บทที่ 13 3/2
ประตูลิฟต์ปิดดังกิ๊ง แต่หัวใจวราลีเต้นโครมคราม
กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ โชยเข้าจมูก รู้สึกถึงความอบอุ่นจากตัวเขาในยามที่ถูกโอบไว้ หญิงสาวสำลักลมหายใจตัวเองเมื่อเขาดันเธอออกและก้มหน้ามามอง
ใกล้เข้า... กลิ่นอาฟเตอร์เซฟก็ยิ่งชัด
ก้มลงมาอีกนิด... กลิ่นกายแข็งแรงแบบผู้ชายก็ยิ่งทำให้เธอแทบหยุดหายใจ
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลง... ใกล้กว่าเดิม และ...
“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ” เขาดันเธอออกห่าง ส่วนตัวเองขยับก้าวไปยืนตรงผนังปุ่มกด อักข์เหลียวมองเธอก้มศีรษะน้อย ๆ “ขอโทษที่ถือวิสาสะกอดวรา แต่เมื่อครู่ช่างภาพคนนั้นอาจได้ภาพวราไป คุณอักข์ไม่อยากให้วราเสียหายเผื่อว่า...” เขาเบือนหน้ากลับไปมองเลขชั้นที่กำลังลดลงเรื่อย ๆ “ครบหนึ่งปีวราได้อิสระกลับมา เมื่อมีใครคนนั้นวราจะได้ไม่มีปัญหากับเขา” คนพูดพูดด้วยท่าทางเหงา ๆ กึ่งซึมหน่อย ๆ เหมือนคนอกหัก “คุณอักข์ยินดีนะคะ ถ้าหากวันนั้นวราต้องการให้คุณอักข์ยืนยันกับคนรักของวรา ว่าในช่วงแต่งงานเราไม่ได้มีอะไรเกินเลย”
“คือ...”
ปลอบไหม ควรปลอบหรือเปล่า แล้วต้องปฏิเสธไหมว่าไม่เคยมีแฟน
“อืม-ม-ม-ม” ตอนนี้วราลีเริ่มปวดหัวแล้ว
“คุณอักข์ไม่อยากให้วรามีปากเสียงกับแฟน ถ้าเขาได้เห็นข่าวคุณอักข์ว่าคงจะมีปัญหาแน่ ๆ เพราะอย่างนั้นคุณอักข์ยินดีรับผิดชอบและแก้ไขเรื่องทั้งหมดนี้นะคะ”
“วราไม่มีแฟนหรอกค่ะ!”
หลุดปากโพล่งไปเพราะรู้สึกเหมือนกดดัน
“เพราะงั้น...” วราลียิ้มแห้ง “คุณอักข์ไม่ต้องโทษตัวเอง ไม่ต้องสำนึกผิด ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้นนะคะ ก็อย่างว่าแบบยังไงก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน เรื่องมันเกิดแล้วเนาะก็ค่อย ๆ แก้กันไปนะคะ”
“วราใจดีจริง ๆ นะ”
ไม่พูดเปล่าแต่เอื้อมมากุมมือเธอไว้อีก วันนี้เธอกับเขาจับมือกันกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้
“ขอบคุณมากนะคะ แล้วเราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันนะ” พูดจบก็ดึงเธอให้เซเข้าไปหา วราลีไม่ทันตั้งหลักก็ซบเข้ากับอกกว้างอีกครั้ง มือใหญ่เกาะกุมบ่าเธอแน่น “ขอโทษค่ะแต่ใกล้ถึงชั้นใต้ดินแล้ว นักข่าวอาจจะมาดักรอ วราซุกหน้ากับอกคุณอักข์ไว้นะคะจะได้ไม่ถูกถ่ายรูป”
เป็นการหวังดีที่...อืมหืม-ม-ม-ม
ยื่นอุทธรณ์ที่ไหนได้ไหม ขอวีรดากลับมาเสียที การทำหน้าที่แทนตรงนี้ พลังป้องกันของวราลีไม่ค่อยเสถียรเลย!
หัวใจวราลีหวิวไหววับ ๆ
ถูกกอดไปสองครั้งเริ่มคุ้นกับกลิ่น
อยู่กันไม่กี่ชั่วโมงเริ่มชินกับเสียง สำเนียง สายตา
วราลีบอกตัวเองให้ท่องยุบหนอ... พองหนอ... นี่ ตอนนี้เธอแค่กำลัง ‘รักษาการณ์’ ในฐานะเมียของเขา อย่าเผลอ อย่าไผลไม่งั้นไม่เธอก็วีรดาที่ต้องโทรศัพท์ไปคุยกับพี่ฉ้อยพี่ออดเรื่อง ‘น้องแย่งผัวพี่’ และในอีกกรณี ‘พี่กลับมาจะเอาผัวคืน’ พล็อตแบบนี้คนสนใจดีนักแล!
ลิฟต์เปิด อักข์กอดเธอแน่นและเบี่ยงตัวเตรียมบัง ...หากว่างเปล่า
วราลีมองคนจับมือเธอแน่นที่กำลังสอดส่ายสายตามองซ้ายขวา เขาดูไม่ได้คิดอะไรเกินเลยเลื่อนเปื้อนเหมือนเธอเลยแม้แต่น้อย วราลียกมือข้างที่ว่างเขี่ยข้างแก้ม นึกเขินตัวเองอยู่เหมือนกัน
โรคเก่าดันกำเริบ
อยู่ใกล้ผู้ชายหน้าตาดีที่ดีด้วยไม่ได้ หัวใจมันอ่อนแอ ต้องยอมเป็นผู้แพ้ทุกครั้งไป...
“ไปกันวรา”
คำพูดของเขาเรียกสติของหญิงสาวให้กลับมา ไอ้เรื่องบ้าบอในหัวแตกกระเจิงเพราะสีหน้าเขาจริงจังหนักมาก อักข์ยังคงจูงมือเธอก้าวนำไปยังรถยนต์ส่วนตัวของเขาที่จอดไว้เร็ว ๆ
วราลีรีบคว้ามือเขารั้งไว้เมื่อเห็นแล้วว่าไอ้รถที่ว่าเป็นรถอะไร
“คุณอักข์จะนั่งรถคันนี้ไปเหรอคะ!”
รถสปอร์ตคันโก้ ผูกโบว์สีชมพูยังมีช่อดอกกุหลาบสีแดงสดติดอยู่หน้ารถ ท้ายรถมีตัวหนังสือติดอ่านได้ว่า
Just Married
กรรมของเวร!
“ไม่ได้นะคะรถคันนี้โจ่งแจ้งมาก ขับออกไปพวกนักข่าว--”
“ไม่ทันแล้วละเพราะคนยังไม่มาทำความสะอาดรถเลย แล้วตอนนี้มีรถคันเดียววรารีบขึ้นไปนะคะคุณอักข์จะได้พาไปจากที่นี่” เสียงฝีเท้าดังมาพร้อมกับเสียงโหวกเหวก วราลีไม่ต้องรอให้เขาพูดซ้ำรีบขึ้นไปนั่งข้างคนขับ สปอร์ตคันโก้ไม่ได้ปิดหลังคา และวราลีเข้าใจเอาว่าเพราะข้าวของที่ประดับตกแต่งรถนี่แหละ
“คุณอักข์ คุณวราลี!”
ทักษะการขับรถของอักข์ วราลีเพิ่งประจักษ์ในวันนี้
มือเดียวที่เสียวพาไปนอนกองใต้ต้นมะม่วง บังคับพวงมาลัยให้หักเลี้ยวได้อย่างชำนิชำนาญราวกับครอบครัวฟาสต์[1] ในขณะที่อีกมือหนึ่งโอบเธอให้ซุกหน้ากับบ่าเขา รถสปอร์ตคันงามมีกลุ่มนักข่าววิ่งไล่ตามไปจนถึงถนนใหญ่ แล้วการไล่ล่าก็เหมือนจะจบลงตรงนั้นหากว่าจะไม่มีเสียงโทรศัพท์ของอักข์ดังขึ้น
“วรารับให้ทีค่ะ คุณอักข์ต้องการใช้สมาธิขับรถ”
“อยู่ไหนคะ” เสียงดังใกล้ ๆ ปนไปกับเสียงการจราจรบนท้องถนน
เออเนอะ กลางเมืองกรุงเทพ ฯ มีผู้หญิงผู้ชายคู่หนึ่งนั่งรถเปิดประทุนได้อย่างพร้อมรับอากาศพิษเต็มที่!
“ในกระเป๋ากางเกงคุณอักข์ค่ะ”
“คะ?” เธอมองเขาตาโต
อักข์เหลือบมองเธอแล้วพยักหน้า “เร็วสิคะในกระเป๋ากางเกงค่ะ”
พุทธโธ ธัมโม สังโฆ... อย่าให้ล้วงแล้วเจอ ‘งูเลย!’
[1] ภาพยนตร์ชุด Fast & Furious
