บทนำ
และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของเธอกับเขาที่ต้องมาอยู่ด้วยกันในฐานะคู่หมั้นที่ไม่ได้เริ่มจากความรัก
คนหนึ่งก็เย็นชา อีกคนก็อยากเอาชนะ เหมือนน้ำแข็งกับไฟมาอยู่ด้วยกัน
แล้วไฟอย่างเธอก็จะทำให้น้ำแข็งก้อนนี้ละลายอยู่แทบเท้าได้หรือเปล่า
บท 1
ตอนที่1 ท้าทาย
มัตซี
“คืนนี้ไปล่ากันไหม” เสียงของยัยเฟอเพื่อนสนิทของฉันเอ่ยชวนออกมาหลังจากพวกเราเดินออกจากห้องเรียน
“ไม่ได้ว่ะ วันนี้กูต้องกลับบ้าน” ฉันบอกออกไปอย่างรู้สึกเสียดายไม่น้อย เพราะวันนี้มีนัดกับคุณแม่ต้องกลับไปทานข้าวด้วยกัน
“เสียดายเลยอ่า!~ เปิดเทอมวันแรกก็พลาดซะแล้ว” เสียงยัยน้ำรินเพื่อนสนิทของฉันอีกคนพูดด้วยความเสียดายไม่ต่างจากฉันเลยสักนิด
ทำความรู้จักกันหน่อยดีกว่า ฉันชื่อ มัตซี ค่ะ ตอนนี้เรียนอยู่ปี3 คณะบริหารธุรกิจ นิสัยฉันเป็นพวกตรง ๆ บวกกับหน้าตาที่ดูแล้วหยิ่งทำให้คนอื่นก็มองว่าฉันแรงพอตัว แต่สำหรับฉันก็ปกตินะแค่อาจจะพูดตรงไปบ้างและชอบใช้สายตาจิกแรงแค่นั้นเอง แต่จริง ๆ แล้วฉันเป็นคนเฟรนลี่มากคนหนึ่งเลยนะ
ฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว ที่บ้านทำธุรกิจหลายอย่าง คุณพ่อคุณแม่รักและตามใจฉันมาก ส่วนสองคนเมื่อกี้ก็เพื่อนสนิทฉันเองแหละ นิสัยก็เหมือน ๆ กัน ไม่งั้นคงคบกันไม่ได้หรอกจริงไหม? พวกเราคบกันมาตั้งแต่มัธยมปลายเลยทำให้สนิทกันมากและซี้กันสุด ๆ
“อร้ายยย!! หล่ออ่ะแก!”
“พี่มีคุณก็แบดสุด ๆ เลย!”
“พี่มิวเรย์ก็ทะเล้น น่ารัก!~”
“พี่ยิมทั้งเท่ทั้งหล่อเลยอ่ะ!”
“ของฉัน ๆ ๆ”
แล้วระหว่างที่พวกฉันนั่งคุยกันอยู่ก็ได้ยินเสียงพวกผู้หญิงจากรอบข้างกรี๊ดกร๊าดร้องออกมาเหมือนเห็นอปป้าบินตรงจากเกาหลีมาลงที่มหาวิทยาลัยและแย่งกันว่าใครเป็นของใคร ทำให้พวกฉันอดไม่ได้จนต้องหันไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะรู้ว่ากลุ่มคนที่เดินผ่านไปเมื่อกี้สำหรับในมหาวิทยาลัยนี้แล้วก็ไม่ได้ต่างอะไรกับมีอปป้ามาเลยจริง ๆ นั่นแหละ
“ตื่นเต้นกันจังเลยนะ เดี๋ยวแม่จะเอามาควงให้หมดเลย” ฉันพูดออกไปอย่างหมั่นไส้กับท่าทางดี๊ด๊าพวกนั้น
“ถ้าเป็นพี่มิวเรย์กับพี่มีคุณอาจจะง่าย แต่กับพี่ยิมนี่มึงคงแห้งตายก่อนอ่ะ!” ยัยเฟอพูดแย้งออกมาก่อนจะหัวเราะราวกับเรื่องตลก
แต่ฉันไม่ว่าอะไรมันหรอก เพราะพี่ยิมอะไรเนี่ยใคร ๆ ต่างก็รู้กันดีว่าเจ้าพ่อน้ำแข็งสุด ๆ เห็นนิ่ง ๆ แต่กินผู้หญิงเรียบนะจ๊ะบอกเลย แต่ก็นั่นแหละผู้หญิงที่เค้าจะกินเค้าก็ต้องเลือกเองเท่านั้นจ้าใครไปเสนอตัวให้เค้ารับรองได้กินแห้วกลับมากันถ้วนหน้า อีกทั้งได้ยินว่าเขาน่ะพวกกินครั้งเดียวแยกใช้แล้วไม่ใช้ซ้ำ และไม่จริงจังกับใครทั้งนั้น
“คอยดูเถอะ! ต้องมีสักวันที่กูจะทำให้พี่ยิมเป็นของกูให้ได้” ควายามยากและท้าทายนี้ทำให้ฉันยิ่งอยากเอาชนะ ฉันเลยตอบยัยเฟอออกไปด้วยรอยยิ้มและแววตาที่มุ่งมั่นและมั่นใจในตัวเองสุด ๆ
“มึงบอกประวัติมันหน่อยสิ” แล้วยัยเฟอก็หันไปพูดกับยัยน้ำรินอย่างพอจะรู้จักเค้าคนนั้นดีกว่าฉัน ซึ่งยัยนี่เป็นดั่งgoogleของกลุ่มก็ว่าได้ รอบรู้ทุกเรื่องของคนในมหาวิทยาลัย เรื่องอะไรที่ว่าใหม่ เรื่องอะไรที่ว่าหลับแค่ไหน แต่ยัยน้ำรินก็สามารถสืบมาได้ทุกอย่างที่อยากรู้
“ยิมรูปหล่อ พ่อโคตรรวย เคยมีแฟนมาหนึ่งคนตอนมัธยม แต่แล้วผู้หญิงคนนั้นก็บอกเลิกด้วยเหตุผลอะไรสักอย่างก็ไม่รู้ ก่อนจะไปเรียนต่อต่างประเทศ...” แล้วยัยน้ำรินก็นั่งสาธยายประวัติของพี่ยิมให้ฉันได้รับฟัง
“ก็แค่แฟนทิ้ง ไม่เห็นต้องฝังใจขนาดนี้ปะวะ” เมื่อฉันได้ฟังเรื่องของหมอนั่นอย่างละเอียดฉันก็พูดออกมาอย่างไม่เข้าใจและสมเพชไม่น้อย เป็นผู้ชายซะเปล่าแค่นี้ทำเป็นเรื่องใหญ่ยึดติดไปได้ เกิดมาจะรักแค่คนเดียวแล้วตายไปเลยหรือไงกัน น่าตลกสิ้นดี
“พี่เค้าอาจจะเป็นพวกจริงจังกับความรักมากไงมึง” ยัยเฟอพูดขึ้นอย่างที่คิด
“หึ! ปัญญาอ่อนสิไม่ว่า อายุแค่นี้จะจริงจังแค่ไหนก็ควรแยกแยะและมูฟออนได้ปะ?” ฉันบ่นพร้อมกับส่ายหัวขบขัน “งั้นกูกลับและ”
ฉันบอกมันออกไปอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะลุกเดินออกเพื่อกลับบ้านแทนมานั่งฟังเรื่องผู้ชายที่ดูจะไร้สาระขึ้นมาหลังได้รู้เบื้องหลังความเย็นชานี้ของเขา
แต่ฉันยอมรับว่าผู้ชายคนนี้น่าสนใจมากคนหนึ่งเลยแหละ ยิ่งดวงตาที่นิ่ง ๆ ของเค้ามันกลับยิ่งดึงดูดผู้หญิงได้เป็นอย่างดี หากไม่นับเรื่องที่เขาฝังใจเกินไปนั่นก็นับว่าเป็นผู้ชายที่คงจะเพอร์เฟคไม่น้อยคนหนึ่ง
แต่แล้วไงล่ะ ฉันเริ่มอยากจะรู้แล้วสิว่าจะยากแค่ไหนแล้วรักแรกจะฝังใจเท่าไหร่
ยิม
“คืนนี้ว่าไงวะไอ้ยิม” ไอ้มีคุณถามผมขึ้นอย่างขอคำตอบ
“แล้วแต่” ผมบอกมันไปอย่างไม่เรื่องมากเพราะผมยังไงก็ได้
“งั้นกูให้ไอ้บาสไปแทนแล้วกัน” ไอ้มิวเรย์พูดออกมาอย่างที่คิดแล้ว
“อืม” ผมตอบกลับไปอย่างไม่มีปัยหาอะไรแล้วนั่งเล่นเกมในโทรศัพท์ต่อไม่สนใจพวกมัน
ผม ยิม ปี4 วิศวะยานยนตร์ นิสัยก็อย่างที่ทุกคนรู้ไปนั่นแหละ เมื่อก่อนผมก็เป็นคนนิ่ง ๆ แบบนี้แต่มันมีเหตุที่ทำให้ผมต้องนิ่งกว่าเดิมเพราะเหตุผลบางอย่าง
ผมเป็นลูกชายคนเล็กของบ้าน ที่บ้านมีธุรกิจเป็นของตัวเองหลายอย่างทั้งในและนอกประเทศ พ่อแม่ก็ไม่ค่อยเข้มงวดเท่าไหร่(บางเรื่อง) ตอนนี้ผมหุ้นกับเพื่อนเปิดผับและสนามแข่งรถอยู่
“งั้นคืนนี้ไปผับกัน” ไอ้มิวเรย์พูดอย่างดี้ด้า ไม่ใช่ว่าอยากไปดูงานอะไรหรอก แต่มันจะไปดูเด็กปีหนึ่งเข้าใหม่ไง แม้ในผับจะมีกฎเรื่องอายุ แต่บางครั้งก็มีหยวน ๆ กันทั้งนั้นเป็นที่รู้ดี
แล้วที่ยังเปิดมาได้ไม่ถูกสั่งปิดเพราะผิดกฎหมายก็เพราะวันไหนตำรวจจะเข้าตรวจจะมีสายรายงานเข้ามาก่อน และวันนั้นที่ผับก็จะทำตามกฎถูกต้องทุกอย่าง
“อย่าคิดว่ากูไม่รู้ความคิดมึง” ไอ้มีคุณพูดออกมาอย่างรู้ทันกันทุกอย่าง
“อย่ามาทำเป็นพูดมากเลย หรือว่าพวกมึงไม่สน?” ไอ้มิวเรย์ตอบกลับอย่างรู้ดีไม่แพ้กัน ส่วนไอ้มีคุณที่ถูกย้อนก็ไหวไหล่ให้ ซึ่งก็รู้คำตอบของมันดีว่าหมายความว่ายังไง
“ไอ้ห่า! แล้วทำมาว่ากู” ไอ้มิวเรย์เห็นแบบนั้นก็ด่าออกมาอย่างหมั่นไส้ทันที
“แล้วมึงว่าไง ไปไหม” ไอ้มีคุณหันมาถามผมขึ้นอีกครั้งหลังไม่ได้ร่วมบทสนทนากับพวกมัน
“อืม” ผมตอบกลับไปสั้น ๆ เหมือนเดิม แต่ไม่รู้แม่งจะถามทำไมมากมาย ยังไงก็ต้องไปอยู่แล้วไหมวะ จริง ๆ คืนนี้แม่ผมนัดให้ไปทานข้าวด้วย แต่ผมรู้ว่าท่านจะพูดเรื่องอะไรแล้วผมก็ขี้เกียจไปขี้เกียจสนใจด้วยไง เลยโกหกบอกไปว่าติดธุระ
“พูดให้มากกว่านี้หน่อยก็ได้ไหมไอ้สัส! นี่เพื่อนนะครับ” ไอ้มิวเรย์พูดออกมาอย่างหงุดหงิดกับผมที่ไม่ค่อยพูดมากเหมือนพวกมัน
แต่ใครจะอยากพูดวะ มีแต่เรื่องไร้สาระทั้งนั้น
“มึงยังไม่ชิน?” ไอ้มีคุณถามไอ้มิวเรย์ขึ้นอย่างกับเรื่องขบขันที่พวกมันชินกันไปแล้ว
“ไม่เว้ย!” ไอ้มิวเรย์ตอบกลับอย่างกวนประสาท แต่ผมหันไปมองมันนิ่ง ๆ อย่างประชดประชันด้วยการไม่พูดอะไร
“เออ ชินก็ได้วะ!” แล้วไอ้มิวเรย์ก็ร้องตอบออกมาใหม่อีกครั้งอย่างไม่สบอารมณ์ทันที
บทล่าสุด
#38 บทที่ 38 พิเศษ2
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#37 บทที่ 37 พิเศษ1
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#36 บทที่ 36 จบ
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#35 บทที่ 35 เลียขา
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#34 บทที่ 34 กลับมาคบกัน
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#33 บทที่ 33 ปลอบ
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#32 บทที่ 32 หาเรื่องใส่ตัว
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#31 บทที่ 31 อ้อน
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#30 บทที่ 30 เคลียร์ใจ
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#29 บทที่ 29 โง่
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
กับดักรักท่านประธาน
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
เจ้าพ่อมาเฟีย
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้













