บทที่ 15 4/2
“มาค่ะคุณอักข์จะพาไปดูบ้านกัน”
หญิงสาวตัวแข็งทื่อขณะถูกจับจูงให้ออกเดินตาม
“มันมืดค่ะ เดี๋ยววราหกล้มไป กว่าจะไปหาหมอคืนนี้คงไม่ได้นอนกันพอดี”
เขาอ้างแบบนั้น และยังมีหน้าหันมาย้ำอีกว่า
“ยังไงคืนนี้จนถึงพรุ่งนี้เราคงไปไหนไม่ได้นะคะ เพราะน้ำมันรถคุณอักข์หมดพอดี เพื่อนคุณอักข์เองบอกว่าจะมาอีกทีค่ำ ๆ พรุ่งนี้หรือไม่ก็มะรืน เพราะระยะจากที่นี่กับในเมืองไกลพอสมควร แต่วราไม่ต้องห่วงนะคะ ของใช้ทุกอย่างมีครบรับรองว่าไม่เดือดร้อนแน่นอนค่ะ!”
วราลีอยากร้องไห้ ตอนนี้กลัวหนักมาก...
กลัวว่าเกิดเขาไม่ตั้งใจ ‘อ่อย’ แต่ดันดาเมจแรงจนห้ามใจไม่ไหว ใครจะมาช่วยเขาจากเงื้อมมือเธอ!
ใช่... วราลีไม่ไว้ใจตัวเอง กลัวอดไม่ไหวจับเขากดและยัดเยียดความเป็นภรรยาให้เขาแทน!!
“ค่ะ หญิงแม่ขอบใจมากนะคะวรุณที่ส่งข่าวมาบอก”
บ้านรัตนรุ่งเรืองกุลเรียกกลาย ๆ ว่าเป็นคฤหาสน์น่าจะเหมาะกว่า เพราะมีพื้นที่เกือบ ๆ สี่ไร่ รั้วบ้านสูงจนคนข้างนอกไม่รู้ว่าคนข้างในทำอะไรบ้างแม้ว่าอยากจะเผือกเต็มแก่ก็ตาม นอกจากจะต้องหาบันไดมาปีนกำแพงแล้ว อาจจะต้องใช้กล้องส่องทางไกลด้วย เพราะตัวบ้านอยู่เยื้องไปทางด้านหลังติดแม่น้ำเจ้าพระยา
โถงกลางของบ้านกว้างโล่งมองเห็นของประดับน้อยชิ้น หากแต่ละชิ้นราคาแรงจนหูดับได้เมื่อได้ฟัง ทางเดินกว้างทอดนำสู่แต่ละห้องในชั้นล่าง บันไดเวียนอยู่กึ่งกลางของโถงก่อนแยกเป็นทางขึ้นซ้ายขวา
เสียงดังชัดเจนเพราะทั่วทั้งบ้านมีแต่ความเงียบ มันดังมาจากห้องรับแขกเล็กขวามือ
ห้องสีขาวตกแต่งด้วยผ้าม่านสีชมพูอ่อน เครื่องเรือนอ่อนหวานสมกับที่เจ้าบ้านเป็นผู้หญิง คุณหญิงวิจิตรานั่งอยู่บนโซฟาหลุยส์ตัวยาว ด้านซ้ายเป็นคนสนิทในวัยไล่เลี่ยนั่งบนโซฟาเดี่ยว สาวใหญ่กดวางโทรศัพท์มือถือ เหลียวมองแม่บ้านที่ควบตำแหน่งคนสนิทมาตั้งแต่ยังสาวและแย้มเยือน
“คู่นั้นไปถึงบ้านที่จะใช้ฮันนีมูนแล้วค่ะรังรอง หญิงดีใจที่ลูกอักข์ช่างฉลาด ไม่งั้นหนูวราคงจะไม่ยอมไปแน่ ๆ”
รังรองเป็นหญิงวัยห้าสิบกว่า ผมมีสีขาวแซมตัดสั้นและดัดน้อย ๆ ให้เข้ารูป หล่อนสวมเสื้อคอบัวผิวเป็นสีแทนดูเข้ากันดีกับผ้าถุงผ้าไหมเป็นมันวับ
“แหมคุณหญิงกับคุณอักข์เล่นอะไรไม่รู้นะคะ เกิดแม่หนูวรารู้เข้าจะไม่โกรธเอาเหรอ”
“อุ้ยเธอจ๋า” คุณหญิงวิจิตรายกมือขึ้นป้องปากยามหัวเราะเต็มเสียง “ถึงตอนนั้นหญิงก็คงจะได้หลานแล้วค่ะ”
“แล้วเรื่องประวัติของแม่หนูวราล่ะคะ”
“กำลังให้คนตามอยู่ แต่หญิงแน่ใจนะว่าใช่ หน้าตาหนูวราคุ้นมาก เสียแต่ว่าความเป็นมาน่ะสิไม่ใช่”
รังรองพยักหน้ารับน้อย ๆ ผ่อนลมหายใจบางเบาเลื่อนถ้วยชาไปวางตรงหน้าของคุณหญิงวิจิตรา
“แล้วแบบนี้การแต่งงานระหว่างคุณอักข์กับแม่หนูวรามันจะดีเหรอคะ จะไม่น่าเกลียดหรือไง”
“หืม เธอน่ะคิดมาก” ค้อนน้อย ๆ แต่พองาม ระหว่างยกถ้วยชาขึ้นจิบก็เอ่ยต่อ “จะน่าเกลียดอะไร ยังไงก็คู่หมั้นคู่หมายกันมาตั้งแต่ก่อนโน้น นี่หญิงสารภาพเลยนะคะว่าตอนแรกน่ะคิดหนักที่เห็นพินัยกรรม”
“นั่นสิคะคุณผู้ชายเธอสั่งไว้แปลก ๆ นะคะดิฉันว่า”
“ถ้าหนูวราคือ ‘หนูวรา’ คนนั้นจริง ๆ หญิงคิดว่าไม่น่าจะแปลกค่ะ แล้วก็จะไม่ประหลาดใจด้วย เพราะคุณพี่เธอรัก ‘เธอ’ คนนั้นสุดหัวใจนี่คะ”
รังรองฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้ม
อดีต ‘รัก’ คุณหญิงวิจิตราไม่ใช่เล่น ๆ แล้วมันก็ดันส่งผลมาจนถึงปัจจุบันนี้อีกด้วย
รุ่นพ่อรุ่นแม่แล้วก็ส่งต่อมาถึงรุ่นลูก
“โชคดีนะคะที่คุณอักข์ชอบแม่หนูวรา ถ้าไม่ใช่ดิฉันก็ไม่อยากให้คุณหญิงฝืนใจเธอ”
คุณหญิงยิ้มมุมปาก จิบชาและวางมันลง “รู้ไหมคะรังรอง ลูกอักข์พูดว่ายังไงตอนเห็นรูปหนูวรา”
คนฟังนิ่งไม่แสดงกิริยาใด
“ลูกอักข์พูดว่า เด็กคนนี้อักข์จำได้ เธอเข้าเรียนในคลาสที่อักข์สอน แล้วก็น่าสนใจดี” คนเป็นแม่ขมวดคิ้วยกมือขึ้นแตะข้างแก้มยามครุ่นคิด “แต่ลูกอักข์ไม่บอกสิคะว่าไปประทับใจอะไรเข้า แต่แหมลูกกะตาลูกอักข์นะคะวับ ๆ เหมือนพ่อเขาตอนเจอหญิงครั้งแรกเลยค่ะรังรอง เฮ้อ...” สาวใหญ่ผู้นุ่มนิ่มอ่อนหวาน สายตาเหม่อมองไกล “คิดถึงสมัยก่อนที่ยังเป็นสาว-สาวนะคะ ตอนนั้นเราเปิ๊ดสะก๊าดซะไม่มีเลยเนาะ”
คนสนิทฟังแล้วได้แต่อมยิ้ม
ใครว่าอักข์ได้พ่อ จริง ๆ แล้วนิสัยทั้งหลายทั้งแหล่นั่นอักข์ได้แม่ไปเต็ม ๆ ต่างหาก!
คุณนายแวววับวาวเป็นคนเจ้าเนื้อผิวขาว ตายิบหยีเพราะความอ้วน และตอนนี้ก็กำลังนั่งดมยาดมอยู่ในห้องนอน มีคนใช้ในบ้านคอยนวดแข้งนวดขาปรนนิบัติพัดวีอยู่ไม่ห่าง เพราะว่าดันไปเห็นข่าวในโซเชียลเข้าจนถึงกับลมใส่!
แฟนสาวสุดสวยคนใหม่ของพ่อเลี้ยงเมืองราม
ส่วนคนในรูปก็ไม่ใช่ใคร หนูวี วีรดาลูกสาวคนสวยของเธอเอง!
“ไงนุชติดต่อหนูวีได้หรือยัง” คนเป็นลมเอ่ยถามเสียงแหบโหย แต่ว่านุช หรือป้านุชแม่ครัวที่กำลังกดโทรศัพท์มือถือยิก ๆ ส่ายหน้า คุณนายแวววับวาวเห็นอย่างนั้นก็เรอเอิ้กยกมือขึ้นตีหน้าผากตัวเอง “ลูกหนอลูก”
คร่ำครวญเสียจนเป็นลมไปหลายพัก แต่พอตื่นก็ยังคร่ำครวญอีก
ป้านุชเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้
“เป็นถึงพ่อเลี้ยงก็คงจะดูแลหนูวีได้ละค่ะคุณนาย อย่างน้อยก็เบาใจได้นะคะ”
“แล้วคุณอักข์ล่ะโถ ผู้ลากมากดีร่ำรวยเสียขนาดนั้น พ่อเลี้ยงเมืองเหนือจะเทียบได้เหรอ ป่านนี้นะยายคุณนายทองถมกับยายชม้อยมันได้นินทาฉันตายปะไร”
