บทที่ 12 3/1
สิบนาที...
ยี่สิบนาที...
สามสิบนาที... วราลียกมือขึ้นปิดปากหาว เพราะนอนไม่พอจึงค่อนข้างง่วง และอย่างว่าป่านนี้อักข์ก็ยังไม่ออกมาจากห้องนอน เธอไม่อยากไปตามเพราะกลัวจะถูกว่าไปเร่งเขา แม้ค่อนข้างทำใจกับการเก็บของ-ของเขาที่กินเวลานานเหลือเกิน ก็อย่างว่าเขาคงแต่งตัว จัดทรงผม ดูความเรียบร้อยของตัวเองให้ดีที่สุดก่อนจะออกไปให้ใครเจอ ส่วนเธอ...
ก้มมองตัวเองแล้วก็หัวเราะเจื่อน ๆ
คุณชายแสนดี กับ นังแจ๋วตัวร้าย... ชื่อนี้ก็เข้าท่าอยู่เหมือนกัน เพียงแต่นังแจ๋วไม่ใช่นางเอกก็เท่านั้น
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ไม่ใช่ของเธอแต่เป็นสายภายใน หญิงสาวลุกขึ้นบิดขี้เกียจก่อนก้าวไปกดรับ ไม่ทันได้กรอกเสียงปลายสายก็รายงานมารัว ๆ
“คุณอักข์คะคุณอักข์ แย่แล้วค่ะ นักข่าวมารอทำข่าวจนเกือบเต็มชั้นล่างไปหมดเลยค่ะ จะให้ทำอย่างไรดีคะ”
เอ่อ... นักข่าวมาทำไม!?
“เอ่อ ไม่ใช่คุณอักข์ค่ะ วราลีรับสาย ไม่ทราบว่านักข่าวมาทำไมหรือคะ”
“ไม่แน่ใจค่ะ แต่เท่าที่จับใจความได้จากคำถามคือนักข่าวได้ข่าวลือว่า จริง ๆ แล้ว เอ่อ เจ้าสาวตัวจริงไม่ใช่คุณวราลีค่ะ ไม่ทราบว่าแหล่งข่าวจากที่ไหนบอกมา”
อ้าว... งานเข้าแล้วละแม่!
‘วราไม่ต้องกังวลนะ คุณหญิงวิจิตรากับคุณอักข์สัญญาว่าเรื่องเจ้าสาวผิดตัวจะไม่เป็นที่สงสัย’
อันที่จริงก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมแขกในงานที่เห็นเธอจึงไม่ทักท้วงว่าวีรดาไปไหน ทั้ง ๆ ที่หน้าพวกเธอสองคนก็ต่างกันมาก จะมีคล้าย ๆ ก็แค่ดวงตากับจมูกเท่านั้น
“คุณอักข์แจ้งว่าจะออกจากห้องพักวันนี้ ถ้ายังไงคุณวราลีช่วยแจ้งคุณอักข์ทีนะคะ ว่าขอให้ใช้ลิฟต์ส่วนตัวด้านหลัง ถ้าเป็นไปได้ก่อนที่นักข่าวจะรู้ตัวรีบออกจากห้องก่อนดีกว่าค่ะ”
“เอ่อ ค่ะ-ค่ะ วราจะบอกคุณอักข์นะคะ”
เอาแล้ว... งานงอก!
วราลีวางสายแล้วดิ่งไปยังประตูห้องนอนใหญ่ เคาะเบา ๆ สองสามทีอักข์ก็เปิดประตูออกมา เขาเลิกคิ้วขึ้นแต่วราลีเป็นเดือดเป็นร้อนแล้ว มือสองข้างผสานกันระหว่างอก ยามแหงนมองสบตาเช่นนี้เธอรู้สึกว่าตัวเล็กกระจ้อยร่อย อักข์ตัวสูงมากและเธอก็ยังไม่ชินที่จะรู้สึกว่าเตี้ยจริง ๆ!
“คุณอักข์พอดีเลย แย่แล้วค่ะโอเปอเรเตอร์โทรศัพท์มาบอกว่านักข่าวอยู่เต็มด้านล่างไปหมดเลย พวกเขาได้ข่าวมาจากไหนไม่รู้ว่าเจ้าสาวคือพี่หนูวี ตอนนี้รอทำข่าวจนประชาสัมพันธ์ให้คุณอักข์รีบหลบลงลิฟต์ส่วนตัวไปก่อนค่ะ”
ชายหนุ่มหน้าเคร่งขึ้นทันควัน เขาผ่อนลมหายใจ
“ความผิดของคุณอักข์แท้ ๆ เชียวค่ะ เมื่อคืนก็คิดว่าจัดการได้หมดแล้วไม่น่าที่ข่าวจะรั่ว”
“ไม่เป็นไรนะคะในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว คุณอักข์รีบไปเถอะนะคะถ้ามีนักข่าวขึ้นมาบนนี้ได้จะแย่”
“นั่นสินะ” อักข์พยักหน้ารับ ไม่พูดพล่ามทำเพลง เอื้อมมากุมมือเธอจับไว้แน่น “ไปกันเถอะค่ะวรา”
“เอ่อ เอ๊ย! เดี๋ยวค่ะทำไมวราต้องไปด้วย”
คนจูงซึ่งกำลังจะก้าวเท้าชะงัก “อ้าวก็วราต้องไปด้วยสิ ไม่งั้นนักข่าวได้รุมวราแย่”
“วราไม่เป็นไรหรอกค้า วรากลับบ้านคุณนายได้สบายมาก แต่คุณอักข์สิคะ”
“วราคะฟังนะ” เขาหมุนตัวมายืนประจันหน้า สองมือใหญ่หนากอบกุมมือเธอไว้ทั้งสองข้าง อักข์ผ่อนลมหายใจบางเบาคล้ายระบายความอึดอัดในช่วงอก ก้มมองเธอตาแทบไม่กระพริบในระยะห่างกันนิดเดียว “ตอนนี้วราเป็นภรรยาคุณอักข์นะคะอย่าลืม ถ้าไม่เจอคุณอักข์เขาก็จะต้องรุมวราแน่ ๆ หรือถ้าวราคิดว่าการรับมือกับนักข่าวด้วยการยิ้มแล้วก็พูดคำว่า ค่ะ มันจะจบ แปลว่าวราคิดน้อยไปนิดแล้วนะ”
รู้สึกเหมือนถูกด่า แต่ไม่เป็นไร!
“นักข่าวก็คือนักข่าว เขามีวิธีอีกร้อยแปดพันอย่างที่จะทำให้วราเปิดปากพูด พอถึงตอนนั้นวราคิดว่าผลเสียมันจะเกิดกับใครคะ”
ครั้งนี้วราลีคิดว่าคำพูดเขาเหมือนจะ... ขู่
“เราสองคนถึงอย่างไรก็แต่งงานกันแล้ว ก็เหมือนคนเดียวกัน คุณอักข์ทนไม่ได้หรอกค่ะที่จะปล่อยให้วราเผชิญกับอะไรแบบนั้นตามลำพัง หน้าที่สามีที่ดี คุณแม่สั่งสอนคุณอักข์เสมอว่าต้องดูแลภรรยาให้มีความสุขกาย สบายใจ และปกป้องไม่ให้เธอถูกใครทำร้ายทั้งทางกาย วาจา เพราะอย่างนั้นวราคะ อย่าบอกให้คุณอักข์ทิ้งวราไว้ที่นี่เลยนะคะ คุณอักข์คงทำไม่ได้ที่จะทิ้งภรรยาไว้แล้วเอาตัวรอดแค่คนเดียว”
ง่อว-ว-ว-ว... ดาเมจแรงอีกแล้ว สายตา คำพูด คุณขา! เขาอ้อนใช่ไหม!!
แต้มบุญเบอร์ไหนถึงจะได้อักข์เป็นสามีจริง ๆ ตัวเป็น ๆ คะเนี่ย!
“เพราะอย่างนั้นวราไปกับคุณอักข์นะคะ”
ชายหนุ่มยิ้มอ่อนโยน กุมมือเธอและก้าวนำ วราลีเผลอเคลิ้มไปกับรอยยิ้มโลกละลายสุดท้ายนั่น กว่าจะรู้ตัวก็ตอนออกไปยืนนอกห้องและประตูปิดลงแล้ว หญิงสาวรู้สึกตัวและเงอะงะในทันใด เท้าที่ก้าวตามเขาแทบขวิด
พรมแดงทางเดินทอดยาวมีทางเลี้ยวที่มุมด้านในสุด อักข์พาเธอเดินไปทางนั้นซึ่งตรงกันข้ามกับลิฟต์ด้านหน้า เมื่อพ้นมุมสายตาเธอทันเห็นคนในชุดเชิ้ตมีกล้องตัวใหญ่สะพายรอบคอกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาตามทาง วราลีตาโตเมื่อเห็นตามมาติด ๆ อีกหลายคน และเป็นเธอที่เดินจนแทบวิ่งนำหน้าอักข์ แทบจะลากเขาตรงไปยังลิฟต์ที่ระยะทางเหลือไม่กี่ก้าว เราสองคนเข้าไปในลิฟต์ เสียงเอะอะก็ดังมาให้ได้ยิน ในจังหวะที่ประตูลิฟต์ใกล้ปิด มองเห็นผู้ชายกระหืดกระหอบวิ่งตามมา ช่องว่างราวสามสิบเซนติเมตรทำให้เขาสามารถจะถ่ายภาพได้ อักข์รีบหันหลังโอบเธอไว้เพื่อบังจากแสงแฟลช
ประตูลิฟต์ปิดดังกิ๊ง แต่หัวใจวราลีเต้นโครมคราม
