนนั้น ไม่นานผมก็เจอเขาในเว็บไซต์ของบริษัทแห่งหนึ่ง เขาเป็นซีอีโอของแบล็ควู้ดกรุ๊ป ซึ่งควบคุมอาณาจักรธุรกิจอันกว้างใหญ่
ลิลลี่ที่อยากรู้อยากเห็นชะโงกหน้าข้ามไหล่ผมมามองจอ “ว้าว ตาของผู้ชายคนนั้นเหมือนของพี่แม็กซ์เลย”
จริงด้วย และลิลลี่ก็ดูเหมือนเคธี่มาก เขาอาจจะเป็นพ่อของเราหรือเปล่านะ
ความคิดนั้นวนเวียนอยู่ในหัวจนกระทั่งมีเสียงหนึ่งขัดจังหวะ
“แม็กซ์ ลิลลี่ พร้อมกันรึยังลูก” แม่ตะโกนเรียก “เราต้องรีบไปแล้วนะ!”
“ไปเดี๋ยวนี้ครับแม่!” ผมตอบพลางปิดแล็ปท็อป เรื่องนี้เอาไว้ค่อยคิดทีหลัง
มุมมองของริชาร์ด
“เธอมาที่นี่ทำไม” ผมมองมอร์แกน
“เอเลน่าอยู่ที่ไหน” เธอเค้นเสียงถาม
“นี่เป็นเรื่องในครอบครัว ไม่เกี่ยวกับเธอ”
“คุณไม่สมควรเป็นสามีของเธอ” เธอพูดอย่างโกรธเคือง
“ขังเธอไว้ พอเรากลับมาค่อยปล่อย” ผมสั่งการ์ด โดยไม่สนใจจะสนทนาต่อ
ทันใดนั้นโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น
“อัลฟ่าครับ” เสียงของอีธานดังมาจากโทรศัพท์ “เกิดเรื่องแล้วครับ”
“มีอะไรอีก” ผมถามอย่างหงุดหงิด
“เรื่องเอเลน่าครับ เธอ...หายตัวไปแล้วครับ”
“หายไปหมายความว่ายังไง” ผมหยุดเดินด้วยความโมโห “ไม่ได้มีการ์ดสองคนเฝ้าประตูอยู่เหรอ”
“พวกเขาบอกว่าเคธี่สั่งให้พวกเขาไป...”
ผมตัดสายก่อนที่เขาจะพูดจบ มุ่งหน้าตรงไปยังห้องเพนต์เฮาส์สวีท
ผมเดินกระทืบเท้าไปตามโถงทางเดินของโรงแรม ความโกรธของผมพุ่งสูงขึ้นทุกย่างก้าว มอร์แกนอยู่ในความควบคุมของผมแล้ว แล้วใครกันที่ช่วยเอเลน่าหนีไป
เมื่อผมไปถึงห้องชุด ก็พบว่ามันว่างเปล่าอย่างที่อีธานบอก กลิ่นของเอเลน่ายังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ปะปนกับกลิ่นอื่นที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้า
อีธานมาถึงในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา “กล้องวงจรปิดถูกแฮกครับ” เขารายงาน “เรามีแค่ภาพตอนที่เคธี่เดินมาที่ประตู แต่ตอนนั้นเธออยู่กับผม”
“ไปสืบมาว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ยังไง” ผมสั่ง “แล้วพามอร์แกนมาที่นี่”
ไม่นานมอร์แกนก็ถูกพาตัวเข้ามา
“นี่เป็นฝีมือของเพื่อนร่วมมือของเธอใช่ไหม” ผมจ้องมองสีหน้าของเธอ
เธอขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าเธอเองก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนพาเอเลน่าไป
“ฉันไม่รู้”
“เธอมีเพื่อนคนอื่นที่นี่อีกไหม” ผมคาดคั้น
เธอยังคงไม่ยอมพูด ได้ คงต้องใช้วิธีที่รุนแรงกว่านี้
“ขังเธอไว้” ผมบอกการ์ดที่อยู่ข้างๆ
หลังจากทุกคนออกไปแล้ว อีธานก็พูดกับผมว่า “อัลฟ่าครับ การทำแบบนี้อาจสร้างความขัดแย้งกับแพ็คท้องถิ่นได้นะครับ”
“พวกมันไม่เป็นภัยคุกคามต่อฉันหรอก” ผมคำราม “ไปสืบมาให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม”
ผมเริ่มจะลุกขึ้น แต่ก็รู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ กางเกงสูทราคาแพงของผมติดหนึบอยู่กับเก้าอี้หนัง
ดวงตาของอีธานเบิกกว้าง เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน แล้วผมก็เห็นสีหน้าที่เขาพยายามกลั้นหัวเราะ
“บ้าเอ๊ย ออกไป!” ผมคำรามลั่น “ไปหาเธอมาเดี๋ยวนี้!”
ขณะที่อีธานรีบวิ่งออกจากห้องไป ผมก็กำที่วางแขนแน่น เธอจะทำอะไรเป็นเด็กๆ แบบนี้จริงๆ เหรอ
