บทที่ 6 1/5
เป็นการกรุยทางให้เขาเข้าบ้านอุตตมโยธิน ฯ ได้อย่างราบรื่น
และจากการเข้าไปในบ้านอุตตมโยธิน ฯ ในอีกสองสามครั้งให้หลัง อักข์ก็พอจะทราบความเป็นไปในบ้านหลังใหญ่นั่นได้ วีรดากับวราลีรักกันดีพอประมาณตามประสาพ่อเดียวกัน แต่คุณนายแวววับวาวถึงจะดูแลลูกเมียอื่นของสามีดีแต่ก็ยังมีการแบ่งระดับชั้นอย่างชัดเจน
ยอดพีระมิดคือหล่อนกับวีรดา
รองลงมาคือวราลี
‘หญิงแม่คิดว่าเราน่าจะรอดูไปอีกสักหน่อยนะคะ ถึงคุณนายแวววับวาวจะไม่ได้ใจร้ายใจดำกับหนูวราแต่ก็ใช่ว่าจะไม่คิด หากว่าจู่ ๆ หนูวราจะต้องแต่งงานกับลูกอักข์ แทนที่จะเป็นหนูวีรดา’
ความในใจต่อจากนั้นคือจุดประสงค์หลัก
‘เพราะถึงลูกอักข์จะไม่แต่งงานหรือเลือกแต่งกับหนูวีรดาแทน คน
อื่นในตระกูลเราก็ต้องแต่งกับหนูวราลีอยู่ดี แล้วลูกอักข์คิดดูสิคะ น้องจะไม่น่าสงสารเหรอ’
อักข์ยิ้มเฉย และเลี่ยงไปคุยอีกเรื่องแทน
‘จริงสิคะคุณแม่ นักสืบของเราไม่เจออะไรเกี่ยวกับวราลีเลยค่ะ ทุกครั้งที่เข้าใกล้เป้าหมายจนพอจะได้อะไรบ้าง เป้าหมายก็จะหายไปเหมือนกับมีคนรู้ว่าเรากำลังทำอะไร’
‘งั้นเราคงต้องอยู่กันนิ่ง ๆ สักพักนะคะลูกอักข์ หญิงแม่คิดว่าเรื่องนี้เราจะผลีผลามไม่ได้’
แล้วเราก็อยู่นิ่ง ๆ กันหลายเดือนเพื่อประเมินความเป็นไป โดยที่อักข์เทียวไปบ้านอุตตมโยธินเจริญกิจไม่ได้ขาด แม้จะไม่ได้แสดงออกซึ่งความสนใจในตัววีรดามากไปกว่าน้องสาว กระนั้นการกระทำก็ยังสร้างความหวังให้กับคุณนายแวววับวาว
กระทั่ง... ถึงเวลาที่ควรจะพูด
ก่อนเกิดงานแต่งไม่กี่วัน!
‘ว่า... อะไรนะคะ คุณหญิงกับคุณอักข์ ที่ว่ามาสู่ ไม่ใช่หนูวี แต่เป็นวรา... งั้นเหรอคะ วราลีนี่น่ะเหรอคะ!?’
‘ใช่ค่ะคุณนาย’ คุณหญิงแม่ของเขาเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มหวานเชื่อม ไม่ได้ตกใจอะไรกับท่าทีของคุณนายแวววับวาวแม้แต่น้อย
‘ตะ...แต่ แล้วที่ผ่านมาคุณอักข์กับหนูวี’
‘เด็กสองคนไม่ได้รักกันค่ะ ลูกอักข์กับหนูวีเป็นพี่น้องกันเฉย ๆ’
คุณนายแวววับวาวอ้าปากค้างเพราะอึ้งงันไป
‘ที่จริงเรื่องนี้เป็นคำสัญญาจากสามีของหญิงจิตรา กับเสี่ยสมมาตรสามีของคุณนายที่ทำไว้เมื่อครั้งก่อนโน้นน่ะค่ะ พอถึงตอนนี้หญิงจิตราเห็นว่ามันถึงเวลาที่สมควร จึงอยากจะทำตามสัญญาที่ตกลงกันไว้’
มือเรียวของมารดาเขายื่นกระดาษเอกสารแผ่นหนึ่งให้กับเจ้าของบ้าน
‘สัญญาที่ตกลงกันไว้ค่ะ คุณนายลองอ่านดูก่อนนะคะ ถึงอย่างไรหญิงจิตราก็ไม่อยากฝืนใจคนแต่ง แต่ก็คิดว่าหนูวราลีคงจะไม่ปฏิเสธ หรือคุณนายจะมีข้อกังขาจนไม่ยอมทำตามสัญญานี้ ก็ไม่เป็นไรนะคะ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นหญิงจิตราก็คงต้องดำเนินการตามที่สามีของหญิง และสามีของคุณนายได้สั่งเสียไว้’
คุณหญิงวิจิตรายังคงยิ้มอ่อนหวาน ดวงตาหวานเชื่อมมองจับคุณนายแวววับวาวอย่าง ‘ซื่อ ๆ’
‘ขอให้คุณนายแวววับวาวชำระค่าปรับทั้งหมดด้วยทรัพย์สินที่มีในปัจจุบัน ให้กับหญิงจิตราและลูกอักข์ค่ะ!’
คุณนายแวววับวาวตาเบิกกว้างตะลึงลานมองเขากับมารดา
‘ขอให้เชื่อใจหญิงจิตรานะคะว่าไม่ได้มาขู่บังคับ หญิงจิตราแค่มาทำตามสัญญาที่ตกลงกันไว้เท่านั้นเอง’
แม้จะไม่เต็มใจ แต่คุณนายแวววับวาวที่หวงสมบัติยิ่งกว่าอะไร แถมวีรดาก็ยังไม่ได้สนใจเขาไปมากกว่าคนรู้จักกันก็ยอมตกลง แต่ปัญหาก็ยังมีมาอีกจนได้
‘แล้วจะทำยังไงดีล่ะคะคุณหญิงจิตรา วราลีคงจะไม่ยอมง่าย ๆ’
ถ้อยคำที่เปรยพร้อมกับใบหน้าอวบอูมที่ฉายแววกังวลของคุณนายขี้งกบอกชัด
‘วราลีค่อนข้างจะเหมือนเด็กดีว่านอนสอนง่ายนะคะ แต่เอ่อในพินัยกรรมที่พี่สมมาตรทำไว้บอกไว้ว่าห้ามฉันบังคับขู่เข็ญในสิ่งที่วราลีไม่เต็มใจ เรื่องนี้ทนายความที่ทำเรื่องยังอยู่นะคะ และเอ่อ... ยายวราน่ะค่ะถูกสั่งไว้ก่อนคุณพี่ของฉันตายว่าหากมีอะไรคับข้องใจ หรือถูกข่มขู่บังคับให้ไปหาคุณทนายได้ทุกเมื่อ’
ทางออกถูกเสนอทันใดด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน
‘อย่ากังวลไปเลยค่ะ เรื่องนั้นทางเราจัดการไว้หมดเรียบร้อยแล้ว ที่เราต้องการก็คือขอแค่ต่อจากนี้ หากลูกอักข์มาที่นี่รบกวนคุณนายอย่าขัดขวางลูกอักข์กับหนูวราได้ไหมคะ’
คุณนายแวววับวาวยิ้มไม่สนิทนัก และได้แต่หัวเราะแหะ ๆ
‘และหญิงจิตราอยากแจ้งให้ทราบว่า นอกจากค่าใช้จ่ายในอนาคตของหนูวราที่จะเกิดขึ้นต่อไปแล้ว หญิงจิตราจะช่วยเรื่องค่าเลี้ยงดูในอดีตของหนูวราด้วยนะคะ ขอแค่คุณนายแจ้งค่าใช้จ่ายมา หญิงจิตราจะจัดการให้’
คุณหญิงวิจิตรายื่นข้อเสนอ และมีหรือคุณนายขี้งกจะไม่รีบตะครุบไว้!
เสียงโทรศัพท์ที่วางไว้ในห้องนอนดังขึ้นให้ได้ยินแผ่วเบา อักข์ลืมตาทันใดก่อนจะลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำ มองหาผ้าขนหนูใช้มันพันรอบเอวสอบหลังถอดกางเกงออกจากตัว ร่างสูงใหญ่ก้าวผ่านประตูตรงไปที่เตียง
เสียงโทรศัพท์ดังก่อนหน้านี้เงียบหายไป ไม่ถึงอึดใจก็ดังขึ้นมาใหม่
“น้องวี”
“สะดวกใช่ไหมคะพี่อักข์ วีจะโทร.มาถามเรื่องวราค่ะ วราเป็นยังไงบ้าง วราโกรธวีมากไหม”
“วราไม่โกรธน้องวีเลยนะคะเท่าที่พี่เห็น”
ปลายสายถอนอกถอนใจคงเพราะน่าจะโล่งอก
“แต่เหมือนแผนของน้องวีวราจะรู้ทันนะคะ ตอนนี้หนีออกไปอยู่ห้องโถงข้างนอกแล้วค่ะ”
