บทที่ 14 4/1

หญิงสาวกลั้นใจล้วงมือลงไป โอ๊ย-ย-ย-ย ใจสั่นไปหมดเลยจ้า กล้ามขาแน่น ๆ ผ่านเนื้อผ้าบาง ๆ ต่ำลง ต่ำลง... วราลีชะงักไปทันควัน เหลือบตามองคนขับที่ยังทำหน้าเฉย จากนั้นก็คิ้วขมวด

เมื่อกี้ที่โดน ๆ ปลายนิ้ว... อะไรหว่า?

“วราคะได้หรือยัง”

หญิงสาวยิ้มแห้ง สูดลมหายใจเข้าลึกกลั้นหายใจดันมือเข้าไปอีก!

โทรศัพท์จริง ๆ ด้วย ไม่มีหนอนชาเขียวยักษ์ หรืองูเงี้ยวต่อยนิ้วเอา!!

วราลีถอนหายใจอย่างโล่งอกคว้าหมับที่โทรศัพท์และดึงออกมาทันควัน ไม่รู้จะเสียดายหรือโล่งใจที่คว้าไปไม่เจออะไรนอกจากโทรศัพท์ ไหนเคยได้ยินเพื่อนสาว ๆ เม้าธ์ว่า... เบี้ยว แล้วทำไมไม่เจอ แต่ก็เคยอ่านพบเหมือนกันนะว่าเวลาไม่ตื่นปกติ ๗๕% จะเอียงซ้าย แต่ก็มีอีกประมาณ ๑๗% ที่จะเอียงไปขวา ส่วนที่เหลือคือเอียงได้ทั้งสองทาง

แต่... เดี๋ยว ๆ คิดอะไรอยู่เนี่ยวรา!

อักข์กลั้นยิ้มแทบตายเมื่อเหลือบมอง ใบหน้านวลแล้วพบว่าสองแก้มแดงเรื่อ กิริยาไม่ยอมมองสบตากันบอกได้ว่าอีกฝ่าย... กำลังคิดทะลึ่ง!

“ใครคะ?”

“อ๋อ เอ่อ ชื่อคุณวรุณค่ะ”

“วรารับเลยค่ะบอกเขาไปว่าคุณอักข์ขับรถอยู่”

หญิงสาวทำตามคำสั่ง ไม่ทันได้กรอกเสียงปลายสายก็รายงานมาก่อนแล้ว “ตอนนี้นักข่าวอยู่เต็มหน้าบ้านคุณอักข์เลยครับ เอ่อแล้วก็ที่หน้าบ้านคุณนายแวววับวาว นักข่าวก็เยอะมาก ยังไงทางที่ดีผมว่าคุณอักข์หลบไปที่อื่นก่อนสักพักแล้วถ้าเรื่องเรียบร้อยผมจะติดต่อไปบอกอีกทีนะครับ”

“อ๊ะ...”

ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...

มาไว ไปไวแท้!

“วางไปแล้วค่ะ คุณวรุณบอกว่าตอนนี้ที่หน้าบ้านคุณอักข์ ที่บ้านคุณนายมีแต่นักข่าวเต็มไปหมดเลยค่ะ เขาอยากให้คุณอักข์หลบไปที่อื่นสักพักเดี๋ยวจะจัดการเคลียร์เรื่องข่าวนี้เอง” วราลีหนักใจจริง ๆ นะจนคิดหื่นไม่ออก “ทำไงดีคะ”

“คงต้องทำอย่างที่พี่วรุณว่าค่ะ”

“โอเคค่ะงั้นคุณอักข์ปล่อยวราลงตรงไหนก็ได้ วราจะเข้าทางหลังบ้านคุณนายแทนนักข่าวคงไม่รู้”

อักข์เหลือบมองเธอเพียงนิด และหักเลี้ยวพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวเข้าถนนอีกเส้น วราลีอ้าปากค้างเหลียวมองหน้าเขาเพราะมันไม่ใช่ทางกลับบ้านเธอ

“คุณอักข์บอกแล้วไงคะว่าถ้าคุณอักข์ปล่อยวราไป วราได้ถูกรุมทึ้งจากพวกนักข่าวแน่ ๆ”

เขายิ้มให้

“เราคงต้องไปที่ไหนกันสักพักแล้วละค่ะ”

“ห้ะ! เรา คือ--”

“สถานการณ์มันบังคับนี่คะ เรากลับไปบ้านไม่ได้เลย” ยิ้มของอักข์เหมือนยิ้มแสยะอย่างไรไม่รู้ในตอนนี้ “จริง ๆ คุณอักข์อยากพาวรากลับบ้านแต่วราก็เห็นว่ามันเป็นยังไง เพราะงั้นไปด้วยกันนะ อย่างน้อยคุณอักข์จะได้อุ่นใจว่ามีวราเป็นเพื่อน คุณอักข์จะได้ไม่เหงา วราคงไม่ใจร้ายปล่อยให้คุณอักข์เหงาหรอกใช่ไหม”

วราลีพูดไม่ออก ได้แต่มองเขานิ่ง... เออจ้ะ เลี้ยวมาขนาดนี้!

อักข์กลั้นยิ้มในหน้า นึกถึงข่าวอีกไม่กี่นาทีที่จะว่อนเน็ต

อักข์พาเจ้าสาวไปฉลองน้ำผึ้งพระจันทร์ชื่นมื่นกันสองต่อสอง!

กึ่งหลับกึ่งตื่นมาตลอดทางในที่สุดก็ถึงจุดหมาย

เสียงลมพัด เสียงฟ้าร้องดังอื้ออึงมาแต่ไกลและอากาศเย็นสะท้านปลุกให้วราลีลืมตาตื่น เธอยังงัวเงียแต่รู้สึกว่ารถยนต์ได้จอดสนิทแล้ว รอบตัวมืดสนิทแทบไม่เห็นอะไร แต่สักพักเมื่อปรับตัวได้ก็พบว่าเธอนั่งอยู่บนรถที่จอดอยู่แนวเลียบภูเขา อักข์อยู่นอกตัวรถ แสงไฟเบื้องหน้าส่องมา พอหยีตามองจึงรู้ว่ามีรถยนต์อีกคันจอดเทียบอยู่

“ขอบคุณมากนะ”

เสียงนุ่ม ๆ ค่อนข้างเนิบนั่นเป็นของอักข์ แต่อีกเสียงที่ตอบกลับสดใสกว่า

“ไม่เป็นไร ยังไงก็เตรียมทุกอย่างไว้ให้หมดละ พักให้สบายแล้วกันฉันต้องไปแล้ว นี่ก็ดึกมากกว่าจะกลับไปถึงมีหวังถูกบ่นหูชา” เสียงพูดหายไปตามด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่ดังขึ้น วราลียืดตัวเมียงมองหากรถคันนั้นวิ่งฉิวผ่านไป ความมืดครอบงำและอักข์ก็หมุนตัวกลับมาหาเธอ

“ตื่นแล้วเหรอวรา เรามาถึงพอดี โชคดีมากที่บ้านพักหลังหนึ่งของเพื่อนคุณอักข์ว่าง”

บ้านตรงหน้าเป็นบ้านไม้ Log Cabin อายุการสร้างน่าจะหลายปีเพราะไม้ซุงลำใหญ่ ๆ นั้นสีเสื่อมไปตามกาลเวลา ชายหนุ่มก้าวกลับขึ้นมานั่ง จากนั้นรถก็เคลื่อนไปจอดยังหน้าบ้าน แสงไฟสลัวออกส้ม ๆ เปิดกระจายในระยะห่าง ๆ ที่พอให้เห็นทาง เสียงหรีดริ่งเรไรดังระงม อักข์เปิดประตูลงไปก่อนแต่วราลียังงงก๊งอยู่กับสถานที่แปลกตา

“ไปพักกันเถอะวันนี้วราคงเหนื่อยมาก”

เจ้าชายรูปงามที่แม้จะนั่งรถเปิดประทุนแต่ทรงผมยังเนี้ยบเปิดประตูผายมือเชื้อเชิญ ที่ยังเนี้ยบนี่ก็เพราะพอออกจากกรุงเทพ ฯ หลังคาของรถก็ถูกยกขึ้น ซึ่งแต่แรกเขากลับไม่ทำ

“เอ่อ... ขอบคุณค่ะ”

หญิงสาวผู้ก้าวลงจากรถ หัวหูฟูด้วยลูกผมที่ระกรอบใบหน้า เธอยืนกับที่มือสองข้างผสานกันเบื้องหน้า

“แล้วต้องอยู่กี่วันคะคุณอักข์”

คนที่กำลังจะเดินนำหันกลับมามอง ใบหน้าถูกบดบังไว้ในเสี้ยวของความมืด จะเห็นเพียงประกายตาวับ ๆ ในบางครั้งเท่านั้น

“ก็คงจนกว่าข่าวจะซา”

“แล้วคุณอักข์คิดว่าจะสักกี่วันคะ”

“อืม” ไรฟันในเงามัวบอกได้ว่าเขากำลังยิ้มนิด ๆ อาจจะยิ้มอ่อนอกอ่อนใจในสิ่งที่เกิดขึ้น... ใช่วราลีคิดเช่นนั้น “ถ้าให้คุณอักข์เดาแบบที่สั้นสุดคงสองสามวัน แต่ถ้าไม่มีข่าวอะไรมาแทรกเลยก็คงเป็นอาทิตย์ค่ะ!”

วราลีเบิกตาโต ต้องอยู่กับเขากันแค่สองคน สั้นสุดก็ว่าแย่แล้วแต่นี่ถ้าหากว่ายาวเป็นอาทิตย์!

“มาค่ะคุณอักข์จะพาไปดูบ้านกัน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป