บทนำ
บท 1
วี้~ วี้~ วี้~
เสียงของแมลงยามค่ำคืนบ่งบอกให้เด็กน้อยวัยหกขวบได้รู้ว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาค่ำแล้ว เธอมองออกไปนอกหน้าต่างในบ้านไม้เก่าๆ โทรมๆ ที่อยู่ในชุมชนแออัดแห่งหนึ่งในย่านกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่ใครต่างก็พูดกันว่าเป็นเมืองที่ได้รับความเจริญรุ่งเรืองที่ใครหลายๆ คนต่างก็มาหาความฝันที่นี่ ที่เมืองแห่งนี้ เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็น 'เมืองแห่งความฝัน'
ปัง! ปัง! ปัง!
"นังพอใจ"
"นังพอใจ! มึงยังไม่ตื่นอีกเหรออีนี่นิ!"
พอใจ ใช่นี่เป็นชื่อของเธอ เป็นชื่อที่ผู้เป็นพ่อแท้ๆ คนที่รักเธอมากที่สุดตั้งให้เธอเอาไว้ก่อนที่จะตรอมใจตาย หนีจากเธอไป ทิ้งเธอที่เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวเอาไว้กับแม่ แม่แท้ๆ ของเธอ
"โอ๊ย! อีเด็กนี่ภาระกูจริงๆ เลย อีเวรเรียกก็ไม่ออกมา กูรู้นะว่ามึงได้ยินที่กูพูดน่ะ"
เป็นเรื่องปกติที่คนเป็นแม่จะเมากลับมาแล้วก็มารบกวนเธอแบบนี้ พอใจนั่งชันเข่าอยู่ในห้องแคบๆ ที่แม้แต่เตียงนอนก็ไม่มี เธอยกสองมือขึ้นปิดหูแล้วมองออกไปที่นอกหน้าต่าง บ้านของเธอ ไม่สิ อย่าเรียกว่าบ้านเลยต้องเรียกว่ารูหนูของเธอเสียมากกว่า บ้านของเธอเป็นหลังที่อยู่ด้านในที่สุด และลึกที่สุด ความโชคดีอยู่ตรงที่ห้องที่เธออยู่แม้จะเป็นห้องเก็บของแคบๆ เก่าๆ แต่ก็ยังมีหน้าต่างที่พ่อเลี้ยงของเธออุตส่าห์ใจดีสร้างเอาไว้ให้เพื่อระบายอากาศ!
เหรอ…
ไม่ใช่…
เขาสร้างเอาไว้เพื่อที่จะปีนมาหาเธอต่างหาก โชคดีที่ยังมีพี่ผู้ชายคนนั้น คนที่รวยๆ คนนั้น มาช่วยเธอสร้างกลอนหน้าต่างเอาไว้ให้เธอได้หลบภัยอยู่บ้าง
บ้านของเธออยู่ติดกับบ้านหลังใหญ่ราวกับคฤหาสน์หรูรั้วบ้านหลังนั้นเป็นปูนสีขาวที่มองออกไปยาวจนไกลอย่างสุดลูกหูลูกตา ครั้งแรกที่เธอได้รู้จักกับพี่ชายคนรวยนั่นเพราะเธอปีนหน้าต่างหนีพ่อเลี้ยงออกมาในตอนที่พ่อเลี้ยงปีนเข้าไปหมายจะทำมิดีมิร้ายกับเธอที่เป็นเพียง 'เด็ก' น้อยในวัยหกขวบเท่านั้น ทันทีที่เธอกระโดดลงพื้นดัง
ตุบ!
เธอตัดสินใจวิ่ง วิ่ง และวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต เด็กน้อยในวัยหกขวบที่ไม่มีแม่เป็นแม้แต่ที่พึ่ง ในชุดเสื้อยืดขาดๆ เก่าๆ กับกางเกงขาสั้นที่ยางยืดย้วยลงมาต้องใช้หนังยางมัดแกงมัดเป็นปมเอาไว้ถึงจะเกาะเอวที่ผอมบางของเธออยู่
ตุบ!
"อ่ะ!"
"วิ่งดูทางหน่อยสิ เดี๋ยวก็เป็นอันตรายหรอก"
เธอถูกพี่ชายใจดีคว้าตัวเอาไว้ พี่เขาดูสูง และรวย แม่บอกว่า คนที่ตัวหอมๆ ร่างกายดูสะอาดตา พูดจาดีๆ จะเป็นคนรวย เธอจำได้ แม่เธอสอนมาแบบนี้
"น หนู"
"หืมม ทำไมผอมแบบนี้ละ ได้กินข้าวบ้างรึเปล่า บ้านอยู่ไหน" พี่ชายคนหล่อ ปากคาบอะไรก็ไม่รู้เป็นแท่งเล็กๆ ยาวๆ มีควันออกมา และกลิ่นของมันทำให้เธอ
"แค่กๆ แค่กๆ "
"เหม็นบุหรี่เหรอ" เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ นี่มันที่ไหน เธอจำได้ว่าพอกระโดดหนีออกมาจากหน้าต่างเธอก็ก้มหน้าก้มตาวิ่ง ไม่ได้ดูทางอะไรเลย
ตึก… ตึก… ตึก…
เสียงวิ่งดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เด็กน้อยเริ่มตัวสั่นเพราะกลัว กลัวว่าพ่อเลี้ยงของเธอจะวิ่งตามมา เธอสบตากับพี่ชายใจดีที่เธอคาดว่าน่าจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้เธอได้ ไม่ส่งเธอให้กับคนเลวคนนั้น
"เอ่อ… คุณ"
มือของพี่ชายใจดียกขึ้น เธอจึงหันกลับไปมองเห็นเป็นลุงคนหนึ่งที่ท่าทางสุภาพ และดูเกรงกลัวพี่ชายคนนี้ไม่น้อย ลุงคนนั้นโค้งศีรษะลงเล็กน้อยแล้วค่อยๆ เดินถอยออกไป พี่ชายใจดีจับเธอให้นั่งลงที่เก้าอี้ ที่นี่เป็นสนามหญ้าที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาตลอดอายุหกขวบนี้!
"เธอ ไม่สิ หนูชื่ออะไร"
"น หนู ชื่อพอใจค่ะ"
"อ่า พอใจ พี่ชื่อxx"
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ
"เฮือกกก!" ให้ตายเถอะ นี่เธอฝันถึงพี่ชายคนนั้นอีกแล้วเหรอ
พอใจรีบดีดตัวลุกขึ้นในเวลาตีสี่กว่าเธอยังอาศัยอยู่ที่เดิม ชุมชนแออัดเดิมต่างกันแค่เพียงพี่ชายคนนั้นเขาไม่อยู่ข้างบ้านเธอแล้ว ตอนนี้ที่ข้างบ้านของเธอที่เคยเป็นบ้านของพี่ชายใจดีได้กลายมาเป็นสวนสาธารณะที่มีรั้วตะแกรงมากั้นแบ่งความเจริญกันได้อย่างชัดเจน เธอรู้เพียงแค่ว่าที่ตรงนี้ยังเป็นที่ของเจ้าของเดิมอยู่ แต่แค่เปลี่ยนจากที่อยู่อาศัยมาเป็นสวนสาธารณะที่มีพื้นที่โล่งโปร่งสบาย มีต้นไม้มีอยู่มากมาย แถมยังมีร้านขายของเล็กๆ น้อยๆ อีกด้วย เธอช่างโชคดีตรงที่ประตูทางเชื่อมระหว่างความเจริญในชุมชนแออัดกับสวนสาธารณะแห่งนี้ มันดันอยู่ตรงบ้านเธออย่างพอดิบ พอดี ทำให้เธอไม่ต้องคอยหลบพ่อเลี้ยงที่จ้องจะเคลมเธอมาตลอด เพราะถ้าจะทำก็หาจังหวะยากหน่อย ตรงประตูทางเชื่อมระหว่างความเจริญแห่งนี้ มีพี่ยามที่ใจดีคอยเฝ้าดูอยู่
พอใจลุกขึ้นเก็บที่นอน แน่นอนว่าถึงตรงนั้นจะเจริญขึ้นแต่ก็ไม่ได้มาถึงบ้านเธอสักเท่าไหร่ เธอยังอยู่ในสภาพเดิม ทุกอย่างของเธอก็เหมือนเดิมต่างกันเพียงแค่ ตอนนั้นเธอหกขวบ แต่ตอนนี้เธอยี่สิบเอ็ดขวบแล้ว แม่เธอก็ยังเมาเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือเหมือนจะเกลียดชังเธอมากขึ้น
พอใจได้รับการศึกษาจากการขวนขวายที่จะไปเข้าเรียนด้วยตัวเอง โดยมีข้อตกลงกับแม่ว่าจะไม่ให้แม่เดือดร้อนเรื่องค่าใช้จ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว และเรื่องงานบ้านก็จะไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย
แม่เธอไม่ยอม เธอเศร้าไปอยู่หลายวันจนต้องไปขอร้องลุงผู้ใหญ่ที่เป็นหัวหน้าชุมชน เป็นคนที่คนในชุมชนต่างก็นับถือ เดินมาคุยกับแม่ของเธอด้วยตัวเอง นั่นถึงทำให้แม่ของเธอยอม เธอทำงานรับจ้างคนในชุมชนตั้งแต่อายุหกขวบ ไม่ว่าจะเป็นทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า รีดผ้า ถอนหญ้า ทำกับข้าว หรือแม้แต่ตอนเรียนก็รับจ้างเพื่อนทำการบ้าน ติวพิเศษให้เพื่อน และทำรายงาน จนเริ่มมีการพูดคุยแบบปากต่อปากคงเพราะสงสารเธอน่ะสิ แต่ก็ดี เพราะเธอเองก็มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น
อีกหนึ่งอาชีพที่เธอทำตั้งแต่เรียนจบ มอ.6 ก็คือ ขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ เธออาศัยเรียนเอาจากศูนย์ฝึกวิชาชีพที่จะมาสอนที่ชุมชนในทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และตอนนี้เธอก็กำลังเรียนการทำโจ๊กเอาไว้ขายตอนเช้าด้วย เท่ากับว่าในหนึ่งวันของพอใจเธอจะตื่นแต่เช้าเพื่อเข็นรถเข็นไปขายน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ที่สวนสาธารณะอดีตบ้านของพี่ชายใจดี เสร็จก็จะไปเรียนหนังสือ เลิกเรียนเธอถึงจะกลับมาทำงานรับจ้างเหมือนเดิม
"จะไปขายของแล้วเหรอ"
"จ๊ะแม่" วันนี้แม่เธอแปลก ที่ตื่นมาทันเธอได้และออกมาหาเธอที่หน้าบ้านตอนที่เธอกำลังจะเข็นรถไปขายของ
"แม่มีอะไรรึเปล่าจ๊ะ" มือเรียวของแม่ที่ไม่เคยแม้แต่โอบอุ้มหรือเชื่อเธอเลยสักครั้ง กำลังแบขอเงินของลูกที่เธอไม่เคยไยดี
"เงิน มึงจะไปขายของก็เรื่องของมึง แต่เงินที่ต้องให้กูอย่าให้ขาด"
บทล่าสุด
#66 บทที่ 66 ตอนพิเศษ 5 - [ลมหนาว-กะรัต] NC จบตอนพิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#65 บทที่ 65 ตอนพิเศษ 4 - [ลมหนาว-กะรัต]
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#64 บทที่ 64 ตอนพิเศษ 3 - [ลมหนาว-กะรัต] - NC
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#63 บทที่ 63 ตอนพิเศษ 2 - [ลมหนาว-กะรัต]
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#62 บทที่ 62 ตอนพิเศษ 1 - [ลมหนาว-กะรัต]
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#61 บทที่ 61 ตอนจบ [NC]
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#60 บทที่ 60 จ๊ะจ๋า
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#59 บทที่ 59 พี่ก็อยาก
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#58 บทที่ 58 ยอมรับผลกรรม
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026#57 บทที่ 57 ร้องไห้เต้มที่
อัปเดตล่าสุด: 7/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
รักระรินใจ
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













