บทที่ 10 ขัดหูขัดตา

  หลายวันต่อมา

  ในเวลาเที่ยงของวันภายในอู่ของราชากำลังวุ่นวายอยู่กับการทำงาน ลานหน้าร้านเต็มไปด้วยรถที่กำลังรอซ่อม เหล่าช่างในร้านทำงานกันอย่างขะมักเขม้นแข็งกับเวลาเพื่อให้รถเสร็จทันตามเวลาที่ลูกค้านัดรับ แม้กระทั่งตัวของราชาเองตั้งแต่เช้ายันเที่ยงของวันตัวเขาเองก็ง่วนอยู่กับการซ่อมรถไม่ต่างไปจากลูกน้องคนอื่น ๆ มือของเขาดำปื้อไปด้วยน้ำมันเครื่อง 

  ราชามองมือของตัวเองก็ได้แต่ยิ้มหยันเมื่อเสียงแวด ๆ ของเพื่อนคนสนิทแวบเข้ามาในหัว ‘เหม็นน้ำมันเครื่อง’ ราชาได้ยินควีนพูดประโยนนี้จนชินชาและระอาควีนในเวลาเดียวกันเพราะถึงปากควีนจะบ่นแวด ๆ ว่าตัวราชาเหม็นยังงั้นยังงี้พอเอาเข้าจริง ๆ ควีนก็แนบชิดราชาไม่ห่าง

  “คิงส์” ตายยากจริง ๆ 

  ราชาคิดในใจหลังจากได้ยินน้ำเสียงคุ้นเคยตะโกนเรียกชื่อเขามาแต่ไกลก่อนเจ้าตัวจะเดินเข้ามาในบริเวณร้านเสียอีก

  การปรากฏของควีนไม่ได้ทำให้ใครตกใจเพราะทุกคนต่างชินกับการที่ควีนมาเสนอหน้าอยู่ที่อู่ของเขาทุกวัน 

  งานการไม่มีทำ วัน ๆ นั่งเฝ้าแต่ผู้ชาย

  “คิงส์” ไม่มีสัญญาณตอบรับจากราชา ควีนจึงเอ่ยเรียกเขาย้ำอีกครั้ง “กินข้าวหรือยัง ฉันซื้อข้าวมาให้นาย ซื้อมาเผื่อทุกคนด้วยนะ” รู้ว่าที่อู่ของราชายุ่งมากทุกวัน บางวันเขายุ่งจนไม่มีเวลาทานข้าวด้วยซ้ำ วันนี้ควีนจึงแสดงความน้ำมีใจซื้อข้าวซื้อน้ำมาให้ราชากับเด็ก ๆ ในร้าน 

  “ขอบคุณครับซ้อ”

  “เรียกพี่ควีน เรียกซ้อได้ไง เดี๋ยวตบปากแตก” ควีนว่าอย่างไม่จริงจังมากนัก ไอ้เด็กพวกนี้มันเรียกเธอซ้อจนติดปาก ซึ่งควีนไม่พอใจอย่างมาก เธออยากเป็นพี่คนสวยไม่ใช่อาซ้อของพวกมัน 

  “ก็พี่เป็นเมียเฮีย” ไอ้สี่ลูกน้องสุดแสนจะกวนตีนของราชาโพล่งขึ้นมา “โอ้ย เฮียอะ” จึงโดนเฮียของมันตบกระบาลจัง ๆ 

  “เพื่อนกู” ราชาย้ำเสียงจริงจัง สี่หน้าสลดลงพลันก่อนตอบราชาเสียงอ้อมแอ้มว่า

  “สี่รู้ สี่แค่หยอก” 

  “หยอกไม่เข้าเรื่อง” ควีนยืนมองสถานการณ์เงียบ ๆ ไม่คิดออกความเห็น จู่ ๆ ควีนก็รู้สึกแปลก ๆ เธอรู้สึกสูญเสียความเป็นตัวเองไปชั่วขณะหนึ่งเมื่อได้ยินสิ่งที่ราชาตอบสี่

  มันรู้สึกวูบโหวงแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกแบบนี้คืออะไรกัน

  “จะยืนทำหน้าเป็นลิงกังอีกนานไหม” ก่อนเสียงของราชาดึงสติควีนกลับมา ควีนถลึงตาใส่ 

  “แน่ใจว่าที่พูดน่ะปาก” 

  “เห็นเป็นตูดเหรอ” 

  “คิงส์” ควีนกำหมัด ปกติไม่พูดมากขนาดนี้ วันนี้เป็นอะไรทำงานจนสมองเบลอหมดแล้วเหรอหรือกินม้าก่อนมาทำงานถึงได้หลอนขนาดนี้

  “ข้าวอะ” ราชาเลิกคิ้วถามพลางลอบมองชุดที่ควีนใส่  อะไรจะขนาดนั้น ใส่โชว์ใคร โชว์ทำไมนักหนา หลังขาว ๆ นั่นอะคิดว่าน่ามองหรือไง แล้วผมน่ะรวบตึงทำไม ทำไมไม่ปล่อยลงมาปิดหลัง 

  ขัดหูขัดตาว่ะ

  “นั่นไง หยิบสิ ไม่มีมือเหรอ” ควีนสวนกลับราชาเสียงเรียบ ชี้นิ้วไปยังกล่องข้าวที่วางอยู่บนโต๊ะ โต๊ะห่างแค่คืบหยิบเองไม่ได้หรือไง 

  “หยิบให้หน่อย”

  “เป็นง่อยเหรอคิงส์”

  “เป็นผัว” 

  “ปากดี” อยู่กันสองต่อสองทีไรปากดีแบบนี้ทุกที 

  ทิ้งมาดชายเย็นชาเป็นชายปากหมาตลอด 

  อีควีนเพลีย 

  ควีนขี้เกียจต่อปากต่อคำกับราชาเดินมาหยิบข้าวกับน้ำให้ชายหนุ่ม ควีนทิ้งตัวนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับราชา เธอนั่งท้าวคางมองราชานิ่งอย่างพินิจพิจารณา 

  หล่ออะ 

  จู่  ๆ คำนี้ก็ผุดขึ้นมา ไม่ว่าจะมองซ้ายหรือมองขวา มองหน้าหรือมองหลังความหล่อของราชาก็กระแทกตาควีนเต็ม ๆ คนเรามันหล่อได้ขนาดนี้เลยเหรอ คิ้วก็เข้ม จมูกก็โด่ง ปากก็น่าจูบ ผิวก็ขาว ตาก็ดุ 

  ควีนคงไม่รู้ว่าสายตาของเธอที่มองราชาตอนนี้มันเยิ้มแค่ไหน

  “มองทำไม” ราชาเงยหน้าขึ้นมาถามเมื่อรับรู้ถึงสายตาของควีนที่มองเขาอยู่ตลอด “มองตาเยิ้มขนาดนั้นมีอารมณ์หรือไง”

  “พูดจาอะไรแบบนั้นกัน” เดี๋ยวใครมาได้ยินก็เป็นเรื่องอีก “คิงส์” ควีนร้องเสียงหลงรีบใช้มือตะครุบมือร้ายกาจของราชาที่กำลังลูบขาเธอเล่นอยู่ “อย่าทำ” 

  “ทำไมชอบใส่ขาสั้น ทำไมต้องใส่เสื้อโชว์หลัง” 

  “หวงหรือไง” ควีนเย้าแหย่ไม่จริงจังมากนัก พลางใช้มือปัดมือราชาให้พ้นขาเมื่อเขาเริ่มลามปามลากมือจะถึงส่วนนั้นของเธออยู่รอมร่อ 

  “ขัดหูขัดตา” และขัดใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป