บทนำ
“ทำไมดื้อวะ บอกให้ขึ้นรถร้อนตายห่าอยู่แล้วอยากดำหรือไง” เสี้ยวนาทีใบหน้าฉันเหวี่ยงไปมองผู้ชายที่ลดกระจกรถลงทำคิ้วขมวดหัวเสีย จมูกโด่งยิ่งกว่าสันเขื่อนนั้นอยากทุบออกชิบหายเมื่อเจอนัยน์ตาคมตวัดแลมองเหมือนกำลังจะลงมาบีบคอฆ่าให้ตาย “ขึ้นมาเดี๋ยวไม่สบาย อยากแดกยาหรือไง”
“จะไปไหนก็ไป”
“น้ำตาล” พอเขาเค้นเสียงต่ำสื่อบอกว่าความอดทนกำลังจะหมด จะไม่เป็นอะไรเลยถ้าไม่ขยี้ จะไม่เป็นอะไรเลยถ้าเขาไม่เป็นชนวนของเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้เมื่อก่อนหน้า “อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่”
“หึ... งั้นก็ฝากไปตบอีนั่นคืนด้วย” พูดเสร็จก็เอียงอีกซีกใบหน้าให้ดูจากนั้นก็ยิ้มเหยียดให้ไอ้คนที่อยู่ในรถเพราะคงยังไม่เห็นหรอก “แหกหูแหกตาดูด้วยว่าที่มันฟ้องย้อนแย้งกับสิ่งที่ทำแค่ไหน”
“จะทำให้โอเคมั้ยแต่ตอนนี้ขึ้นมาได้แล้วมีโอริโอ้ปั่นอยู่ในรถพร้อมแอร์เย็นฉ่ำรอแล้วนะเพียงแค่ก้าวขึ้นมา”
“ง้อเหรอ คนอย่าง สายฟ้า รัตติกาล อักษรสิทธิ ใช้คำว่าง้อกับคนอื่นเป็นด้วย”
“เออง้อ ได้ยินแล้วจะขึ้นรถได้ยัง”
บท 1
เป็นไงละ... หมดสภาพ
บอกได้เลยว่าหมดสภาพ
จากวันนั้นที่คิดว่าตัวเองสามารถทำให้ใครบางคนง้อได้ใจก็เหลิงใจเป็นที่สุดมาสู่วันนี้ ห่างกันแค่หนึ่งวันที่มี 24 ชั่วโมงซึ่งเกือบเป็นวันสุดท้ายของปีก่อนวันขึ้นปีใหม่พ่วงด้วยวันเกิดตัวเอง
การที่ฉันต้องแบกลากสังขารตัวเองมานอนพ่วงสายน้ำเกลืออันแสนทรมานฉลอง Happy new year เคาน์ดาวน์รวมไปถึงฉลองวันเกิดในโรงพยาบาลเนื่องจากไข้แดกพร้อมกับมีอีกโรคหนึ่งผุดขึ้นมาใหม่ โรคนี้คนเป็นหลายคนแล้วแต่ความรุนแรงเฉพาะบุคลนั่นคือโรคกระเพาะ
สำหรับฉันมันรุนแรงปวดท้องไปหมดจนต้องเจาะให้น้ำเกลือกับฉีดยาเข้าเส้นเลือดเพื่อรักษาอาการให้บรรเทาลง
ซวยไม่ซวยล่ะ
บอกแล้วว่าไม่สนุก
แทนที่จะได้ไปนั่งยิ้มเชิดเฉิดฉายนั่งทานข้าวแสนโรแมนติคบนดาดฟ้าโรงแรมใหญ่ระดับห้าดาวตรงไหนสักแห่งกับต้องมานั่งนอนติดเตียงในชุดของโรงพยาบาล เฮงซวยที่สุด!
แกร๊ก...
ยังมีสิ่งที่เฮงซวยที่สุดมาอีก...
สิ่งที่เรียกว่าซวยกว่าซวยซ้ำซวยซ้อนก็มาเยือนเมื่อมีผู้หญิงสองคนเข้ามาใหม่ในห้องผู้ป่วยอย่างฉัน บุคคลคนแรกคือ ‘แม่’ บังเกิดเกล้าส่วนคนหลังคือมัน ‘มีน’ หรือที่ฉันเรียกติดปากว่า ‘อีมีน’
คนแรกน่าจะรู้นิสัยฉันดีนะว่าคิดยังไงกับเหตุการณ์ตอนนี้แต่ทำไมไม่สนใจเอาแต่หันหน้าไปต้อนรับขับสู้อีมีนยิ่งกว่าเป็นพนักงานต้อนรับเสียอีก ยิ้มแย้มอ่อนโยนให้กับมันอยู่แบบนั้นผลที่ได้รับกลับมาคือทางตรงกันข้าม ท้ายสุดแล้วก็เป็นฉันที่ขยับตัวพิงเตียงไร้การทักทายใดๆ ออกไปสำหรับคนๆ นี้มารยาทไม่ต้องมีหรอก
ฉันไม่ถูกกับมัน
ฉันไม่ญาติดีกับมัน
ฉันไม่ทำอะไรดีๆ ให้กับมัน
“ตาลลูก คุณมีนเขามาเยี่ยม”
“...”
เยี่ยมเหรอถ้าคิดว่ามันมาเยี่ยมก็ฝันเอาชาติหน้าตอนบ่ายๆ น่ายังจะ ‘พอมีหวัง’ อยู่แต่ชาตินี้ ‘อย่าหวัง’ เลย ยังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้แน่ คนเลวยังไงก็คือคนเลว ต่อให้บวชชีอาศัยนุ่งขาวห่มขาวหางมันก็โผล่ออกมาอยู่ดีโดยไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นเพราะยังไงซะมันก็ดีแตกออกมาซักวัน คนอย่างมันไม่ต้องเรียกว่ามาเยี่ยมเรียกว่ามาสมน้ำหน้าอยากเห็นสภาพฉันมากกว่าว่าเป็นยังไงใกล้ตายหรือยัง
จะบอกให้ว่าอีมีนไม่ได้เห็นหรอก
เพราะตอนนี้ฉันยังสวยเฉียบ ความโทรมไม่กล้าเทียบเข้ามาใกล้
“ตาล”
“ไม่เป็นอะไรหรอก จะถือว่าไม่มีใครได้สั่งสอน”
“...”
เป็นไงล่ะหน้าแม่คงชาไปเป็นแถบแล้วไหมกับการโดนมันตอกกลับขนาดนี้ ไม่อยากซ้ำเติมแม่หรอกเพราะเท่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็ใช่ว่าจะมีความสุขเท่าไหร่นัก
การโดนว่าแบบนี้มันคือเรื่องชินชาสำหรับแม่อยู่แล้วไม่ว่าจะยังไงโดนทำแค่ไหนก็ไม่เห็นทีท่าของการต่อสู้กลับของแม่เลย
ไม่รู้ว่าชาตินี้จะได้เห็นไหม
“จะได้บอกพ่อว่าลูกนอกคอกยังไม่ตาย ยังอยู่ผลาญเงินได้อีกนาน”
“คุณมีน”
“หรือมันไม่จริง ลูกนอกสมรสอย่างอีตาลได้แค่นี้ก็บุญนักหนา แล้วทำไมยังสาระแนมานอนโรง’บาลเอกชนค่ารักษาแพงๆ คิดจะให้พ่อออกเงินให้อีกละสิ”
“ตาลแม่จะให้ย้ายนะ”
เหอะ...
ขนาดลูกในไส้ยังไม่คิดห่วงเหรอแม่
ขนาดตาลป่วยยังต้องยอมอีกเหรอ
แม่ก็ยังเป็นแบบนี้วันยังค่ำ
“...”
ฉันเงียบแต่ยังมองอีมีนนิ่ง
“พึ่งมาคิดได้เหรอว่าสมควรไสหัวย้าย”
“เดี๋ยวแม่จัดการให้นะตาล”
“ไม่ต้องหรอก” นี่คือประโยคแรกของฉันหลังจากยอมเงียบมานานแสนนาน ยอมฟังถ้อยคำประโยคพวกนั้นผ่านหูซ้ายทะลุออกหูขวารั้งท้ายประโยคด้วยการแถมท่าทางเยาะเย้ยให้อีกคงกระตุ้นต่อมความอยากรู้อยากเห็นเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว “มีเงินค่าโรง’บาลแค่นี้จิ๊บๆ”
“เหอะให้มันจริงเถอะ”
“ตาลพอลูก”
“อย่าหน้าด้านขอเงินพ่อ”
“จริงแน่นอน มีเยอะกว่าผู้ชายคนนั้นอีก” ตอกย้ำประโยคด้วยการฉีกยิ้มหวานแจกจ่ายที่รู้ทั้งรู้ว่าฉันทำเพื่อเยาะเย้ยทำเพื่อกวนประสาทอีกฝ่าย ผลตอบกลับมันน่าหอมหวานมากกว่าการใช้กำลัง การปั่นประสาทด้วยการมีความสุขต่อหน้าอีมีนยิ่งทำให้ฉันรับรู้ว่าตัวเองชนะและอยู่เหนือมัน “เอ๋... นอนนิ่งๆ แบบนี้จะช็อปอีกกี่แสน กี่ล้านก็ทำได้นะ”
“ประสาทอยู่เหรอ?”
“จริงอยู่ฉันอาจประสาทแล้วเพราะว่า...”
“นี่แก!”
“จุ๊ๆ อย่าพึ่งบ้า มันไม่จบแค่นี้”
“...”
“เอ้... หรือว่าจะเทคโอเวอร์โรง’บาลแห่งนี้ดีไหม” ไม่พูดเปล่าบัตรสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำใบมือที่ฉันพึ่งนำออกจากกระเป๋าใบเล็กข้างกายก็ถูกพัดวีไปมาในอากาศ บัตร World elite หรือเรียกกันติดปากว่าการ์ดดำวงเงินไม่กำจัด มันทำให้อีกคนตาร้อนอยู่ไม่สุขเหมือนเดิม “คิดไม่ออกอยากได้เยอะแยะไปหมด ยิ่งเจ้าของบัตรตามใจก็ยิ่งอยากช็อปให้กระจุยกระจายซะวันนี้เดี๋ยวนี้”
“อีตาล!”
“หูย... เมื่อวานพอป่วยนะคนที่อุ้มพาส่งโรง’บาลหน้าซีดยิ่งกว่าไก่ถูกต้ม แค่ทำหน้าง้อหรืองอนนิดหน่อยอยากได้อะไรครึ่งชั่วโมงต่อมาของที่อยากได้มาวางตรงหน้าหมด โน้นๆ ดีสิตรงมุมห้อง” นิ้วชี้ตรงไปยังโต๊ะขนาดกลางที่ของบนโต๊ะนั้นมีแต่ของราคาแพงทั้งหมดทุกอย่างหลักหมื่นขึ้นทั้งนั้นส่วนมากเป็นของต่างประเทศ “กระเป๋า เสื้อผ้าจาก Chanel เสื้อลายสก็อตจาก Burberry รองเท้าของ Hermes ชุดเดรสสวยจาก Gucci เครื่องสำอางของ Dior ละลานตามากเลย”
“...”
ถึงกับไปไม่เป็นเลยเหรอ
ยัง มันยังไม่หมดแค่นี้แน่ๆ จะจัดให้ชุดใหญ่เลย
“ฟ้าใจดีจัง รักฟ้าที่สุด”
“อีหน้าด้าน!”
“ไม่เจ็บจ้ะเพราะน้อยกว่าใครบางคน”
บทล่าสุด
#90 บทที่ 90 H B D
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#89 บทที่ 89 ขอเวลา
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#88 บทที่ 88 ตำหนิ
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#87 บทที่ 87 คำสารภาพของลูก
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#86 บทที่ 86 ไม่ปล่อยมือ
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#85 บทที่ 85 แม่รับได้
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#84 บทที่ 84 สายน้ำ
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#83 บทที่ 83 ข่าวดี
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#82 บทที่ 82 ข้อสงสัย
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#81 บทที่ 81 ความหวัง
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รักระรินใจ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"













