บทนำ
และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของเธอกับเขาที่ต้องมาอยู่ด้วยกันในฐานะคู่หมั้นที่ไม่ได้เริ่มจากความรัก
คนหนึ่งก็เย็นชา อีกคนก็อยากเอาชนะ เหมือนน้ำแข็งกับไฟมาอยู่ด้วยกัน
แล้วไฟอย่างเธอก็จะทำให้น้ำแข็งก้อนนี้ละลายอยู่แทบเท้าได้หรือเปล่า
บท 1
ตอนที่1 ท้าทาย
มัตซี
“คืนนี้ไปล่ากันไหม” เสียงของยัยเฟอเพื่อนสนิทของฉันเอ่ยชวนออกมาหลังจากพวกเราเดินออกจากห้องเรียน
“ไม่ได้ว่ะ วันนี้กูต้องกลับบ้าน” ฉันบอกออกไปอย่างรู้สึกเสียดายไม่น้อย เพราะวันนี้มีนัดกับคุณแม่ต้องกลับไปทานข้าวด้วยกัน
“เสียดายเลยอ่า!~ เปิดเทอมวันแรกก็พลาดซะแล้ว” เสียงยัยน้ำรินเพื่อนสนิทของฉันอีกคนพูดด้วยความเสียดายไม่ต่างจากฉันเลยสักนิด
ทำความรู้จักกันหน่อยดีกว่า ฉันชื่อ มัตซี ค่ะ ตอนนี้เรียนอยู่ปี3 คณะบริหารธุรกิจ นิสัยฉันเป็นพวกตรง ๆ บวกกับหน้าตาที่ดูแล้วหยิ่งทำให้คนอื่นก็มองว่าฉันแรงพอตัว แต่สำหรับฉันก็ปกตินะแค่อาจจะพูดตรงไปบ้างและชอบใช้สายตาจิกแรงแค่นั้นเอง แต่จริง ๆ แล้วฉันเป็นคนเฟรนลี่มากคนหนึ่งเลยนะ
ฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว ที่บ้านทำธุรกิจหลายอย่าง คุณพ่อคุณแม่รักและตามใจฉันมาก ส่วนสองคนเมื่อกี้ก็เพื่อนสนิทฉันเองแหละ นิสัยก็เหมือน ๆ กัน ไม่งั้นคงคบกันไม่ได้หรอกจริงไหม? พวกเราคบกันมาตั้งแต่มัธยมปลายเลยทำให้สนิทกันมากและซี้กันสุด ๆ
“อร้ายยย!! หล่ออ่ะแก!”
“พี่มีคุณก็แบดสุด ๆ เลย!”
“พี่มิวเรย์ก็ทะเล้น น่ารัก!~”
“พี่ยิมทั้งเท่ทั้งหล่อเลยอ่ะ!”
“ของฉัน ๆ ๆ”
แล้วระหว่างที่พวกฉันนั่งคุยกันอยู่ก็ได้ยินเสียงพวกผู้หญิงจากรอบข้างกรี๊ดกร๊าดร้องออกมาเหมือนเห็นอปป้าบินตรงจากเกาหลีมาลงที่มหาวิทยาลัยและแย่งกันว่าใครเป็นของใคร ทำให้พวกฉันอดไม่ได้จนต้องหันไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะรู้ว่ากลุ่มคนที่เดินผ่านไปเมื่อกี้สำหรับในมหาวิทยาลัยนี้แล้วก็ไม่ได้ต่างอะไรกับมีอปป้ามาเลยจริง ๆ นั่นแหละ
“ตื่นเต้นกันจังเลยนะ เดี๋ยวแม่จะเอามาควงให้หมดเลย” ฉันพูดออกไปอย่างหมั่นไส้กับท่าทางดี๊ด๊าพวกนั้น
“ถ้าเป็นพี่มิวเรย์กับพี่มีคุณอาจจะง่าย แต่กับพี่ยิมนี่มึงคงแห้งตายก่อนอ่ะ!” ยัยเฟอพูดแย้งออกมาก่อนจะหัวเราะราวกับเรื่องตลก
แต่ฉันไม่ว่าอะไรมันหรอก เพราะพี่ยิมอะไรเนี่ยใคร ๆ ต่างก็รู้กันดีว่าเจ้าพ่อน้ำแข็งสุด ๆ เห็นนิ่ง ๆ แต่กินผู้หญิงเรียบนะจ๊ะบอกเลย แต่ก็นั่นแหละผู้หญิงที่เค้าจะกินเค้าก็ต้องเลือกเองเท่านั้นจ้าใครไปเสนอตัวให้เค้ารับรองได้กินแห้วกลับมากันถ้วนหน้า อีกทั้งได้ยินว่าเขาน่ะพวกกินครั้งเดียวแยกใช้แล้วไม่ใช้ซ้ำ และไม่จริงจังกับใครทั้งนั้น
“คอยดูเถอะ! ต้องมีสักวันที่กูจะทำให้พี่ยิมเป็นของกูให้ได้” ควายามยากและท้าทายนี้ทำให้ฉันยิ่งอยากเอาชนะ ฉันเลยตอบยัยเฟอออกไปด้วยรอยยิ้มและแววตาที่มุ่งมั่นและมั่นใจในตัวเองสุด ๆ
“มึงบอกประวัติมันหน่อยสิ” แล้วยัยเฟอก็หันไปพูดกับยัยน้ำรินอย่างพอจะรู้จักเค้าคนนั้นดีกว่าฉัน ซึ่งยัยนี่เป็นดั่งgoogleของกลุ่มก็ว่าได้ รอบรู้ทุกเรื่องของคนในมหาวิทยาลัย เรื่องอะไรที่ว่าใหม่ เรื่องอะไรที่ว่าหลับแค่ไหน แต่ยัยน้ำรินก็สามารถสืบมาได้ทุกอย่างที่อยากรู้
“ยิมรูปหล่อ พ่อโคตรรวย เคยมีแฟนมาหนึ่งคนตอนมัธยม แต่แล้วผู้หญิงคนนั้นก็บอกเลิกด้วยเหตุผลอะไรสักอย่างก็ไม่รู้ ก่อนจะไปเรียนต่อต่างประเทศ...” แล้วยัยน้ำรินก็นั่งสาธยายประวัติของพี่ยิมให้ฉันได้รับฟัง
“ก็แค่แฟนทิ้ง ไม่เห็นต้องฝังใจขนาดนี้ปะวะ” เมื่อฉันได้ฟังเรื่องของหมอนั่นอย่างละเอียดฉันก็พูดออกมาอย่างไม่เข้าใจและสมเพชไม่น้อย เป็นผู้ชายซะเปล่าแค่นี้ทำเป็นเรื่องใหญ่ยึดติดไปได้ เกิดมาจะรักแค่คนเดียวแล้วตายไปเลยหรือไงกัน น่าตลกสิ้นดี
“พี่เค้าอาจจะเป็นพวกจริงจังกับความรักมากไงมึง” ยัยเฟอพูดขึ้นอย่างที่คิด
“หึ! ปัญญาอ่อนสิไม่ว่า อายุแค่นี้จะจริงจังแค่ไหนก็ควรแยกแยะและมูฟออนได้ปะ?” ฉันบ่นพร้อมกับส่ายหัวขบขัน “งั้นกูกลับและ”
ฉันบอกมันออกไปอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะลุกเดินออกเพื่อกลับบ้านแทนมานั่งฟังเรื่องผู้ชายที่ดูจะไร้สาระขึ้นมาหลังได้รู้เบื้องหลังความเย็นชานี้ของเขา
แต่ฉันยอมรับว่าผู้ชายคนนี้น่าสนใจมากคนหนึ่งเลยแหละ ยิ่งดวงตาที่นิ่ง ๆ ของเค้ามันกลับยิ่งดึงดูดผู้หญิงได้เป็นอย่างดี หากไม่นับเรื่องที่เขาฝังใจเกินไปนั่นก็นับว่าเป็นผู้ชายที่คงจะเพอร์เฟคไม่น้อยคนหนึ่ง
แต่แล้วไงล่ะ ฉันเริ่มอยากจะรู้แล้วสิว่าจะยากแค่ไหนแล้วรักแรกจะฝังใจเท่าไหร่
ยิม
“คืนนี้ว่าไงวะไอ้ยิม” ไอ้มีคุณถามผมขึ้นอย่างขอคำตอบ
“แล้วแต่” ผมบอกมันไปอย่างไม่เรื่องมากเพราะผมยังไงก็ได้
“งั้นกูให้ไอ้บาสไปแทนแล้วกัน” ไอ้มิวเรย์พูดออกมาอย่างที่คิดแล้ว
“อืม” ผมตอบกลับไปอย่างไม่มีปัยหาอะไรแล้วนั่งเล่นเกมในโทรศัพท์ต่อไม่สนใจพวกมัน
ผม ยิม ปี4 วิศวะยานยนตร์ นิสัยก็อย่างที่ทุกคนรู้ไปนั่นแหละ เมื่อก่อนผมก็เป็นคนนิ่ง ๆ แบบนี้แต่มันมีเหตุที่ทำให้ผมต้องนิ่งกว่าเดิมเพราะเหตุผลบางอย่าง
ผมเป็นลูกชายคนเล็กของบ้าน ที่บ้านมีธุรกิจเป็นของตัวเองหลายอย่างทั้งในและนอกประเทศ พ่อแม่ก็ไม่ค่อยเข้มงวดเท่าไหร่(บางเรื่อง) ตอนนี้ผมหุ้นกับเพื่อนเปิดผับและสนามแข่งรถอยู่
“งั้นคืนนี้ไปผับกัน” ไอ้มิวเรย์พูดอย่างดี้ด้า ไม่ใช่ว่าอยากไปดูงานอะไรหรอก แต่มันจะไปดูเด็กปีหนึ่งเข้าใหม่ไง แม้ในผับจะมีกฎเรื่องอายุ แต่บางครั้งก็มีหยวน ๆ กันทั้งนั้นเป็นที่รู้ดี
แล้วที่ยังเปิดมาได้ไม่ถูกสั่งปิดเพราะผิดกฎหมายก็เพราะวันไหนตำรวจจะเข้าตรวจจะมีสายรายงานเข้ามาก่อน และวันนั้นที่ผับก็จะทำตามกฎถูกต้องทุกอย่าง
“อย่าคิดว่ากูไม่รู้ความคิดมึง” ไอ้มีคุณพูดออกมาอย่างรู้ทันกันทุกอย่าง
“อย่ามาทำเป็นพูดมากเลย หรือว่าพวกมึงไม่สน?” ไอ้มิวเรย์ตอบกลับอย่างรู้ดีไม่แพ้กัน ส่วนไอ้มีคุณที่ถูกย้อนก็ไหวไหล่ให้ ซึ่งก็รู้คำตอบของมันดีว่าหมายความว่ายังไง
“ไอ้ห่า! แล้วทำมาว่ากู” ไอ้มิวเรย์เห็นแบบนั้นก็ด่าออกมาอย่างหมั่นไส้ทันที
“แล้วมึงว่าไง ไปไหม” ไอ้มีคุณหันมาถามผมขึ้นอีกครั้งหลังไม่ได้ร่วมบทสนทนากับพวกมัน
“อืม” ผมตอบกลับไปสั้น ๆ เหมือนเดิม แต่ไม่รู้แม่งจะถามทำไมมากมาย ยังไงก็ต้องไปอยู่แล้วไหมวะ จริง ๆ คืนนี้แม่ผมนัดให้ไปทานข้าวด้วย แต่ผมรู้ว่าท่านจะพูดเรื่องอะไรแล้วผมก็ขี้เกียจไปขี้เกียจสนใจด้วยไง เลยโกหกบอกไปว่าติดธุระ
“พูดให้มากกว่านี้หน่อยก็ได้ไหมไอ้สัส! นี่เพื่อนนะครับ” ไอ้มิวเรย์พูดออกมาอย่างหงุดหงิดกับผมที่ไม่ค่อยพูดมากเหมือนพวกมัน
แต่ใครจะอยากพูดวะ มีแต่เรื่องไร้สาระทั้งนั้น
“มึงยังไม่ชิน?” ไอ้มีคุณถามไอ้มิวเรย์ขึ้นอย่างกับเรื่องขบขันที่พวกมันชินกันไปแล้ว
“ไม่เว้ย!” ไอ้มิวเรย์ตอบกลับอย่างกวนประสาท แต่ผมหันไปมองมันนิ่ง ๆ อย่างประชดประชันด้วยการไม่พูดอะไร
“เออ ชินก็ได้วะ!” แล้วไอ้มิวเรย์ก็ร้องตอบออกมาใหม่อีกครั้งอย่างไม่สบอารมณ์ทันที
บทล่าสุด
#38 บทที่ 38 พิเศษ2
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#37 บทที่ 37 พิเศษ1
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#36 บทที่ 36 จบ
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#35 บทที่ 35 เลียขา
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#34 บทที่ 34 กลับมาคบกัน
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#33 บทที่ 33 ปลอบ
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#32 บทที่ 32 หาเรื่องใส่ตัว
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#31 บทที่ 31 อ้อน
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#30 บทที่ 30 เคลียร์ใจ
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#29 บทที่ 29 โง่
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รักระรินใจ
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
รีเทิร์นรักแฟน(เก่า)จอมปลอม
"..." ผมปล่อยมือเธอแล้วนิ่งเงียบฟังเสียงเธอโวยวายอยู่แบบนั้นอย่างจำนน
เจ็บฉิบหาย...ทำไงดีวะ...ทำยังไง
"อย่ามาหึง เราไม่ได้เป็นอะไรกัน หรือพี่จะแพ้ไอ้กฎนั่นที่พี่ตั้ง?"
"..." ผมยังคงเงียบไม่กล้าโต้ตอบอะไรที่มันจะไปเป็นเชื่อเพลิงให้เธอโกรธไปมากกว่านี้
ปกติผมไม่ยอมใคร แต่วันนี้...ถ้าผมยังคงคิดแต่จะเอาชนะ กีต้าร์จะหายจากผมไปแบบที่ไอ้เพื่อนผมมันสุมหัวด่าแน่
"พอแล้ว..ต้าร์พอกับพี่แล้ว ต้าร์เหนื่อย เข้าใจไหม!?"
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"













