บทที่ 7 ตอนที่7

เมื่อถูกใส่อารมณ์มาแบบไม่ยั้ง แถมโดนปรามาสมาซะเต็มหน้า คนอย่างชลธารถ้าไม่ผิด เธอก็ไม่คิดจะยอมใครง่ายๆ เหมือนกัน

“ก็ในเมื่อเขาสองคนรักกันฉันจะห้ามไปทำไม แล้วฉันผิดเหรอที่ส่งเสียเลี้ยงดูคนที่เป็นน้องสาวแท้ๆ ถ้าฉันถามคุณบ้างว่าคุณเป็นพี่ประสาอะไรถึงปล่อยให้น้องชายหนีออกจากบ้านบ้างล่ะ จะได้ไหม”

คนโดนย้อนถึงกับตาลุกวาวโรจน์ และอัคคีเพิ่งได้ประจักษ์แก่ใจว่าแม่สาวงามทรามวัยของเขาปากคอร้ายกาจไม่เบาเลยทีเดียว ก่อนชายหนุ่มจะเค้นเสียงออกมาข่มขวัญเมื่อคิดว่าคงจะพูดจาดีๆ กันไม่รู้เรื่องอีกต่อไป พร้อมกับจ้องหน้าขาวนวลเขม็งอย่างเอาเรื่อง

“อย่ามาปากดีกับผมนะชลธาร ไม่งั้นไอ้ร้านอาหารเท่ารูหนูของคุณผมจะพังให้ดู”

“ก็เอาสิ! ถ้าคิดว่าคุณใหญ่นัก และบ้านเมืองมันไม่มีขื่อมีแปละก็”

ชลธารเงยหน้าท้าทายพร้อมจ้องใบหน้าแข็งกร้าวของคนขู่ไม่ยอมหลบเช่นกัน

“คิดว่าผมไม่กล้างั้นเหรอ ได้! จัดให้เลยคนสวย”

ขาดคำคนพูดก็วาดมือใหญ่ไปกวาดเอาถ้วยช้อนจานชามที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ ลงไปกองระเนระนาดแตกกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นเสียงดังเกรียวกราวในชั่วพริบตา เล่นเอาเจ้าของร้านสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าเขาจะทำจริงๆ เด็กในร้านสองคนกับแม่ครัวอีกหนึ่งที่เพิ่งวิ่งออกมาจากหลังครัวต่างถอยกรูไปยืนกอดกันกลมดิกตัวสั่นงันงกอยู่มุมหนึ่งของร้าน พอชลธารตั้งสติได้ถึงตวาดออกมาดังลั่น

“นี่คุณเป็นบ้าอะไรของคุณ! ถึงได้เที่ยวมาพังร้านคนอื่นเล่นแบบนี้ฮะ!”

หากอัคคีหาได้สะทกสะท้าน ชายหนุ่มเค้นยิ้มมุมปาก แล้วถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่บังคับให้เรียบเอาไว้อย่างเต็มกำลัง

“ผมถามอีกครั้งนะชลธาร น้องชายของผมอยู่ที่ไหน”

“ฉันไม่รู้! ได้ยินไหมว่าฉันบอกว่าไม่รู้ คุณหูตึงหรือไงฮะ!”

คราวนี้หญิงสาวตะโกนออกมาใส่หน้าเขาบ้าง หากก่อนที่ชลธารจะทันได้ตั้งตัว ร่างเพรียวบางก็ถูกกระชากเข้าไปในอ้อมแขนแน่นหนาของเขารวดเร็ว มือใหญ่แข็งแรงรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างเอาไว้ด้านหลังด้วยมือข้างเดียว แล้วใช้มือหนาอีกข้างคลำไปตามกระเป๋ากางเกงยีนส์ตรงสะโพกของเธอแบบไม่เกรงใจเลยสักนิด แถมหน้าอกหน้าใจนุ่มๆ ของเธอมันยังเบียดกับแผงอกกระด้างของเขาอย่างถนัดถนี่ ทำเอาสาวน้อยที่ไม่เคยเจอชายใดทำการอุกอาจกับเนื้อกับตัวเช่นนี้มาก่อนถึงกับแดงซ่านไปทั้งหน้าจรดลำคอ

ชลธารดิ้นแทบไม่ได้ แต่ปากยังแว้ดๆ ใส่เขาไม่หยุด

“นี่คุณจะทำบ้าอะไร ปล่อยฉันนะ!”

อัคคีไม่ยี่หระต่อร่างนุ่มๆ ตัวหอมๆ ที่กระดิกตัวแทบไม่ได้แต่ก็ยังพยายามจะดิ้นอยู่ในอ้อมแขนนั่นแม้แต่น้อย พอเจอโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กในกระเป๋าหลังของกางเกงยีนส์ เขาก็ล้วงออกมากดดูเบอร์โทร.เข้าโทร.ออกล่าสุดทันที ก่อนจะเอ่ยกับคนที่ตั้งใจกอดเอาไว้แนบแน่นเกินเหตุไปสักนิดอย่างหมายมาด

“น้องสาวของคุณเพิ่งโทร.เข้ามาเมื่อวาน ยังจะปากแข็งอยู่อีกงั้นเหรอ”

“ยัยพายโทร.มาเมื่อวานนี้จริง แต่ไม่ได้มาที่นี่ น้องสาวฉันบอกแค่ว่าจะไปหางานทำที่ต่างจังหวัด แต่ไม่ได้บอกว่าจังหวัดไหน ต่อให้คุณพังร้านนี้จนราบเป็นหน้ากลอง ฉันก็ยังยืนยันคำตอบเดิมว่าฉันไม่รู้”

ทว่าอัคคีไม่ได้เชื่อถือสิ่งที่เธอพูดเลยสักนิด เขาก้มลงจ้องดวงตาดำขลับของคนในอ้อมแขน แล้วเอ่ยด้วยโทนเสียงเนิบๆ แต่ฟังเอาจริง

“ผมก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้นักหรอกนะ แต่คุณบังคับผมเองนะสาวน้อย เมฆ!”

ท้ายประโยคอัคคีหันไปพยักหน้าส่งสัญญาณให้ลูกน้องคนสนิท และหลังจากนั้นแปดมือแปดเท้าของผู้ชายตัวอย่างกับตึกก็ช่วยกันทั้งถีบทั้งผลักโต๊ะเก้าอี้จนล้มเสียงดังโครมคราม โดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องและโวยวายแตกตื่นของเจ้าของร้านสาวที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนคนเป็นเจ้านายนั่นเลยสักนิด

“กรี๊ดดดด! หยุดนะ! บอกคนของคุณหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะคนบ้า! ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจมาลากคอคุณเข้าคุกจริงๆ ด้วย”

ไม่มีใครคิดจะแยแสเสียงของเธอเลยสักคน เพียงไม่กี่นาทีภายในร้านอาหารเล็กๆ ก็ราบเป็นหน้ากลองสมพรปากของเธอ ซึ่งเจ้าของร้านได้แต่ยืนกำมือแน่น ตัวสั่นเทิ้ม พลางจ้องหน้าบุรุษตัวบงการราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเมื่อเขาปล่อยตัว หากอัคคีดูไม่อนาทรร้อนใจเลยสักนิด ปากได้รูปหยักยิ้มน้อยๆ ก่อนล้วงนามบัตรจากกระเป๋าสตางค์ในเสื้อสูทออกมายื่นให้ พร้อมกับเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ อย่างใจเย็น

“นี่นามบัตรของผม ตำรวจเขาจะได้ไม่ต้องไปสืบค้นหาที่อยู่ให้ลำบาก ถ้าคิดว่าแน่ก็เชิญแจ้งได้เลย ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเงินของผมกับผู้หญิงอย่างคุณอะไรมันจะแน่กว่ากัน”

คนโกรธจนตัวสั่นปัดมือที่ถือนามบัตรยื่นมาให้ทิ้งเต็มแรง พลางจ้องหน้าคนพูดราวกับจะเผาให้เป็นจุณถ้าทำได้ หากอัคคีก็ยังใจเย็นได้อีก รู้สึกอารมณ์จะรื่นรมย์ต่างจากก่อนหน้านี้ลิบลับเมื่อได้กวนดวงตาใสแป๋วคู่นั้นให้ขุ่นคลั่กได้ ในเมื่อสาวเจ้าไม่ยอมรับ เขาก็จัดการหย่อนนามบัตรลงในกระเป๋าผ้ากันเปื้อน และไม่แค่นั้นชายหนุ่มยังก้มลงไปกระซิบใส่ใบหูเล็กแผ่วๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน

“ชื่อร้านเพราะดีนี่ อิ่มน่ะคงอิ่มอยู่หรอก แต่จะอร่อยหรือเปล่าคงต้องลองชิมดูสักครั้ง คุณว่าไหม”

ดูจากดวงตาสีเข้มคมกริบวาววับที่กวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าขณะพูดนั้นทำให้หญิงสาวรู้ว่าที่เขาอยากชิมไม่ใช่อาหารของร้านเธอแน่นอน ชลธารอย่างจะกรี๊ดให้ขี้หูคนพูดสะเทือนนัก แล้วมีความรู้สึกอยากจะแล่นไปรื้อป้ายหน้าร้านทิ้งซะตอนนี้เดี๋ยวนี้ แต่ที่ทำได้ก็คือกัดฟันโต้ตอบออกไปเสียงหนัก และจ้องคู่กรณีตาเขียวปัดเท่านั้น

“ชาติหน้าก็อย่าได้หวัง!”

“ผมจะถือว่าคุณท้านะ และผมก็ชอบความท้าทายซะด้วยสิ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป