บทที่ 8
มุมมองของเอเลน่า
ความกลัวที่สั่งสมอยู่ในใจของฉันนับตั้งแต่เผชิญหน้ากับริชาร์ด ตอนนี้มันได้ปะทุขึ้นมาแล้ว ฉันรู้ดีว่าเขามีความสามารถแค่ไหน ทั้งทรัพยากรในมือ อำนาจ และอิทธิพลของเขา ถ้าเขารู้ว่าฉันมีลูกอีกสองคน เขาจะต้องพรากพวกเขาไปจากฉันแน่ และฉันจะยอมให้มันเกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด
ฉันหยิบพาสปอร์ตกับเงินสดสำรองฉุกเฉินของเราออกมาจากช่องลับในตู้เสื้อผ้า หกปีแห่งความหวาดระแวงทำให้ฉันเตรียมพร้อมสำหรับวันนี้ ฉันกังวลมาตลอดว่าวันนี้อาจจะมาถึง
ยี่สิบนาทีต่อมา พวกเราก็มาอยู่ในรถ ขับออกจากเมืองเล็กๆ แห่งนั้น แม็กซ์นั่งเงียบๆ อยู่ที่เบาะหลัง จ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง ขณะที่ลิลลี่พูดเจื้อยแจ้วอย่างตื่นเต้นเกี่ยวกับสัตว์ที่เธอหวังว่าจะได้เจอที่ฟาร์ม
"จะมีม้าไหมคะ แล้ววัวล่ะคะ แล้วก็ไก่ด้วย" เธอถามพลางขย่มตัวอยู่บนเบาะ
"แม่ว่าต้องมีแน่ๆ จ้ะลูกรัก" ฉันตอบ สายตาคอยสอดส่องกระจกมองหลังอยู่ตลอดเวลาเพื่อดูว่ามีใครตามมาหรือไม่
"แม่ครับ ทุกอย่างโอเคไหม" ในที่สุดแม็กซ์ก็เอ่ยปากถามขึ้น
ฉันลังเล "ทุกอย่างเรียบร้อยดีจ้ะลูกรัก เราแค่ต้องการพักผ่อนกันสักหน่อย ลูกไม่คิดว่ามันจะสนุกเหรอถ้าเราได้ไปใช้เวลาอยู่ต่างจังหวัดกันสักพัก"
"ผมมีความสุขทุกที่ที่เราไป ขอแค่ได้อยู่กับแม่ก็พอครับ" แม็กซ์ยิ้ม
"ลูกคือแสงตะวันดวงน้อยของแม่นะ แม็กซ์" ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจ
การเดินทางเต็มไปด้วยความตึงเครียดแต่ก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ฉันขับรถอ้อมไปหลายทาง ใช้ถนนสายรอง และเปลี่ยนทิศทางหลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครสะกดรอยตามมา พอมาถึงถนนหลวง ฉันก็เริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย
"อีกประมาณสามชั่วโมงเราก็จะถึงบ้านเดซี่แล้วนะ" ฉันประกาศ พยายามเค้นเสียงให้ร่าเริง "ลูกสองคนพยายามงีบเอาแรงกันก่อนก็ได้นะ"
ลิลลี่เริ่มสัปหงกแล้ว ศีรษะของเธอพิงอยู่กับหน้าต่าง ส่วนแม็กซ์ยังคงตื่นตัวเต็มที่ สายตาที่ระแวดระวังของเขาจับจ้องไปยังถนนเบื้องหน้า
เรามาถึงฟาร์มของเดซี่ตอนพระอาทิตย์ตกดิน ท้องฟ้าประดับประดาไปด้วยสีส้มและสีชมพูสดใส บ้านไร่หลังใหญ่โตตั้งอยู่สุดปลายถนนดินลูกรังที่ทอดยาว โดยมีทุ่งกว้างรายล้อม
เดซี่เดินออกมาทันทีที่เห็นรถของเราใกล้เข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มคุ้นเคยที่ทักทายพวกเรา
เดซี่เคยเป็นคนไข้ที่มอร์แกนรักษาในช่วงแรก อาการป่วยรุนแรงของเธอไม่สามารถรักษาให้หายได้จนกระทั่งฉันใช้พลังของฉันช่วยเยียวยาเธอ ตั้งแต่นั้นมา เธอก็มาเยี่ยมฉันเป็นระยะๆ และความสัมพันธ์ของเราก็ค่อยๆ สนิทสนมกันมากขึ้น
"เอเลน่า! ดีใจจังที่ได้เจอเธอ!" เธอร้องอุทานพลางดึงฉันเข้าไปกอดแน่น ก่อนจะย่อตัวลงทักทายเด็กๆ "แล้วนี่ยังพาแม็กซ์กับลิลลี่มาด้วย! โอ้พระเจ้า สองคนโตขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย!"
ลิลลี่เกิดอาการเขินอายขึ้นมากะทันหัน เธอแอบอยู่ข้างหลังฉันครึ่งตัว ขณะที่แม็กซ์กล่าวทักทายอย่างสุภาพว่า "สวัสดีครับ เดซี่"
"เข้ามาเลย เข้ามาเลย! อาหารเย็นใกล้จะเสร็จแล้ว ส่วนห้องพักแขกก็เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว" เดซี่พูดเจื้อยแจ้ว พลางนำเราเข้าไปในบ้านซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นขนมปังอบใหม่ๆ และกลิ่นอาหารฝีมือแม่
ขณะที่เรานั่งลงทานอาหารเย็น ในที่สุดร่างกายของฉันก็เริ่มผ่อนคลายลงบ้าง อย่างน้อยตอนนี้ พวกเราก็ปลอดภัยแล้วที่นี่ ฟาร์มของเธออยู่ห่างไกลพอที่จะไม่มีใครหาเราเจอได้ง่ายๆ
หลังอาหารเย็น เปลือกตาของลิลลี่ก็เริ่มหนักอึ้ง ความเหนื่อยล้ามาทั้งวันเริ่มส่งผลกับเธอในที่สุด
"เดี๋ยวฉันพาไปที่ห้องนะ" เดซี่อาสาพลางนำเราขึ้นไปชั้นบน "แม็กซ์ ลูกนอนห้องนี้นะ ส่วนเอเลน่ากับลิลลี่อยู่ห้องตรงข้ามโถงทางเดินนี่เลย"
เมื่อเด็กๆ เข้าที่เข้าทางแล้ว—ลิลลี่หลับสนิทไปเรียบร้อย ส่วนแม็กซ์กำลังอ่านหนังสือที่เขาเจออยู่บนโต๊ะข้างเตียง—เดซี่กับฉันก็ปลีกตัวไปดื่มชากันในครัว
“อยากจะเล่าให้ฟังหน่อยไหมว่าเกิดอะไรขึ้น” เธอถามอย่างอ่อนโยน พลางเลื่อนถ้วยกาแฟร้อนกรุ่นมาทางฉัน
ฉันถอนหายใจพลางใช้สองมือโอบรอบแก้วเซรามิกอุ่นๆ “เขาหาฉันเจอแล้ว เดซี่ เขาถึงกับขังฉันไว้เลยนะ แล้วก็เป็นแม็กซ์กับลิลลี่ที่ช่วยฉันออกมา เราเพิ่งหนีออกมาได้”
ดวงตาของเธอเบิกกว้าง “เขาหาเธอเจอได้ยังไง”
“เอาเป็นว่าเป็นเรื่องบังเอิญก็แล้วกัน เขามาที่นี่เพื่อรักษาตัว ถึงเขาจะเจอฉัน แต่เขาก็ยังไม่รู้ว่ามีเด็กๆ อยู่ ถ้าเขารู้ล่ะก็ เขาต้องฟ้องเอาสิทธิ์เลี้ยงดูลูกจากฉันแน่ๆ” ฉันสูดหายใจอย่างสั่นเทา “ฉันจะให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด”
เดซี่เอื้อมมือข้ามโต๊ะมากุมมือฉันไว้ “เธอปลอดภัยแล้วที่นี่ เอเลน่า อยู่ไปนานเท่าที่เธอต้องการได้เลย”
ฉันพยักหน้าอย่างขอบคุณ ได้แต่หวังว่าที่เธอพูดจะเป็นความจริง
วันนั้นผ่านไปอย่างค่อนข้างสงบสุข เด็กๆ ชอบฟาร์มแห่งนี้มาก
ฉันเริ่มจะผ่อนคลายลง คิดว่าบางทีเราอาจจะหนีพ้นสายตาของริชาร์ดได้แล้วในที่สุด จนกระทั่งเช้าวันต่อมา
เดซี่มาหาฉันที่สวนด้วยใบหน้าซีดเผือด “เอเลน่า มอร์แกนโทรหาเธอน่ะ”
ใจฉันหล่นวูบขณะเดินตามเธอเข้าไปข้างใน เธอยื่นโทรศัพท์ให้ฉัน ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล
“ฮัลโหล” ฉันพูดอย่างระแวดระวัง
“เอเลน่า” เสียงของมอร์แกนแหบพร่าด้วยน้ำตา “ฉันขอโทษนะ พวกนั้นมาที่บ้านฉัน... ขู่จะทำร้ายลูกๆ ของฉัน ฉันไม่มีทางเลือก”
ฉันกำโทรศัพท์แน่น “มอร์แกน เธอกับลูกๆ ไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
เธอร้องไห้ “ฉันขอโทษจริงๆ ฉัน...”
มีเสียงกุกกักดังขึ้น แล้วเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในสาย
“มาอยู่ต่อหน้าฉันก่อนเที่ยง” ริชาร์ดพูดเสียงเย็นชา “อีธานจะส่งที่อยู่ไปให้ ไม่อย่างนั้นเธอจะได้เห็นศพของพวกนั้น”
“ไอ้สารเลว” ฉันคำรามลอดไรฟัน มือของฉันกำแน่นเป็นหมัด
เขาวางสายไป
ฉันกระแทกโทรศัพท์ลง ความโกรธและความกลัวต่อสู้กันอยู่ข้างในใจ
“เอเลน่า เกิดอะไรขึ้น” เดซี่ถาม
ฉันไม่ได้ตอบ ในหัวกำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆ และคำนวณความเสี่ยง ฉันจะทิ้งลูกๆ ไว้ตามลำพังก็ไม่ได้ แต่จะพาพวกเขาไปด้วยก็ไม่ได้เหมือนกัน
แต่ฉันก็ต้องช่วยมอร์แกนกับครอบครัวของเธอด้วย
“เดซี่ ฉันมีเรื่องอยากจะขอร้อง” ฉันพูดอย่างวิงวอน
ไม่นานฉันก็อธิบายแผนของฉันให้เดซี่ฟัง ฉันขอให้เธอช่วยส่งเด็กๆ กลับไปที่มูนฮาเวน เมสัน ลุงของฉันอยู่ที่นั่น และฉันเชื่อว่าเขาจะช่วยดูแลเด็กๆ ได้
เด็กทั้งสองคนวิ่งกลับเข้ามาในบ้านอย่างตื่นเต้น
“แม่คะ ดูสิ พี่ชายจับแมลงปอได้ด้วย” ลิลลี่โชว์แมลงในมือให้ฉันดูอย่างตื่นเต้น
ฉันไม่ได้ตอบ เพียงแค่มองใบหน้าของพวกเขานานขึ้นอีกนิด
“แม่ครับ เป็นอะไรไปเหรอครับ” แม็กซ์สัมผัสได้ถึงความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว
“ไม่มีอะไรจ้ะ ไม่มีอะไรเลย แม็กซ์ เอ่อ... แม่มีเรื่องอยากจะคุยกับลูกหน่อย ลูกกับน้องสาวอยากไปอยู่บ้านลุงเมสันกันไหม” ฉันย่อตัวลงตรงหน้าลูกชาย พยายามไม่ให้เขาเห็นอารมณ์ของฉันขณะที่ค่อยๆ หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด
เรื่องราวดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว และฉันก็ไม่อาจซ่อนตัวได้อีกต่อไป ต่อไป ฉันจะต้องไปเจอไอ้สารเลวนั่นและช่วยมอร์แกนออกมา
แม็กซ์มองหน้าฉัน “ได้ครับ แล้วแม่จะไปด้วยกันไหมครับ”
“ไปสิลูก แม่ไปด้วยแน่นอน แต่แม่อาจจะไปช้าหน่อย ถ้าแม่ให้คนอื่นพาลูกกับน้องกลับไปก่อนจะได้ไหม”
“ก็ได้ครับ แต่แม่ต้องรีบตามมาเร็วๆ นะครับ”
แม็กซ์เป็นเด็กว่านอนสอนง่ายเสมอ เขาจึงยอมตกลงอย่างรวดเร็ว
หลังจากจัดการเรื่องเด็กๆ เรียบร้อยแล้ว ฉันก็ขับรถไปยังที่อยู่ที่ริชาร์ดให้ไว้
