บทที่ 11 2/4

“ขอบคุณวรามากนะ”

หญิงสาวยิ้มเจื่อน ๆ มืออีกข้างยึดพนักเก้าอี้ไว้แน่น

“วราดีกับคุณอักข์จนคุณอักข์ไม่รู้จะตอบแทนยังไงดีแล้ว”

“ไม่เป็นไรค่ะ” ความจริงคือ... นั่งที่เดิมก็ดีแล้ว ลุกปุบปับแบบนี้ภาพเมื่อคืนมันซ้อนทับในหัวแล้วขนลุกพิลึก!

“ก่อนนี้คุณอักข์ได้ยินน้องวีเล่าว่าวรากำลังหางานทำ” เธอพยักหน้ารับ เขายิ้มกว้างสดใส “งั้นวรามาทำงานกับคุณอักข์สิ คุณอักข์กำลังหาผู้ช่วยเลขา ฯ ส่วนตัว วราช่วยคุณอักข์ทีได้ไหมคะ อย่างน้อยวราก็รู้จักคุณอักข์มากกว่าคนอื่น”

“เอ่อ...”

“เงินเดือนสัก 40k ดีไหมคะ วรามาช่วยคุณอักข์สั้น ๆ แค่พอให้คุณอักข์ปรับตัวเข้ากันได้กับผู้ช่วยเลขา ฯ อีกคน”

40k ต่อเดือน หนึ่งปีมี 12 เดือน นัยน์ตาวราลุกวาบ แถมด้วยเงินอีกหนึ่งล้าน... นอกจากจะได้ร้านกาแฟแล้วเธอก็ยังจะได้เงินเก็บอีกก้อน เพราะงั้น...

“โอเคค่ะ!”

อักข์ยิ้มจากกอบกุมมือบางก็เปลี่ยนเป็นจับมือแทน

“ดีล”

วราลียิ้มหวาน ฝันหวาน “ดีค่ะ ดีล!”

ชายหนุ่มลุกขึ้นจากท่านั่งคุกเข่ากลับไปนั่งที่ตัวเองเรียบร้อย เขาก้มหน้าก้มตากินข้าวต้ม บางครั้งมุมปากก็กดลึกเป็นรอยยิ้มสมใจ

‘อ๋อ วราน่ะเหรอคะ เขาฝันไว้ค่ะว่าจะเก็บเงินเปิดร้านกาแฟกึ่ง

คาเฟ่เล็ก ๆ วราทำงานได้ทุกอย่างเลยนะคะ ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ขอให้เป็นอาชีพสุจริตก็พอ วราไม่เกี่ยงค่ะ ขอให้ได้เงินวรารับทำหมด!’

จากวันแต่งงาน กำหนดการเดิมที่วราลีรู้จากคุณนายแวววับวาวคือวีรดาจะไปฮันนีมูนกับอักข์ที่ยุโรป แต่พอเรื่องมันกลายกลับสลับพลิกขั้ว หญิงสาวจึงคิดว่าการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์คงต้องตกไป

“วราเก็บเสื้อผ้าแล้วเราไปกันเลยนะคะ”

หลังรับประทานอาหารเช้า ล้างถ้วยล้างชามที่มีอย่างครบครันจนไม่น่าเป็นห้องพักในโรงแรม อักข์ก็เอ่ยขึ้นกับเธอที่เพิ่งเช็ดมือ ส่วนเขานั่งอยู่กับที่สองมือเท้าคางมองมาตาแป๋ว

“วราไม่มีเสื้อผ้าอะไรมากมายค่ะ มีเท่าที่ใส่แล้วก็อ๋อ... ชุดแต่งงานพี่หนูวีที่แขวนไว้”

“งั้นก็สรุปว่าเรียบร้อยหมดแล้ว คุณอักข์ว่าเราสองคนไปไหว้คุณนายที่บ้านก่อนดีกว่าไหมคะ วราจะได้เก็บของสำคัญด้วย แล้วค่ำ ๆ ค่อยขึ้นเครื่องกัน”

วราลีขมวดคิ้ว “ขึ้นเครื่อง”

“ก็...” เขายิ้มเขิน ๆ ที่ต้องพูดถึงเรื่องนี้ “คุณอักข์ต้องพาวราไปฮันนีมูนไงคะ เวลาฉุกละหุกเกินไป คุณอักข์คิดว่าไปที่รีสอร์ตของเพื่อนคุณแม่กันดีกว่า เป็นส่วนตัวแล้วก็ไม่มีใครรบกวนด้วยค่ะ”

หญิงสาวฟังแล้วยิ้มแห้ง คำของคุณนายแวววับวาวผุดขึ้นในหัว

‘วราพูดกันตรง ๆ เลยนะ ว่าอย่าเผลอไปรักคุณอักข์เข้า เรามันตัวสำรอง คุณนายหวังจริง ๆ ว่าหนูวีจะกลับมา หรือคุณนายจะตามหาตัวหนูวีเจอ พอถึงตอนนั้นเธอรู้ใช่ไหมว่าต้องทำตัวอย่างไร ไอ้เรื่องเซ็กซ์หรืออะไรคุณนายไม่ห้ามนะถ้าจะมี แต่ว่าขอให้ช่วยคุมนิดหนึ่ง คุณนายเข้าใจเวลาส้มหล่นมาคนเราก็ต้องรับ แล้วคุณอักข์ก็มีเสน่ห์เกิ๊น สาว-สาวแบบเธอก็คงเผลอไผลไปบ้างก็ไม่ว่ากันเนาะ’

จ้ะ... เหอ-เหอ แนะนำดีมาก อย่างกับรู้ล่วงหน้าว่าเธออาจจะปล้ำเขาเข้าสักวัน ปั๊ดธ่อ!

“วราเห็นด้วยไหมคะ ดีไหม ไปสักอาทิตย์หนึ่ง”

“เอ่อ” หญิงสาวยิ้มค้างจนรู้สึกว่าริมฝีปากแห้ง เธอหลุบตาไม่มองสบ เลียริมฝีปากที่ขาดน้ำ “วราว่าเพิ่งเสร็จงานแต่งยังมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่วราต้องช่วยคุณนายจัดการค่ะ” เงยหน้าขึ้นสบตาเขา “ของขวัญก็ยังไม่ได้แกะ ซองก็ยังไม่ได้นับ วราว่าวราช่วยงานตรงนี้ของคุณอักข์ดีกว่าไหมคะ ส่วนคุณอักข์ก็จะได้พักบ้าง เพราะงานแต่งมันเหนื่อยนะคะคุณอักข์ นี่แค่วราใส่ชุดไปยืนแป๊บ ๆ ยังเหนื่อยเลย”

วราลีไม่ได้โง่จริง ๆ ด้วย

อักข์มองเธอนิ่ง ๆ ทุกครั้งที่เขาเสนอเธอจะมีคำปฏิเสธรอท่าอยู่แล้ว เพราะแบบนี้สินะถึงมีสุภาษิตที่ว่า ‘ยิ่งไล่ตามยิ่งห่างไกล ยิ่งไม่วิ่งหนียิ่งเข้ามา’ น่าจะจริงแล้วละ

แผน... ต้องเปลี่ยนแผนใหม่!

ชายหนุ่มยิ้มบาง หลุบตามองมือตัวเอง

“งั้นก็ตามใจวราแล้วกันค่ะ”

วราลีที่ลุ้นอยู่ถึงกับกลั้นใจรอฟังคำตอบ ครั้นพอได้ยินดังนั้นก็โล่งอกที่อักข์ยอมฟัง จริง ๆ เธออยากบอกว่าในฐานะ ‘เจ้าสาวจำเป็น’ แล้วไม่ต้องปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นเจ้าสาวของเขาจริง ๆ ก็ได้

“งั้นคุณอักข์กลับเข้าไปดูของในห้องนอนก่อน แล้วเดี๋ยวอีกสักพักเราไปกันเลยนะคะ”

หญิงสาวยิ้มรับหน้าบานเหมือนดวงตะวัน

อักข์ยิ้มตอบและลุกขึ้นเดินกลับเข้าห้องนอนไป เขาปิดประตูลงเบา ๆ และหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาสั่งความ

“เกณฑ์นักข่าวสักยี่สิบ สามสิบคนมาออกันที่หน้าทางเข้าด้านหน้าทีนะครับ”

แค่นั้นที่เขาวางสาย ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจ ใบหน้าผ่องแผ้วขณะเดินกลับไปที่เตียง อักข์ทิ้งตัวลงนอนยกขาไขว้กันไว้ สองมือรองศีรษะขณะพิงกับหัวเตียง

เขาเคยอยู่เฉย ๆ แต่ก็ไม่เห็นวราลีจะวิ่งเข้าหา พอรุกมากเข้าเธอก็ยิ่งจะหนี

เพราะอย่างนั้น... ไม่วิ่งตาม ไม่วิ่งหนี แต่ ‘ฉุด’ ไปด้วยกันโดยสมัครใจจะดีกว่า!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป