บทที่ 19 บทที่ 5 ให้ความรักเป็นหนังสือ - 50%

ตลอดทั้งวัน พราวนภาใช้เวลาไปกับตู้เก็บของสะสมของตนในห้องนอน เพราะนอกจากจัดเรียงใหม่แล้ว หญิงสาวยังใช้แปรงแต่งหน้ามาปัดฝุ่นทีละตัว ตามด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดอีกที กว่าจะเสร็จท้องฟ้าด้านนอกก็ถูกปกคลุมด้วยความมืดเสียแล้ว

หญิงสาวยืนมองผลงานของตนด้วยความปลาบปลื้ม จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปเก็บไว้แล้วส่งให้นฤบดินทร์ดู เพราะของสะสมเหล่านี้เกินกว่าครึ่งเป็นของที่ชายหนุ่มซื้อให้

เธออยากไปหาเขาที่บ้านแต่ก็ติดที่เขาห้ามไม่ให้เธอไป ไม่รู้ว่าตอนนี้เพื่อนของเขาจะกลับไปหรือยัง เพราะส่งข้อความไปถามนฤบดินทร์แล้วแต่เขาไม่ตอบ

พลันนั้นหญิงสาวก็นึกอะไรดี ๆ ขึ้นมาได้ จึงออกจากห้องแล้วลงไปหาน้องฝาแฝดของตนที่กำลังนั่งเล่นเกมแข่งกันอยู่ในห้องนั่งเล่น

“พีทพาย พี่วานไปดูบ้านโน้นให้หน่อยสิว่าเพื่อนพี่ดินเขากลับไปกันหมดรึยัง” ถ้ากลับกันไปหมดแล้วเธอจะได้รีบไปหาเขาก่อนที่บิดามารดาจะกลับมาจากที่ทำงาน

“ได้เลย แต่พรุ่งนี้พี่พราวต้องเลี้ยงบิงซูพวกเรานะ” ภัทร์นรินท์ยักคิ้วให้อย่างเจ้าเล่ห์

“ย่ะ! แหม ต้องมีค่าแรงตลอดเลยนะ” เธออดค้อนให้น้องฝาแฝดทั้งสองคนไม่ได้ อายุแค่นี้แต่ความแสบสันและแก่แดดแก่ลมนี่ยืนหนึ่ง

ทั้งสองคนหยุดเกมไว้ชั่วคราว แต่ภัทร์นรินท์กลับหันไปบอกคู่แฝดของตนว่า “เร็ว ๆ นะพีท ไม่อย่างนั้นเราเล่นนำไปก่อนแน่”

“อ้าว ทำไมพีทต้องไปคนเดียวล่ะ พายก็ไปด้วยสิ” ภานุภัทร์ประท้วงหน้ามุ่ย แต่ภัทร์นรินท์กลับเชิดหน้าขึ้นอย่างผู้ที่อยู่เหนือกว่าแล้วพูดว่า

“วันนี้เราชนะ เราเป็นพี่ พีทต้องยอมทำตามคำสั่งเรานะอย่าลืมสิ” ได้ยินอย่างนั้นภานุภัทร์ก็หน้าง้ำทันที

“ก็ได้! คอยดูนะ พรุ่งนี้เราจะตื่นตั้งแต่ตีห้าเลย” พูดจบก็เดินลงส้นเท้าหนัก ๆ ออกไปจากห้อง พราวนภาจึงได้แต่ยิ้มขำให้น้องทั้งสองที่สารพัดจะสรรหาวิธีต่าง ๆ มาแข่งขันกัน แต่ดูเหมือนฝ่ายที่เสียเปรียบหรือพ่ายแพ้อยู่บ่อย ๆ จะเป็นภานุภัทร์มากกว่า

รอไม่นานนัก ภานุภัทร์ก็กลับมา เจ้าตัวนั่งลงที่เดิมแล้วหยิบจอยบังคับเกมมาถือไว้ก่อนพูดว่า

“เพื่อนน้าดินกลับไปหมดแล้วละพี่พราว พีทเห็นน้าดินนั่งอยู่คนเดียว”

“แล้วน้าดินเห็นพีทรึเปล่า” พราวนภาถามทั้งรอยยิ้ม เมื่อเห็นอีกฝ่ายส่ายหน้าให้แทนคำตอบ ตนจึงรีบออกจากบ้านไปหานฤบดินทร์ที่บ้านโน้นทันที

ครั้นพอคล้อยหลังพี่สาวแล้ว ภานุภัทร์ก็หันมาพูดกับคู่แฝดของตนว่า

“เราลืมบอกพี่พราวไปว่าน้าดินหน้าแดงก่ำเลย แล้วก็เหมือนกำลังนั่งหลับอยู่ด้วยล่ะ”

พราวนภายืนอยู่หน้าประตูแล้วมองผ่านมุ้งลวดเข้าไปในตัวบ้านที่เปิดไฟไว้แล้ว นฤบดินทร์กำลังนั่งอยู่คนเดียวจริงอย่างที่ภานุภัทร์บอก แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะนั่งหลับมากกว่าเพราะเธอเห็นเขาก้มหน้าลงแล้วหลับตานิ่ง ร่างกายไม่เคลื่อนไหวทั้งที่โทรทัศน์ยังคงเปิดภาพยนตร์เอาไว้อยู่

ตอนแรกหญิงสาวคิดจะเดินกลับบ้านเพราะไม่อยากรบกวนเขา แต่พอมองไปที่โต๊ะกลางของชุดรับแขกแล้วเห็นเศษซากอารยธรรมของการร่ำสุราที่ชายหนุ่มกับบรรดาเพื่อนฝูงของเขาทิ้งเอาไว้ เธอจึงเปลี่ยนใจ เพราะมั่นใจว่าคนอย่างนฤบดินทร์ไม่มีทางเก็บกวาดเองแน่นอน เขาต้องโทร. เรียกแม่บ้านประจำหมู่บ้านมาจัดการให้เป็นแน่ ซึ่งก็หมายความว่าจานชามและแก้วเหล้าบนโต๊ะจะต้องถูกทิ้งไว้ที่เดิมจนถึงพรุ่งนี้

“เฮ้อ คุณชายนฤบดินทร์เจ้าขา ถ้าพราวไม่มา พรุ่งนี้กลิ่นอาหารบูดต้องคลุ้งไปทั้งบ้านแน่”

พราวนภาเดินเข้าไปในบ้านด้วยฝีเท้าเบากริบจนแทบจะย่องเพราะไม่อยากให้คนเมาหลับต้องตื่นขึ้น หญิงสาวหยิบขวดสุราและโซดาเปล่าไปวางไว้ข้างประตูบ้าน จากนั้นก็ทำการเก็บจานชามและแก้วที่ใช้แล้วไปไว้ในครัว และนำผ้าชุบน้ำเพื่อเอามาเช็ดโต๊ะ

“นี่พวกพี่ดื่มหรืออาบกันเนี่ย นั่งกันอยู่แค่สี่คนแต่เหมือนกินทั้งคณะเลย” เธออดบ่นไม่ได้เมื่อนับจำนวนขวดสุราที่วางอยู่ข้างประตู อีกทั้งเธอไม่ค่อยเห็นนฤบดินทร์เมาแบบนี้บ่อยนัก เพราะเท่าที่รู้มาชายหนุ่มจัดว่าเป็นคนคอแข็งไม่น้อย แต่พอเห็นขวดเปล่าเหล่านั้นก็เข้าใจทันที เพราะต่อให้คอทองแดงขนาดไหนก็คงต้องแพ้ให้ฤทธิ์แอลกอฮอล์

พราวนภาหันไปยู่หน้าใส่คนนั่งหลับ เห็นนฤบดินทร์หน้าแดงไปถึงคอเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ดูแล้วน่ารักดี เธอจึงอดมองเขานานหน่อยไม่ได้ คงมีแค่ตอนเขาหลับกระมังที่เธอสามารถมองคนตรงหน้าไม่วางตาได้โดยไม่ถูกชายหนุ่มปรามเสียก่อน

นฤบดินทร์จัดว่าเป็นผู้ชายที่รูปร่างหน้าตาดีมากคนหนึ่ง เขาโดดเด่นเสียจนเธอกลัวว่าชายหนุ่มจะเป็นที่ต้องตาสาว ๆ มากเกินไป เพราะแค่ในหมู่บ้านเดียวกันก็มีหญิงสาวหลายคนชื่นชอบเขาและพยายามสานสัมพันธ์ด้วย แต่เจ้าตัวกลับไม่เคยตอบรับใครเลยสักคน เธอไม่รู้ว่าเขามีแฟนหรือเปล่า เพราะทุกครั้งที่เอ่ยปากถามเขาก็บอกว่าไม่มีทุกครั้งไป

“ช่วยหล่อให้น้อยลงกว่านี้หน่อยได้ไหม พราวไม่อยากให้ผู้หญิงคนอื่นมาชอบพี่เลย” หญิงสาวพูดพลางเอานิ้วจิ้มแก้มเขาเบา ๆ ก่อนจะละสายตาออกมาจากใบหน้าของชายหนุ่ม ทว่าขณะที่เธอกำลังจะก้มลงเช็ดโต๊ะนั้น จู่ ๆ คนที่นั่งหลับเมื่อครู่ก็ลืมตาขึ้น

“ตื่นแล้วหรือพี่ดิน ฮัลโหล...นี่กี่นิ้ว” พราวนภาชูสองนิ้วแล้วโบกไปมาตรงหน้าเขา แต่นฤบดินทร์กลับคว้าข้อมือของเธอไว้แล้วเงยหน้ามองหญิงสาวด้วยดวงตาแดงก่ำ

“พราว...” เขาเรียกชื่อเธอแผ่วเบา

“อืม พราวเอง พี่ดินขึ้นไปนอนบนห้องดีกว่าไหม พราวจะจัดการทำความสะอาดข้างล่างนี้ให้”

นฤบดินทร์ไม่พูดอะไร เอาแต่จ้องหน้าหญิงสาวนิ่งอยู่อย่างนั้นจนพราวนภาเริ่มทำตัวไม่ถูก เพราะสายตาของชายหนุ่มที่มองมานั้นแปลกไปกว่าที่เคย

“เอ่อ...พี่ดินไปล้างหน้าหน่อยดีกว่า...ว้าย!”

เธอยังพูดไม่จบประโยค นฤบดินทร์ก็ฉุดแขนของพราวนภาเพื่อดึงเธอเข้าไปหาจนหญิงสาวเสียหลักล้มทับเขาไปทั้งตัว จากนั้นเขาก็โอบเอวของเธอรั้งให้นั่งบนตักเขาแล้วกอดหญิงสาวไว้แน่น

“พะ...พี่ดิน...จะทำอะไร!” พราวนภาถามด้วยความตื่นตระหนกเพราะไม่เคยถูกชายหนุ่มปฏิบัติแบบนี้ด้วยเลยสักครั้ง ปกติแล้วเขามีแต่ผลักไส และไม่ค่อยแตะเนื้อต้องตัวของเธอเท่าไรนัก นอกเสียจากว่าเหตุการณ์บังคับ

ทว่าเขาก็ไม่พูดอะไรเช่นเคย เอาแต่จ้องหน้าเธอด้วยสายตาแปลก ๆ ซึ่งพราวนภาก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าสายตาแบบนี้เรียกว่าอะไร จากนั้นหญิงสาวก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ ๆ ชายหนุ่มก็ยกมือขึ้นมาทาบแก้มของเธอไว้

“ฝันหรือเนี่ย ฝันถึงพราวอีกแล้ว” น้ำเสียงของเขาอ้อแอ้เล็กน้อย ขณะที่มือข้างนั้นก็คลึงแก้มเธออย่างแผ่วเบา

“ไม่ใช่ฝันสักหน่อย นี่พราวตัวจริงต่างหาก พี่ดินน่ะเมาแล้วนะไปนอนเถอะไป” เธอจับมือเขาออกจากแก้มของตนแล้วทำท่าจะลุกจากตักเขา แต่ชายหนุ่มก็กอดเอวเธอไว้แน่นเหลือเกิน

“ไม่เอา ตัวจริงทำไม่ได้ เป็นฝันแหละดีแล้ว” เขาพูดพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนหน้าผากชนกัน แต่เพราะกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ฉุนกึกจากลมหายใจของเขา หญิงสาวจึงตัดสินใจใช้มือทั้งสองข้างจับใบหน้าของชายหนุ่มเอาไว้แล้วดันให้ห่างไปจากหน้าของตน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป