บทที่ 5 1/4
เพราะอย่างไรเขาก็คือพี่เขย ถึงตอนนี้จะเป็นสามีแต่เธอแค่แต่งแทนในนาม เพราะอย่างนั้น... ห้ามเด็ดขาด!
ฟังนะวราลี... คิดหื่นน่ะพอไหว แต่ถ้าคิดจะกินพี่เขยน่ะไม่ได้ อักข์เป็นของต้องห้าม ดูแต่ตามืออย่าต้อง!!
เสียงจากข้างนอกห้องยังเงียบ
เงียบ เงียบจนแทบจะคิดได้ว่านอกจากเขาแล้วไม่มีใครอื่นอีกอยู่ ณ ที่นี้
อักข์นอนแช่ในอ่างอาบน้ำ ต้นคอเอนพิงกับขอบอ่าง ชายหนุ่มเอามือก่ายหน้าผากทั้ง ๆ ที่ยังหลับตา ใครว่าวราลีโง่เขาอยากค้านเต็มแก่ เด็กคนนั้นฉลาดจะตายไป ดูอย่างวิธีเอาตัวรอดของเธอจากเขาสิ!
ใช่ คนที่เขาต้องแต่งงานด้วยแต่แรกก็คือวราลี ไม่ใช่วีรดา
เขาเจอเธอครั้งแรกตอนไปเป็นอาจารย์พิเศษให้กับทางมหาวิทยาลัย เกี่ยวกับวิชาธุรกิจการเงิน
อักข์จบปริญญาตรีในไทย และต่อจากนั้นเขาก็ไปเรียนต่อที่อังกฤษ ได้ปริญญาตรีมาอีกใบกับปริญญาโท สังคมรอบตัวเอื้อให้อักข์และเพื่อนชาวต่างประเทศก่อตั้งบริษัทพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนั้นเขายังมีบริษัทหลักทรัพย์ของตัวเองในไทย ไม่รวมกับธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอสังหา ฯ ของตระกูลในรูปแบบกงสีที่เขาคุมบังเหียนบริหารอยู่
เขาถูกยอมรับจากคนในตระกูลว่าฉลาด รวมถึงบุคคลภายนอก หลายมหาวิทยาลัย ‘จีบ’ ให้เขาเป็นอาจารย์สอนพิเศษและเขาก็ตกลงปลงใจที่จะสอนในมหาวิทยาลัยหนึ่ง
อาจเป็นความบังเอิญ แต่วราลี เด็กปีหนึ่งก็อยู่ในคลาสที่เขาสอนด้วย
‘วราลีค่ะ’ รูปถ่ายที่ถูกส่งมาให้เป็นภาพของเด็กสาวในชุดนักศึกษา หล่อนคุ้นตาเพราะเป็นนักเรียนที่วิ่งเข้าห้องเป็นคนสุดท้ายด้วยท่าทีกระหืดกระหอบ และเขาก็จำได้ ‘หญิงแม่อยากให้ลูกอักข์แต่งงานกับหนูคนนี้’
วราลีไม่ได้แตกต่างกับผู้หญิงคนอื่น แถมยังสวยสู้ผู้หญิงที่ผ่านมาของเขาไม่ได้
‘คุณพ่อทำสัญญากับไว้กับเพื่อนค่ะ ว่าหากเพื่อนคุณพ่อเสียชีวิตแล้วแม่หนูคนนี้ยังอยู่ที่บ้านอุตตมโยธินเจริญกิจ ลูกอักข์จะต้องแต่งงานด้วย’
เป็นคำขอร้องที่ฟังแล้วทำยากอยู่ไม่น้อย
‘เธอยังเด็กอยู่นี่คะคุณแม่ แล้วดูอายุอักข์สิคะห่างกันตั้งมาก’
‘เป็นคำสั่งเสียของคุณพ่อค่ะ หญิงแม่เองก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ว่าในสัญญาที่ทำไว้ลูกอักข์จะต้องแต่งงานกับหนูคนนี้เท่านั้น และดูแลปกป้องจนกว่าแม่หนูนี่จะอายุยี่สิบห้าปี’
‘แต่เด็กคนนี้ยังเรียนอยู่’
คุณหญิงแม่ของเขาถอนหายใจน้อย ๆ ‘ก็นี่แหละค่ะสิ่งที่เป็นปัญหา ในสัญญาบอกไว้ด้วยว่าอักข์จะต้องมีลูกกับแม่หนูคนนี้ก่อนอายุยี่สิบห้าปี’
‘แล้วถ้าเราไม่ทำตามสัญญา’
‘ไม่ได้ค่ะ สัญญานี้มีผู้ใหญ่ในตระกูลรับรู้หลายคน ถ้าไม่ทำคนเดือดร้อนจะไม่ใช่เรา แต่เป็นแม่หนูคนนี้กับตระกูลอุตตมโยธินเจริญกิจที่ต้องรับผิดชอบ หญิงแม่เกรงว่าเรื่องนี้จะมีอะไรซ่อนอยู่’
‘จริง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องของเรา อักข์ว่า...’
‘นี่เพื่อนคุณพ่อนะคะลูกอักข์ หญิงแม่คิดว่าลูกของหญิงแม่คงจะไม่ใจจืดใจดำอะไรขนาดนั้น’
คุณหญิงวิจิตรากระพริบตาปริบ ๆ ยามมองตรงมาที่เขาอย่างมีความหวัง อักข์ถอนหายใจอย่างปลงตก
‘งั้นลองทำความรู้จักบ้านนี้กันก่อนดีกว่านะคะ ถ้าอักข์จะต้องแต่งงานด้วยจริง ๆ อักข์ก็อยากมั่นใจว่าคนบ้านนี้ควรค่าให้อักข์เข้าไปข้องเกี่ยวด้วย’
แล้วคำตอบของเขาก็ส่งผลในทันที
เช้าวันถัดมา คุณหญิงวิจิตราก็พาเขาไปที่บ้านอุตตมโยธินฯ คุณนายแวววับวาวต้อนรับพวกเขาสองแม่ลูกอย่างดี และรู้สึกจะนำเสนอวีรดา บุตรสาวของตัวเองให้กับเขาอย่างออกหน้าออกตา ส่วนวราลี เด็กคนนั้นอยู่ในฐานะเด็กในบ้านเหมือนกับคนใช้คนอื่น ๆ
ไม่มีการแนะนำให้รู้จักจนคุณหญิงวิจิตราอดรนทนไม่ได้
‘จริงสิคะคุณนาย หญิงจิตราจำได้ว่าที่เคยตามคุณพ่อของลูกอักข์มาที่นี่ นอกจากหนูวีรดายังมีแม่หนูอีกคนนี่คะ วันก่อนหญิงจิตราไปที่มหาวิทยาลัยกับลูกอักข์เหมือนจะคุ้น ๆ ว่าเห็น’
คุณนายแวววับวาวยังคงยิ้มระรื่น
‘วราลีค่ะ ยายวราตอนนี้กำลังเรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่เอ๊ะบังเอิญจังนะคะที่คุณอักข์ไปสอนพอดี’
‘เพราะหนูวราแหละค่ะเลยทำให้หญิงจิตรานึกขึ้นมาได้ ว่าตั้งแต่คุณพ่อของลูกอักข์เสียก็ไม่ได้ไปมาหาสู่กันเลย โชคดีที่ลูกอักข์ยอมกลับมาอยู่ที่ไทย เราเลยได้เจอกันอีกครั้งนะคะ นึกถึงความหลังน่ะค่ะ’
‘จริงนะคะ ฉันก็นึกถึงครอบครัวคุณหญิง หนูวีสิคะไม่เคยลืม จำพี่อักข์ได้เสมอ พูดถึงประจำว่าคุณหญิงป้าวิจิตรากับพี่อักข์ป่านนี้จะเป็นยังไง
บ้าง สบายดีไหม อะไรแบบนี้น่ะค่ะ แต่ก็ไม่กล้าไปรบกวน เกรงใจค่ะ เกรงใจ’
คำพูดของคุณนายแวววับวาวหนึ่งคำก็ลูกสาว สองคำก็ลูกสาว ไม่แม้แต่จะเฉียดไปที่วราลีอีกเลย
เท่าที่ทราบ วราลีเป็นลูกภรรยานอกสมรสของเสี่ยสมมาตร สามีของคุณนายแวววับวาวที่เกิดกับภรรยาน้อย ซึ่งการไม่พูดถึงหรือเอ่ยถึงไปมากกว่าเด็กในบ้าน ก็เป็นการบอกให้ทราบดีอยู่แล้ว ว่าวราลีมีค่ามากแค่ไหนในบ้านอุตตมโยธิน ฯ
‘คงจะได้มารบกวนที่บ้านอุตตมโยธิน ฯ บ่อย ๆ นะคะ หญิงจิตราคิดว่าคุณนายคงไม่รังเกียจ’
‘อุ้ยตายคุณหญิงจิตราขา’ คุณนายยิ้มแย้ม ‘รังกงรังเกียจอะไรคะ คนกันเองทั้งนั้นยินดีต้อนรับเสมอค่ะ หนูวีก็จะได้มีเพื่อนด้วย ปกติหนูวีเพื่อนน้อยค่ะถ้าคุณอักข์แวะมาพูดคุยด้วยก็คงหายเหงาไปเยอะ’
