บทที่ 3 ตอนที่ 2 : ค่ำคืนอสูรร้าย [18+]
ตอนที่ 2 : ค่ำคืนอสูรร้าย [18+]
ครืด...
เสียงบานประตูห้องนอนถูกเลื่อนเปิดออกพร้อมความเงียบสงัด เชอร์รีนสะดุ้งตื่นจากภวังค์นิทรา ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟสสลัวที่หัวเตียง นัยน์ตาคู่สวยเหลือบมองตัวเลขบนนาฬิกาข้างฝาซึ่งบ่งบอกเวลาประหนึ่งลางร้าย... 01.30 น.
กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกคละคลุ้งลอยนำมาก่อนตัวเสียอีก ร่างบางได้กลิ่นคาวน้ำเมาเด่นชัดตั้งแต่เขายังก้าวไม่พ้นขอบประตู และเมื่อร่างสูงใหญ่ของหนุ่มใหญ่วัย 48 ปีสืบเท้าเข้ามาใกล้ เขาก็ไม่คิดจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำพร่ำเพรื่อ มือหนาขยับเข้ามากระชากชุดนอนผ้าบางของเชอร์รีนจนขาดวิ่นอย่างแรงกล้า ไร้ซึ่งความปรานีดึงดันให้เรือนร่างนวลลอออวดสายตาคนตรงหน้าโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ยินยอมพร้อมใจเลยสักนิด
“จุ๊... จุ๊... จุ๊ เธอนี่มันน่ากินไปทั้งตัว อย่างที่ฉันคิดไว้ไม่มีผิด”
นัยน์ตาคู่นั้นกวาดมองเรือนร่างเปลือยเปล่าจากหัวจรดเท้าด้วยความหิวกระหาย ก่อนจะส่งเสียงเดาะลิ้นพึมพำในลำคอราวกับเจออาหารอันโอชะ
“นะ... นี่คุณจะทำอะไรคะ คุณเมามากแล้วนะเจ้าพ่อ เชอร์ว่า...”
เด็กสาวประท้วงเพียงแค่นั้นจริงๆ ทว่าถ้อยคำเหล่านั้นกลับจุดชนวนโทสะของจอมบงการให้อัตคัดความอดทน
เพียะ!
ฝ่ามือหนาฟาดลงบนใบหน้าขาวนวลอย่างเต็มแรงจนหน้าหัน ความเจ็บแสบแล่นริ้วขึ้นมาทันควัน
“มึงอย่าพูดมาก! กูไม่ชอบคนปากดี หน้าที่ของเมียก็นอนแบให้กูเอาดีๆ!”
น้ำเสียงเกรี้ยวกราดตวาดลั่น ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดดุดัน พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่ง้างค้างไว้กลางอากาศคล้ายคอยท่าจะซ้ำเติมอีกหน
อึก...
เชอร์รีนกลืนก้อนสะอื้นลงคอ เม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด พยายามระงับอารมณ์และยอมสงบนิ่งลงแต่โดยดีเพื่อรักษาชีวิต
เรียวขางามถูกมือหนาจับแยกออกจากกันอย่างไร้ความอ่อนโยน ก่อนที่เขาจะจัดการปลดเปลื้องปราการส่วนตัว เผยให้เห็นแกนกายใหญ่โตอวบหนาจนดูน่ากลัว เด็กสาวมองภาพตรงหน้าด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึง ทว่าต้องทำใจดีสู้เสือ เพราะหากขัดขืน... สิ่งที่ได้รับกลับมาอาจไม่ใช่แค่รอยฝ่ามือ
มือใหญ่รวบจับแกนกายชักรูดเพียงไม่กี่ครั้งเพื่อเตรียมความพร้อม
ปึก! พรวด!
“กรี๊ดดดดดด!”
สติสัมปชัญญะของเชอร์รีนแทบดับวูบและเลือนรางลงในทันที ยามเมื่อแท่งเนื้อขนาดมหึมาบุกทะลวงกระแทกกระทั้นเข้ามาในร่องสวาทที่ปิดสนิท... ช่องทางรักที่ไม่เคยมีชายใดรุกล้ำกรายมาก่อน ยิ่งซ้ำร้าย ความดุดันเดือดพล่านนั้นกลับปราศจากน้ำหล่อลื่นใดๆ คอยชโลม เนื่องจากเขาไม่ได้คิดจะเล้าโลมหรือทะนุถนอมเธอเลยแม้แต่น้อย ร่างเล็กกรีดร้องครางโหยหวนด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวปานจะขาดใจ เสียงหวานสั่นระรัวดังก้องไปทั่วห้องนอนที่เคยเงียบสงบ
“เชี่ย... แน่นฉิบ! นี่เธอยังไม่เคยผ่านมือใครมางั้นเหรอวะ?!”
เจ้าพ่อหนุ่มใหญ่สบถอุบ สายตาคมดุดันจ้องมองใบหน้าหวานที่บัดนี้ซีดเผือด ได้แต่ทอดร่างหายใจรวยรินอย่างบอบช้ำอยู่บนเตียงกว้างอันโหดร้าย
“อึก... ฮือออ... ฮือ...”
เสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาเล็ดลอดผ่านริมฝีปากบาง คล้ายเป็นคำตอบรับชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกหนี ทว่าคนอย่างเขา... มีหรือจะแยแสหยาดน้ำตาแห่งความทุกข์ระทมของใคร ในเมื่อความต้องการอันดิบเถื่อนยังไม่ได้รับการปรนเปรอจนถึงที่สุด ชายหนุ่มใหญ่จึงหาได้สนใจความเจ็บปวดของคนใต้ร่างไม่
ปึก! ปึก! ปึก!
แรงกระแทกกระทั้นบดเบียดส่วนแข็งขืนเข้ามาอีกสองสามระลอก จนกระทั่งความใหญ่โตนั้นแทรกลึกเข้ามาจนสุดทางรัก ฝ่ายบงการสูดปากครางซีดขยับกายอย่างเป็นสุข บนหยาดน้ำตาและรอยร้าวรานของร่างเล็กที่แทบจะแตกสลาย
“ซี๊ด... อาส์... เสียวชิบ เชอร์รีน...”
เสียงทุ้มต่ำครางกระเส่าพลางเรียกขานชื่อของเธอซ้ำๆ ราวกับคนบ้าคลั่ง ทว่าสำหรับเชอร์รีนแล้ว ความรู้สึกเดียวที่พุ่งทะยานแล่นริ้วขึ้นมาจุกแน่นตรงหน้าท้องและจุดกึ่งกลางเรือนร่างมีเพียงความเจ็บปวดเจียนตาย แม้ในเวลาต่อมากลไกตามธรรมชาติจะเริ่มผลิตน้ำหวานออกมาหล่อลื่นบาดแผล แต่มันก็ไม่ได้ช่วยจรรโลงใจหรือลดทอนความรุนแรงของพายุสวาทนี้ลงได้เลยสักนิด
“อา... จะแตกแล้ว! โอ๊ย... ตอดหัวชิบหายเลย เชอร์รีน!”
เขาสบถเสียงพร่าพลางโหมสะโพกสอบรัวกระหน่ำเข้าใส่ไม่หยุดหย่อน ในแง่ของรูปโฉม... ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าชายผู้นี้คือบุรุษที่หล่อเหลาเอาการและมีขนาดองคชาตอวบใหญ่เกินตัว ทว่าในโลกความเป็นจริงของเชอร์รีน ยามนี้เขาคืออสูรร้ายใจทมิฬที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘สามี’
ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมอันอ้างว้าง และเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา ฝ่ายรุกรานก็ปลดปล่อยหยาดน้ำรักสีขาวขุ่นพรั่งพรูเข้าสู่ช่องทางฉ่ำชื้นอย่างง่ายดาย
“ทีแรกฉันว่าจะแค่มาเอาเธอแล้วจะออกไปข้างนอกเพราะมีธุระด่วน... แต่รู้สึกติดใจเธอเข้าแล้วสิ เชอร์รีน คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่กับเธอแล้วกัน”
เจ้าพ่อผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสันโดษและไม่เคยร่วมเตียงเคียงหมอนกับสตรีหน้าไหน กลับยอมกลืนน้ำลายตัวเองเพราะลุ่มหลงในรสสัมผัสอันไร้เดียงสาของสาวบริสุทธิ์อย่างจัง และคำประกาศนั้นก็ทำให้หัวใจดวงน้อยดิ่งวูบจนแทบจะร้องไห้โฮ เพราะความดิบเถื่อนเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ตลอดทั้งคืนอันยาวนาน จอมบงการจัดแจงเคี่ยวเข็ญเรือนร่างของเธออย่างต่อเนื่องชนิดนอนสต๊อป รุกรานซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งเชอร์รีนไม่หลงเหลือแม้แต่เรี่ยวแรงจะกรีดร้องประท้วง ได้แต่ปล่อยให้เขาตักตวงผลประโยชน์จากร่างกายไปจนหนำใจ
กระทั่งแสงทองของรุ่งอรุณสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ชายหนุ่มใหญ่จึงยอมผละกายออก เขาจัดการโยนสมุกบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต โทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ และเงินสดปึกใหญ่ลงบนเตียงกว้างข้างๆ ตัวเธอ
“เอ้า! เอาไปใช้ซะ ทำตัวให้สมกับเป็นเมียเจ้าพ่อหน่อย แล้วถ้าจะเรียนต่อก็ไปจัดการให้เรียบร้อย เจ้าวายุลูกชายคนรองของฉันก็อายุเท่าเธอ ส่วนเจ้าวาคินคนโตแก่กว่าสองปี มีปัญหาหรือสงสัยอะไรก็ไปถามพวกมันละกัน อาทิตย์หน้าฉันถึงจะกลับ... อ้อ เช้านี้ลงไปกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาด้วยล่ะ”
เขาสั่งความยาวเหยียดก่อนจะหมุนตัวก้าวเดินออกไปจากห้องอย่างไม่แยแส ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายบุหรี่ฉุนกึกที่ยังคงลอยอบอวลชวนอึดอัด ร่างเล็กค่อยๆ ประคองเรือนร่างอันบอบช้ำและเหนื่อยล้าของตนเองให้ลุกขึ้นนั่ง ทว่าเพียงแค่ขยับกาย ความเจ็บปวดแล่นแปลบก็ทิ่มแทงจนไม่สามารถนั่งในท่าปกติได้ ชายผู้นั้นรุนแรงและป่าเถื่อนเกินไปจริงๆ สุดท้ายแล้ว... เชอร์รีนก็ทำได้เพียงกอดเข่าคู้ตัวร้องไห้ออกมาเงียบๆ ยามที่ประตูปิดลงและอยู่ลำพังกับความบอบช้ำในหัวใจ
