บทที่ 15 บทที่ 4 ตัวอันตราย - 50%
คอนโดมิเนียมแห่งนี้ไม่ใช่คอนโดฯ ระดับห้าดาว สภาพค่อนข้างเก่าไปตามกาลเวลาแต่ไม่ถึงกับทรุดโทรมมากนัก ฉะนั้นการรักษาความปลอดภัยจึงไม่เข้มงวดเหมือนคอนโดฯ สร้างใหม่ที่ราคาแพงระยับ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่ตำรวจนอกเครื่องแบบสามสี่นายจะสามารถขับรถเข้าไปได้โดยที่ไม่ถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยขอแลกบัตรผ่านเข้าออก
นฤบดินทร์ฟังเพลงรอในรถอย่างใจเย็น กระทั่งเวลาผ่านไปยี่สิบนาทีเขาจึงทำทีเป็นโทร. เข้าไปที่เครื่องของเกรซอีกครั้ง ทว่ารออยู่นานเธอก็ไม่รับสายเขาจึงกดตัดสายไป
ใบหน้าหล่อเหล่าคลี่ยิ้มร้ายกาจเพราะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอนนี้เกรซคงกำลังถูกควบคุมตัวแล้วเป็นแน่ และการที่เขาโทร. เข้าไปนั้นก็เพื่อตัดตัวเองออกจากการเป็นผู้ต้องสงสัยของหญิงสาวกับแฟนหนุ่มว่าเขาเป็นสายให้ตำรวจ
หลังจากนั้นประมาณสิบนาที นฤบดินทร์เห็นรถกระบะคันเดิมขับออกมาจากคอนโดมิเนียม จากสายตาของเขาที่มองไปนั้นเห็นผู้พักอาศัยหลายคนต่างพากันจับกลุ่มพูดคุยกันบางอย่างขณะที่มองไล่หลังรถกระบะออกไป
“จบเรื่องสักที” เขายิ้มพลางเคลื่อนรถออกจากบริเวณนั้นเพื่อกลับบ้าน พร้อมกับคิดเรื่องของเกรซกับแฟนหนุ่มไปด้วย
แม้ครั้งนี้เกรซจะถูกจับไปแค่คนเดียว แต่เขาเชื่อว่าหญิงสาวจะต้องซัดทอดไปที่เวย์และพรรคพวกของอีกฝ่ายแน่นอน เพราะคนอย่างเกรซไม่ยอมเข้าปิ้งคนเดียวแน่
ช่วงเที่ยงของวันต่อมา นฤบดินทร์เดินออกจากห้องน้ำในสภาพผ้าขนหนูผืนเดียวเช่นเคย ชายหนุ่มใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กยีผมที่เปียกจากการสระไปมา ก่อนจะเบิกตากว้างพร้อมกับหยุดเท้ายืนนิ่งอยู่ที่เดิมเมื่อเห็นใครบางคนที่ไม่ควรมาอยู่ที่นี่เวลานี้ กำลังนอนคว่ำและเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนเตียง
เจ้าตัวก็คงรู้แล้วว่าเขาออกจากห้องน้ำมาแล้ว จึงหันมายิ้มกว้างให้เขาจนแก้มบุ๋ม
“เซอร์ไพรส์!”
เสียงใสของเธอพูดอย่างรื่นเริงโดยไม่ได้ตะขิดตะขวงใจที่จู่ ๆ มานอนอยู่บนเตียงของผู้ชาย แต่ผู้เป็นเจ้าของห้องและเจ้าของเตียงอย่างเขากลับร้อนรุ่มขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นร่างอรชรนอนทอดกายอยู่บนเตียงของตน และมันช่วยไม่ได้เลยที่ในหัวของชายหนุ่มตอนนี้จะมีแต่ฉากเร่าร้อนระหว่างเขากับเธอที่ตนเคยจินตนาการหลายครั้งหลายหนว่าได้ทำอะไรลงไปบ้าง และเพียงแค่คิดเท่านั้น ร่างกายของเขาก็ตอบสนองขึ้นมาทันที
นฤบดินทร์รีบเอาผ้าเช็ดผมมาบังบริเวณกึ่งกลางกายอย่างแนบเนียนเพื่อไม่ให้พราวนภาเห็นความเปลี่ยนแปลงตรงจุดนั้น และพูดกับเธอเสียงเข้ม
“พราว! ออกจากห้องน้าไปเดี๋ยวนี้!”
พราวนภาหน้าตึงพร้อมกับทำเสียงกระเง้ากระงอด
“อะไรกันเนี่ย เจอหน้าปุ๊บก็ไล่ปั๊บเลยนะ นิสัยไม่ดี”
นฤบดินทร์พยายามมองไปทางอื่นพลางลอบสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อระงับคลื่นอารมณ์บางอย่างที่กำลังก่อตัวอย่างเงียบงัน ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งอันเป็นเอกลักษณ์
“นี่มันห้องนอนของน้า บอกกี่ครั้งแล้วว่าห้ามขึ้นมาบนนี้เด็ดขาด ลงไปรอข้างล่างเดี๋ยวนี้เลย” เธอไม่กลัวเขาแต่เขากลัวตัวเอง ช่างไม่รู้อะไรเสียบ้างเลยว่าสร้างความลำบากให้คนอื่นเขามากแค่ไหน
“จะรอที่ไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ พี่ดินก็แต่งตัวไปสิ พราวก็นอนรออยู่ตรงนี้ไงไม่เห็นเป็นไรเลย” เจ้าตัวยังคงรั้นไม่ยอมทำตามคำสั่งเขา
“มันไม่เหมาะสม” เขาเน้นเสียงเข้ม แต่หญิงสาวกลับปั่นป่วนอารมณ์เขาอีกคราเมื่อเธอเปลี่ยนอิริยาบถจากนอนคว่ำเป็นนอนตะแคงโดยใช้มือข้างหนึ่งยันศีรษะไว้ และมืออีกข้างก็วางบนสะโพกที่มีกางเกงขาสั้นสีขาวสวมอยู่ เปิดเปลือยเรียวขาขาวลออนวลเนียน
“ไม่เหมาะสมตรงไหน เมื่อก่อนพราวก็ขึ้นมาหาพี่ดินบ่อยไป มาปลุกพี่ตอนเช้าก็ตั้งหลายครั้งแล้ว”
เธอลอยหน้าลอยตาเถียง ยังไม่มีทีท่าจะขยับลุกออกจากเตียงไปไหน สุดท้ายนฤบดินทร์จึงต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างก่อนที่ความอดทนของเขาจะสิ้นสุดลง และความปรารถนาที่กักเก็บไว้จะระเบิดออกมา
ชายหนุ่มปรี่เข้าไปหาพราวนภาโดยพยายามไม่มองร่างอรชรอ้อนแอ้นบนเตียง จากนั้นก็คว้าข้อมือของหญิงสาวแล้วฉุดให้เธอลุกขึ้น แต่เขาก็ไม่กล้าลงแรงมากนักเพราะเกรงว่าเธอจะเจ็บ
“ลุกไปรอข้างล่างเดี๋ยวนี้!” เขาฉุดแขนเธอให้ลุกขึ้นยืน แต่เจ้าตัวก็โวยวายพร้อมกับขืนตัวเองไว้เต็มกำลัง
“ไม่เอา! จะอยู่ตรงนี้” ไม่พูดเปล่าแต่หญิงสาวยังเตะขาไปมาเพื่อต่อต้านจนกระทั่งเตะไปโดนข้อพับของชายหนุ่มเข้า ส่งผลให้ร่างสูงโปร่งของเขาเสียหลักจนล้มลงมาทับพราวนภาเข้าเต็ม ๆ
ใบหน้าของนฤบดินทร์ซุกอยู่กับอกนุ่มหยุ่นของหญิงสาวอย่างไม่ตั้งใจ กลิ่นหอมอ่อน ๆ เฉพาะตัวของวัยแรกสาวกับความอ่อนนุ่มที่สัมผัสได้ ส่งผลให้ชายหนุ่มรู้สึกรุ่มร้อนไปทั้งร่าง เขารีบยันแขนบนที่นอนเพราะกลัวเธอหนัก ทว่าพอชายหนุ่มยกตัวขึ้นมาเท่านั้น ใบหน้าแดงระเรื่อกับสายตาตื่นตระหนกของคนใต้ร่างก็อยู่ห่างจากหน้าของเขาแค่คืบ
“พี่ดิน!”
“อย่าพูด!” เสียงเรียกแผ่วเบาของพราวนภา หากเป็นในเวลาปกติเขาคงไม่รู้สึกอะไร แต่นี่ไม่ใช่ เขาจึงต้องห้ามไม่ให้เธอเอ่ยอะไรออกมาทั้งนั้นเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง
นฤบดินทร์รู้สึกได้ถึงความปวดหนึบที่กึ่งกลางกาย รู้ตัวว่าตอนนี้เขาตื่นตัวเต็มที่แล้ว และหากพราวนภากับเขายังอยู่ด้วยกันบนเตียงอย่างนี้อีกต่อไป เขาคงไม่สามารถหักห้ามใจตัวเองได้อีก
ชายหนุ่มไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนกำลังโน้มใบหน้าลงไปหาหญิงสาวทีละนิด แต่แล้วเขาก็หยุดตัวเองไว้เมื่อเห็นว่าจู่ ๆ คนใต้ร่างก็อ้าปากค้าง และเบิกตาโพลงขณะที่เจ้าตัวผงกศีรษะขึ้นมา
“ว้าย! พี่ดินบ้า”
พราวนภากรีดร้องลั่นห้องพร้อมกับใช้สองมือผลักอกเขาอย่างแรงจนต้องหงายตัวไปด้านข้าง จากนั้นหญิงสาวก็ผุดลุกขึ้นด้วยความรวดเร็ว แล้วเอามือปิดหน้ารีบวิ่งออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
ชายหนุ่มแค่นยิ้มมุมปากขณะที่นอนแผ่หราอยู่กลางเตียงทั้งที่ร่างกายเปลือยเปล่า เพราะผ้าขนหนูทั้งผืนเล็กผืนใหญ่หล่นกองอยู่ที่พื้น เขาหลุบตามองอาวุธประจำกายที่กำลังตื่นตัวพรักพร้อมราวกับต้องการประกาศศักดาเต็มที่ก็อดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ ยายตัวแสบเห็นไปเต็มตาแบบนั้นคงไม่กล้ามาลองดีเขาอีกนาน
เสียงโทรศัพท์มือถือส่งสัญญาณว่ามีสายเรียกเข้า นฤบดินทร์หันมองไปตามเสียงก็เห็นโทรศัพท์ของพราวนภาวางอยู่ข้างหมอนของเขา ชายหนุ่มหยิบมาดูชื่อคนที่โทร. เข้ามา เมื่อเห็นว่าเป็นชื่อของผู้ชายเขาจึงตัดสายทิ้งไปแล้วจัดการปิดเครื่องเสีย
เขามองโทรศัพท์แล้วก็ยิ้ม ในหัวนึกเรื่องแกล้งคนขึ้นมาได้ทันที
“เอาไปให้ที่บ้านดีกว่า”
อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเจอหน้ากันอีกที พราวนภาจะทำหน้าอย่างไร
ชายหนุ่มพยายามสะกดใจตัวเองให้เย็นลง แต่กลิ่นและการสัมผัสยังติดตรึงอยู่ในความรู้สึกอย่างยากจะจางหาย ดูเหมือนว่าความปรารถนาที่มีต่อตัวพราวนภาจะยิ่งเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน จนเขากลัวว่าสักวันหนึ่งตนจะลืมตัวแล้วทำตามใจตัวเอง คิดถึงตรงนี้เขาก็นึกอยากเร่งวันคืนที่จะต้องเดินทางไปต่างประเทศให้มาถึงเร็ว ๆ เสียแล้ว
นฤบดินทร์ลุกขึ้นแล้วก้มหยิบผ้าเช็ดตัวมาถือไว้ จากนั้นก็เดินตัวเปล่าเข้าห้องน้ำไปอีกครั้ง เพราะเขารู้ดีว่าหากความต้องการนี้ไม่ได้รับการปลดปล่อย เขาก็คงไม่สามารถไปเจอหน้าพราวนภาในตอนนี้ได้เช่นกัน
ผู้หญิงคนนี้เป็นตัวอันตรายต่อความอดทนอดกลั้นของเขาเสียจริง!
พราวนภาวิ่งขึ้นห้องของตัวเองด้วยใบหน้าแดงก่ำ โชคดีที่เวลานี้บิดามารดาออกไปทำงานกันแล้ว ในบ้านจึงมีแค่ปู่กับย่าที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในห้องนั่งเล่น และน้องสาวน้องชายฝาแฝดที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกมแข่งกันอยู่
