บทนำ
"เฮีย...สั่งงานอะไรเยอะแยะ สั่งจนผมไม่มีเวลานั่งมองหน้าผู้ชายแล้วเนี่ย"
"ตั้งแต่เฮียส่งแกไปฝึกงานที่แผนกนั้น เฮียแทบไม่สั่งงานอะไรเพิ่มเลยนะ อย่ามาบ่นได้มั้ย แผนกอื่นเขาทำงานกันจนกระดูกสันหลังจะหักอยู่แล้ว ยังไม่เคยมีใครมายืนเท้าเอวบ่นใส่ผู้บริหารสักคน"
"ถ้าเฮียไม่สั่งงานเพิ่ม แล้วทำไมพี่ภรัญ ถึงทำงานหัวฟูทั้งวันเลย ส่วนคนอื่นเห็นนั่งเม้าท์กันสบายใจ"
"เฮียจะรู้มั้ยล่ะ"
"ไม่รู้ล่ะ เฮียโทรลงไปบอกหัวหน้างานแผนกการจัดการเลยนะ ให้เอางานของพี่ภรัญไปให้คนอื่นทำ...เดี๋ยวนี้เลย"
"แกเป็นแค่เด็กฝึกงานนะแดนดิน อีกอย่างภรัญเป็นแค่พนักงานธรรมดา เขาไม่มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น"
"จะเป็นแค่พนักงานธรรมดาได้ยังไง...นั่นว่าที่น้องเขยเฮียนะ"
บท 1
ตอนที่ 1 พักร้อน เฮงซวย
คนเราเมื่อถึงคราวเคราะห์ ต่อให้นั่งอยู่บนรถตู้แบบโดยสารประจำทางเฉย ๆ ความเฮงซวย หัวขวด หัวจรวยก็สามารถแวะมาทักทายเราได้ เหมือนสิ่งที่ ภรัญ กำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ในยามนี้ จะไม่ให้เขาเกรี้ยวกราดได้ยังไง ในเมื่ออารมณ์สุนทรีย์ของการลาพักร้อนของเขา ถูกบดขยี้ลงทันทีที่รู้ตัวว่ากระเป๋าเงินและโทรศัพท์มือถือของเขาหายไป ไม่รู้ว่าตนเองทำหล่นหาย หรือว่าถูกมือดีที่ไหนขโมยไปช่วงที่เผลองีบหลับไปบนรถ
ลำพังแค่กระเป๋าสตางค์หายยังพอมีทางแก้ปัญหาด้วยการโทรหาคนที่นัดมารอรับให้รู้ หรือบางทีเขาอาจใช้โทรศัพท์มือถือไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม หรือใช้จ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชั่น แต่พอโทรศัพท์มือถือหาย เหมือนชีวิตนี้ก็มีแต่คำว่าบรรลัยลอยไปลอยมาเต็มหน้าไปหมด เบอร์โทรเดียวในหัวของเขาที่จำได้คือ 191 เท่านั้น!
“แม่งเอ๊ย ซวยชะมัด แล้วจะไปรีสอร์ตยังไงวะเนี่ย” คนหัวเสียพึมพำกับตัวเองขณะเดินออกมายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ข้างถนน บริเวณหน้าสถานีขนส่ง อันเป็นจุดจอดรถจุดสุดท้าย
หลังจากระงับความหงุดหงิดหัวเสียลงได้ ภรัญจึงตัดสินใจใช้ปากเป็นใบเบิกทาง เริ่มต้นจากไปแจ้งความเรื่องที่ถูกล้วงกระเป๋า แล้วขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถามหาสถานที่ตั้งของรีสอร์ตที่ตนเองต้องการไป แล้วขอให้ตำรวจพาไปส่งยังจุดที่พอจะเรียกรถไปต่อได้ เพราะไอ้ฟาร์มสเตย์ที่เขาจองที่พักไว้นั้น มันห่างไกลจากตัวเมืองออกไปอีกหลายสิบกิโล ขนาดให้คุณตำรวจช่วยโทรศัพท์ติดต่อเข้าไปที่ฟาร์มก็ยังไม่มีคนรับสาย ครั้นจะให้ตำรวจขับรถพาไปส่งก็เกรงใจเพราะมันไกลมากจริง ๆ เงินในกระเป๋าก็ไม่มีแม้แต่เศษเหรียญ
“คุณเดินไปตามทางนี้ อีกสักสิบห้ากิโลเดี๋ยวก็ถึงครับ”
หลังจากตำรวจพานักท่องเที่ยวดวงซวยมาส่งได้ครึ่งทาง แล้วฝากให้ติดรถชาวบ้านมาต่ออีกนิดหน่อย ภรัญจึงถูกนำมาปล่อยลงตรงทางแยกซึ่งหากมองลงไปไกลลิบ ๆ นั้นมันเหมือนมีชุมชนเล็ก ๆ อยู่กลางหุบเขา
‘เดินสิบห้ากิโล...คนแถวนี้ใช้คำว่าเดี๋ยวก็ถึงอย่างนั้นเหรอ?’
คนกรุงเทพถึงกับกลอกตาเหลือกขึ้นด้านบนทันที แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเขาไม่มีทางเลือกอื่น ภรัญพยักหน้ารับก่อนจะกล่าวคำขอบคุณคนที่อุตส่าห์ขับรถพาเขามาส่งจนถึงที่นี่อย่างน้อยมันยังพอย่นระยะทางไปได้หลายสิบกิโลเมตร
แดดแรงของยามบ่ายเหมือนมันอยากฆ่านักท่องเที่ยวอย่างเขาให้ตายกลางทาง ทำเอาเหงื่อหยดตั้งแต่ขมับไหลลงมาจนถึงคาง ลำคอแห้งผากเพราะขาดน้ำจิบดื่มให้ชุ่มคอยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด ช่างเป็นทริปการลาพักร้อนที่มีแต่ความเฮงซวยจริง ๆ
ปรื้นนนน ความดีใจเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาใกล้ ดึงใบหน้าคมคายเกรียมแดดให้หันไปมองยังเบื้องหลัง หากแต่ความปรีดานั้นระเหยหายไปไวเสียยิ่งกว่ากลิ่นตด เพราะทันทีที่เขาหันหลังไป ไอ้รถเวรตะไลคันนั้นมันก็ขับฉิวจนเกือบเฉียดเบียดเขาตกถนน
“จะรีบไปตายห่าที่ไหนวะ คนนะเว้ยไม่ใช่หมาจรจัด” มือสะบัดยกขึ้นมาปัดฝุ่นซึ่งฟุ้งกระจาย จนมองไม่เห็นป้ายทะเบียนของรถที่เพิ่งขับผ่านไป และราวกับเทวดาเจ้าป่าเจ้าเขาจะได้ยิ่งเสียงคำสาปแช่งในใจของเขาเพราะเดินมาอีกไม่ถึงสิบนาที ริมถนนลาดยางที่พังเป็นหย่อม ๆ นั้นมีรถกระบะสีหมองจอดเปิดฝากระโปรงรถค้างเอาไว้ โดยมีเจ้าของยืนก้ม ๆ เงย ๆ จับตรงนั้น ขยับตรงนี้ง่วนอยู่กับเครื่องยนต์
“ปัดโธ่เว้ย! มาพังอะไรตอนนี้เล่า” เสียงขึ้นจมูกสะบัดสูงแสดงถึงอารมณ์อันขุ่นมัว
“ไม่น่าพังเลย น่าจะพุ่งชนต้นไม้ก่อนให้ขาดสักสองท่อน แล้วค่อยให้กู้ภัยเอาเครื่องมือมาตัดถ่าง” เจ้าของร่างเหงื่อโทรมเดินเข้ามายืนกอดอกยักคิ้วเยาะเย้ย
“เฮอะ ถ้าอย่างนั้นเมื่อกี้ผมน่าจะขับรถทับคุณ แล้วลากติดท้องรถมาสักกิโลสองกิโล จะได้มาติดอยู่กับซากต้นไม้ด้วยกัน” คิ้วเรียวขยับยักขึ้นถี่ ๆ
ตอนแรกเหมือนจะน่าสงสารที่รถเสีย ตอนนี้ภรัญชักอยากจะเดินไปปล่อยลมยางเพิ่มอีกทั้งสี่ล้อ เป็นการลงโทษเจ้าของใบหน้าง้ำปากคว่ำเหมือนคนช่างเอาแต่ใจนั้น นี่ขนาดตัวเองกำลังตกที่นั่งลำบากยังไม่วายปากเสีย เจ้าของรถเก่ายืดตัวขึ้นตรง มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาเท้าเอว ส่วนข้างยกขึ้นมาเกาหัวอยู่แกรก ๆ
“ตกลงว่ารู้หรือยังว่ารถเป็นอะไร” มือปลดสายสะพายกระเป๋าเป้แล้วนำมันไปวางไว้ริมทางข้างหนึ่ง
“ถ้ารู้ก็ซ่อมได้แล้วสิ”
“อยากให้ช่วยมั้ย” ร่างสูงขยับไปยืนใกล้ สายตากวาดมองไปยังห้องเครื่องของรถยนต์รุ่นเก่า
“มีน้ำใจมั้ยล่ะ ถ้ามีก็ช่วย ถ้าไม่มีก็โน้นเลยถนนเดินต่อไป”
“ฉันน่ะมีน้ำใจ แต่นายน่ะมีมารยาทหรือเปล่า คนเขาถามดี ๆ หัดพูดจาให้มันดีหน่อย”
“นี่คุณว่าผมไม่มีมารยาทเหรอ” เจ้าของหน้างอถลึงตาโตปากย่น จมูกยู่อย่างไม่พอใจ
“ใช่!” ใบหน้าคมโน้มลงมาจนปลายจมูกชื้นเหงื่อเกือบจะทิ่มเข้าหากัน
“อื้อ บังอาจ!” ริมฝีปากบางงุ้มเบะ ก่อนจะอ้ากว้างแล้วใช้ฟันคมงับลงไปบนปลายจมูกนั้นทันที
“โอ๊ยยยยย”
ร้อยวันพันปีไม่เคยมีใครกล้ามาตำหนิติเตียนเขาต่อหน้า แล้วไอ้นักท่องเที่ยวจรจัดที่เดินต๊อก ๆ อยู่ข้างถนนคนนี้เป็นใครกัน ถึงกล้ามาว่าเขาอย่างนี้ อย่างนี้ต้องงับซะให้จมูกแหว่งไปเลย แต่....
“โอ๊ย! ถุย ถุย ถุย ถุย เค็มชะมัด” ลิ้นสีชมพูแลบออกแล้วกระดกส่ายสะบัดไปมาเมื่อรับรู้รสชาติเหงื่อเค็ม
“นี่มันเจ็บนะ เป็นหมาเหรอ” เจ้าของจมูกโด่งยกมือขึ้นมาจับจมูกตัวเอง
“ปากเหรอนั่นน่ะ” มือยกขึ้นมาใช้นิ้วยื่นขึ้นไปบีบปากของคนนิสัยพูดตรงกับใจ
“พอ ๆ เลิกทะเลาะกันก่อน นี่ฉันเป็นแขกบ้านแขกเมืองนะ เป็นนักท่องเที่ยว” มือหยาบคว้าจับดึงสองมือเรียวบางนั้นมารวบไว้
“นักท่องเที่ยว แล้วมาเดินอะไรอยู่แถวนี้” หน้างอแหงนคอขึ้นไปมองเจ้าของจมูกเค็ม
“นายรู้จัก มีสุขฟาร์มสเตย์ หรือเปล่า” ภรัญคลายน้ำหนักมือซึ่งรวบข้อแขนเล็กนั้นไว้แล้วส่งมันคืนให้เจ้าของ
“คุณจะไปที่นั่นเหรอ” คิ้วบางขมวดวิ่งเข้าหากันทันที
“อืม”
“จองไว้เหรอ” ปากเบะย่นจนริมฝีปากบนเกือบพลิกขึ้นไปปิดรูจมูก
“อืม”
“แล้วทำไมคุณถึง...”
“โอ๊ย ถามเยอะจริง จะถามอะไรนักหนา แค่ตอบมาว่ารู้จักมั้ย”
“ก็ที่ถามนี่เพราะรู้จักไงเล่า”
“อีกไกลหรือเปล่ากว่าจะถึง” ภรัญพยักหน้าไปตามถนน
“สักยี่สิบกิโลได้” แก้มป่องพองลมจนพวงแก้มขึ้นเป็นก้อนกลม ๆ เพราะยิ้มหวานถูกอมเอาไว้บนใบหน้า
“อะไรนะ ไหนคุณตำรวจ กับลุงคนนั้นบอกว่าอีกแค่สิบห้ากิโล แล้วนี่ฉันเดินมาเป็นชั่วโมงแล้วนะ ทำไมมันยังเหลืออีกตั้งยี่สิบกิโล”
“คุณจะเชื่อตำรวจในเมือง หรือว่าเชื่อคนในพื้นที่อย่างผมล่ะ” มุมปากขยับยกยิ้มเจ้าเล่ห์
“เอาล่ะ ๆ ถ้าอย่างนั้น เรามาทำข้อตกลงกัน ฉันจะช่วยซ่อมรถให้ แต่ถ้าซ่อมได้ นายต้องไปส่งฉันที่นั่น ตกลงมั้ย”
เมื่อดูจากการคล้อยต่ำของดวงอาทิตย์ ที่มันหล่นลงมาจนเกือบลับเหลี่ยมเขา ภรัญเดาว่าเวลาพลบค่ำกำลังจะมาเยือนในอีกไม่ช้า แล้วถ้าไอ้ฟาร์มมีสุข ที่เขาต้องการจะไป มันยังต้องเดินทางอีกไกลหลายสิบกิโล การญาติดีกับเจ้าหนุ่มปากกล้าคนนี้น่าจะดีกว่า
"แน่ใจเหรอว่าซ่อมได้ ไม่ใช่มาทำให้รถผมพังนะ" เจ้าของรถเก่ายืนเอียงคอมองนักท่องเที่ยวตัวโตอย่างไม่เชื่อใจ
"อ้าปากหน่อย" สองนิ้วหยาบยื่นออกมาแล้วใช้มันถ่างกลีบปากเล็กอย่างไม่ปรานี
"อะไรของคุณเนี่ย" มือเล็กพยายามปัดป้องพร้อมสะบัดปากหนี
"จะดูว่าในนี้ นอกจากขี้ฟันแล้วยังมีหมาเลี้ยงไว้อีกกี่ตัว"
บทล่าสุด
#94 บทที่ 94 ตอนพิเศษ มาตรฐานผัว 4
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#93 บทที่ 93 ตอนพิเศษ มาตรฐานผัว 3
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#92 บทที่ 92 ตอนพิเศษ มาตรฐานผัว 2
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#91 บทที่ 91 ตอนพิเศษ มาตรฐานผัว 1
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#90 บทที่ 90 รักนะ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#89 บทที่ 89 ต่อไปจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#88 บทที่ 88 มีแค่ทองห้าบาท
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#87 บทที่ 87 ฮอร์โมนคนท้อง
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#86 บทที่ 86 แม่ผัว ลูกสะใภ้
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#85 บทที่ 85 ไม่ชอบถูกหลอก
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026
คุณอาจชอบ 😍
หวงรักเมียวัยเยาว์
และทุกอย่างเป็นความลับ!!!
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
มาเฟียคลั่งรัก
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
กับดักรักท่านประธาน
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?













