บทนำ
บท 1
เสียงกริ่งประตูดังแผดขึ้นตอนสามทุ่มครึ่ง เสียงนั้นก้องบาดอารมณ์เสียจนไอรีนสะดุ้งสุดตัว ปลายปากกาในมือบางลากเส้นเบี้ยวไปทั้งบรรทัด ปากกาลูกลื่นกดลึกลงบนสมุดบัญชีที่เธอกำลังตรวจทานอย่างเคร่งเครียด
หญิงสาวชะงัก ช้อนสายตามองนาฬิกาเรือนเก่าบนผนัง ก่อนจะเบนสายตาไปยังประตูห้องนอนของไออุ่นน้องสาวเพียงคนเดียวที่ปิดสนิท มีแสงไฟสว่างลอดออกมาจากใต้รอยเหลื่อมประตูเล็กน้อย แสดงว่าน้องคงยังไม่หลับ แต่กระนั้นก็คงไม่ใช่คนที่มาเคาะประตูบ้านยามวิกาลเช่นนี้แน่
ไอรีนลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานอย่างระมัดระวัง ทุกก้าวพยายามเลี่ยงไม่ให้เกิดเสียง เดินตรงไปยังประตูหน้าบ้าน แล้วค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปส่องผ่านรูตาแมวออกไปเบื้องนอก เงาร่างของชายฉกรรจ์สองคนในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู ท่าทางของพวกเขาสงบนิ่ง ดูเรียบเฉย เยือกเย็นเกินกว่าจะเป็นมิตรหรือเพื่อนบ้านที่แวะมาทักทาย ชายคนหนึ่งถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาไว้ในมือ
"คุณไอรีน วนัสนันท์ใช่ไหมครับ"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบถามขึ้นทันทีที่เธอปลดล็อกและแง้มประตูออกเพียงครึ่งบาน โดยยังคงคล้องสายโซ่กันขโมยไว้อย่างระมัดระวัง
"พวกคุณเป็นใคร"
ไอรีนถามกลับ น้ำเสียงพยายามบังคับให้ราบเรียบและนิ่งสงบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเริ่มเต้นระส่ำถี่รัวขึ้นทุกวินาที
"เราเป็นตัวแทนจากบริษัท เอเวอร์กรีน โฮลดิ้ง ครับ" ชายคนที่ถือแฟ้มเอ่ยขึ้น น้ำเสียงไร้รอยคลื่นอารมณ์ "มาพบเรื่องหนี้สินของคุณธนากร ธนวัฒน์ บิดาของคุณ"
ไอรีนรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกึก อากาศรอบตัวพลันเย็นเฉียบไปชั่วขณะ พ่อของเธอเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามเดือนก่อนด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ไม่มีใครคาดคิด และนับแต่วันนั้น เธอก็พยายามดิ้นรนสะสางภาระทุกอย่างที่พ่อทิ้งไว้ ทั้งหนี้บัตรเครดิต หนี้สินธนาคาร แต่ทว่า... เธอไม่เคยได้ยินชื่อ "เอเวอร์กรีน โฮลดิ้ง" ปรากฏอยู่ในชีวิตของพ่อเลยสักครั้งเดียว
"พ่อฉันไม่ได้เป็นหนี้บริษัทคุณ" เธอปฏิเสธทันควัน
"ฉันตรวจสอบเอกสารการเงินและรายการบัญชีของพ่อหมดแล้ว"
ชายคนนั้นยิ้มจางๆ รอยยิ้มประดับใบหน้าทว่าไปไม่ถึงดวงตาและไร้ซึ่งความล้อเล่นโดยสิ้นเชิง เขาค่อยๆ เปิดแฟ้มเอกสาร คลี่กระดาษแผ่นหนึ่งแล้วยื่นผ่านช่องประตูที่เปิดแคบๆ เข้ามาให้เธอดู มันคือสัญญากู้ยืมเงิน... สลักนามและลงลายมือชื่อโดย ธนากร ธนวัฒน์ ลายเซ็นอันคุ้นเคยที่เธอจำได้แม่นยำเพราะเคยเห็นบนเอกสารนับไม่ถ้วนมาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าตัวเลขแปดหลักที่ระบุเด่นหราอยู่ในสัญญากลับทำให้มือบางที่รับกระดาษมาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ สิบสองล้านบาท
"เป็นไปไม่ได้..." เธอพึมพำ เสียงแผ่วเบาแทบหายไปในลำคอ "พ่อไม่มีทางกู้เงินมากมายขนาดนี้"
"เอกสารและสัญญาลายลักษณ์อักษรพูดแทนตัวมันเองครับ คุณไอรีน" ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล ทว่าหนักแน่นจนกดดัน
"ท่านประธานของเราประสงค์จะพบคุณโดยตรง เพื่อหารือเรื่องการชดใช้หนี้สินก้อนนี้"
"ท่านประธาน?" ไอรีนทวนคำ ความระแวงและความสงสัยแทรกซึมอยู่ในน้ำเสียง
"คุณอลัน เศรษฐโสภณ ครับ" เขาตอบ พลางโน้มศีรษะลงเล็กน้อย ราวกับชื่อนั้นเป็นชื่อที่สูงส่งที่ต้องเคารพยามเอื้อนเอ่ย
"พรุ่งนี้เวลาบ่ายสองตรง ทางเราจะส่งรถมารับคุณที่นี่ แต่หากคุณไม่สะดวกมา..." เขาเว้นจังหวะชั่วครู่ ดวงตาจ้องลึกเข้ามา
"เรื่องราวหลังจากนี้อาจจะซับซ้อนและยุ่งยากกว่านี้มากครับ"
เขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อ แต่บรรยากาศอันดาดเดี่ยวที่ทิ้งไว้ก่อนหมุนตัวเดินจากไปนั้น ชัดเจนพอจะทำให้ไอรีนตรัสรู้ได้ทันทีว่า นี่ไม่ใช่คำขอร้องหรือคำเชิญ... แต่คือคำสั่งที่ไม่ยินยอมให้ปฏิเสธ
ไอรีนข่มตานอนไม่ลงตลอดทั้งคืน เธอนั่งจมอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ พยายามสืบค้นและพิมพ์ชื่อ "เอเวอร์กรีน โฮลดิ้ง" รวมถึง "อลัน เศรษฐโสภณ" ในทุกฐานข้อมูลและซอกมุมของอินเทอร์เน็ตที่พอจะนึกออก ทว่าผลลัพธ์ที่ปรากฏกลับน้อยนิดจนผิดสังเกต บริษัทเอเวอร์กรีนถูกจดทะเบียนอย่างถูกต้องในฐานะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน งบการเงินและเอกสารดูสะอาดหมดจดเกินไปจนชวนให้ประหวั่นพรั่นพรึง ไม่มีข่าวอื้อฉาว ไม่มีประวัติข้อพาททางกฎหมาย ประหนึ่งมีมือที่มองไม่เห็นตั้งใจขัดเกลาและเก็บลบร่องรอยความสกปรกทุกอย่างจนกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับความถูกต้องอย่างแยบยล
แต่แล้ว เธอกลับไปพบกระทู้เว็บบอร์ดเล็กๆ ไม่กี่กระทู้ที่เอ่ยถึงชื่อตระกูลนี้ด้วยระลอกคลื่นความกลัว น้ำเสียงระมัดระวังราวกับกลัวว่าแค่พิมพ์ออกมาก็จะมีใครรับรู้ ประโยคชวนขนลุกอย่าง "อย่ายุ่งกับคนตระกูลนี้" ปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่า หญิงสาวปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ลงในเวลาตีสี่ครึ่ง พร้อมกับสองมือบางที่เย็นเฉียบจนไร้ความรู้สึก
เช้าวันรุ่งขึ้น ไอรีนบอก 'ไออุ่น' น้องสาวว่าเธอต้องออกไปจัดการธุระเรื่องเอกสารมรดกและทรัพย์สินของพ่อ เธอไม่กล้าปริปากบอกความจริงอันแสนหนักอึ้ง เพราะไม่อยากให้น้องสาวที่เพิ่งก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยปีหนึ่งต้องแบกรับความวิตกไปด้วย ไออุ่นเพียงแค่พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย โดยไม่ทันสังเกตเห็นแววตาหวาดหวั่นและเงามืดที่บดบังอยู่ในดวงตาของพี่สาว
กระทั่งเวลาบ่ายสองตรง รถเบนซ์สีดำสนิทติดฟิล์มมืดสนิท ก็แล่นมาจอดนิ่งสนิทที่หน้าบ้านตรงเวลาเป๊ะ พนักงานขับรถก้าวลงมาเปิดประตูให้เธอด้วยท่าทีสุภาพนอบน้อมราวกับเธอเป็นแขกทรงเกียรติ ทว่าสายตาเรียบเฉยใต้สูทสีดำกลับบอกชัดเจนว่า เธอไม่มีสิทธิ์เลือกทางเดินอื่นอีกแล้ว
อาคารสำนักงานใหญ่ของ เอเวอร์กรีน โฮลดิ้ง ตั้งตระหง่านอย่างยิ่งใหญ่ใจกลางย่านธุรกิจ กระจกอาคารสีเข้มสะท้อนแสงแดดเจิดจ้าจนไม่อาจมองลอดเข้าไปเห็นความเคลื่อนไหวภายใน ไอรีนถูกนำทางผ่านล็อบบี้อันหรูหราอลังการ ผ่านระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นหลายชั้นซึ่งดูเข้มงวดเกินกว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป ก่อนจะถูกต้อนขึ้นลิฟต์ส่วนตัวเพื่อตรงไปยังชั้นสูงสุดของอาคาร
เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นเบาๆ เมื่อเปิดออกสู่ห้องทำงานขนาดใหญ่โตก็ประจักษ์แก่สายตา ผนังห้องเป็นกระจกบานกว้างรอบทิศทาง เผยให้เห็นทัศนียภาพกว้างไกลของเมืองหลวงตระหง่านอยู่เบื้องล่าง และ ณ ใจกลางห้อง หลังโต๊ะทำงานสีดำคลับทรงโบราณอันหรูหราร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งประจำตำแหน่งอยู่
เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองในทันทีที่เธอสืบเท้าเข้าไป สายตายังคงจดจ่ออยู่กับเอกสารตรงหน้า ปล่อยให้ความเงียบทำงาน และเปิดโอกาสให้ไอรีนได้ลอบสังเกตเขา อลัน เศรษฐโสภณ ดูมีอายุราวๆ สามสิบต้นๆ สวมสูทสากลสีดำเข้มตัดเย็บอย่างประณีตและพอดีตัวไร้ที่ติจนดูราวกระชับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ผมสีดำสนิทถูกหวีเรียบร้อย โครงหน้าคมคายสันคมราวกับรูปแกะสลักหินอ่อน แต่สิ่งที่ทำให้ไอรีนรู้สึกหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจกลับเป็นความนิ่งสงบของเขามันไม่ใช่ความสงบเยือกเย็นธรรมดา แต่เป็นบรรยากาศของผู้ครอบครองที่สั่งสมอำนาจจนสามารถกดควบคุมทุกสิ่งรอบตัวไว้ในกำมือได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ครั้นเมื่อเขายอมเงยหน้าขึ้นในที่สุด สายตาทอดลึกสีเข้มล้ำลึกคู่นั้นก็จับจ้องตรงมายังเธอ นิ่งราวเสือจ้องเหยื่อ ไม่กะพริบ ราวกับกำลังผ่าแยกประเมินความรู้สึกทุกอณูของเธอออกเป็นชิ้นๆ
"นั่งสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเรียบเฉยเอ่ยขึ้น มันไม่ใช่คำเชิญชวน แต่เป็นคำสั่งทรงพลังที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยมารยาทอันตื้นเขินไอรีนขยับตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้าม พยายามบีบบังคับสติและอาการประหม่าไม่ให้ฉายออกมาทางสีหน้า
"คุณอลัน ฉันต้องการทราบว่าสัญญาที่คุณอ้างว่าพ่อของฉันเซ็นไว้นั้นมันคืออะไรกันแน่ ตลอดเวลาที่ผ่านมา พ่อไม่เคยพูดถึงหนี้สินก้อนนี้เลยแม้แต่คำเดียว"
อลันเอนหลังพิงเบาะเก้าอี้หนังอย่างเชื่องช้า มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่เย็นชาแต่ไปไม่ถึงดวงตา
"คุณพ่อของคุณกู้ยืมเงินก้อนนี้ไปเมื่อสองปีก่อน เพื่อนำไปหมุนเวียนในธุรกิจที่ล้มเหลว เขาผ่อนชำระดอกเบี้ยให้ผมมาโดยตลอด... จนกระทั่งประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต"
"แล้วทำไมถึงไม่มีเอกสาร หรือหลักฐานการกู้ยืมเรื่องนี้ในบันทึกทางการเงินของพ่อเลยล่ะคะ"
"เพราะธุรกิจของผม ไม่ใช่ธุรกิจประเภทที่ชอบทิ้งร่องรอยหรือเส้นทางการเงินไว้ให้ใครตามสืบได้ง่ายๆ" เขาตอบกลับตรงๆ อย่างไร้ความลังเล น้ำเสียงราบเรียบปานเรื่องปกติธรรมดา
ความตรงไปตรงมาของเขาทำให้ไอรีนถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เธอคาดหวังว่าจะได้ยินคำปฏิเสธ การบิดพลิ้ว หรือข้ออ้างกลบเกลื่อน แต่ชายตรงหน้ากลับยอมรับตัวตนอันมืดดำของตัวเองออกมาอย่างหน้าตาเฉยและไร้ซึ่งความละอาย
"ถ้าอย่างนั้น เงินสิบสองล้านบาทนี่... ก็คือเงินสกปรกน่ะสิ" เธอโพล่งออกไปโดยไม่ทันหยุดคิด
สายตาของอลันไหววูบไปเล็กน้อย ไม่ใช่ร่องรอยจากความโกรธ แต่กลับเป็นความสนใจที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างอัศจรรย์ ราวกับเธอเพิ่งก้าวข้ามเส้นบางๆ ที่ไม่เคยมีใครกล้าข้ามต่อหน้าเขามาก่อน
"หึ..กล้าพูดตรงดีนี่" เขาเอื้อนเอ่ยคำพูดออกมาอย่างช้าๆ
"คนส่วนใหญ่ที่ได้นั่งลงตรงเก้าอี้ตัวที่คุณนั่งอยู่ตอนนี้ ถ้าไม่ร้องไห้ฟูมฟาย ขอร้องอ้อนวอน ก็มักจะพยายามเสนอข้อต่อรองโง่ๆ แต่คุณกลับเลือกที่จะท้าทายผม"
"ฉันแค่ต้องการทราบความจริง" ไอรีนตอบ พยายามประคองน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด เท่าที่หัวใจซึ่งเต้นระทึกอยู่ข้างในจะอำนวย
"และฉันก็ไม่มีปัญญาหาเงินสิบสองล้านบาทมาชดใช้คืนให้คุณได้แน่ๆ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม"
ความเงียบโรยตัวปกคลุมทั่วทั้งห้องทำงานอยู่นาน ครู่หนึ่ง อลันค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินตรงไปยังกระจกบานใหญ่ พลางหันหลังให้เธอพร้อมกับทอดสายตามองลงไปยังทิวทัศน์เมืองใหญ่เบื้องล่าง
"ผมไม่ได้ต้องการเงินของคุณ" ในที่สุดเขาก็พูดขึ้น
ไอรีนขมวดคิ้ว กะพริบตาถี่ด้วยความไม่แน่ใจ "หมายความว่ายังไงคะ..."
ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า สายตาคู่นั้นเปลี่ยนแปรไปอีกครั้ง ครานี้มีร่องรอยของแผนการอันแยบยลซ่อนอยู่ลึกๆ
"ผมมีบริษัทบังหน้าหลายแห่งที่ต้องการนักบัญชีที่ไว้ใจได้ และที่สำคัญ... ต้องเก่งพอที่จะไม่ทิ้งข้อผิดพลาดไว้ให้ใครย้อนกลับมาเล่นงานผมได้ ผมสืบประวัติคุณมาหมดแล้ว คุณจบบัญชีด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เคยทำงานในบริษัทตรวจสอบบัญชีระดับท็อปมาสามปีก่อนจะออกมาเป็นฟรีแลนซ์"
ไอรีนรู้สึกเย็นวาบไปถึงแผ่นหลัง เขารู้จักตัวตนและภูมิหลังของเธอละเอียดลออยิ่งกว่าที่เธอคาดคิดไว้เสียอีก
"คุณกำลังจะบอกว่า..."
"มาทำงานให้ผม" เขาตัดบทด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
"ดูแลและจัดการบัญชีให้บริษัทในเครือของผม ทั้งหมดนั้น... แลกกับการยกเลิกหนี้สินสิบสองล้านบาทของพ่อคุณทันที"
ข้อเสนอนี้ฟังดูง่ายดายเกินไป... ง่ายเกินกว่าจะไม่มีกับดักมืดดำซ่อนอยู่เบื้องหลัง ไอรีนมองหน้าเขาด้วยความระแวดระวังถึงขีดสุด
"ทำไมต้องเป็นฉัน ในเมื่อคุณมีเงินทองมากพอจะว่าจ้างนักบัญชีฝีมือดีอีกเป็นร้อยคนในเมืองนี้"
อลันสืบเท้ากลับมาที่โต๊ะทำงาน เขาประสานนิ้วมือเข้าหากัน สายตาคมกริบจับจ้องเธอไม่คลาดสายตา
"เพราะพ่อของคุณเป็นหนี้ผม นั่นหมายความว่าคุณมีพันธนาการกับผมและคุณก็มีเหตุผลมากพอที่จะไม่มีวันทรยศผม... ไม่อย่างนั้น ทั้งคุณและครอบครัวของคุณจะหาความสงบสุขไม่ได้อีกเลย"
คำขู่นั้นเย็นเยียบราวกับใบมีดโกนที่กรีดผ่านหน้าต่างมารยาทอันน้อยนิด ไอรีนรู้สึกได้ถึงกับดักที่กำลังโอบล้อมบีบคั้นเธอไว้ทุกทาง ทว่าในขณะเดียวกัน เธอ กลับไม่มีทางเลือกอื่นให้เดินหนี หากปฏิเสธ หนี้สินก้อนโตจะยังคงอยู่อย่างไร้ทางออก และเธอไม่อาจหยั่งรู้ได้เลยว่า คนระดับอลันจะลงมือทำเรื่องเลวร้ายอะไรกับเธอและไออุ่นบ้างหากเธอคิดขัดขืน
"ฉัน... พอจะมีเวลาคิดบ้างไหมคะ" เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา
"สามวัน" อลันตอบทันควัน ก่อนจะหยิบนามบัตรแผ่นบางขึ้นมาจากลิ้นชัก นิ้วเรียวยาวเลื่อนกระดาษแผ่นนั้นส่งมาตรงหน้าเธอ
"ถ้าตัดสินใจได้แล้ว ให้โทรหาผมที่เบอร์นี้" ไอรีนเอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบนามบัตรขึ้นมา บนกระดาษแผ่นเรียบหรูนั้นมีเพียงแค่ชื่อของเขาและเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว... ไม่มีชื่อตำแหน่ง ไม่มีที่อยู่บริษัท ราวกับตัวตนของชายชื่อ อลัน เศรษฐโสภณ นั้น ยิ่งใหญ่และเด่นชัดพอจนไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายใดๆ เพิ่มเติมอีกแล้ว
เธอลุกขึ้นยืน เตรียมตัวหมุนกายเดินออกจากห้องทึบอึดอัดนี้ แต่ก่อนที่เท้าจะก้าวพ้นขอบประตู เสียงเข้มทุ้มของอลันก็ดังแทรกความเงียบขึ้นมาจากเบื้องหลัง
"คุณไอรีน" เรือนร่างบางชะงักกึก เธอค่อยๆ หันกลับไปมอง
"ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร..." เขาเอ่ยช้าๆ น้ำเสียงมีรอยแฝงบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง
"ผมก็จะจับตาดูคุณอยู่ดี" ประโยคนั้นไม่ได้ฟังดูเหมือนคำขู่เข็ญดั่งเช่นในละคร แต่เต็มไปด้วยน้ำหนักของความจริงจังที่หนักแน่น ราวกับว่าเขาคือผู้กุมชะตากรรมและเส้นทางชีวิตของเธอไว้ในกำมืออย่างสมบูรณ์แบบ
ไอรีนไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เธอเพียงแค่พยักหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะเร่งฝีเท้าก้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว หัวใจโหมเต้นรัวแรงจนได้ยินเสียงเลือดยิ่งฉีดก้องในหัว
ภายในลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่างอย่างนุ่มนวล ไอรีนเหม่อมองภาพสะท้อนของตัวเองบนผนังกระจกเงา ใบหน้าของเธอซีดเซียวไร้สีเลือด สองมือยังคงกำนามบัตรแผ่นนั้นไว้แน่นจนขอบกระดาษแข็งบุ๋มลึกลงไปในเนื้อผิว
เธอไม่รู้เลยว่า ตัวเองกำลังจะก้าวเท้าเข้าสู่โลกแบบไหน... โลกไร้สีขาวที่มีกฎเกณฑ์อันโหดร้ายแตกต่างจากโลกที่เธอเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง โลกที่มีชายคนหนึ่งสามารถมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความอันตราย ทว่ากลับทรงอิทธิพลและดึงดูดอย่างน่าประหลาดในเวลาเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอหวาดหวั่นพรั่นพรึงที่สุด กลับไม่ใช่คำข่มขู่ หรือหนี้สินสิบสองล้านบาทที่ทับทรวงอกเธออยู่...
หากแต่เป็นความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ซ่านแล่นผ่านร่างกายยามได้สบตากับอลันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกจากห้อง ความรู้สึกลึกๆ ที่คอยพร่ำเตือนเธอว่า ต่อให้เวลาสามวันข้างหน้าจะผ่านไปอย่างไร และไม่ว่าคำตอบของเธอจะเป็นเช่นไร... ชีวิตของเธอและน้องสาวก็ไม่มีวันกลับไปสงบสุขได้เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
รถเบนซ์สีดำสนิทคันเดิมยังคงจอดรอคอยอยู่ที่หน้าตึก คนขับเตรียมพร้อมที่จะพาเธอกลับสู่อุ้งมือของความจริง ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องบนที่เริ่มมืดครึ้มด้วยสายฝนที่ก่อตัวขึ้น พลางขบคิดวนเวียนว่า วงจรชีวิตของเธอหลังจากนี้... ได้ก้าวเข้าสู่ความวุ่นวายอย่างแท้จริง
บทล่าสุด
#31 บทที่ 31 คำมั่นสัญญา
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026#30 บทที่ 30 คลี่คลาย 1.3
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026#29 บทที่ 29 คลี่คลาย 1.2
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026#28 บทที่ 28 คลี่คลาย 1.1
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026#27 บทที่ 27 บทสรุป 1.2
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026#26 บทที่ 26 บทสรุป 1.1
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026#25 บทที่ 25 เงื่อนงำที่คลี่คลาย 1.2
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026#24 บทที่ 24 เงื่อนงําที่คลี่คลาย1.1
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026#23 บทที่ 23 อันตรายที่ถาโถม
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026#22 บทที่ 22 แค้นฝังหุน
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
ทะลุมิติไปเป็นภรรยาตัวจริงของวายร้ายยุค80
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเองกลายเป็นเด็กสาววัยสิบแปดปีในชนบทจีนยุค 80 ที่ถูกครอบครัวใจอำมหิตขายให้พ่อหม้ายแก่เพื่อแลกเงินสามร้อยหยวน!
แต่คนพวกนั้นไม่รู้ว่า...เด็กสาวที่พวกมันคิดว่าอ่อนแอ ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
เธอมาพร้อมมิติคลังสินค้าขนาดยักษ์ ยา เครื่องมือแพทย์ และทรัพยากรจากโลกอนาคตที่ไม่มีวันหมด
ใครตีเธอ...เธอเอาคืนสิบเท่า
ใครคิดขายเธอ...เธอจะทำให้มันหมดตัว
ใครแย่งชีวิตของเธอ...เธอจะกระชากทุกอย่างกลับคืน!
ทว่าแผนล้างแค้นกลับต้องสะดุด เมื่อลู่เซียว วายร้ายผู้ทั้งหมู่บ้านหวาดกลัว ยื่นข้อเสนอที่ไม่มีทางปฏิเสธ
"แต่งงานกับฉัน"
การแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ที่ควรเป็นเพียงข้อตกลง กลับกลายเป็นพันธนาการที่อันตรายที่สุด เพราะวายร้ายคนนี้ไม่ได้ต้องการแค่ทะเบียนสมรส...
แต่ต้องการตัวเธอ ทั้งหัวใจ
เมื่อเศรษฐินีจากโลกอนาคต ต้องใช้ความรู้สร้างอาณาจักรธุรกิจ พลิกชะตาชีวิต พร้อมลากทั้งตระกูลที่เคยเหยียบย่ำเธอลงนรก และรับมือกับสามีผู้คลั่งรักจนพร้อมทำลายทั้งโลกเพื่อปกป้องภรรยาเพียงคนเดียว!
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!













