บทที่ 5 ตอนที่4.1 ท้าทายคนเลว1
ตอนที่4 ท้าทายคนเลว
หลังจากคืนหฤโหดผ่านไป
แพรดาวลืมตาตื่นขึ้นก็พบว่าโซ่ที่ล่ามข้อมือไว้ทั้งสองข้างถูกปลดออกแล้ว
ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อล่ะ ว่าเวลานี้เธอไม่ถูกคนดิบเถื่อนนั้นล่ามเหมือนหมาแล้ว แถมยังพบว่าในห้องนี้มีกลิ่นหอมของอาหารโชยมา เพราะจัดหิว เพราะร่างกายใช้พลังต่อสู้กับคนเถื่อนไปเยอะ น้ำย่อยก็ยิ่งทำงาน
แพรดาวไม่เคยกระหายหิวอะไรได้มากเท่าครั้งนี้ เธอมองไปยังโต๊ะหัวเตียง อาหารนั่นชวนทำน้ำลายสอ
เพราะหิวจนท้องปั่นป่วน หญิงสาวจึงรีบลุกออกจากเตียง
แต่ทว่า...
อั่ก!
ร่างบางล้มกองกับพื้น ขาเธอไม่มีเรี่ยวแรงให้ยืนไหว อาจเป็นไปได้ว่าเกิดจากการออกแรงดีดดิ้นเอาตัวรอดเมื่อคืนมากไปหน่อย บวกกับไม่มีอาหารตกถึงท้องเลย ร่างกายเธอจึงอ่อนเปลี้ยเพลียแรงได้มากขนาดนี้
แพรดาวพยายามขยับตัวให้เคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกำลังแขนที่ไม่ค่อยจะมีแรงเช่นกัน
เธอยังไม่พร้อมตาย จึงต้องฮึดสุดกำลัง แล้วในที่สุดความพยายามก็บังเกิดผล มือสั่นๆ คว้าจานข้าวไข่เจียวไว้ได้ แพรดาวรีบตักข้าวเข้าปาก กินคำหนึ่งแล้วก็น้ำตาซึม ไม่เคยเจอไข่เจียวที่ไหนจะอร่อยเท่านี้
เธอตักคำโตๆ ใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนหมดจาน พอท้องอิ่มก็เริ่มจะหิวน้ำ กำลังเหลือบมองหาน้ำดื่มก็ดันมาสะดุดตาเข้ากับเงาตัวเองในกระจก
"อุ้ย!"
อดร้องออกมาไม่ได้ นี่มันใช่สภาพของเธอจริงหรือ ทำไมถึงได้ดูเละเทะขนาดนี้
ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเซียว ตาแดงก่ำ แต่ขอบตานี่สิดำเป็นหมีแพนด้า ริมฝีปากเปื้อนลิปสติกเลยออกมาข้างแก้ม คงเพราะมาจากหลังมือปาดไปโดนตอนกินข้าวนั่นล่ะ
ตายละหว่า นี่มันหน้าคนหรือผี ขนาดเธอมองเองยังขนลุก แล้วถ้ามีคนมาเห็นล่ะ
และตามตัวนี่ก็ด้วย รอยข่วนที่ไหล่ ชุดเจ้าสาวขาดวิ่นแหว่งเป็นริ้ว ผิวขาวบางมีรอยช้ำชัดเจนจนเธอแทบไม่เชื่อตาว่าตัวเองจะยังมีลมหายใจอยู่ ซึ่งไม่ใช่ศพรอวันขึ้นอืด
แพรดาวทนรับสภาพตัวเองไม่ไหว พอเรี่ยวแรงมีเธอก็รีบยันตัวลุกขึ้น ถอดชุดเจ้าสาวออกจากตัวอย่างเร็วราวกับเป็นของร้อน
เมื่อเหลือแต่ตัวเปลือยเปล่า แพรดาวไม่จำเป็นต้องอายใคร เดินโทงๆ เข้าห้องน้ำ เธอปิดประตูไว้แต่ไม่ได้ล็อก กะว่าจะรีบอาบแล้วรีบออกไป แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าตัวเองจะหลงเพลินไปกับสายน้ำที่ไหลจากฝักบัว ยิ่งอาบยิ่งสบาย จนไม่อยากออกจากใต้ฝักบัวนี้เลย
กำลังจะถูกสบู่รอบที่สาม จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งลอยแหวกม่านเสียงน้ำไหลมา
"ไม่คิดจะล็อกประตูสักหน่อยเหรอ"
เฮือก!
เสียงนั่นทำเธอสะดุ้งสุดตัวรีบหันขวับไปมองต้นเสียง แล้วก็ต้องใจหายวาบเมื่อเห็นเพทายยืนพิงกรอบบานประตูห้องน้ำ ตาเขามองมายังตัวเธอ ถึงใบหน้าจะไม่มีรอยยิ้ม แต่ดูจะไม่ใช่กับสายตาคู่นั้น มันวาววับมีประกายไหววูบจนแพรดาวต้องตกใจเป็นรอบสอง
"คุณเพทาย!"
เธอเรียกชื่อเขา พลันยกสองแขนมาปิดทรวงอวบ แต่พอปิดบน คนบ้านี่ก็มองต่ำลงมาด้านล่าง จุดหมายมีแค่ที่เดียวเท่านั้น
แพรดาวหัวใจเต้นผิดจังหวะรีบเอามืออีกข้างปิดของสงวน แต่ดูท่าจะเป็นความคิดที่โง่มาก มือเล็กแค่นี้จะไปปิดอะไรมิด สุดท้ายก็รีบหันหลังให้เขา ก่อนจะส่งเสียงไล่
"ออกไปเลยนะ! ออกไป๊!"
เธอไล่เขาเหมือนไล่หมา แต่ดูคนถูกไล่จะไม่สะทกสะท้านยังคงยืนอยู่ที่เดิม
เอิ่ม...ไม่สิ เขาเดินเข้ามายืนประกบอยู่ข้างหลังเลยมากกว่า
แย่ไปกว่านั้น เพทายโน้มหน้าลง ปลายจมูกเหมือนจะแตะโดนบ่าของเธอ เพียงเท่านั้นแพรดาวสะดุ้งโหยงเกือบจะเผลอร้องขอให้เขาอย่าทำอะไรเธอออกไปแล้ว ถ้าไม่ได้ยินคำพูดนี้เสียก่อน
"อาบกี่รอบก็ยังเหม็นสาบคนชั่วอยู่ดี"
กรี๊ดดด!!
ไม่กรีดร้องออกเสียงก็ร้องมันในใจไปเลยสิ คนอะไร ด่ากันได้เจ็บแสบมาก
เพราะทนไม่ไหวกับความแสบถึงทรวง แพรดาวรีบหันกลับมาจ้องหน้าจ้องตาเขาทันที เพราะโกรธจนควันออกหู เธอจึงลืมไปเลยว่าตัวเองเปลือยเปล่า เปล่งเสียงต่อว่าเขาอย่างเผ็ดร้อน
"หยาบคาย! ถ้าตัวฉันมันเหม็นสาบคนชั่ว คุณมันก็โคตรเหม็นยิ่งกว่า มือเปื้อนเลือด โรคจิต คอยจ้องแต่รังแกผู้หญิง ไม่ขู่ฆ่า ก็ด่าเจ็บๆ แสบๆ นี่เหรอผู้ชายแสนดีของปานประดับ โคตรเหม็นสาบคนเลวเลย!"
"ว่ายังไงนะ"
น้ำเสียงที่เพทายเปล่งออกมาแบบแหบต่ำ แพรดาวรู้เลยว่ามันแฝงอารมณ์อยากเข่นฆ่าเธอมากขนาดไหน แต่จะให้ทนปากเขา เห็นทีแพรดาวจะทำไม่ได้
"พูดใหม่อีกทีซิ"
เขาก้าวเข้ามาชิดลำตัวเธอในขณะที่เธอก้าวถอย พอแผ่นหลังเปลือยปะทะกับผนังเย็น แพรดาวสะดุ้ง รู้สึกตัวได้ทันทีว่าเธอไม่ได้นุ่งผ้าสักชิ้น และเขา คนที่เธอเพิ่งด่าใส่กำลังถลึงตามองมา ริมฝีปากเขากระตุก นัยน์ตาเขาขวางอย่างเอาเรื่อง ประหนึ่งมีเปลวไฟลุกโชนอยู่ในสองลูกตา
"พูด... ฉันบอกให้เธอพูด"
จะให้มาพูดอะไรอีกเล่า แพรดาวลนลานยกมือปิดทรวงอวบ แต่ดูแล้วอีกฝ่ายจะไม่ยินยอม เขาดึงมือเธอออก บีบข้อมือจนแน่น เจ็บจนน้ำตาเกือบไหล
"คุณเพทายฉันเจ็บ!"
"ดูท่าเธอจะชอบความเจ็บปวดมากสินะ"
"ชอบบ้าอะไรก็บอกอยู่ว่าฉันเจ็บ ปล่อย!"
