บทที่ 4 ตอนที่3 หย่าสิ

ตอนที่3 หย่าสิ

ห้องทั้งห้องเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจ

ของแพรดาวดังประสานกับลมหายใจแรงๆ ของคนที่ยังคร่อมอยู่เหนือร่าง

เขาไม่พูด ไม่ขยับ แม้แต่กล้ามเนื้อใบหน้าก็ยังแข็งค้าง

แต่ในดวงตาสีดำมืดคู่นั้น คล้ายมีอะไรบางอย่าง บางอย่างที่ทำให้แพรดาวใจเต้นรัวถึงสิ่งที่เธอเพิ่งถามเขาออกไป

'คุณเพทาย… ถามหน่อยเถอะ คุณโดนวางยาจริงเหรอ หรือที่จริง...แค่หื่นแล้วหาข้ออ้างกันแน่'

อย่าบอกนะ ว่าสิ่งที่เธอถามมันถูกต้อง!

แพรดาวเสียววาบในอกขณะนึกไปถึงนิยายเรื่องนี้ นักเขียนบอกไว้ว่าเขาโดนวางยาปลุกกำหนัด แต่แล้วเหตุใดเพทายที่เธอกำลังจ้องตาอยู่นี่เหมือนไม่ได้ถูกวางยาเลยล่ะ

ก่อนหน้านี้เธอแค่เดาจากท่าทางของเขาแล้วถามออกไป ไม่คาดคิดสักนิดว่ามันจะเป็นอย่างปากถาม

เอ๊ะ...หรือว่าไม่ใช่?

เพทายแค่แกล้งปั่นประสาทกันหรือเปล่า? เขาอาจจะเก่งเรื่องควบคุมอารมณ์จนทนอยู่ต่อปากต่อคำกับเธอได้

ใช่ อาจเป็นอย่างนั้น เพราะก่อนหน้านี้ 'กระสวย' ของเขายังตุงคับเป้าอยู่เลย

ในขณะที่แพรดาวสับสนกับความคิดของตัวเอง เพทายก็บิดมุมปากขึ้นยิ้ม รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยแรงกดดัน ทำลายสติของเธอไม่ใช่น้อย

"หึ"

"หัวเราะทำไม หรือว่าที่ฉันพูดมา มันถูกต้อง"

แน่นอนว่าเธอสวนเขากลับเหมือนว่าไม่กลัว แต่ในใจลึกๆ นี่สิสั่นระริกเลยเชียว

เพทายไม่ตอบคำถาม แล้วก็ไม่ยอมรับในสิ่งที่เธอสรุป จะมีก็แต่...

พลั่ก!

ฝ่ามือของเขาฟาดไปที่หัวเตียงอย่างแรงจนไม้สะเทือน

แพรดาวสะดุ้งเฮือก ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความตกใจ

แต่ความตกใจของเธอไม่ทำให้เขาสงสาร มีแต่จะยิ่งสมเพชมากขึ้น เพทายยันตัวออกห่าง ดวงตาแดงก่ำ มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายๆ ที่ชวนให้ใครต่อใครที่พบเห็นหนาวสั่นได้

เขาคลายมือออกจากต้นขาเธอราวขยะแขยงเต็มประดา ก่อนจะกระชากเสื้อสูทตัวนอกขึ้นมาสวมใส่

"ผู้หญิงอย่างเธอ ต่อให้จะสรรหาคำฉลาดมาพูด ก็ยังดูโง่ในสายตาของฉันอยู่ดี"

อึก!

แน่นอนว่าเธอเจ็บลึกกับคำคำนี้ คนอะไร ปากคมเสียยิ่งกว่ากรรไกรเสียอีก ไม่ด่าตอแหล ก็ด่าว่าโง่ ไหนจะงูพิษอีก โคตรเจ็บเลย

"ถ้าคุณคิดว่าฉันโง่นัก ก็หย่ากับฉันได้นี่"

"หย่าเหรอ?" เจ้าของร่างสูงหุ่นโคตรแซ่บหัวเราะเยาะมาคล้ายกับว่าสิ่งที่เธอเพิ่งพูดมันน่าตลกสิ้นดี

"ถ้าเธอไม่ตาย ปล่อยไปก็เท่ากับขว้างงูไม่พ้นคอน่ะสิ งูพิษเช่นเธอ พิษสงมันเยอะนัก"

น้ำเสียงของเขาเย็นชาเต็มไปด้วยแรงแค้น ในขณะที่คนฟังเช่นแพรดาวสะอึกไปกับคำด่าของเขาไม่รู้ต่อกี่รอบแล้ว

เพทายจ้องหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะต่ำๆ ในลำคอ

"ไหนๆ ก็เป็นแบบนี้แล้ว จะลองดูสักตั้งว่าเธอจะเล่นบท 'แพรดาวคนใหม่' ได้นานแค่ไหน"

จบประโยคนั้น เขาหันหลังเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง

ปัง!

สิ้นเสียงประตูปิดลงเหมือนถูกปืนยิงเข้ากลางหัวใจ แพรดาวทิ้งหัวลงหมอนนอนหอบหายใจ ในอก แน่นไปด้วยความรู้สึกอึดอัดดั่งมีหินมาถ่วงทับไว้

เธอรอดแล้ว...แต่ก็เป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้น

เพราะจากสายตาของเพทายก่อนออกจากห้อง เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่อันตรายมากกว่าในนิยายที่เคยอ่านต่างหาก

"แย่แล้ว...นี่ฉันกำลังอยู่ในนิยายเรทสิบแปดที่ดิบเถื่อน ซ่อนอันตรายไว้เยอะกว่าที่คิดไว้เหรอเนี่ย"

ใช่ แถมยังเดาเส้นเรื่องตอนต่อไปไม่ได้อีกด้วย

ทำไมชีวิตใหม่ถึงได้บัดซบมากขนาดนี้นะ!

ประตูห้องทำงานเปิดออกช้าๆ

เพทายเดินเข้าไปด้วยท่าทีสงบนิ่ง แต่แววตายังคงวาวโรจน์เหมือนสัตว์ป่าที่ข่มอารมณ์ไว้ไม่ค่อยจะอยู่

เขาถอดเสื้อสูทพาดกับพนักเก้าอี้ ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงาน เปิดลิ้นชักล่างออก เผยให้เห็นขวดยาสีชาเล็กๆ วางอยู่ในกล่องกำมะหยี่

ยาในขวดยังไม่ได้ถูกใช้งาน แต่ก็ทำให้หนังตาของคนมองกระตุกด้วยความขยะแขยงต่อเจ้าของของมัน

"คิดว่าแผนตื้นๆ ของเธอจะลวงฉันได้สินะ"

เพทายจ้องมองขวดยานิ่งงัน นึกชังต่อแผนชั่วของผู้หญิงคนนั้น

แพรดาวคิดว่าแค่สั่งให้คนเอายาใส่ในแก้วไวน์ของเขา เธอก็จะได้ครอบครองเขาทุกอย่าง

หึ ผู้หญิงเช่นเธอ...ถูกด่าว่าโง่ยังน้อยไปด้วยซ้ำ

แน่นอนว่าเพทายด่าเธอคำนี้ไม่ผิดหรอก เพราะคนที่เธอสั่งให้ทำเรื่องชั่ว มันก็คือคนของเขาทั้งนั้น แล้วคนพวกนี้มีหรือจะเห็นแก่เศษเงินเล็กน้อยเพื่อมาทรยศเจ้านายตัวจริง

ชายหนุ่มมองขวดยาอีกครั้ง แล้วแวบนั้นในหัวเขาก็พลันนึกถึงสายตาตื่นตูมของแพรดาวเมื่อครู่

อย่าว่าแต่สายตาเลย ตั้งแต่วินาทีแรกเลยด้วยซ้ำที่เขาเห็นถึงความผิดปกติของเธอ ท่าทาง น้ำเสียง และไหนจะคำพูดที่บอกว่าตัวเองไม่ใช่แพรดาวอีก

เอาจริง สิ่งเหล่านี้เขาไม่จำเป็นต้องมาสนใจคนที่ชอบเสแสร้งเล่นละครเก่งเลย...ถ้าหากเธอจะไม่แสดงท่าทีฉลาดออกมาในตอนท้าย

'

ถามหน่อยเถอะ คุณโดนวางยาจริงเหรอ'

"ยัยนี่มีสมองขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"

ใช่ มีตั้งแต่เมื่อไหร่?

เพราะที่ผ่านมา แพรดาวคือตัวน่ารำคาญที่คอยกรีดเสียงร้องเอาแต่ใจ และชอบหาเรื่องปานประดับเสมอ

แต่หนนี้มันดูแปลก เธอดูตื่นกลัวก็จริง แต่ก็ยังสรรหาคำมาแย้งเขาจนพูดไม่ออกตั้งหลายครั้ง

คนอย่างแพรดาวถึงจะชอบเล่นละคร แต่ก็ไม่น่าจะเล่นได้เนียนขนาดนี้

"นี่มันใช่เธอจริงเหรอวะ"

เขาพึมพำก่อนจะปิดลิ้นชักลง แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ตาจ้องมองเพดานครุ่นคิดไปทีละลำดับเหตุการณ์

"ผู้หญิงคนนั้น...พูดไม่เหมือนเดิม แถมยังกลัวฉันอย่างกับคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน"

ชายหนุ่มขมวดคิ้ว สีหน้าฉายความประหลาดใจหนักขึ้น ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า...

แพรดาวในคืนนี้เหมือนไม่ใช่คนเดิม

ไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาเคยเกลียดจนอยากฆ่าด้วยมือของตัวเอง

โดยเฉพาะบางอย่างในดวงตาของเธอ มันหลุดบุคลิกจากที่เขาเคยเห็นไว้มาก

"แพรดาว..."

เพทายเรียกชื่อนั้นพลางขบกรามอีกครั้ง เขาหลับตาลงชั่วครู่ ให้สมองแล่นคิดไปถึงเรื่องราวต่างๆ ในวันนี้

พอข้อสรุปในหัวแจ่มชัด ริมฝีปากหยักขยับโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่เหลือเค้าของคนคิดมาก แต่เป็นรอยยิ้มที่แฝงความกระหายอยากบดขยี้คนคนนั้นให้แหลกคามือ

"หึ เธอจะเปลี่ยนไปยังไงก็ช่าง ในเมื่อทำตัวให้เดายากดีนัก งั้นก็มาเล่นกันสักตั้ง...แพรดาวคนใหม่"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป