บทนำ
"เฮีย...สั่งงานอะไรเยอะแยะ สั่งจนผมไม่มีเวลานั่งมองหน้าผู้ชายแล้วเนี่ย"
"ตั้งแต่เฮียส่งแกไปฝึกงานที่แผนกนั้น เฮียแทบไม่สั่งงานอะไรเพิ่มเลยนะ อย่ามาบ่นได้มั้ย แผนกอื่นเขาทำงานกันจนกระดูกสันหลังจะหักอยู่แล้ว ยังไม่เคยมีใครมายืนเท้าเอวบ่นใส่ผู้บริหารสักคน"
"ถ้าเฮียไม่สั่งงานเพิ่ม แล้วทำไมพี่ภรัญ ถึงทำงานหัวฟูทั้งวันเลย ส่วนคนอื่นเห็นนั่งเม้าท์กันสบายใจ"
"เฮียจะรู้มั้ยล่ะ"
"ไม่รู้ล่ะ เฮียโทรลงไปบอกหัวหน้างานแผนกการจัดการเลยนะ ให้เอางานของพี่ภรัญไปให้คนอื่นทำ...เดี๋ยวนี้เลย"
"แกเป็นแค่เด็กฝึกงานนะแดนดิน อีกอย่างภรัญเป็นแค่พนักงานธรรมดา เขาไม่มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น"
"จะเป็นแค่พนักงานธรรมดาได้ยังไง...นั่นว่าที่น้องเขยเฮียนะ"
บท 1
ตอนที่ 1 พักร้อน เฮงซวย
คนเราเมื่อถึงคราวเคราะห์ ต่อให้นั่งอยู่บนรถตู้แบบโดยสารประจำทางเฉย ๆ ความเฮงซวย หัวขวด หัวจรวยก็สามารถแวะมาทักทายเราได้ เหมือนสิ่งที่ ภรัญ กำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ในยามนี้ จะไม่ให้เขาเกรี้ยวกราดได้ยังไง ในเมื่ออารมณ์สุนทรีย์ของการลาพักร้อนของเขา ถูกบดขยี้ลงทันทีที่รู้ตัวว่ากระเป๋าเงินและโทรศัพท์มือถือของเขาหายไป ไม่รู้ว่าตนเองทำหล่นหาย หรือว่าถูกมือดีที่ไหนขโมยไปช่วงที่เผลองีบหลับไปบนรถ
ลำพังแค่กระเป๋าสตางค์หายยังพอมีทางแก้ปัญหาด้วยการโทรหาคนที่นัดมารอรับให้รู้ หรือบางทีเขาอาจใช้โทรศัพท์มือถือไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม หรือใช้จ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชั่น แต่พอโทรศัพท์มือถือหาย เหมือนชีวิตนี้ก็มีแต่คำว่าบรรลัยลอยไปลอยมาเต็มหน้าไปหมด เบอร์โทรเดียวในหัวของเขาที่จำได้คือ 191 เท่านั้น!
“แม่งเอ๊ย ซวยชะมัด แล้วจะไปรีสอร์ตยังไงวะเนี่ย” คนหัวเสียพึมพำกับตัวเองขณะเดินออกมายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ข้างถนน บริเวณหน้าสถานีขนส่ง อันเป็นจุดจอดรถจุดสุดท้าย
หลังจากระงับความหงุดหงิดหัวเสียลงได้ ภรัญจึงตัดสินใจใช้ปากเป็นใบเบิกทาง เริ่มต้นจากไปแจ้งความเรื่องที่ถูกล้วงกระเป๋า แล้วขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถามหาสถานที่ตั้งของรีสอร์ตที่ตนเองต้องการไป แล้วขอให้ตำรวจพาไปส่งยังจุดที่พอจะเรียกรถไปต่อได้ เพราะไอ้ฟาร์มสเตย์ที่เขาจองที่พักไว้นั้น มันห่างไกลจากตัวเมืองออกไปอีกหลายสิบกิโล ขนาดให้คุณตำรวจช่วยโทรศัพท์ติดต่อเข้าไปที่ฟาร์มก็ยังไม่มีคนรับสาย ครั้นจะให้ตำรวจขับรถพาไปส่งก็เกรงใจเพราะมันไกลมากจริง ๆ เงินในกระเป๋าก็ไม่มีแม้แต่เศษเหรียญ
“คุณเดินไปตามทางนี้ อีกสักสิบห้ากิโลเดี๋ยวก็ถึงครับ”
หลังจากตำรวจพานักท่องเที่ยวดวงซวยมาส่งได้ครึ่งทาง แล้วฝากให้ติดรถชาวบ้านมาต่ออีกนิดหน่อย ภรัญจึงถูกนำมาปล่อยลงตรงทางแยกซึ่งหากมองลงไปไกลลิบ ๆ นั้นมันเหมือนมีชุมชนเล็ก ๆ อยู่กลางหุบเขา
‘เดินสิบห้ากิโล...คนแถวนี้ใช้คำว่าเดี๋ยวก็ถึงอย่างนั้นเหรอ?’
คนกรุงเทพถึงกับกลอกตาเหลือกขึ้นด้านบนทันที แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเขาไม่มีทางเลือกอื่น ภรัญพยักหน้ารับก่อนจะกล่าวคำขอบคุณคนที่อุตส่าห์ขับรถพาเขามาส่งจนถึงที่นี่อย่างน้อยมันยังพอย่นระยะทางไปได้หลายสิบกิโลเมตร
แดดแรงของยามบ่ายเหมือนมันอยากฆ่านักท่องเที่ยวอย่างเขาให้ตายกลางทาง ทำเอาเหงื่อหยดตั้งแต่ขมับไหลลงมาจนถึงคาง ลำคอแห้งผากเพราะขาดน้ำจิบดื่มให้ชุ่มคอยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด ช่างเป็นทริปการลาพักร้อนที่มีแต่ความเฮงซวยจริง ๆ
ปรื้นนนน ความดีใจเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาใกล้ ดึงใบหน้าคมคายเกรียมแดดให้หันไปมองยังเบื้องหลัง หากแต่ความปรีดานั้นระเหยหายไปไวเสียยิ่งกว่ากลิ่นตด เพราะทันทีที่เขาหันหลังไป ไอ้รถเวรตะไลคันนั้นมันก็ขับฉิวจนเกือบเฉียดเบียดเขาตกถนน
“จะรีบไปตายห่าที่ไหนวะ คนนะเว้ยไม่ใช่หมาจรจัด” มือสะบัดยกขึ้นมาปัดฝุ่นซึ่งฟุ้งกระจาย จนมองไม่เห็นป้ายทะเบียนของรถที่เพิ่งขับผ่านไป และราวกับเทวดาเจ้าป่าเจ้าเขาจะได้ยิ่งเสียงคำสาปแช่งในใจของเขาเพราะเดินมาอีกไม่ถึงสิบนาที ริมถนนลาดยางที่พังเป็นหย่อม ๆ นั้นมีรถกระบะสีหมองจอดเปิดฝากระโปรงรถค้างเอาไว้ โดยมีเจ้าของยืนก้ม ๆ เงย ๆ จับตรงนั้น ขยับตรงนี้ง่วนอยู่กับเครื่องยนต์
“ปัดโธ่เว้ย! มาพังอะไรตอนนี้เล่า” เสียงขึ้นจมูกสะบัดสูงแสดงถึงอารมณ์อันขุ่นมัว
“ไม่น่าพังเลย น่าจะพุ่งชนต้นไม้ก่อนให้ขาดสักสองท่อน แล้วค่อยให้กู้ภัยเอาเครื่องมือมาตัดถ่าง” เจ้าของร่างเหงื่อโทรมเดินเข้ามายืนกอดอกยักคิ้วเยาะเย้ย
“เฮอะ ถ้าอย่างนั้นเมื่อกี้ผมน่าจะขับรถทับคุณ แล้วลากติดท้องรถมาสักกิโลสองกิโล จะได้มาติดอยู่กับซากต้นไม้ด้วยกัน” คิ้วเรียวขยับยักขึ้นถี่ ๆ
ตอนแรกเหมือนจะน่าสงสารที่รถเสีย ตอนนี้ภรัญชักอยากจะเดินไปปล่อยลมยางเพิ่มอีกทั้งสี่ล้อ เป็นการลงโทษเจ้าของใบหน้าง้ำปากคว่ำเหมือนคนช่างเอาแต่ใจนั้น นี่ขนาดตัวเองกำลังตกที่นั่งลำบากยังไม่วายปากเสีย เจ้าของรถเก่ายืดตัวขึ้นตรง มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาเท้าเอว ส่วนข้างยกขึ้นมาเกาหัวอยู่แกรก ๆ
“ตกลงว่ารู้หรือยังว่ารถเป็นอะไร” มือปลดสายสะพายกระเป๋าเป้แล้วนำมันไปวางไว้ริมทางข้างหนึ่ง
“ถ้ารู้ก็ซ่อมได้แล้วสิ”
“อยากให้ช่วยมั้ย” ร่างสูงขยับไปยืนใกล้ สายตากวาดมองไปยังห้องเครื่องของรถยนต์รุ่นเก่า
“มีน้ำใจมั้ยล่ะ ถ้ามีก็ช่วย ถ้าไม่มีก็โน้นเลยถนนเดินต่อไป”
“ฉันน่ะมีน้ำใจ แต่นายน่ะมีมารยาทหรือเปล่า คนเขาถามดี ๆ หัดพูดจาให้มันดีหน่อย”
“นี่คุณว่าผมไม่มีมารยาทเหรอ” เจ้าของหน้างอถลึงตาโตปากย่น จมูกยู่อย่างไม่พอใจ
“ใช่!” ใบหน้าคมโน้มลงมาจนปลายจมูกชื้นเหงื่อเกือบจะทิ่มเข้าหากัน
“อื้อ บังอาจ!” ริมฝีปากบางงุ้มเบะ ก่อนจะอ้ากว้างแล้วใช้ฟันคมงับลงไปบนปลายจมูกนั้นทันที
“โอ๊ยยยยย”
ร้อยวันพันปีไม่เคยมีใครกล้ามาตำหนิติเตียนเขาต่อหน้า แล้วไอ้นักท่องเที่ยวจรจัดที่เดินต๊อก ๆ อยู่ข้างถนนคนนี้เป็นใครกัน ถึงกล้ามาว่าเขาอย่างนี้ อย่างนี้ต้องงับซะให้จมูกแหว่งไปเลย แต่....
“โอ๊ย! ถุย ถุย ถุย ถุย เค็มชะมัด” ลิ้นสีชมพูแลบออกแล้วกระดกส่ายสะบัดไปมาเมื่อรับรู้รสชาติเหงื่อเค็ม
“นี่มันเจ็บนะ เป็นหมาเหรอ” เจ้าของจมูกโด่งยกมือขึ้นมาจับจมูกตัวเอง
“ปากเหรอนั่นน่ะ” มือยกขึ้นมาใช้นิ้วยื่นขึ้นไปบีบปากของคนนิสัยพูดตรงกับใจ
“พอ ๆ เลิกทะเลาะกันก่อน นี่ฉันเป็นแขกบ้านแขกเมืองนะ เป็นนักท่องเที่ยว” มือหยาบคว้าจับดึงสองมือเรียวบางนั้นมารวบไว้
“นักท่องเที่ยว แล้วมาเดินอะไรอยู่แถวนี้” หน้างอแหงนคอขึ้นไปมองเจ้าของจมูกเค็ม
“นายรู้จัก มีสุขฟาร์มสเตย์ หรือเปล่า” ภรัญคลายน้ำหนักมือซึ่งรวบข้อแขนเล็กนั้นไว้แล้วส่งมันคืนให้เจ้าของ
“คุณจะไปที่นั่นเหรอ” คิ้วบางขมวดวิ่งเข้าหากันทันที
“อืม”
“จองไว้เหรอ” ปากเบะย่นจนริมฝีปากบนเกือบพลิกขึ้นไปปิดรูจมูก
“อืม”
“แล้วทำไมคุณถึง...”
“โอ๊ย ถามเยอะจริง จะถามอะไรนักหนา แค่ตอบมาว่ารู้จักมั้ย”
“ก็ที่ถามนี่เพราะรู้จักไงเล่า”
“อีกไกลหรือเปล่ากว่าจะถึง” ภรัญพยักหน้าไปตามถนน
“สักยี่สิบกิโลได้” แก้มป่องพองลมจนพวงแก้มขึ้นเป็นก้อนกลม ๆ เพราะยิ้มหวานถูกอมเอาไว้บนใบหน้า
“อะไรนะ ไหนคุณตำรวจ กับลุงคนนั้นบอกว่าอีกแค่สิบห้ากิโล แล้วนี่ฉันเดินมาเป็นชั่วโมงแล้วนะ ทำไมมันยังเหลืออีกตั้งยี่สิบกิโล”
“คุณจะเชื่อตำรวจในเมือง หรือว่าเชื่อคนในพื้นที่อย่างผมล่ะ” มุมปากขยับยกยิ้มเจ้าเล่ห์
“เอาล่ะ ๆ ถ้าอย่างนั้น เรามาทำข้อตกลงกัน ฉันจะช่วยซ่อมรถให้ แต่ถ้าซ่อมได้ นายต้องไปส่งฉันที่นั่น ตกลงมั้ย”
เมื่อดูจากการคล้อยต่ำของดวงอาทิตย์ ที่มันหล่นลงมาจนเกือบลับเหลี่ยมเขา ภรัญเดาว่าเวลาพลบค่ำกำลังจะมาเยือนในอีกไม่ช้า แล้วถ้าไอ้ฟาร์มมีสุข ที่เขาต้องการจะไป มันยังต้องเดินทางอีกไกลหลายสิบกิโล การญาติดีกับเจ้าหนุ่มปากกล้าคนนี้น่าจะดีกว่า
"แน่ใจเหรอว่าซ่อมได้ ไม่ใช่มาทำให้รถผมพังนะ" เจ้าของรถเก่ายืนเอียงคอมองนักท่องเที่ยวตัวโตอย่างไม่เชื่อใจ
"อ้าปากหน่อย" สองนิ้วหยาบยื่นออกมาแล้วใช้มันถ่างกลีบปากเล็กอย่างไม่ปรานี
"อะไรของคุณเนี่ย" มือเล็กพยายามปัดป้องพร้อมสะบัดปากหนี
"จะดูว่าในนี้ นอกจากขี้ฟันแล้วยังมีหมาเลี้ยงไว้อีกกี่ตัว"
บทล่าสุด
#94 บทที่ 94 ตอนพิเศษ มาตรฐานผัว 4
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#93 บทที่ 93 ตอนพิเศษ มาตรฐานผัว 3
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#92 บทที่ 92 ตอนพิเศษ มาตรฐานผัว 2
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#91 บทที่ 91 ตอนพิเศษ มาตรฐานผัว 1
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#90 บทที่ 90 รักนะ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#89 บทที่ 89 ต่อไปจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#88 บทที่ 88 มีแค่ทองห้าบาท
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#87 บทที่ 87 ฮอร์โมนคนท้อง
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#86 บทที่ 86 แม่ผัว ลูกสะใภ้
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#85 บทที่ 85 ไม่ชอบถูกหลอก
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026
คุณอาจชอบ 😍
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》
เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
ทาสรัก บำเรอชีกห์
เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!
Loveless ก็ไม่ได้รักสักนิด
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้













