บทนำ
โปรย...ความสวยสะดุดตา ความสดใสสะดุดใจ ปากที่บอกว่ายังไม่อยากมีใคร แต่ในใจกลับอยากได้เธอมาครอบครอง
แนะนำตัวละคร
กาวิน หรือ หมอวิน อายุ 32 ปี
เขาหล่อ ขาว หน้าเกาหลี เจ้าเล่ห์ แผนสูง ใจดีกับเธอคนเดียวเท่านั้น ส่วนคนอื่นมันก็แค่มารยาท
ข้าวหอม หรือ ใบบัว อายุ 23 ปี
เธอสวย สดใส น่ารัก อุบัติเหตุทำให้เธอความจำเสื่อม แถมยังได้สามีเป็นถึงคุณหมอแบบไม่รู้ตัวอีกด้วย
พูดคุย
สำหรับเรื่องนี้ (คุณหมอเจ้าแผนการ) เป็นเรื่องต่อ จากเรื่อง...ดวงใจคุณหมอ จากตอนที่ 68 ชื่อตอนว่า...งานแต่ง เป็น ชาย หญิง นิรนามที่มาเจอกันในงานแต่งของคุณหมอนาธานกับน้ำผึ้ง โดยไรท์จะนำตัวละครสองคนนี้จากเรื่อง ดวงใจคุณหมอ มาแต่งให้ฟินกันต่อเนื่องในเรื่องนี้นะคะ (เนื่องจากมีนักอ่านอยากรู้และถามกันเข้ามาเยอะพอสมควร)
ปกหนังสืออาจจะไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ พอดีไรท์ดองไว้นานแล้ว จึงขออนุญาตระบายปกไปในตัวด้วยเลยแล้วกัน เรื่องนี้แต่งขึ้นแบบหมอๆเหมือนเดิม แต่จะไม่มีเรื่องของทางการแพทย์มาเกี่ยวข้องมากนัก เพราะไรท์ไม่มีความรู้ต้องขออภัยด้วยจริงๆค่ะ แต่ความสนุกรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน เรื่องนี้พระเอกเป็นคนดีหวงตัวหน่อยๆ ชอบอ่อยเบาๆ ส่วนนางเอกสำหรับเรื่องนี้เธอความจำเสื่อมแล้วได้มาอยู่กับพระเอกค่ะ
บท 1
ตอนที่ 1 งานเลี้ยง
ณ ห้องแต่งตัวภายในบ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่งกลางใจเมือง กาวิน คุณหมอหนุ่มวัย 32 ปี ยืนแต่งตัวด้วยชุดสูทหรูดูเรียบร้อย กำลังจะออกไปงานมงคลสมรสเป็นเพื่อนคุณแม่
“ตาวิน...เสร็จหรือยังลูก” คุณสิริโฉม คุณแม่ของกาวินเอ่ยถามลูกชายอยู่หน้าประตูห้อง วันนี้ทั้งสองแม่ลูก ได้รับบัตรเชิญให้ไปเป็นเกียรติในงานมงคลสมรสของผู้ที่มีชื่อเสียงในวงการแพทย์ท่านหนึ่ง
“เสร็จแล้วครับ แต่ผมไม่อยากไปเลย” กาวินเดินออกมาจากห้องของตัวเองด้วยชุดสูทราคาแพง ใบหน้าหล่อเหลาของกาวินมีสีหน้าออกจะเซ็งๆนิดหน่อย เพราะเขาไม่ค่อยชอบออกงานสังคมสักเท่าไหร่
“ลูกต้องหัดไปเจอผู้คนซะบ้างนะ อยู่แต่โรงพยาบาลแบบนี้แล้วเมื่อไหร่ถึงจะมีเมียสักที” คุณสิริโฉมต้องการให้ลูกชายหาเมียเพราะท่านอยากได้หลานไว้เลี้ยงแก้เหงา
คุณสิริโฉมมีลูกสองคน อีกคนเป็นผู้หญิง กำลังเรียนอยู่ต่างประเทศซึ่งเป็นประเทศเดียวกับที่ผู้เป็นสามีทำงานอยู่ ส่วนตัวของคุณสิริโฉมเองก็บินไปๆมาๆระหว่างต่างประเทศกับเมืองไทยเป็นว่าเล่น
“โธ่คุณแม่ครับ ก็ผมยังไม่อยากมีนี่นา” กาวินทำงานเป็นคุณหมอทั่วไปประจำอยู่ที่ห้องฉุกเฉิน งานของเขาค่อนข้างยุ่งไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้าน ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากมี แต่เขาแค่กลัวว่าจะไม่มีเวลาดูแลเธอคนนั้นมากกว่า ดูอย่างคุณพ่อของเขาสิ ทำงานจนไม่มีเวลาให้คุณแม่ แต่ดีที่คุณแม่เข้าใจคุณพ่อดีเสมอมาถึงไม่มีปัญหา แต่ถึงยังไงกาวินก็ไม่อยากให้เธอคนนั้นต้องมาอยู่แบบเหงาๆรอเวลาว่าเมื่อไหร่สามีจะกลับบ้าน ซึ่งบางวันมีเคสคนไข้เยอะ เขาก็นอนที่โรงพยาบาลเลยไม่ได้กลับบ้านซะด้วยซ้ำ ส่วนช่วงที่คุณแม่เดินทางไปต่างประเทศกาวินก็มักจะพักที่คอนโดเพราะว่าที่นั่นมันอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลที่เขาทำงานอยู่มากกว่าที่บ้าน
“ไปๆยังไงงานวันนี้แกก็ต้องหาลูกสะใภ้ให้แม่สักคนให้ได้ อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว” เรื่องนี้ต้องโทษคุณพ่อที่ทำให้คุณแม่เหงา จนต้องมาบีบบังคับให้ผมหาเมียเพื่อที่ท่านจะได้มีหลานไว้เลี้ยงแก้เหงา คุณพ่อของผมทำงานอยู่ที่สถานทูตและต้องประจำอยู่ที่ต่างประเทศ ท่านมักจะกลับบ้านทุกครั้งที่มีวันหยุด แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะคุณแม่ของผมเดินทางเก่งมาก ไปๆมาๆอย่างกับเป็นเจ้าของสนามบินซะเอง
“เฮ้อ...คุณแม่นะคุณแม่” กาวินบ่นพึมพำพร้อมกับส่ายศีรษะไปมาเบาๆ มองคุณแม่ของเขาเดินนำออกไปที่รถ จากนั้นทั้งสองก็พากันมาถึงที่งาน เมื่อคุณสิริโฉมมาถึงท่านก็รีบพาลูกชายสุดหล่อแถมยังมีดีกรีเป็นถึงคุณหมอ เดินแนะนำเพื่อนๆและเจ้าภาพในงานนี้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตามแบบฉบับคนใจดี
ทางด้านใบบัว
ใบบัวเป็นเด็กกำพร้า เธอโตมากับสถานเลี้ยงเด็ก พออายุที่สามารถจะทำงานได้แล้ว เธอจึงออกจากที่นั่นมาหางานทำ เธอได้งานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของร้านก็เป็นผู้หญิงที่ทั้งสวยทั้งเก่งและใจดีมากๆ เธอชื่อศิริวรรณ หรือคนทั่วไปเรียกเธอว่าเจ้ศิ เจ้ศิเป็นผู้หญิงเก่งยังไม่มีครอบครัวอายุ 33 ปี
ด้วยความน่ารักและสดใสของใบบัว เจ้ศิจึงชวนใบบัวมาอยู่ด้วยกันที่ร้าน ซึ่งที่พักจะอยู่ชั้นสองของร้าน ส่วนร้านอาหารจะอยู่ชั้นล่าง ใบบัวตกลงมาอยู่กับเจ้ศินานหลายปีแล้ว
ระหว่างที่ใบบัวมาทำงานอยู่ที่ร้านอาหารของเจ้ศิ เจ้ศิได้สอนวิธีทำอาหาร วิธีดูแลลูกค้า ด้านงานบริการ สอนกิริยามารยาทเวลาเข้าสังคม เจ้ศิชุบชีวิตเด็กกำพร้าคนหนึ่งจากที่ไม่มีใครเลย ตอนนี้ใบบัวมีเจ้ศิเป็นเจ้านายและพี่สาวในคนๆเดียวกัน เจ้ศิรักใบบัวเหมือนน้องสาวไปไหนเจ้ศิก็มักจะพาใบบัวไปด้วยเสมอ
เจ้ศิมีบ้านแต่ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ชอบอยู่ที่ร้านมากกว่า เธอเป็นผู้หญิงสังคม ออกงานเก่ง เที่ยวก็เก่ง และทุกๆครั้งที่เธอไป เธอก็มักจะชวนใบบัวไปด้วย แล้วตอนนี้ทั้งสองสาววัยต่างกันก็แต่งตัวสวยเดินอยู่ภายในงานแล้ว
เจ้ศิ มีหน้าที่ออกงานสังคมแทนผู้เป็นแม่ที่อยู่ต่างประเทศ หน้าที่ออกงานจึงเป็นหน้าที่ของเจ้ศิมานานแล้ว ส่วนเธอเองก็ชอบออกงานแบบนี้เป็นที่สุด เพราะดูสนุกแถมได้พาน้องสาวอย่างใบบัวออกมาเปิดหูเปิดตาอีกด้วย
ใบบัวหันซ้ายมองขวา เห็นผู้คนรอบข้างมองมาที่เธอกับเจ้ศิเป็นตาเดียว บ้างก็ยิ้มให้ บ้างก็มองเฉยๆ เธอจึงหันไปถามเจ้ศิว่า...
“เจ้ศิคะ...ทำไมคนมองเราสองคนเยอะจังคะ” ใบบัวก้มมองตัวเอง แล้วสำรวจชุดกับใบหน้าให้เจ้ศิด้วยสายตาแต่ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ
“เถอะน่า...เชิดๆเข้าไว้เชื่อเจ้” เจ้ศิเป็นผู้หญิงมั่นมาก มากจนทำให้ผู้ชายทำได้แค่มองแต่ไม่กล้าเข้าหา จนตอนนี้อายุก็เยอะแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าเข้ามาสักที ซึ่งเธอก็ไม่ง้อ แถมยังใช้ชีวิตมีความสุขดีมาตลอดอีกด้วย
“เจ้คะ หน้าบัวมีอะไรติดหรือเปล่า” เธอสำรวจเจ้ศิแล้วปกติดี หรือว่าจะเป็นตัวเธอเองที่ผิดปกติ ใบบัวจึงขอให้เจ้ศิดูให้เธอหน่อย
“มี! ความสวย เหมือนเจ้เลย” เจ้ศิเป็นผู้หญิงอารมณ์ดี เธอพูดไปยิ้มไป แถมยังไม่ได้รู้สึกเกร็งแต่อย่างใด
“โธ่เจ้ พูดเล่นตลอดเลยนะคะ” ถึงอายุของเจ้ศิเข้าเลขสามแล้ว แต่เจ้ศิดูยังไงก็ยังไม่แก่แถมยังสวยวันสวยคืนอีกด้วย
“ทำไม เจ้ไม่สวยเหรอ” เจ้ศิเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ ในความสวยของตัวเอง
“สวยค่ะ เจ้ของบัวสวยไปทั้งตัวเลย” ใบบัวมักจะปากหวานแบบนี้เสมอ ถึงเจ้ศิจะรู้ว่าใบบัวพูดเอาใจเธอแต่นั่นก็ทำให้เจ้ศิพอใจมาก
“บัวของเจ้ก็สวย ป่ะเชิดๆเข้าไว้ เจ้จะพาเราไปหาอะไรอร่อยๆทาน”
“ไปค่ะ บัวหิวพอดีเลย” ทั้งสองสาวพากันเดินไปตักอาหารชิมกันตามประสา เน้นว่าชิม เพราะตักเข้าปากแค่นิดๆหน่อยๆเท่านั้น เจ้ศิเป็นผู้หญิงห่วงสวยแต่ใบบัวเป็นผู้หญิงชอบกิน ใบบัวจึงโดนเจ้ศิควบคุมเรื่องการกินอยู่บ่อยๆ
“อย่างละคำพอเดี๋ยวอ้วน” เจ้ศิรีบห้ามเมื่อเห็นใบบัวกำลังจะตักอาหารมามากเกินไป
“เจ้ขา...ขออย่างละสามคำได้ไหมคะ อันนี้น่าอร่อย”
“ไม่ได้เป็นผู้หญิงต้องสวยห้ามอ้วนเด็ดขาด” ใบบัวจึงวางอาหารชิ้นนั้นลงด้วยใบหน้าเสียดายนิดหน่อย แต่ก็ยอมทำตามที่เจ้ศิบอก
“เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวย กินแค่ชิมๆก็พอ” ยิ่งเจ้ศิพูดใบบัวก็ยิ่งรู้สึกเซ็ง มางานใหญ่โตทั้งทีแต่กลับห้ามกินของอร่อย เอาเข้าปากได้แค่ชิมพอให้รู้รส แต่ผู้หญิงชอบกินอย่างใบบัว เวลาเจ้เผลอเธอก็มีแอบกินเยอะบ้างเป็นบางครั้ง เพราะถึงเจ้ไม่เห็นแต่ถ้าน้ำหนักเธอขึ้น นอกจากจะอดกินของอร่อยยาวๆแล้ว ยังจะถูกเจ้ศิลากเธอไปออกกำลังกายอีกด้วย ซึ่งเป็นอะไรที่ใบบัวไม่ชอบเอาเสียเลย เธอจึงเลือกทานอาหารแต่พอดีเพื่อให้หุ่นยังคงที่เหมือนเดิม
“บัวยังอายุน้อยอยู่ระบบเผาพลาญน่าจะยังดีอยู่ ขออีกคำได้ไหมคะ” สายตาอ้อนวอนของใบบัวก็ไม่ได้ทำให้เจ้ศิสงสารแต่อย่างใด
“มีแต่ของหวานๆทั้งนั้น นี่ถ้าแกกินผู้ชายแทนได้เจ้จะไม่ห้ามเลย”
“โธ่เจ้ เรื่องเดียวกันไหมนี่ ไม่กินก็ไม่กิน เจ้อย่าเผลอก็แล้วกัน” เจ้ศิไม่ได้สนใจที่ใบบัวบ่น เพราะเธอฟังจนชินแล้ว แต่เลือกที่จะสะกิดให้น้องสาวหันไปมองผู้ชายหล่อๆในงานแทน ซึ่งใบบัวก็รู้สึกว่าไม่เห็นมีอะไรน่าดูเลยสักนิด สู้ขนมตรงหน้าก็ไม่ได้
ทางด้านหน้างาน
เมื่อเวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงเวลาสำคัญ นั่นก็คือเจ้าสาวกำลังโยนช่อดอกไม้ เจ้ศิรีบดึงมือใบบัวเดินไปด้วยกันที่หน้าเวที เพื่อจะไปเป็นสาวโสดยืนรอรับช่อดอกไม้ที่เจ้าสาวกำลังจะโยนลงมาจากเวทีนั่นเอง
“เจ้คะ…” ใบบัวทำหน้าไม่อยากเข้าไป แต่สุดท้ายก็ยอมเดินตามเจ้ศิเข้าไปอยู่ดี
“เถอะน่า...ตรงนี้พื้นที่คนโสด เผื่อเจ้จะได้มีผัวกับเขาสักที” ปีนี้เจ้ศิมีอายุได้ 33 ปีแล้ว ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากมีใคร แต่ชีวิตของเธอที่ผ่านมามันไม่มีใครเข้ามาเลยต่างหาก สงสัยเนื้อคู่ของเธอจะยังไม่เกิด
และแล้วสาวโสดที่มีทั้งอายุน้อยอายุมากก็มารวมตัวกันอยู่ที่หน้าเวทีกันเป็นแถว พวกเธอต่างมารอรับช่อดอกไม้ที่เจ้าสาวกำลังจะโยนลงมาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
ทางด้านกาวิน เขานั่งอยู่ที่โต๊ะด้านหน้าเวที กำลังมองสาวๆรอรับช่อดอกไม้อยู่ เกิดสะดุดตาเข้ากับหญิงสาว หน้าตาน่ารักสวมชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนคนหนึ่ง เธอทำหน้าเหมือนถูกบังคับให้ไปยืนอยู่ตรงนั้น แต่สายตาของกาวินที่นั่งมองเธออยู่กลับรู้สึกถูกใจกับผู้หญิงที่สวมชุดสีชมพูอ่อนคนนี้มาก เธอสดใสในแบบของเธอ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา มองดูแล้วน่ารักไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆที่จัดเต็มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพราะแบบนั้นเขาเห็นบ่อยจนรู้สึกเบื่อ
ในขณะที่กาวินนั่งมองหญิงสาวคนนั้นอย่างเพลินๆ อยู่ๆช่อดอกไม้ที่เจ้าสาวโยนลงมาจากบนเวทีก็มาตกอยู่ที่หน้าตักของเขาอย่างจัง กาวินตกใจไม่คิดว่าช่อดอกไม้ที่เขาไม่อยากได้จะมาหล่นอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ พร้อมกับสายตาของผู้คนในงานที่มองมาที่เขาเป็นตาเดียว
กาวินรู้สึกว่าสายตาของผู้คนในงานได้จับจ้องมาที่เขานานเกินไปแล้ว เขาจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปหาหญิงสาวในชุดสีชมพูอ่อนคนนั้นที่เขานั่งมองเธออยู่เมื่อสักครู่นี้
“อ่ะผมให้...” กาวินเดินตรงเข้าไปหาหญิงสาวตัวเล็กใบหน้าหวานคนนั้น โดยที่เขาก็ไม่รู้ว่าเธอชื่ออะไร
“แต่คุณเป็นคนรับได้นะคะ” เขาส่ายหน้าเบาๆพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ เขาไม่ได้รับได้แต่มันตกลงมาที่หน้าตักของเขาเองต่างหาก และที่สำคัญเขาไม่ได้อยากได้มันเลยสักนิด ดอกไม้ช่อนี่มันน่าจะเหมาะกับคนสวยๆอย่างเธอมากกว่า
“ผมไม่ได้อยากได้ ให้คุณแล้วกัน” เขายื่นช่อดอกไม้ที่อยู่ในมือให้เธอ ตอนนี้บรรยากาศโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นเสียงเชียร์ หรือแม้นแต่เสียงกดชัตเตอร์รัวๆของช่างกล้อง นักข่าว ที่มาทำข่าวในงาน ต่างเก็บภาพนี้กันอย่างเนืองแน่น
“ขอบคุณค่ะ” ใบบัวยื่นมือไปรับช่อดอกไม้ช่อนั้นเอามาถือไว้แบบงงๆ เธอก็ไม่ได้อยากได้เหมือนกัน เจ้ศิต่างหากที่อยากได้ แล้วเมื่อดอกไม้ช่อนี้ตกมาอยู่ในมือของเธอแล้ว กาวินจึงเดินกลับไปนั่งที่เดิม โดยมีสายตาของคุณแม่มองลูกชายด้วยรอยยิ้ม
“เจ้ศิ บัวให้” ใบบัวเห็นเจ้ศิอยากได้ ก็เลยคิดว่าให้เจ้ศิดีกว่าเพราะเธอก็ไม่ได้อยากได้ ที่รับมาเพราะเป็นมารยาทเท่านั้น
“
ถึงเจ้จะรีบ
แต่หนุ่มหล่อคนนั้นเขาไม่ได้ให้เจ้
บัวเก็บไว้เถอะ
”
บทล่าสุด
#76 บทที่ 76 ตอนที่ 36 ตอนพิเศษ // จบ
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#75 บทที่ 75 ตอนที่ 35 ตอนพิเศษ // นอนคุยกับลูกในท้อง
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#74 บทที่ 74 ตอนที่ 34 ตอนพิเศษ // วิวาห์
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#73 บทที่ 73 ตอนที่ 33 เยี่ยมลูก NC++
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#72 บทที่ 72 ตอนที่ 32 ตาสว่าง
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#71 บทที่ 71 ตอนที่ 31 เข้าใจผิด
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#70 บทที่ 70 ตอนที่ 30 พี่แยกแยะได้
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#69 บทที่ 69 ตอนที่ 29 คิดถึง NC++
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#68 บทที่ 68 ตอนที่ 28 สร้อยคอเส้นนี้
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026#67 บทที่ 67 ตอนที่ 27 สารภาพรัก
อัปเดตล่าสุด: 1/18/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
เมียขัดดอก
"คุณหมอคะฉันขอร้องล่ะคุณหมอช่วยแม่ฉันด้วยเถอะนะ" หญิงสาวขอร้องอ้อนวอนถึงขั้นยกมือขึ้นมากราบไหว้
"ทางเราช่วยได้เท่าที่ช่วยจริงๆ" ถ้าเขาทำแบบนั้น โรงพยาบาลของเขาอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีเลย และมันก็ไม่คุ้มกับการเสี่ยง
"ฉันขอร้องล่ะค่ะ จะให้กราบเท้าฉันก็ยอม"
"คุณอย่าทำแบบนี้เลย"เขารีบพยุงร่างของหญิงสาวที่กำลังจะคุกเข่าลงตรงหน้าให้กลับขึ้นมายืนใหม่อีกครั้ง
"คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันเคยเรียนหมอมาค่ะ ฉันคงพอช่วยงานคุณได้ไม่มากก็น้อย" เพราะเธอเคยเรียนมาด้านนี้ก็เลยรู้ว่าใครที่สามารถจะช่วยแม่ของเธอได้ และก็รู้ด้วยว่ามันเสี่ยงมากถ้าจะทำแบบนี้
"คุณก็เคยเรียนหมอมา คุณก็คงจะรู้ผมคงช่วยไม่ได้"
"ถ้าเปลี่ยนจากช่วยงานเป็นเอาร่างกายของฉันแลกเปลี่ยนได้ไหมคะ"
"คุณพูดอะไร"
"ถ้าคุณหมอยอมช่วยผ่าตัดให้แม่ฉันฉันจะยอมมอบร่างกายให้คุณค่ะ" เธอมีคนที่จะมาบริจาคอวัยวะแล้ว เหลือแค่การผ่าตัดเท่านั้น..
3P อาหมวยโดนอาเฮียใหญ่ทั้งสองจับทำเมีย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













