บทที่ 8 ควบคุม
สามวันผ่านไปนับจากบทสนทนาอันน่าหวาดหวั่นทางโทรศัพท์ในคืนนั้น ไอรีนและอลันไม่ได้พูดคุยกันอีกเลยนอกจากเรื่องงานที่เป็นทางการ เธอยังคงไปทำงานตามปกติ ยังคงเห็นรถเอสยูวี สีดำติดฟิล์มมืดสนิทคันเดิมจอดซุ่มอยู่ไม่ไกลจากหน้าบ้านทุกเช้า ทว่าเธอทำได้เพียงแค่เดินผ่านไปโดยไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมอง
เธอบอกตัวเองว่านี่คือการเอาตัวรอดอย่างสงบ แต่ลึกๆ รู้ดีว่าแท้จริงแล้วมันคือความหวาดผวาที่เธอไร้กำลังจะต่อต้านอำนาจอันเยือกเย็นของชายคนนั้น ที่ทำงาน... อลันไม่ได้ก้าวลงมายังแผนกบัญชีอีกเลยนับตั้งแต่คืนนั้น ไม่มีข้อความส่วนตัว ไม่มีสายตาจับจ้องจากปลายทางเดิน ไม่มีแม้กระทั่งการบังเอิญพบกันในลิฟต์ ไอรีนควรจะรู้สึกผ่อนคลาย แต่ทว่าทุกครั้งที่ต้องเดินผ่านมุมมืด หรือยามที่ประตูลิฟต์เปิดออก หัวใจของเธอกลับสั่นระทึกด้วยความระแวง
ร่างกายเกร็งตึงด้วยความหวาดกลัวว่าเงาร่างอันน่าเกรงขามและบรรยากาศกดดันของเขาจะปรากฏขึ้นมาเมื่อใด กระทั่งเบญจ์สังเกตเห็นอาการผวาและหวาดระแวงของเพื่อนร่วมงานได้ชัดเจน แต่ครั้งนี้เธอเลือกที่จะนิ่งเฉย เพียงส่งสายตาเป็นห่วงและเห็นใจมาให้เป็นระยะ ราวกับรู้ดีว่าเรื่องราวนี้ ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือยื่นมือเข้าไปช่วยได้
เย็นวันศุกร์ ขณะที่ไอรีนกำลังเก็บของบนโต๊ะด้วยมือที่ยังคงสั่นน้อยๆ แม็กซ์ผู้ติดตามคนสนิทของอลันก็ก้าวเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าที่เรียบตึงและฉายแววลุ่มลึก
“คุณไอรีนครับ” เขาเอ่ยเสียงต่ำ ไอรีนชะงักกึก ร่างกายตอบสนองด้วยความตื่นตระหนกทันทีที่เห็นคนของอลัน
“คุณแม็กซ์... มีอะไรเหรอคะ”
เขายื่นจดหมายสีขาวเรียบหรูให้เธอ ไม่มีตราประทับ ไม่มีชื่อผู้ส่ง
“คุณอลันฝากให้ผมส่งสิ่งนี้ให้คุณครับ”
ไอรีนรับมาด้วยมือที่เย็นชืด เมื่อเปิดออกดู กลับพบเพียงกุญแจดอกเล็กสีเงินเงาวับดอกหนึ่ง กับกระดาษโน้ตแผ่นเดียวที่เขียนด้วยลายมือตวัดหนักแน่นอันคุ้นเคย
ผมสั่งให้คนไปเปลี่ยนชุดล็อกกุญแจบ้านคุณใหม่ทั้งหมดเมื่อเช้านี้ พร้อมติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดความละเอียดสูงรอบตัวบ้าน ผมรู้ว่าคุณจะโกรธ... แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องสนใจ
มือเล็กกำกระดาษแผ่นนั้นสั่นสะท้าน ไม่ใช่แค่ความโกรธ ทว่าความหวาดกลัวอันลึกล้ำพุ่งขึ้นมากดทับจนเธอหายใจไม่สะดวก
“เขา... เขาถือสิทธิ์อะไรแอบส่งคนเข้าไปในบ้านฉันโดยไม่บอกกันสักคำ!”
แม็กซ์ยกมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อปราม น้ำเสียงเรียบเฉย
“ผมแค่ทำตามคำสั่งครับคุณไอรีน และผมขอแนะนำด้วยความหวังดี... อย่าพยายามต่อต้านหรือตั้งคำถามกับสิ่งที่ท่านตัดสินใจไปแล้วเลยครับ”
“นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ฉันควรมองข้ามนะ!” ไอรีนกระซิบเสียงสั่น ดวงตาฉายแววผวาอย่างเห็นได้ชัด
“เขากำลังคุกคามฉัน... เขากำลังทำให้ฉันรู้สึกเหมือนไม่มีที่ไหนในชีวิตที่ปลอดภัยเลย!”
แม็กซ์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังแกลมบังคับ
“ท่านสั่งไว้ชัดเจนครับว่า ความปลอดภัยของคุณสำคัญกว่าความรู้สึกของคุณ และถ้าคุณยังอยากให้คนที่คุณรักอยู่ดีมีสุข... ทำตามที่ท่านบอกจะดีที่สุดครับ”
คำขู่กลายๆ นั้นทำให้ไอรีนตัวแข็งทื่อ เธอเก็บซองจดหมายและกุญแจดอกใหม่ลงกระเป๋าด้วยความหวาดหวั่นที่เกาะกินไปถึงขั้วหัวใจ
คืนนั้น เมื่อกลับถึงบ้าน ไอรีนพบกล้องวงจรปิดตัวเล็กไร้สายถูกติดตั้งอยู่ใต้เชิงชายหน้าบ้านอย่างแนบเนียน เลนส์สีดำสนิทนั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกสายตาอันมืดมิดของอลันจ้องมองและจับผิดอยู่ตลอดเวลา จนต้องรีบก้าวเท้าเข้าบ้านแล้วล็อกประตูทันที
ไออุ่นเดินออกมาจากห้องนอนด้วยสีหน้าสดใส
“พี่ไอรีน วันนี้มีช่างมาเปลี่ยนกุญแจบ้านเราใหม่หมดเลยนะ เขาบอกว่าเป็นสวัสดิการความปลอดภัยพิเศษจากบริษัทพี่ หนูโชคดีจังที่มีพี่ทำงานบริษัทใหญ่ขนาดนี้”
ไอรีนยืนนิ่ง หัวใจกระตุกวูบ เธอฝืนยิ้มที่สั่นระริกให้น้องสาว ไม่อยากให้แนนต้องมารับรู้ถึงภัยเงียบและความกลัวที่กำลังล้อมกรอบชีวิตพวกเธออยู่
“อืม... จ้ะ บริษัทเขาใส่ใจพนักงานน่ะ”
เมื่อไออุ่นเดินกลับเข้าห้องไป ไอรีนจึงทรุดตัวลงนั่งบนพื้นพิงประตูบ้านคนเดียวในความมืด กุญแจดอกใหม่ในฝ่ามือเย็นชืดจนทำให้มือเธอสั่น กายสาวเกร็งตึงด้วยความรู้สึกถูก ควบคุม และไร้อิสรภาพอย่างสมบูรณ์แบบ เธอไม่ได้รู้สึกซาบซึ้ง ไม่ได้รู้สึกพิเศษ แต่กลับรู้สึก ขยะแขยงและหวาดกลัว ในอำนาจของเขาจนทนไม่ไหวอีกต่อไป
เธอกดโทรออกหาอลันด้วยมือที่สั่นเทา ต้องการหยุดยั้งการคุกคามนี้ให้จบสิ้นสัญญาณรอสายดังขึ้นเพียงครึ่งครั้ง เสียงนุ่มทุ้มทว่า เย็นชา เยือกเย็น และไร้ความรู้สึก ของอลันก็ตอบรับกลับมาทันที
“ไอรีน ”
“คุณสั่งคนมาเปลี่ยนกุญแจบ้านฉันทำไม!”ไอรีนเปิดฉากถาม น้ำเสียงสั่นเครือทว่าพยายามคาดคั้น
“คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้! ฉันเป็นแค่ลูกจ้าง ไม่ใช่ทรัพย์สินของคุณ!”
ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย ไม่มีแม้แต่น้ำเสียงกระวนกระวายหรือคำขอโทษ มีเพียงความเงียบสงบอันกดดัน
“ผมมีสิทธิ์ทุกอย่างในฐานะเจ้าของชีวิตที่คุณและพ่อของคุณติดหนี้ไว้ ไอรีน... และผมจะไม่เตือนเรื่องนี้เป็นครั้งที่สอง”คำพูดที่เรียบเฉยทว่าตอกย้ำสถานะอย่างทารุณทำให้ไอรีนถึงกับอึ้ง
“คุณคิดว่าเงินของคุณจะซื้อทุกอย่างในชีวิตฉันได้เหรอ? ฟังฉันนะอลัน... ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับคุณเลย! ฉันไม่ได้หวั่นไหว ไม่ได้ซาบซึ้งกับการกระทำบ้าๆ พวกนี้ด้วย! สิ่งเดียวที่ฉันรู้สึกกับคุณตอนนี้... คือฉัน กลัวคุณ และฉันก็ เกลียด การถูกคุณบงการที่สุด!”
เธอใส่ทุกความรู้สึกออกไป หวังให้เขาถอยห่าง ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาจากปลายสาย มีเพียงความเงียบเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง
“ก็ดี”อลันตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์โกรธหรือความเสียใจใดๆ ราวกับคำบอกเล่าว่าเธอเกลียดเขาและไม่ได้คิดอะไรกับเขานั้น เป็นเพียงเรื่องไร้สาระที่ไม่กระทบกระเทือนจิตใจเขาแม้แต่น้อย
“กลัวผมไว้... นั่นคือสิ่งที่คุณควรทำ”
“อลัน...”
“และจำใส่หัวเอาไว้ ไอรีน” น้ำเสียงของเขาลดต่ำลง กดต่ำจนฟังดูแข็งกร้าวและทรงอำนาจจนน่าขนลุก
“ผมไม่ได้ถามความเห็นของคุณ และผมก็ไม่ได้แคร์ด้วยว่าคุณจะรู้สึกยังไงกับผม ไม่ว่าจะรัก เกลียด หรือกลัว... ผลลัพธ์สุดท้ายคือคุณต้องอยู่ใต้การควบคุมของผม และคุณจะไม่มีวันหนีไปไหนพ้น”
“คุณมันเป็นไอ้หมาบ้า...”ไอรีนด่าท่อ น้ำตาแห่งความไร้อำนาจไหลอาบแก้ม
“นอนซะ” เขาเอ่ยคำสั่งสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้หัวใจ
“แล้วอย่าคิดทำอะไรโง่ๆ ที่ทำให้ผมต้องลงมือจัดการด้วยตัวเอง... ราตรีสวัสดิ์”
สายถูกตัดทิ้งไปทันทีอย่างรวดเร็ว ไร้ความอาลัยอาวรณ์ ไอรีนปล่อยโทรศัพท์ร่วงลงบนตัก เธอนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ในความเงียบ ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวที่ฝังลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ... กลัวชายคนที่เย็นชาไร้ความรู้สึกคนนั้นอย่างจับใจ
อีกฟากหนึ่งของค่ำคืนความบ้าคลั่งที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากน้ำแข็ง
ทว่า... ทันทีที่สัญญาณโทรศัพท์ตัดลง
เพล้ง!
แก้วไวน์ในมือของอลันถูกบีบจนแตกกระจายคามือหนา น้ำไวน์สีแดงเข้มผสมกับเลือดสดๆ ไหลอาบฝ่ามือเรียวยาวของเขา ตกลงบนพื้นหินอกระเบื้องเคลือบหินอ่อนราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุด
ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบเฉยและเย็นชามาตลอดในสายโทรศัพท์ บัดนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความคลั่งไคล้และความต้องการอันลึกล้ำจนแทบไม่เหลือคราบของมนุษย์ปกติ!
ลมหายใจของเขาหอบถี่และร้อนรุ่ม ดวงตาคู่คมที่เคยเยือกเย็นฉายแววบ้าคลั่งและหิวกระหายอย่างสุดขีด อลันไม่สนใจความเจ็บปวดที่ฝ่ามือ เขาเดินตรงไปยังผนังห้องกระจกด้านหนึ่ง ก่อนจะกดรหัสเปิดประตูลับที่ซ่อนอยู่อีกชั้น
หลังภาพถ่ายข้างในนั้น... เต็มไปด้วยรูปถ่ายของไอรีนในทุกอิริยาบถ! ทั้งรูปที่แอบถ่ายจากระยะไกล รูปตอนเธอหัวเราะ ตอนเธอกินข้าว ตอนเธอนอนหลับอยู่ในห้องผ่านกล้องซูมพิเศษ และแผ่นบันทึกเสียงบทสนทนาของเธอทั้งหมด
“ไม่ได้คิดอะไรงั้นเหรอ...”เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่าต่ำ รอยยิ้มบิดเบี้ยวยกยิ้มเหยียดยันออกบนใบหน้าหล่อเหลาทว่าอันตราย
“กลัวฉัน... เกลียดฉันงั้นเหรอ...”
เขายกมือข้างที่เปื้อนเลือดขึ้นมา นิ้วโป้งที่เปื้อนคราบเลือดปาดลงบนรูปถ่ายตรงแก้มเนียนของไอรีนในภาพ ละเลงสีแดงสดลงบนใบหน้าของเธอในรูปอย่างหมกมุ่น
“ดี... ยิ่งเธอเกลียด ยิ่งเธอกลัว... ฉันก็ไม่มีวันปล่อยเธอไปไอรีน”
อลันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนัง ดวงตาจับจ้องรูปถ่ายของเธอที่ไม่เคยคลาดสายตา ร่างกายแกร่งเกร็งด้วยความอึดอัดและแรงอารมณ์ปราทนาอันบ้าคลั่งที่พุ่งทะยานจนยากจะระงับ ยามที่เขานึกถึงน้ำเสียงสั่นเครือและดวงตาที่เต็มไปด้วยความกลัวของเธอ ยามที่นึกถึงเรือนร่างนุ่มนิ่มที่เขายังไม่ได้ครอบครองอย่างสมบูรณ์
ความต้องการที่จะบดขยี้ ร่างกายอันเปลือยเปล่าของเธอให้กลายเป็นของเขาคนเดียว ความคิดลามกพล่างทำให้กลางลำกายขยายตัวจนสติของเขาแทบแตก เขากดโทรศัพท์หาแม็กซ์ด้วยน้ำเสียงที่กลับมาเรียบสนิทอีกครั้ง... ทว่าดวงตากลับเต็มไปด้วยความปราทนาเต็มเปี่ยม
“ส่งทีมเฝ้าเพิ่มอีก”
“ครับนาย”
อลันวางสาย ก่อนจะพิงหลังลงกับเบาะนุ่มหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความกระหายและความบ้าคลั่งกลืนกินตัวเองในความมืด...
