บทนำ
เขารุกรานพื้นที่ส่วนตัว คอยไล่ต้อนจนฉันติดมุม และทำให้อากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นทุกครั้งที่เข้าใกล้ ยิ่งฉันพยายามหนี เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิดจนลมหายใจสะดุด ความนิ่งสนิททว่าคุกคามของเขาช่างอันตรายต่อหัวใจอย่างร้ายกาจ
ฉันควรจะรำคาญ ฉันควรจะถอยห่าง แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเริ่มสั่นคลอนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่การถูกเขาตามล่า แต่คือการที่ฉันเริ่มเผลอใจให้คนอันตรายอย่างเขาเข้าแล้วจริงๆ!
"ยิ่งหนี พี่ก็ยิ่งอยากได้ แล้วคิดเหรอว่าคนอย่างพี่จะยอมปล่อยไปง่ายๆ"
บท 1
บทที่
1
พื้นที่อันตราย
สำหรับบางคน มหาวิทยาลัยคือพื้นที่แห่งโอกาสและการแสดงตัวตน แต่สำหรับกัญญาวีร์ หรือ เอย พื้นที่แห่งนี้เปรียบเสมือนสมรภูมิที่เธอต้องเอาชนะด้วยทำตัวให้เหมือนอากาศเพราะไม่อยากเป็นที่สนใจของใครทั้งนั้น
ในเช้าวันจันทร์ที่บรรยากาศอบอวลไปด้วยความเร่งรีบ กัญญาวีร์ยืนอยู่หน้าตึกคณะบริหารธุรกิจ มือข้างหนึ่งถือลาเต้เย็นไม่ใส่น้ำตาลที่ละลายจนไอน้ำเกาะรอบแก้ว ส่วนดวงตาภายใต้แว่นสายตากรอบหนาสีดำคอยกวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง กัญญาวีร์สวมเสื้อนักศึกษาตัวโคร่งที่พรางสัดส่วนของตัวเองไว้จนมิดชิด กระโปรงพลีทยาวเลยเข่าและรองเท้าผ้าใบสีขาวจืดชืด
นี่คือหน้ากากที่กัญญาวีร์สร้างขึ้นมาเพื่อที่จะได้ไม่เป็นที่สนใจมากนัก
ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน กัญญาวีร์ไม่ใช่คนแบบนี้ กัญญาวีร์ในวัยสิบเจ็ดปีคือเด็กสาวที่สดใสที่สุดในโรงเรียนประจำจังหวัด เธอเป็นมือกลองของวงดนตรีโรงเรียน เป็นนักกิจกรรมที่ใครๆ ก็รู้จัก แต่รอยยิ้มเหล่านั้นถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของคนที่เธอเรียกว่า เพื่อนรักเพียงเพราะความอิจฉา ภาพความทรงจำตอนที่ครอบครัวของเธอกำลังแตกแยกตอนที่พ่อทิ้งเธอกับแม่ไป ถูกนำไปบิดเบือนและประจานลงในโลกโซเชียล คำด่าทอที่ไร้ตัวตนแต่เจ็บปวดเจียนตายเหล่านั้นขังเธอไว้ในห้องมืดเป็นเดือนๆ
นั่นคือเหตุผลที่เธอกัดฟันสอบเข้ามหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ และสัญญากับแม่ผู้เป็นแสงสว่างเดียวที่เหลืออยู่ว่า เธอจะใช้ชีวิตให้เงียบที่สุด จะไม่ทำตัวเด่นเพื่อดึงดูดศัตรูและจะไม่ยอมให้ใครก้าวข้ามกำแพงเข้ามาทำร้ายใจได้อีก
“เอย!!! ทางนี้ แกทางนี้”
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยปลุกเธอออกจากภวังค์ มันทนา หรือ มะนาว เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่เธอยอมให้เห็นตัวตนหลังกำแพง กำลังกวักมือเรียกเธอรัวๆ อยู่ที่ม้านั่งหินอ่อน มะนาวดูตื่นตระหนกจนผิดสังเกต ใบหน้าที่มีเครื่องสำอางแต่งแต้มบางๆ นั้นซีดเผือด
“มีอะไรนาว ทำไมไม่ไปรอที่โรงอาหารล่ะ” กัญญาวีร์ถามพลางหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ
“เอย!!! ฮือออ ฉันซวยแล้ว แฟลชไดรฟ์งานกลุ่มวิชาอาจารย์สมศรีที่ต้องส่งบ่ายนี้ มันไม่อยู่ในกระเป๋า”
หัวใจกัญญาวีร์หล่นวูบ งานนั้นพวกเราทำกันมาเกือบเดือน
“แกหาดีหรือยัง ลองรื้อดูในช่องเล็กๆ หรือยัง”
“รื้อหมดแล้วเอย ฉันจำได้ว่าเมื่อเช้าฉันเดินลัดจากประตูฝั่งหลังมหาลัยผ่านมาทางคณะวิศวะ แล้วตอนที่วิ่งหนีหมาแถวๆ ลานเกียร์เก่า กระเป๋ามันเปิดอยู่ ฉันว่ามันต้องหล่นตรงนั้นแน่ๆ เลยเอย ช่วยฉันหน่อยนะ ไปเป็นเพื่อนหน่อย ฉันไม่กล้าไปคนเดียวจริงๆ แกก็รู้ว่าแถวนั้นมันถิ่นใคร”
กัญญาวีร์ขมวดคิ้วแน่น ลานเกียร์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์คือเขตอันตรายที่เลื่องชื่อ ไม่ใช่เพราะผีสางเทวดา แต่เป็นเพราะมันคือที่ซ่อนตัวของพวกพยัคฆ์กลุ่มรุ่นพี่ผู้มีอิทธิพลที่ชอบใช้ศาลเตี้ยตัดสินปัญหา
โดยเฉพาะเขาคนนั้น คนที่กัญญาวีร์พยายามหลีกเลี่ยงแม้แต่การได้ยินชื่อ
“ไปแถวนั้นมันเสี่ยง” กัญญาวีร์พยายามแย้ง แต่อาการตัวสั่นของมันทนาทำให้เธอใจอ่อนเสมอ
“เอยถ้าไม่มีงานนี้พวกเราติดเอฟแน่ๆ นะๆ ๆ ๆ ฮึก!!! ฉันสัญญาว่าเราจะรีบไปรีบกลับ จะไม่ให้ใครเห็นหน้าเราเลย นะเอยนะ”
สุดท้ายกัญญาวีร์ก็แพ้สายตาอ้อนวอนนั่นจนได้ กัญญาวีร์ถอนหายใจยาวก่อนจะลุกขึ้นยืน กระชับสายสะพายเป้แน่น
“เออๆ ไปก็ไปแต่บอกก่อนนะ ถ้าเห็นท่าไม่ดี ฉันจะลากแกวิ่งทันที”
ทั้งสองคนเดินเลี่ยงถนนหลักที่ผู้คนพลุกพล่าน ลัดเลาะไปตามทางเดินที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์และซอกตึกที่เชื่อมต่อกับพื้นที่หลังคณะวิศวกรรมศาสตร์ ยิ่งเดินลึกเข้าไป บรรยากาศก็ยิ่งเปลี่ยนไปทันที ความมีชีวิตชีวาของมหาวิทยาลัยค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายของน้ำมันเครื่อง กลิ่นสนิมเหล็กและความเงียบเชียบที่น่าอึดอัด
สัมผัสของอากาศเย็นๆ และกลิ่นสนิมเหล็กที่ลอยมาเตะจมูก ทำให้เศษเสี้ยวความทรงจำที่กัญญาวีร์พยายามสะกดไว้เริ่มสั่นคลอน
สิบปีก่อนที่บ้านคุณยายในต่างจังหวัด เด็กชายตัวโตที่มีแววตาแข็งกร้าวคนหนึ่งเคยมารักษาแผลใจและแผลกายที่บ้านข้างๆ เขาคือคนที่มักจะพกพาเรื่องชกต่อยกลับมาบ้านเสมอ และฉันในวัยเด็กที่ยังไม่ประสีประสา ก็คือคนเดียวที่แอบยื่นผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าหม่นให้เขาเพื่อซับเลือดที่ต้นคอ
‘ไปให้พ้นยัยหนู โลกของฉันมันไม่เหมาะกับเด็กใจดีแบบเธอหรอก’
เสียงแหบพร่านั้นยังคงก้องอยู่ในหัวฉันไม่ได้เห็นหน้าเขามานับสิบปี แต่ทำไมตอนนี้ความรู้สึกหวาดระแวงมันถึงได้รุนแรงนัก
“เอยถึงแล้ว ตรงนั้นแหละลานเกียร์เก่า” มันทนากระซิบเสียงสั่น
ภาพเบื้องหน้าคือลานกว้างปูด้วยอิฐสีแดงเก่าๆ ที่มีเถาวัลย์ขึ้นตามเสาปูนเปลือย รอบๆ เต็มไปด้วยอะไหล่รถยนต์ที่วางระเกะระกะ แต่มันกลับดูขลังและทรงพลังอย่างประหลาด
“เจอไหมนาว” กัญญาวีร์ถามเสียงเบาหวิว สายตาสอดส่ายไปตามซอกตึก
“แป๊บนะเอย เหมือนจะเห็นสีเงินๆ อยู่ตรงนั้น” มันทนาชี้ไปที่ซอกหลืบหลังกำแพงปูนขนาดใหญ่
แต่ก่อนที่กัญญาวีร์และมันทนาจะก้าวไปถึงจุดนั้น เสียงหนึ่งที่กัญญาวีร์ไม่อยากได้ยินที่สุดในชีวิตก็ดังขึ้นจากอีกฟากของกำแพง เสียงทุ้มต่ำที่นิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยอำนาจสังหาร
“บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาให้เห็นหน้าอีก ถ้ายังอยากมีที่เรียนอยู่”
กัญญาวีร์สะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณบอกให้เธอคว้าข้อมือมันทนาเพื่อจะถอยหนี แต่ด้วยความสงสัยที่ฆ่าไม่ตาย กัญญาวีร์กลับเผลอชะโงกหน้าผ่านมุมตึกไปมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้า
หัวใจของกัญญาวีร์เต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกหน้าอก ความเย็นจากกำแพงปูนเปลือยที่เธอใช้พิงหลังซ่อนตัวดูเหมือนจะแผ่ซ่านเข้ามาถึงกระดูก แต่ความอยากรู้อยากเห็นที่น่ากลัวกลับสั่งให้เธอค่อยๆ เบี่ยงหน้าออกไปมองภาพเหตุการณ์ที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร
บทล่าสุด
#84 บทที่ 84 สัญญาณแห่งรัก (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#83 บทที่ 83 คำพูดแรกของน้องพริก
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#82 บทที่ 82 เมล็ดพันธุ์ที่เริ่มงอกเงย
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#81 บทที่ 81 คุณพ่อบ้านมาดเซอร์กับแปลงผักที่รัก
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#80 บทที่ 80 ก้าวแรกแห่งชีวิตใหม่
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#79 บทที่ 79 ของขวัญจากหัวใจพยัคฆ์
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#78 บทที่ 78 ปิดบัญชีนางพญาตกอับ
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#77 บทที่ 77 กระชากหน้ากากนางพญา
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#76 บทที่ 76 สงครามกลางที่ประชุม
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#75 บทที่ 75 จะประสานรอยร้าวอย่างไร
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026
คุณอาจชอบ 😍
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
รักระรินใจ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า













