บทที่ 5 ตอนที่5
ภายในตึกหรูสูงระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานครที่ตั้งของที่ทำการวัชรเกียรติเวคิน กรุ๊ป ซึ่งมีธุรกิจในเครือเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อีกมากมายหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมห้าดาว คอนโดมิเนียมสุดหรู หมู่บ้านจัดสรรที่ตั้งอยู่ในหลายจังหวัดใหญ่ๆ ทั่วประเทศ ล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศแทบทั้งสิ้น แน่นอนบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้ทำรายได้ในแต่ละปีได้อย่างมหาศาล
แต่ที่น่าทึ่งก็คือธุรกิจทั้งหมดทั้งมวลนี้ประสบความสำเร็จด้วยมันสมองของนักธุรกิจหนุ่มเลือดผสมไทย-อเมริกันวัยเพียงสามสิบสี่ปีนามอัคคี วัชรเกียรติเวคินแต่เพียงผู้เดียว จนเป็นที่ชื่นชมและกล่าวถึงในแวดวงสังคมธุรกิจทั้งเมืองไทยตลอดจนอีกในหลายๆ ประเทศ
ขณะนี้ชายหนุ่มกำลังนั่งหน้าตาเคร่งเครียดอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ซึ่งตั้งอยู่กลางห้องทำงานกว้างขวางหรูหรา ทว่าที่ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับธุรกิจที่เขาบริหารอยู่ในเครือ หากอัคคีกำลังเพ่งพินิจรูปถ่ายนับสิบใบในมือ พร้อมกับฟังลูกน้องร่างใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานรายงานเกี่ยวกับหญิงสาวในชุดนักศึกษาหน้าตาหมดจดที่อยู่ในรูปไปด้วย
“เธอชื่อพระพาย เนตรนภัทร เรียนอยู่ปีสี่มหาวิทยาลัยเดียวกับคุณพี อาศัยอยู่หอพักใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัย และกำลังจะจบการศึกษาพร้อมๆ กับคุณพีภายในเดือนนี้ครับ ผมมั่นใจว่าความสัมพันธ์ของเธอกับคุณพีไม่ใช่เพื่อนกันธรรมดาอย่างแน่นอน เพราะเท่าที่ผมให้คนติดตามเฝ้าดูการใช้ชีวิตของเธอมาตลอดสามเดือน คุณพีพักอยู่กับผู้หญิงคนนี้จริงๆ ครับ”
“หึ! เด็กใจแตกละสิ ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมริอยากจะมีผัว”
ปากหยักได้รูปราวอิสตรีเค้นเสียงออกมาหยามหยัน ความจริงแล้วถ้ามองอย่างไม่อคติสาวน้อยในรูปก็หน้าตาสะสวยใช่เล่น ดูสดใสและสะอาดสะอ้านดีทีเดียว
แต่ที่อัคคีไม่พอใจก็เพราะริจะไปใช้ชีวิตแบบคู่ผัวตัวเมียทั้งที่ยังเรียนหนังสือกันไม่จบ และที่ทำเอาชายหนุ่มโมโหเดือนพล่านอยู่ในอกทุกครั้งเมื่อนึกถึงก็คือ เรื่องที่ปัถพีน้องชายคนเดียวซึ่งอัคคีหมายมั่นปั้นมือจะให้มาแบ่งเบาภาระหน้าที่การงานในฐานะทายาทวัชรเกียติเวคินอีกคนหนึ่งหลังจากเรียนจบ
หากคนเป็นน้องกลับผ่าเหล่าผ่ากอไม่คิดจะสนใจธุรกิจของครอบครัวเลยสักนิด ชายหนุ่มอยากให้เรียนการบริหารก็ไม่เรียน กลับไปเลือกเรียนสาขาสถาปัตยกรรมแทน แต่นั่นอัคคียังพอหยวนๆ คิดว่าให้ปัถพีเรียนจบออกมาก่อนแล้วค่อยว่ากันใหม่ งานในบริษัทค่อยมาเรียนรู้เอาทีหลังก็ย่อมได้
ทว่าตลอดสี่ปีที่ผ่านมาผลการเรียนของน้องชายเข้าขั้นย่ำแย่มากจนน่าใจหาย ดีที่ปัถพียังถูไถมาได้จนจบการศึกษา และสาเหตุที่ทำให้สองหนุ่มพี่น้องทะเลาะกันใหญ่โตถึงขั้นแตกหักเมื่อสามเดือนก่อน จนคนเป็นน้องชายหนีออกจากบ้านไป ไม่ยอมเหยียบย่างกลับเข้าบ้านมาอีกเลย กระทั่งถึงทุกวันนี้ ก็เพราะอัคคีจะส่งน้องชายไปเรียนต่อต่างประเทศทันทีเมื่อจบปริญญาตรีที่เมืองไทย
ไม่ว่าจะยกเหตุผลอะไรมาอ้างปัถพีก็ค้านหัวชนฝาไม่ยอมไปท่าเดียว แล้วเตลิดออกจากบ้านไป หากอัคคีก็ปล่อย เพราะเหตุการณ์เช่นนี้มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิด ใช่ว่าเขาจะไม่เป็นห่วงน้อยชาย ที่ปล่อยไปแค่อยากจะดัดนิสัยให้คิดเองซะบ้างจะได้โตเสียที และทุกครั้งไม่เกินหนึ่งเดือนเมื่อเงินเบี้ยเลี้ยงที่อัคคีโอนเข้าบัญชีให้เป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนหมดลง น้องชายก็จะซมซานกลับบ้านมาเอง
ทว่าครั้งนี้มันสามเดือนเข้าไปแล้ว แต่คนเป็นน้องชายก็ยังไม่โผล่หัวกลับเข้าบ้าน มันผิดปกติมาก ชายหนุ่มจึงส่งลูกน้องไปสืบว่าน้องชายใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไรในเมื่อเขาสั่งตัดเบี้ยเลี้ยงไปหมดแล้ว
ประการสำคัญสิ่งที่เขาอยากรู้เป็นที่สุดก็คือ อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ปัถพีทิ้งอนาคตไม่ยอมไปเรียนต่อต่างประเทศ แล้วจากรูปถ่ายและคำรายงานของลูกน้องคิดว่าเวลานี้เขาพอจะเดาสาเหตุได้รางๆ
“ฉันสั่งให้ตัดเบี้ยเลี้ยงและอายัดบัตรเครดิตของนายพีทุกใบไปตั้งแต่สามเดือนที่แล้ว กำลังเรียนอยู่ด้วยกันทั้งคู่ ไหนจะค่ากินค่าอยู่ แล้วเด็กสองคนนั่นใช้ชีวิตรอดมาได้ยังไงตั้งสามเดือน”
“นี่น่าจะเป็นคำตอบได้ครับ”
เมฆาหรือเมฆลูกน้องร่างยักษ์ ซึ่งอยู่ในสูทเรียบกริบสีเข้มที่รับหน้าที่ทั้งบอดี้การ์ดและผู้ช่วยส่วนตัวของของประธานวัชรเกียรติเวคิน กรุ๊ป ดึงรูปถ่ายอีกชุดจากในซองสีน้ำตาลที่ถืออยู่ในมือออกมาวางบนโต๊ะให้เจ้านาย แล้วเอ่ยบอก
“เธอเป็นพี่สาวคนเดียวของผู้หญิงที่คุณพีไปพัวพันด้วยครับ คาดว่าจะรู้จักคุ้นเคยกับคุณพีดี เพราะเธอเคยเป็นรุ่นพี่ที่คณะของคุณพี และคนของผมเห็นเธอไปเยี่ยมน้องสาวกับคุณพีที่มหาวิทยาอยู่หลายครั้ง แต่เรียนจบมาได้หนึ่งปีแล้ว ปัจจุบันเธอเปิดร้านอาหารเล็กๆ อยู่แถวบ้านที่จังหวัดนนทบุรีครับ”
อัคคีหยิบเอารูปถ่ายบนโต๊ะมาเปิดดูทีละใบ เป็นรูปแอบถ่ายของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งถ่ายในระยะไกลๆ เห็นหน้าตาไม่ชัดสักเท่าไร จากสภาวะแวดล้อมที่เห็นในรูปน่าจะเป็นภายในร้านอาหาร ก่อนชายหนุ่มจะพึมพำออกมาเบาๆ เมื่อเห็นชื่อที่ลูกน้องเขียนแปะเอาไว้บนรูปใบหนึ่ง
“ชลธาร เนตรนภัทร”
ชายหนุ่มขมวดคิ้วพลางจ้องรูปในมือนิ่ง เพราะฟังรายละเอียดจากปากลูกน้องแล้วให้สงสัย ถ้าเป็นจริงตามที่คนของเขารายงาน ผู้หญิงในรูปก็ถือว่ายังเด็ก เพิ่งเรียนจบมาได้แค่ปีเดียว อายุก็คงจะราวยี่สิบสองหรือยี่สิบสามปีเท่านั้น แล้วเปิดร้านอาหารเล็กๆ แค่นั้นมีเงินส่งเสียน้องสาวเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนที่ค่าเทอมแพงเอาเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร แถมสามเดือนที่ผ่านมายังพ่วงน้องชายของเขาเข้าไปอีกคน
ข้อสำคัญเขามั่นใจว่าแม่พี่สาวตัวดีนี่ต้องรู้เห็นเป็นใจเรื่องที่น้องชายของเขาหนีออกจากบ้านไปอยู่กินกับน้องสาวของคุณเธออย่างแน่นอน มันทำให้อัคคีอดคิดไม่ได้ว่าเจ้าหล่อนมีแผนการอะไรหรือเปล่า ชายหนุ่มจึงเอ่ยถามลูกน้องเพื่อความแน่ใจ
“ฐานะที่บ้านเป็นไง”
“น่าจะพอกินพอใช้นะครับ พักอยู่กับแม่ที่บ้านริมคลองแค่สองคน บริเวณบ้านส่วนหนึ่งเป็นสวนผลไม้ แต่ก็ไม่ใหญ่มากนัก คิดว่ารายได้หลักที่ใช้ส่งเสียเธอกับน้องสาวให้เรียนหนังสือมาโดยตลอดคงมาจากสวนผลไม้นั่นแหละครับ เพราะร้านอาหารเล็กๆ ของเธอนั่นเพิ่งเปิดมาได้ยังไม่ถึงปีเลย และเท่าที่ผมรู้ไม่ค่อยมีลูกค้าเข้าร้านสักเท่าไรหรอกครับ”
‘หึ! คิดจะจับน้องชายของเขางั้นสิ แผนตื้นๆ อย่าได้ฝัน!’
อัคคีสรุปกับตัวเองอยู่ในใจอย่างเย้ยหยัน สิ่งที่แม่พี่สาวทำจะให้เขาคิดไปในทางที่ดีได้อย่างไร เพราะถ้าดีจริงเป็นพี่น้องกันต้องคอยเตือนหรือห้ามปราม ไม่ใช่สนับสนุนตามใจเมื่อน้องนุ่งทำอะไรไม่ควรแบบนี้ นอกจากว่าคุณเธอมีแผนสูงคิดจะให้น้องสาวรวบหัวรวบหางน้องชายของเขาสถานเดียวเท่านั้น
“ขอบใจนายมากนะเมฆ เย็นนี้ฉันจะไปลากคอนายพีออกมาจากหอพักนั้นเอง ถ้าส่งนายกับพรรคพวกไปนายพีไม่ยอมกลับแน่”
“เอ่อ...แต่คนของผมรายงานมาว่าคุณพีกับเด็กนั่นไม่ได้เข้าไปที่หอพักมาสองวันแล้วครับ เห็นทั้งคู่สะพายกระเป๋าเสื้อผ้าลงมาจากหอพักแล้วนั่งแท็กซี่ออกไปตั้งแต่เย็นวันที่มหาวิทยาลัยสอบเสร็จ คงพากันกลับไปบ้านริมคลองที่จังหวัดนนทบุรีน่ะครับ”
“งั้นฉันคงต้องตามถึงที่สินะ ก็ดี! จะได้กวาดคนที่อยู่เบื้องหลังให้เรียบด้วยเลยทีเดียว”
อัคคีหยัดร่างสูงใหญ่หกฟุตสามนิ้วของตนเองลุกจากหลังโต๊ะทำงาน พร้อมกับสั่งลูกน้องเสียงเฉียบขาดเอาจริง
“ไปเดี๋ยวนี้เลยเมฆ! โทร.เรียกคนของนายไปด้วยสักสามสี่คน ถ้าพูดจาดีๆ แล้วไม่ฟังก็คงต้องใช้วิธีเชือดไก่ให้ลิงดูกันหน่อยละ”
“ครับ”
ลูกน้องวัยฉกรรจ์น้อมรับคำสั่งพลางก้มหัวให้เจ้านายหนุ่มเล็กน้อย ก่อนเดินตามหลังคนเป็นเจ้านายที่ก้าวยาวๆ ออกไปจากห้องทำงาน พร้อมกับล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทเรียกสมุนให้มาสมทบตามคำสั่งของเจ้านาย
