บ่วงรักจัดฉาก

บ่วงรักจัดฉาก

พลอยภัทรา · เสร็จสิ้น · 154.9k คำ

917
ยอดนิยม
1.5k
การดู
15
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

ชีวิตของพนักงานต๊อกต๋อยอย่างเธอต้องเปลี่ยนไปชั่วข้ามคืนเมื่อตกเป็นข่าวฉาวกับท่านประธานหนุ่มผู้เป็นเจ้านาย แต่อะไรไม่ร้ายเท่าคำประกาศก้องว่าเขาจะแต่งงานกับเธอ!!!

คีตภัทร พิพัฒน์เดชา ท่านประธานหนุ่มแห่ง The Chic ห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่มูลค่านับหมื่นล้าน เขาคือชายหนุ่มมาดเนียบ หล่อเหลา ร่ำรวย และเป็นที่หมายปองของสาวๆ ทั่วประเทศ

อมิตา พรทวี (หนูอิม) สาวน้อยแสนซื่อ พนักงานประจำเคาน์เตอร์น้ำหอมแบรนด์เนมประจำห้างสรรพสินค้าสุดหรูอย่าง The Chic หญิงสาวเจ้าของใบหน้าสวยหวานราวตุ๊กตาที่ถูกวาดขึ้นด้วยจิตรกรชั้นเอก ดวงตากลมโตทอประกายสุกใสนั้นสะกดให้เจ้านายหนุ่มอย่างคีตภัทรรู้สึกสะดุดตั้งแต่แรกเห็น และไม่อาจลบภาพใบหน้าหวานปนเศร้านั้นออกจากความคิดได้เลย ลักษณะท่าทางของเธอกระตุ้นสัญชาตญาณการปกป้องของคีตภัทรให้พลุ่งพล่านจนเขาบอกกับตัวเองว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ใบหน้าแสนเศร้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มและชีวิตชีวาให้ได้

บท 1

​

ภายในงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์ของนิตยสารไฮโซฉบับหนึ่งที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อมอบรางวัลให้แก่บุคคลในสังคมชั้นสูงและเหล่าเซเลบริตี้ในด้านสาขาต่างๆ คลาคล่ำไปด้วยเหล่านักธุรกิจและสาวสังคมที่ต่างตบเท้าเข้าร่วมงานเพื่อพบปะสังสรรค์รวมถึงบรรดาคุณแม่ที่พาลูกสาวออกงานเพื่อหวังจะแนะนำให้เป็นที่รู้จักและมองหาว่าที่คู่ครองที่เหมาะสมและคู่ควรไปด้วยในตัว ฉะนั้นทุกคนจึงพากันประโคมเครื่องประดับและเครื่องแต่งกายแบรนด์ดังที่เทียบมูลค่าแล้วอาจเท่ากับรายได้ที่คนหาเช้ากินค่ำหาได้ทั้งปีเสียอีก และหนึ่งในแขกที่มาร่วมงานก็คือสามหนุ่มที่บรรดาผู้สื่อข่าวสายสังคมขนานนามว่าแก๊งค์หนุ่มในฝันที่มีด้วยกันสามคนคือ ธีรภัทร ตติยะ และคีตภัทร สองหนุ่มแรกนั้นดับฝันสาวๆ ทั้งประเทศด้วยการลั่นระฆังวิวาห์ไปแล้วเมื่อหลายปีก่อนซึ่งเป็นการสร้างตำนานรักสะเทือนวงการระหว่างเจ้าชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมกับซินเดอเรลล่าสาวสวยสองคนที่เป็นหญิงสาวธรรมดาอย่างลดาวดีและเจนิตาซึ่งปัจจุบันทั้งคู่ต่างมีโซ่ทองคล้องใจไปแล้วเรียบร้อย ความหวังของสาวๆ ในสังคมจึงพุ่งมาที่คีตภัทรหนุ่มหล่อเจ้าของห้างสรรพสินค้า The Chic ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศไทยรวมถึงกำลังขยายสาขาไปยังประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีวี่แววว่าคีตภัทรจะลงเอยกับผู้หญิงคนไหนนอกจากควงไปเรื่อยๆ เบื่อก็แยกย้ายทางใครทางมัน เสียงถอนหายใจของตติยะทำให้ทั้งคีตภัทรและธีรภัทรหันไปมองพร้อมกัน

“เป็นอะไรของแกวะไอ้เต้” คีตภัทรถามเพื่อนอย่างสงสัยเมื่อเห็นท่าทางเบื่อหน่ายของตติยะที่เมื่อก่อนชื่นชอบนักหนากับการออกงานสังคมและมักเป็นฝ่ายชวนเขากับธีรภัทรไปร่วมงานทุกครั้งอย่างไม่ยอมพลาด

“เบื่อ อยากกลับบ้าน คิดถึงเมีย” ตติยะตอบอย่างที่ใจคิดเพราะหลังจากแต่งงานเขาก็กลายเป็นคนรักครอบครัวและตัวติดกับภรรยาอย่างเจนิตาชนิดแทบไม่เคยห่างกันไปไหนนอกจากเวลาไปทำงาน

“น้อยๆ หน่อยไอ้เต้ แกเพิ่งจะห่างคุณเจนมาไม่ถึงชั่วโมง” คีตภัทรว่าเพื่อนอย่างหมั่นไส้

“แกไม่มีเมียไม่เข้าใจหรอกไอ้คีย์ การที่ต้องห่างเจนแค่หนึ่งนาทีก็นานเหมือนหนึ่งชั่วโมงแล้ว”

“ถ้ามันขนาดนั้นแกก็กลับไปเถอะ ฉันอยู่กับไอ้ธีก็ได้”

“ฉันก็คิดถึงลดากับลูกเหมือนกัน” ธีรภัทรตอบทำให้คีตภัทรมองเพื่อนทั้งสองอย่างไม่อยากจะเชื่อกับความหลงลูกหลงเมียขนาดหนักชนิดที่ว่าถ้าเขาไม่คบกับทั้งสองมาตั้งแต่เด็กคงไม่มีทางเชื่อแน่ๆ ว่าทั้งตติยะและธีรภัทรจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ แต่จากที่เห็นเขาก็ต้องเชื่อว่าเสือร้ายทั้งสองถอดเขี้ยวเล็บกลายเป็นแมวเชื่องๆ เรียบร้อยโรงเรียนลดาวดีและเจนิตาไปแล้ว

“ถ้างั้นแกสองคนกลับไปเถอะ ฉันอยู่ของฉันคนเดียวได้”

“โถ่ หัวก็ไม่ล้านทำเป็นใจน้อยไปได้” ธีรภัทรแกล้งแหย่เพื่อน

“ฉันไม่ได้ใจน้อย แต่ฉันขี้เกียจมองหน้าซังกะตายของพวกแกสองคน เห็นแล้วพาลกินอะไรไม่ลง” คีตภัทรหันไปหยิบเครื่องดื่มบนโต๊ะขึ้นจิบระหว่างดูการแสดงบนเวที

“ที่ไล่ฉันสองคนกลับเนี่ยเพราะเจอเหยื่อที่จะมานั่งเป็นเพื่อนแล้วใช่ไหม” ตติยะถามเมื่อเห็นว่าสาวสวยนางหนึ่งซึ่งเขาคุ้นหน้าว่าเป็นลูกสาวคุณหญิงเจ้าของร้านเพชรเพียรส่งสายตาทอดสะพานให้คีตภัทรตั้งแต่เข้ามาในงาน คีตภัทรมองตามพลางส่งยิ้มให้สาวเจ้าแล้วหันมายักไหล่ให้เพื่อนสนิททั้งสอง

“หมั่นไส้คนเสน่ห์แรง” ธีรภัทรแสร้งว่า

“คนมันหล่อช่วยไม่ได้ แกสองคนแต่งงานแล้วหมดสิทธิ์นั่งนับเวลารอกลับบ้านไป”

“เออ ไอ้คนหล่อ วันไหนแกมีเมียแล้วกลายร่างจากเสือมาเป็นแมวแบบที่แกชอบว่าพวกฉันนะ วันนั้นฉันจะจัดงานฉลองต้อนรับเข้าสมาคมให้อย่างยิ่งใหญ่เลย” ตติยะว่าอย่างหมั่นไส้แล้วหยุดสนทนาเพียงเท่านั้นเมื่อบนเวทีเริ่มประกาศรางวัลให้กับเหล่าผู้มาร่วมงานในคืนนี้

ทั้งสามหนุ่มนั่งชมการแสดงและปรบมือแสดงความยินดีให้กับผู้ที่ได้รับรางวัลจากสาขาต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่พวกเขารู้จักคุ้นเคยดีจากการติดต่อร่วมธุรกิจและออกงานสังคมต่างๆ การประกาศรางวัลดำเนินไปอย่างต่อเนื่องซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้ผู้มาร่วมงานได้ไม่น้อยจนกระทั่งถึงรางวัลสำคัญนั่นคือรางวัลนักธุรกิจเจ้าเสน่ห์ซึ่งเปิดให้สาวๆ ทั่วประเทศร่วมโหวต

*“และแล้วก็มาถึงรางวัลที่เป็นไฮไลต์ของเราในค่ำคืนนี้นะครับ รางวัลที่ผมจะประกาศต่อไปนี้คือรางวัลนักธุรกิจเจ้าเสน่ห์ ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลคือผู้ที่ได้รับการโหวตจากสาวๆ ทั่วประเทศผ่านเว็บไซต์<strong>High Society</strong>ที่ทางนิตยสาร High Society**เปิดให้โหวตตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลนี้ได้แก่...” พิธีกรเว้นจังหวะให้นักดนตรีได้บรรเลงเพื่อความตื่นเต้น “คุณคีตภัทร์ พิพัฒน์เดชา ขอเสียงปรบมือด้วยครับ”*ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศของพิธีกรชื่อดังบนเวทีเสียงปรบมือก็ดังกึกก้องไปทั้งห้องจัดเลี้ยงภายในโรงแรมหรูแห่งนี้ คีตภัทรยืนขึ้นโค้งคำนับให้ทุกคนและพาร่างสูงใหญ่ภายใต้สูทสีดำสนิทเดินก้าวไปบนเวทีอย่างมั่นใจ ใบหน้าหล่อเหลาอย่างหาตัวจับยากบวกกับชุดสูทสีดำสุดเนียบและท่วงท่าการเดินอันงามสง่าทำให้สาวๆ ภายในงานมองตามตาปรอย

“*คุณคีตภัทร พิพัฒน์เดชา ชายหนุ่มสุดหล่อที่คว้ารางวัลนี้ไปครอบครองไม่ใช่ใครที่ไหนครับทุกท่าน คุณคีตภัทรเป็นประธานบริหารแห่ง<strong>The Chic Group</strong>เจ้าของห้างสรรพสินค้าสุดหรูที่มีสาขาอยู่ทั่วเมืองไทยและกำลังขยายสาขาไปยังประเทศใกล้เคียงซึ่งมีมูลค่าหลายหมื่นล้านเลยทีเดียว สาวๆคนไหนสนใจยื่นไปสมัครได้เลยนะครับ”*พิธีกรกล่าวถึงประวัติของคีตภัทรเพียงเล็กน้อยเพราะทราบดีว่าทุกคนในที่นี้รู้จักชายหนุ่มเป็นอย่างดีอยู่แล้ว คีตภัทรรับมอบถ้วยรางวัลจากเจ้าของนิตยสารและเดินไปกล่าวขอบคุณยังโพเดียมที่เตรียมไว้

“ขอบคุณทุกคนที่โหวตให้ผมได้รับตำแหน่งนี้นะครับ ขอบคุณมากครับ” คีตภัทรกล่าวขอบคุณเพียงสั้นๆ ตามประสาคนพูดน้อยแต่รอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากบวกกับน้ำเสียงนุ่มทุ้มก็ทำให้สาวๆ ในงานเคลิ้มตามราวโดนมนต์สะกด ชายหนุ่มก้าวลงจากเวทีและเดินกลับไปยังโต๊ะของตัวเองโดยทำเป็นไม่เห็นสายตาทอดสะพานจากหญิงสาวหลายคนที่ส่งมาให้ระหว่างทาง

“ยินดีด้วยครับพ่อหนุ่มเจ้าเสน่ห์” ตติยะแสดงความยินดีกับเพื่อน

“เออ ขอบใจ”

“แต่อันที่จริงฉันว่าแกน่าจะได้รางวัลอื่นมากกว่า” ธีรภัทรออกความเห็น

“รางวัลอะไรวะไอ้ธี” ตติยะหันไปถามเพื่อนอย่างสงสัย

“เพลย์บอยล่าสวาท” ธีรภัทรและตติยะหัวเราะออกมาพร้อมกันกับตำแหน่งที่ธีรภัทรมอบให้เพื่อน

“ไอ้บ้าธี ทำมาปากดีเมื่อก่อนแกกับฉันก็ไม่ต่างกันหรอก รวมทั้งแกด้วยไอ้เต้”

“นั่นมันเมื่อก่อน เดี๋ยวนี้ฉันเลิกเด็ดขาดแล้วโว้ย” ตติยะแก้ต่าง คีตภัทรหมั่นไส้เพื่อนจึงทำทีหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อโทรหาใครบางคน

“แกจะโทรหาใคร” ตติยะถามอย่างสงสัย

“ฉันจะโทรหาคุณเจนสักหน่อย”

“แกจะโทรหาเมียฉันทำไม”

“ฉันก็จะโทรไปในฐานะผู้หวังดีว่าเมื่อกี้ฉันเห็นสาวๆ โต๊ะข้างหลังส่งยิ้มให้แล้วแกก็ยิ้มตอบซะด้วย”

“ไอ้บ้าคีย์ แกวางโทรศัพท์ลงเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันแค่ยิ้มตอบตามมารยาท”

“ก็ไม่เป็นไร ฉันก็แค่อยากเล่าให้คุณเจนฟัง ส่วนแกก็กลับไปแก้ตัวกับคุณเจนเองสิ”

“ถ้าแกพูดแบบนั้นฉันคงไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้อ้าปาก แกวางโทรศัพท์ลงเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้คีย์” ตติยะพยายามแย่งโทรศัพท์จากมือของคีตภัทรแต่อีกฝ่ายไม่ยอมให้

“แกสองคนนี่เล่นกันเป็นเด็กๆ เลิกแกล้งมันได้แล้วไอ้คีย์ แค่นี้มันก็ขวัญหนีดีฝ่อหมดแล้ว” ธีรภัทรปรามเพื่อนทั้งสองทำให้คีตภัทรและตติยะหยุดยื้อแย่งโทรศัพท์กันในทันที

“ถ้าไม่เห็นกับตาฉันไม่เชื่อเด็ดขาดว่านี่คืออดีตเสือร้ายแห่งวงการ แกกลัวคุณเจนขนาดนี้เลยเหรอวะ” คีตภัทรกล่าวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะขณะเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋าเสื้อสูท

“ฉันไม่ได้กลัว แต่เกรงใจโว้ย” ตติยะเถียง เขาไม่ขอเสี่ยงให้มีเรื่องแบบนี้ไปเข้าหูเจนิตาเด็ดขาด คราวก่อนที่มีข่าวนางแบบพรีเซนเตอร์ของโครงการหมู่บ้านจัดสรรมาที่เขาเป็นเจ้าของมาอ่อยแล้วมีผู้หวังดีส่งภาพที่อีกฝ่ายเซจะล้มแล้วเขาเข้าไปประคองยังทำเอาบ้านเกือบแตก ครั้งนั้นเขาต้องนอนนอกห้องถึงหนึ่งอาทิตย์ คนไม่มีเมียอย่างคีตภัทรจะไปเข้าใจอะไรว่าการนอนนอกห้องโดยไม่ได้กอดเมียมันทรมานขนาดไหน แถมเมียยังขยันส่งรูปตัวเองใส่ชุดนอนเซ็กซี่ขยี้ใจมายั่วทุกคืนจนเขาต้องตะกายผนังอย่างสุดแสนทรมาน ครั้งนั้นทำให้เขาเข็ดจนตายไม่กล้าทำอะไรที่ซุ่มเสี่ยงต่อการถูกเมียลงโทษอีกแล้ว

“ไม่กลัวแต่เกรงใจประโยคสุดคลาสสิคของพวกกลัวเมียสินะ” คีตภัทรยังไม่วายตอกย้ำ

“ปากดีไปเถอะไอ้คีย์ อย่าให้ถึงตาแกบ้างก็แล้วกัน ฉันจะยุเมียแกให้เล่นงานแกบ้างคอยดู”

“ไม่มีทาง” คีตภัทรยักไหล่

“ขอขัดจังหวะหน่อย ฉันแค่อยากบอกว่าไอ้ท่าทางมั่นใจแบบนี้ไอ้เต้เคยทำมาก่อน แล้ววันนี้มันมีสภาพยังไงแกคงเห็นอยู่แล้วนะ” ธีรภัทรบอกกับคีตภัทร

“แกอยู่เฉยๆ ก็ไม่มีใครว่าหรอกนะไอ้ธี” ตติยะว่าเพื่อนที่พูดตอกย้ำความกลัวเมียของเขาให้คีตภัทรรู้

“อ้าว ฉันก็แค่เตือนให้มันดูแกเป็นตัวอย่าง ฉันพูดผิดตรงไหน” ธีรภัทรถามหน้าตาย

“ไม่ผิดเลยเพื่อน แต่ช่วยพูดเรื่องอื่นกันบ้างได้ไหม พูดเรื่องนี้แล้วฉันรู้สึกใจคอไม่ดี”

“โถ่เอ๊ย ไอ้เต้ แล้วทำเป็นปากดีว่าไม่ได้กลัวเมีย” คีตภัทรตอกย้ำแล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น

กว่างานเลี้ยงค่ำคืนนั้นจะจบลงทั้งธีรภัทรและตติยะก็บ่นอุบเพราะอยากกลับไปนอนกอดเมียทำให้คีตภัทรทั้งรำคาญและหมั่นไส้เพื่อนรักของตัวเองเป็นอย่างมาก สุดท้ายเขาก็ไล่สองคนนั้นกลับไปก่อนส่วนตัวเองนั้นหันไปส่งสายตาให้หญิงสาวโต๊ะข้างๆ อย่างรู้กันว่าค่ำคืนนี้ทั้งคู่จะไปลงเอยที่ไหน

หน้าบ้านหลังเล็กกะทัดรัดในยามเช้าตรู่ปรากฏร่างหญิงสาวบอบบางกำลังตักบาตรซึ่งเป็นกิจวัตรที่ทำเป็นประจำทุกวัน อมิตา พรทวี หญิงสาวเจ้าของรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นและใบหน้ารูปไข่สวยชนิดคนมองต้องเหลียวหลัง ใบหน้าเนียนสวยนั้นประกอบไปด้วยดวงตายาวรีรับกับจมูกโด่งและริมฝีปากบางสีชมพูสดอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องอาศัยลิปสติกเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวเก็บของเข้าบ้านเมื่อไหว้พระรับพรเสร็จสิ้น

“ไม่รู้จะขนเอาของดีๆ ไปใส่ทำไมให้สิ้นเปลือง พ่อแม่แกมันตายไปตั้งนานแล้วคงจะไม่มาเฝ้ารอกินของเซ่นไหว้จากแกอยู่หรอก” บุหงากล่าวกระแนะกระแหนหลานสาวของสามีซึ่งเธอไม่ชอบขี้หน้าและอยากกำจัดออกไปให้พ้นจากบ้านอยู่ทุกวันแต่ติดตรงที่สามีของเธอไม่ยอม

“หนูอิมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ” อมิตาเลือกที่จะไม่ตอบโต้เพราะรู้ดีว่าไม่มีประโยชน์หากมีเรื่องมีราวขึ้นมาเธอก็ต้องเป็นฝ่ายผิดเสมอ

“จองหอง ทำเป็นอวดดีไปเถอะ ฉันจะต้องหาทางกำจัดแกออกจากบ้านนี้ไปให้ได้” บุหงาบอกกับตัวเองขณะมองตามอมิตาที่เดินขึ้นชั้นบนไปอย่างเกลียดชัง

อมิตาเดินเข้ามาภายในห้องนอนและเดินไปนั่งบนเตียงด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย มือบางเอื้อมไปหยิบกรอบรูปครอบครัวซึ่งเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเพียงอย่างเดียวของเธอมากอดเอาไว้พร้อมๆ กับหยาดน้ำตาที่ไหลรินไหล่บอบบางสั่นไหวด้วยแรงสะอื้น

“พ่อขา แม่ขา หนูอิมคิดถึงพ่อกับแม่” อมิตาใช้นิ้วมือลูบไล้ไปบนรูปถ่ายที่มีบิดามารดาของเธอนั่งเคียงข้างกันโดยมีเธอซึ่งยังเป็นทารกอยู่ในอ้อมกอดของมารดา หญิงสาวปล่อยความคิดให้หวนสู่อดีตอันแสนเจ็บปวดอีกครั้ง ครอบครัวของเธออยู่กันอย่างเรียบง่ายมีความสุขจนกระทั่งเมื่อเธอมีอายุครบสิบสองปีบิดามารดาก็จากไปด้วยอุบัติเหตุพร้อมๆ กัน อมิตารู้สึกว่าโลกทั้งใบของเธอมันถล่มลงมาต่อหน้า หญิงสาวรู้สึกหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เด็กผู้หญิงอายุสิบสองปีที่ต้องกำพร้าพ่อและแม่อย่างกะทันหันไม่ต่างจากเรือลำน้อยที่ลอยคว้างอยู่กลางคลื่นลมโดยไม่มีจุดหมาย อมิตาจำได้ดีว่าเธอนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่หน้าโลงศพของบิดามารดาจนเป็นที่เวทนาต่อแขกที่มาร่วมงาน ในตอนนั้นเธอจำได้ดีว่ามีเพียงนายอำนาจผู้เป็นพี่ชายของมารดาและเป็นลุงแท้ๆ ของเธอคอยปลอบโยนอยู่เคียงข้างและรับเธอมาอุปการะในขณะที่ญาติๆ คนอื่นต่างพากันหนีหน้าเพราะไม่อยากหาภาระให้ตัวเอง

อมิตาจำได้ดีว่านางบุหงาป้าสะใภ้และครองขวัญลูกสาวคนเดียวของผู้เป็นลุงค้านหัวชนฝาไม่ให้รับเธอมาเลี้ยงโดยเสนอให้ส่งเธอให้กับบ้านเด็กกำพร้าแต่ลุงของเธอไม่ยอมจนทำให้ลุงและป้าสะใภ้ทะเลาะกันใหญ่โต อมิตาซึ่งโตพอที่จะรับรู้อะไรๆ ได้จึงเดินไปบอกกับผู้เป็นลุงด้วยน้ำเสียงแสนเศร้า *“คุณลุงขา อย่าทะเลาะกับป้าบุหงาเลยนะคะ หนูอิมไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าก็ได้ค่ะ คุณลุงไปส่งหนูอิมทีนะคะ” อมิตาจำได้ว่าเธอเดินไปบอกกับผู้เป็นลุงแบบนั้นโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบ้านเด็กกำพร้านั้นอยู่ที่ไหน และเธอจะต้องเจอกับอะไรบ้างถ้าไปอยู่ที่นั่น แต่เพราะความเจียมตัวและไม่อยากให้ผู้เป็นลุงต้องเดือดร้อนเด็กน้อยวัยสิบสองปีจึงยินยอมที่จะไปแต่โดยดี “ไม่ได้ หนูอิมเป็นหลานของลุง ตราบใดที่ลุงยังมีชีวิตอยู่ลุงจะไม่ยอมให้หนูอิมต้องไปตกระกำลำบากแบบนั้นเด็ดขาด หลานคนเดียวจะไม่มีปัญญาเลี้ยงก็ให้มันรู้ไป”*ลุงของเธอประกาศต่อหน้าภรรยาและลูกสาวด้วยน้ำเสียงจริงจังจนทั้งสองไม่กล้าขัดได้แต่แสดงอาการไม่พอใจและนำความโกรธเหล่านั้นมาลงที่เธอเสมอเมื่อลับสายตาผู้เป็นลุง ‘กาฝาก’ คำคำนี้ที่นางบุหงาและครองขวัญพูดกรอกหูเธออยู่ทุกวัน ซึ่ง  อมิตาทำได้เพียงเก็บความเจ็บช้ำน้ำใจเอาไว้และแอบมาร้องไห้คนเดียวเสมอมา

ตั้งแต่วันที่ก้าวเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านของลุงอมิตาก็อยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวและช่วยงานในบ้านทุกอย่างเท่าที่เด็กวัยสิบสองปีจะทำได้ แต่กระนั้นก็ยังไม่เป็นที่พอใจแก่นางบุหงาซึ่งมักจะหาเรื่องมาต่อว่าเธออยู่เสมอ และเมื่อผู้เป็นลุงไม่อยู่อมิตาก็มักจะโดนรังแกจากครองขวัญผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับเธอแต่อีกฝ่ายไม่เคยคิดเช่นนั้น ครองขวัญพูดอยู่เสมอว่าเธอเป็นกาฝากที่มาแย่งความรักจากบิดาและทำให้บิดาของตัวเองต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูเธอ อะไรที่อีกฝ่ายควรจะได้ก็ไม่ได้เพราะบิดาต้องประหยัดเพื่อนำเงินนั้นไว้ส่งเสียเธอเรียน อมิตาได้แต่ก้มหน้ารับฟังคำกระทบกระเทียบเสียดสีนั้นเสมอมาและพยายามเอาความดีเข้าสู้ด้วยการเป็นเด็กดีและทำทุกอย่างที่บุหงาและครองขวัญใช้ให้ทำแต่ก็ไม่สามารถทำให้ทั้งคู่มองเธอในแง่ดีขึ้นมาได้

อมิตาแบ่งเบาภาระผู้เป็นลุงด้วยการปฏิเสธที่จะเรียนมหาลัยเหมือนคนอื่นๆ ด้วยการสมัคเรียนในมหาวิทยาลัยเปิดพร้อมๆ กับทำงานไปด้วย แม้ผู้เป็นลุงจะไม่เห็นด้วยแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถขัดความตั้งใจเธอได้ ด้วยความมุมานะและอดทนในที่สุดเธอก็สามารถเรียนจบได้ตามกำหนดในขณะที่ครองขวัญโดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัยเพราะติดผู้ชายจนทิ้งการเรียน อมิตารู้ดีว่าผู้เป็นลุงผิดหวังกับครองขวัญมากเพียงใดแต่ไม่พูดออกมาเพราะรู้ดีว่าไม่มีประโยชน์อะไร อมิตาตั้งใจไว้ว่าจะย้ายออกจากบ้านของผู้เป็นลุงเมื่อมีงานทำและเลี้ยงตัวเองได้เพราะไม่อยากทนฟังคำดูถูกเหยียดหยามจากบุหงาและครองขวัญอีกต่อไป อีกอย่างเธอรู้ดีว่าบุหงาและครองขวัญเองก็รอวันที่เธอจะออกไปจากบ้านหลังนี้อยู่ตลอดเวลา             หลังจากเรียนจบอมิตาได้เข้าทำงานเป็นพนักงานขายน้ำหอมแบรนด์ดังที่ห้างสรรพสินค้าสุดหรูอย่าง The Chic และด้วยความประหยัดอดออมทำให้เธอสามารถเก็บเงินได้จำนวนหนึ่งซึ่งเธอตั้งใจจะใช้เงินจำนวนนี้สำหรับการขยับขยายไปอยู่ข้างนอกด้วยการซื้อคอนโดห้องเล็กๆ พร้อมทั้งเก็บอีกส่วนหนึ่งไว้เป็นทุนสำรองชีวิต แต่ความฝันของเธอก็ต้องพังทลายเมื่อธุรกิจร้านอาหารของผู้เป็นลุงต้องปิดตัวลงเพราะโดนหุ้นส่วนโกงทำให้นายอำนาจกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว ด้วยความเครียดทำให้นายอำนาจดื่มจนเมาและขับรถไปประสบอุบัติเหตุและผลจากอุบัติเหตุครั้งนั้นก็เปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้เป็นลุงไปตลอดกาล นายอำนาจไม่สามารถเดินได้อย่างปกติเหมือนเดิมอีกต่อไปเพราะระบบประสาทส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายได้รับความเสียหายทำให้ต้องใช้ไม้เท้าตลอดเวลา หลังจากที่ต้องกลายเป็นคนพิการนายอำนาจก็มีอาการป่วยทางใจตามมา นอกจากจะคิดว่าตัวเองเป็นภาระให้กับหลานสาวที่น่าสงสารแล้วยังตรอมใจกับการที่ภรรยาและลูกไม่สนใจใยดีทำให้อมิตาไม่อาจทิ้งผู้เป็นลุงออกไปใช้ชีวิตตามลำพังอย่างที่ต้องการได้ ส่วนนางบุหงานั้นเมื่อเสาหลักอย่างผู้เป็นสามีทำงานไม่ได้ก็ไม่คิดจะทำงานใดๆ โดยให้เหตุผลว่าแต่ไหนแต่ไรเธอไม่เคยต้องทำงานให้ลำบาก ถ้าสามีของนางไม่ต้องส่งเสียเลี้ยงดูหลานกาฝากอย่างเธอก็คงมีเงินเก็บมากพอที่จะอยู่ได้อย่างสบายไม่ต้องตกระกำลำบากแบบนี้ อมิตาจึงไม่อาจเป็นคนอกตัญญูด้วยการทิ้งครอบครัวของผู้เป็นลุงออกไปมีชีวิตสุขสบายได้เพราะลูกสาวคนเดียวอย่างครองขวัญนั้นย้ายออกไปอยู่กับแฟนและไม่ดูดำดูดีบิดาเลยแม้แต่น้อย ส่วนนางบุหงานั้นก็เอาแต่ให้ท้ายลูกโดยไม่คิดจะช่วยแบ่งเบาภาระของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว อมิตาจึงทำได้แค่ก้มหน้าก้มตาทำงานและดูแลผู้เป็นลุงเพื่อทดแทนบุญคุณที่ท่านชุบเลี้ยงเมื่อยามที่เธอไร้ญาติขาดมิตรหันไปทางไหนก็มีแต่คนเบือนหน้าหนี  อมิตาปาดน้ำตาแล้วนำกรอบรูปครอบครัววางไว้บนหัวเตียงที่เดิมแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป

หลังจากแต่งตัวพร้อมไปทำงานอมิตาก็หยิบกระเป๋าเดินออกจากห้องนอนและสิ่งที่เธอทำเป็นประจำก่อนออกไปทำงานคือการแวะเข้าไปดูผู้เป็นลุงในห้องนอนด้วยความเป็นห่วง

“คุณลุงขา ทำอะไรอยู่คะ” อมิตาถามด้วยน้ำเสียงร่าเริงไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนเธอไม่เคยแสดงมันออกมาให้ผู้เป็นลุงเห็นเลยสักครั้งเพราะรู้ดีว่านายอำนาจคิดว่าตัวเองเป็นภาระทำให้เธอลำบากมาตลอด

“หนูอิมจะไปทำงานแล้วเหรอลูก” นายอำนาจที่นั่งเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างหันมาถามหลานสาวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ค่ะ หนูอิมจะไปทำงานแล้ว” อมิตาบอกพร้อมส่งยิ้มให้ผู้เป็นลุง

“เหนื่อยไหมลูก ลุงขอโทษนะที่ลุงเป็นแบบนี้ทำให้หนูต้องเหนื่อยอยู่คนเดียวโดยที่ลุงช่วยอะไรไม่ได้เลย”

“โถ่คุณลุงคะ คุณลุงพูดแบบนี้อีกแล้ว หนูอิมบอกแล้วไงคะว่าหนูอิมเต็มใจที่จะดูแลคุณลุง หนูอิมไม่ได้ลำบากอะไร หนูอิมเต็มใจค่ะ คุณลุงเลี้ยงหนูอิมมาตั้งสิบกว่าปีให้หนูอิมได้ตอบแทนคุณลุงบ้างนะคะ”

“มันไม่เหมือนกันหรอกลูก ตอนนั้นลุงอยู่ในสถานะที่เลี้ยงดูหนูอิมได้สบายแล้วก็ใช่ว่าลุงจะส่งเสียหนูอิมทั้งหมดเสียที่ไหน พ่อแม่หนูอิมก็ทิ้งเงินไว้ให้ก้อนใหญ่พอสมควร ไหนจะเงินประกันชีวิตอีก ถ้าวันนั้นลุงไม่ดื่มจนเมาวันนี้ลุงคงไม่ต้องมาเป็นภาระหนูอิมแบบนี้ หนูอิมทำงานก็เหนื่อยพอแล้วไหนจะต้องมาดูแลลุงอีก แถมบุหงาเขาก็ไม่เคยช่วยอะไรหนูเลยสักอย่าง นอกจากจะไม่ช่วยแล้วยัง...” นายอำนาจเงียบไปอย่างละอายแก่ใจที่จะพูดออกมาถึงความร้ายกาจของภรรยาที่กระทำต่อหลานสาวของตัวเองแต่อมิตากลับไม่เคยถือโทษ

“คุณลุงอย่าคิดมากสิคะ ถึงคุณป้าบุหงาเขาจะไม่ค่อยชอบหนูอิมแต่เขาก็เป็นภรรยาของคุณลุง สามีภรรยาก็เหมือนคนคนเดียวกัน หนูอิมเคารพคุณป้าบุหงาเหมือนที่เคารพคุณลุงไม่แตกต่างกันค่ะ หนูอิมได้แต่หวังว่าสักวันคุณป้าบุหงาเขาจะเลิกรังเกียจหนูอิม” อมิตาบอกกับผู้เป็นลุงอย่างมองโลกในแง่ดีแม้จะรู้ว่าโอกาสที่บุหงาจะหันมารักใคร่เอ็นดูเธอนั้นเป็นไปได้ยากเต็มที

“ลุงก็หวังอย่างนั้นเหมือนกัน” นายอำนาจเปรยพลางลูบศีรษะหลานสาวที่นั่งซบใบหน้าอยู่กับตัก

“ทำงานเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยมากไหมลูก”

“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ หนูอิมโชคดีที่เจอเพื่อนร่วมงานน่ารัก”

“ดีแล้วล่ะลูก คนดีๆ อย่างหนูอิมต้องพบเจอกับสิ่งดีๆ ในชีวิตแน่นอน” อมิตาเงยหน้าส่งยิ้มให้ผู้เป็นลุง

“หนูอิมก็คิดแบบนั้นค่ะ หนูอิมไปทำงานก่อนนะคะเดี๋ยวจะสาย”

“โชคดีนะลูก”

“เย็นนี้คุณลุงอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ หนูอิมจะซื้อมาฝาก”

“ไม่หรอกลูก มีอะไรลุงก็ทานได้ทั้งนั้น” นายอำนาจบอกอย่างเกรงใจ ตั้งแต่เขากลายเป็นคนพิการนายอำนาจก็ใช้ชีวิตด้วยความประหยัดเพราะอยากเก็บเงินค่าเช่าอาคารพาณิชย์อันเป็นรายได้เดียวของตัวเองไว้ช่วยแบ่งเบาภาระหลานสาว ชายวัยกลางคนนึกขอบคุณตัวเองที่เมื่อครั้งยังมั่งมีได้เจียดเงินส่วนหนึ่งไปซื้ออาคารพาณิชย์ย่านชานเมืองเอาไว้ซึ่งปัจจุบันนี้ได้ปล่อยเช่าและเป็นรายได้อย่างเดียวของตัวเองที่ภรรยาอย่างบุหงานั้นไม่ทราบว่าเขามีสมบัติชิ้นสุดท้ายแห่งนี้อยู่ ซึ่งนายอำนาจก็นึกขอบคุณตัวเองอีกเช่นกันที่ไม่ได้บอกถึงทรัพย์สมบัติชิ้นสุดท้ายนี้ให้ภรรยาและลูกสาวรับรู้หาไม่แล้วมันคงจะต้องหลุดมือไปอย่างแน่นอน แม้เงินเดือนรวมค่าคอมมิชชั่นของหลานสาวในแต่ละเดือนจะไม่น้อยแต่เขาไม่อยากให้ครอบครัวเป็นภาระกับอมิตามากเกินไป โดยเฉพาะบุหงาที่ใช้เงินเก่งและเขาแอบได้ยินอีกฝ่ายขอเงิน  อมิตาโดยใช้คำว่าบุญคุณมาอ้างอยู่เสมอ เขาจึงใช้เหตุผลข้อนี้ในการขอร้องให้อมิตารับเงินจากเขาทุกเดือนเพื่อแบ่งเบาภาระ อย่างน้อยก็ให้ถือเสียว่าเป็นเงินที่เขาใช้เลี้ยงดูภรรยาตัวเองในยามที่บุหงามาขอเงินจากอีกฝ่ายอมิตาจึงยอมรับเงินแต่โดยดีและช่วยกันปกปิดความลับเรื่องสมบัติชิ้นสุดท้ายของผู้เป็นลุงเอาไว้ให้ดีที่สุด

“หนูอิมไปทำงานก่อนนะคะ เจอกันตอนเย็นนะคะคุณลุง” อมิตายกมือไหว้ลานายอำนาจแล้วเดินออกจากห้องไป นายอำนาจมองตามหลานสาวด้วยแววตารักใคร่ปนซาบซึ้งกับความกตัญญูที่อีกฝ่ายมีให้

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

แสร้งรักเมียหย่า

แสร้งรักเมียหย่า

6.6k การดู · กำลังอัปเดต · เฟตามีน
เมื่อธุรกิจของครอบครัวกำลังเดินมาถึงทางตัน ‘ภาพพิมพ์’ จึงถูกผลักให้กลายเป็นหนึ่งในข้อตกลงทางผลประโยชน์ ด้วยการแต่งงานกับ ‘คิมหันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐี แลกกับการประคองทุกอย่างที่ครอบครัวของเธอกำลังจะสูญเสีย
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด

ร้ายซ่อนรักฉบับโหด

618.3k การดู · เสร็จสิ้น · Yaygoh
เธอ คะนิ้ง นกน้อยที่หลงเข้าไปพัวพันกับเหล่านักแข่งใต้ดิน เธอแค่อยากตามหาน้องสาวที่หายตัวไป โดยไม่รู้เลยว่าความจริงที่รออยู่เบื้องหน้าโหดร้ายยิ่งกว่าขุมนรก

เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...

ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เมียเด็กของผู้พันสายดุ

เมียเด็กของผู้พันสายดุ

16k การดู · เสร็จสิ้น · อังกฤษ - อักษรสีทอง - ลูกปัด - นาคิม
"ถ้าคิดว่าฉันจะใจดีเหมือนพ่อของเธอ... ก็เลิกฝันไปได้เลย ม่านมุก!"

การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!

เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน

ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!

แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?

“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
กลรักเมียแต่ง

กลรักเมียแต่ง

10.5k การดู · เสร็จสิ้น · ทิพย์วารี
เป็นการแต่งงานระหว่างพระเอกนางเอกเพื่อจุดประสงค์บางอย่างที่พวกเขาต้องปกปิดไว้ไม่ให้ใครรู้นอกจากพวกเขาทั้งสองเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการและมีข้อตกลงทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อจะได้ไม่มีใครได้เปรียบและเสียเปรียบและทำผิดสัญญาและข้อตกลงที่ทำไว้ แต่มันไม่ได้ง่ายอย่างที่พวกเขาคิดเพราะและการจะมีทายาทเพื่อจะได้รับมรดกนั้นมันไม่ง่ายเพราะต่างก็ไม่อยากมีพัธะผูกพักกันและกันและพระอกก็มีแฟนแล้วเขาก็ไม่ได้รักเธอและวางแผนไว้จะแต่งงานกันก่อนที่พวกเขาจะแต่งงานกัน ส่วนนางเอกก็ไม่อยากมีลูกที่ไม่ได้เกิดจากความรักแต่มีเวลาจำกัดไว้หากถึงเวลาเมื่อไหร่แล้วพระเอกนางเอกยังไม่มีทายาท ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลที่ตายายสร้างมาก็จะตกเป็นของฝ่ายพระเอกและข้อนี้ที่ทำให้นางเอกยอมไม่ได้ยังไงก็ต้องมีลูกกับพระเอกให้ได้
ลุ้นรัก เจ้าสาวใบสั่ง

ลุ้นรัก เจ้าสาวใบสั่ง

23.4k การดู · เสร็จสิ้น · ทิพย์วารี
เขาได้รับใบสั่งจากย่าที่รักให้แต่งงาน เธอยอมรับการจับคลุมถุงชนจากย่าที่รักแต่งงานเป็นเมียออกหน้าออกตาและลบคำดูถูกเหยียดหยามว่าเป็นลูกคนใช้ มาลุ้นรักกับพวกเขาทั้งสองว่าใครจะรักใครจะหลงใครก่อน
เล่ห์รักซ่อนชู้

เล่ห์รักซ่อนชู้

40.9k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
“ทำไมพี่คีรินต้องใจร้ายกับธิชาแบบนี้ด้วยคะ…พี่ไหมมีชู้แล้วมันเกี่ยวอะไรกับธิชาด้วย”
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์

โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์

143.2k การดู · เสร็จสิ้น · CORDIA/เดือนสิบ
"ครั้งเดียว...ท้องได้ไงวะ น้ำยาของเขามันแรงจริง ๆ"
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++

คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++

252.3k การดู · เสร็จสิ้น · Me'JinJin
กฤษฎิ์ พิสิฐกุลวัตรดิลก

"อาหมอกฤษฎิ์"

หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️

"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"

นลินนิภา อารีย์รักษ์

"ที่รัก"

สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️

"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"

หนูน้อยแก้มใส

กมลชนก อารีย์รักษ์

สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง

"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"

หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ

หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》

รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》

20.2k การดู · เสร็จสิ้น · Melyssa
อาชิ ลูกชายคนโตของแทนไท เขากลายเป็นฮีโร่ของเด็กผู้หญิงรุ่นน้อง เพราะเข้าไปช่วยตอนเธอถูกรุ่นพี่กลั่นแกล้ง แต่แล้ววันหนึ่งเธอกลายมาเป็นเพื่อนร่วมชั้น ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนก็มักจะมีเธอ

เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
ทาสสวาทอสูรเถื่อน

ทาสสวาทอสูรเถื่อน

564.3k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
“คืนละล้าน คุณจ่ายให้ฉันได้ไหมล่ะคะ ถ้าได้ฉันจะอ้าขารอคุณบนเตียงทุกคืนเลยค่ะทูนหัว” พิชชาภาพูดออกไปพร้อมกับใบหน้าท้าทายอย่างไม่กลัว ในเมื่อเขาอยากจะได้ตัวเธอ เขาก็ต้องลงทุน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
คลั่งรักลูกหนี้

คลั่งรักลูกหนี้

40.9k การดู · เสร็จสิ้น · ฟินน่า
เพราะถูกแม่แท้ๆ หลอกมาใช้หนี้ขัดดอก
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )

แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )

154.8k การดู · เสร็จสิ้น · ท้องฟ้าและทุ่งหญ้า
ชีวิตที่เรียบง่ายของ 'พิมรภา' กลับผกผันขั้นสุด เมื่อเธอต้องกลายเป็นผู้ร้ายและตกอยู่ในเงื้อมมือของเขา
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!