บทที่ 8 ตอนที่ 7 : ชิดใกล้ในความต่าง

ตอนที่ 7 : ชิดใกล้ในความต่าง

เชอร์รีนสืบเท้าก้าวลงมาจากชั้นบนของคฤหาสน์ในเช้าวันใหม่ ร่างบางอยู่ในชุดนักศึกษารัดกุมทว่าแฝงความอ่อนเยาว์สะดุดตา จุดประสงค์ดั้งเดิมของเธอนั้นไม่มีอะไรซับซ้อน อย่างน้อยที่สุดเธอก็ต้องการจะเรียนให้จบเพื่อคว้าวุฒิการศึกษามาประดับตัว หากวันใดวันหนึ่งในอนาคตที่ผู้ทรงอิทธิพลเกิดนึกเบื่อหน่ายแล้วเขี่ยเธอทิ้งขว้างดั่งสิ่งของ ไร้ซึ้งคนเหลียวแล เธอจะได้มีวิชาความรู้ไว้ทำมาหากินและไม่ต้องตกระกำลำบากมากนัก ยิ่งวันเวลาผันผ่าน ดรุณีสาวก็เริ่มปล่อยวางและปลงตกกับโชคชะตา สามารถปรับตัวยอมรับวิถีชีวิตภายใต้กรงทองหลังนี้ได้ดียิ่งขึ้น

“เชอร์รีน อรุณสวัสดิ์ครับ”

กระแสเสียงที่แสนสุภาพและนุ่มนวลเอ่ยทักทายขึ้นด้วยความยินดี ยามเมื่อทัศนาเห็นใบหน้าหวานซึ้งที่เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาเปล่งปลั่ง ร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์ตามเนื้อตัวเริ่มจางหายจนแทบไม่หลงเหลือให้เห็น นั่นก็เพราะความเอาใจใส่ดูแลและทะนุถนอมอย่างดีจากพี่ชายคนโตนั่นเอง

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณวาคิน”

ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มละมุนตอบกลับ พลางปรายสายตาหวานหยาดเยิ้มไปมองทายาทคนเล็กของบ้านเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากทักทายตามมารยาท รอยยิ้มพิมพ์ใจของคนงามทำเอาก้อนเนื้อในอกซ้ายของชายหนุ่มผู้อบอุ่นถึงกับสั่นไหวอย่างไม่อาจห้ามได้

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณวายุ”

เธอเอ่ยทักทายบุตรชายคนรองทว่าปฏิกิริยาที่ได้รับกลับตรงกันข้าม ชายหนุ่มร่างกำยำกลับหลบสายตาเธออย่างเห็นได้ชัดคล้ายกำลังซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ แต่ช่างเถอะ... เชอร์รีนไม่ได้คาดหวังให้เสือร้ายอย่างเขาหันมาญาติดีด้วยอยู่แล้ว

ไม่นานนัก วาคินก็ขอตัวออกเดินทางก่อน เนื่องจากมหาวิทยาลัยที่เขาศึกษาอยู่ตั้งอยู่ค่อนข้างห่างไกล เชอร์รีนจึงขยับกายลุกขึ้นเตรียมตัวจะตามไปติดๆ โดยตั้งใจว่าจะเรียกใช้บริการคนขับรถของที่บ้านให้ไปส่งยังจุดหมาย ทว่าในระหว่างที่ร่างบางยืนรอสารถีอยู่หน้าคฤหาสน์...

รถยนต์ปอร์เช่สีดำสนิทคันหรูก็กระชากตัวมาจอดเทียบท่าตรงเบื้องหน้าอย่างพอดิบพอดี กระจกฝั่งคนขับถูกเลื่อนลงช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคายของคนหลังพวงมาลัย

“คุณวายุ...” เชอร์รีนอุทานพึมพำแผ่วเบาด้วยความประหลาดใจ

ทายาทคนรองเอ่ยปากเรียกเธอให้ขึ้นรถด้วยท่าทีกึ่งรับกึ่งสู้ วางมาดขรึมเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า

“ขึ้นมา”

คำสั้นๆ เจือกระแสเสียงเฉียบขาดเชิงออกคำสั่ง เด็กสาวที่กำลังตกอยู่ในอาการเลิ่กลั่กหันซ้ายแลขวาไปมาด้วยความมึนตง ไม่คาดคิดด้วยซ้ำว่าคนป่าเถื่อนอย่างเขาจะเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายพูดคุยด้วยก่อน

มือเรียวชี้เข้าหาตัวเองคล้ายจะถามให้แน่ใจ ทว่าคนบนรถกลับขมวดคิ้วมุ่นตวัดสายตามองมาอย่างไม่สบอารมณ์นัก

“เธอนั่นแหละ จะมีใครอีกวะ? บอกให้ขึ้นมาไง... ไปเรียนด้วยกัน”

ชายหนุ่มเริ่มส่อแววอารมณ์เสียใส่คนตัวเล็กพราวเสน่ห์ในชุดนักศึกษากระโปรงทรงเอสั้นกุด จะว่าอย่างไรดีล่ะ... ชายกระโปรงนั้นมันสั้นเหนือเข่าขึ้นมามากโข ยามขยับกายความขาวเนียนละเอียดของเรียวขาคู่สวยมันทิ่มแทงสายตาจนคนมองต้องแอบลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เชอร์รีนเริ่มขยาดความเกรี้ยวกราดในน้ำเสียงของวายุ สุดท้ายจึงยอมก้าวขึ้นไปนั่งข้างกายเขาบนรถสปอร์ตคันหรูแบบเสียไม่ได้

ตลอดเส้นทาง ยอดขุนพลเจนสองปิดปากเงียบกริบ ไร้ซึ่งบทสนทนาใดๆ บรรยากาศภายในรถเงียบสงัดจนเด็กสาวลอบคิดในใจว่า... ในเมื่อเขาแสดงออกชัดเจนว่ารังเกียจเดียดฉันท์เธอขนาดนั้น แล้วเหตุใดจึงยังยอมให้เธอติดสอยห้อยตามขึ้นรถมาด้วยกันอีกนะ

“ฉันแค่ต้องการประหยัดน้ำมันต่างหาก แค่ให้เธอติดรถมาด้วยเฉยๆ อย่าหลงดีใจจนเหลิงไปล่ะ”

กระแสเสียงทุ้มเอ่ยดักทางความคิดของเชอร์รีนเสียจนหมดเปลือก ราวกับนึกรู้ว่าคนข้างกายกำลังตัดพ้อสิ่งใดอยู่

“ค่า... ค่า ฉันรู้ตัวดีค่ะ”

เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงยานคาง ใจหนึ่งก็นึกอยากปั่นประสาทกวนโมโหไอ้คนปากแข็งคนนี้ดูบ้าง แต่อีกใจหนึ่งก็รู้ดีว่าไม่ควรหาเรื่องใส่ตัวเพราะไม่อยากถูกเขาเกลียดขี้หน้าไปมากกว่าเก่า

“เธอเรียนสถาปัตยกรรมศาสตร์สินะ” อยู่ๆ ชายหนุ่มก็เป็นฝ่ายเปิดประเด็นถามขึ้นมาลอยๆ

“ใช่ค่ะ... คุณรู้ได้ยังไงคะ” เธอถามกลับด้วยความฉงนฉงาย

ดวงตากลมโตสีน้ำตาลทอประกายความอยากรู้อยากเห็นระคนไร้เดียงสาราวกับเด็กน้อย ภาพความน่าเอ็นดูนั้นทำเอาวายุที่ลอบเหลือบสายตามามองแอบหัวใจสั่นรัวเต้นผิดจังหวะไปแวบหนึ่ง

“ป๊าสืบประวัติมาหมดแล้ว คนอย่างเขาถ้าคิดจะพาใครสักคนเข้ามาเหยียบในบ้าน... เขาก็ต้องรู้ทุกเรื่องจนปรุโปร่งนั่นแหละ”

เจ้าตัวพ่นเหตุผลออกมายาวเหยียด และหากฟังจากกระแสเสียงแล้ว ก็สัมผัสได้ไม่ยากเลยว่าเขามีความเคารพรักและชื่นชมในตัวผู้เป็นบิดาอยู่มากทีเดียว

“แล้วคุณวายุเรียนคณะอะไรคะ” เชอร์รีนชวนคุยปรับเปลี่ยนเรื่องราวทันควัน เธอไม่อยากพาดพิงถึงเจ้าพ่อหนุ่มใหญ่เท่าใดนัก เพราะเรื่องราวของชายผู้นั้นเปรียบเสมือนบาดแผลลึกในใจที่สร้างฝันร้ายให้เธอไม่รู้ลืม

“เศรษฐศาสตร์”

เขาตอบสั้นๆ ห้วนๆ นึกอยากรู้เหมือนกันว่าเหตุใดผู้ชายหน้าตาดิบเถื่อนอย่างเขาถึงเลือกเรียนสายวิชานี้ ทว่าความคิดส่วนลึกก็เตือนเชอร์รีนว่าอย่าได้เซ้าซี้ถามซอกแซกมากความ มิฉะนั้นอาจจะโดนเขาตัดรำคาญเอาได้

“อยู่มหาวิทยาลัยก็ทำเนื้อทำตัวให้มันดีๆ ล่ะ อย่าหลุดปากพูดเรื่องราวภายในบ้านเด็ดขาดถ้ายังอยากเรียนหนังสืออย่างสงบสุข” ชายหนุ่มเอ่ยกำชับย้ำเตือนในสิ่งเร้นลับที่เธอมักระมัดระวังอยู่ก่อนแล้ว

“เข้าใจแล้วค่ะ”

เชอร์รีนตอบรับอย่างว่านอนสอนง่าย ละทิ้งความดื้อดึงไม่คิดขัดใจทายาทอสูรร้ายคนนี้แต่ประการใด เพื่อรักษาบรรยากาศอันสงบราบรื่นนี้เอาไว้ให้นานที่สุด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป