บทนำ
แต่น้ำหยดใส่หินทุกวัน หินมันยังกร่อน นับประสาอะไรกับใจคน!
บท 1
EPISODE 1
ตึก FONE ชั้นที่ 18
“อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่แฟงค์”
“งานที่ใช้ให้ทำถึงไหนแล้ว ขอข้อมูลที่ผมให้คุณไปหาแบบด่วนที่สุด” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นสลับกับเสียงรองเท้าหนังอย่างดีที่กระทบกับพื้นกระเบื้องตามจังหวะของการเดิน
“มาถึงก็พูดเรื่องงานเลยนะคะ ขอเวลานอกสักครึ่งชั่วโมงได้ไหมคะ ถ้าพี่แฟรงค์กลัวเสียเปรียบ เดี๋ยวเย็นนี้พลูทำงานชดเชยเวลาให้ก็ได้ค่ะ” ใบพลู สดใสทั้งน้ำเสียงและใบหน้า หญิงสาววัยยี่สิบปีอยู่ในชุดนักศึกษาพอดีตัวเป๊ะ เสื้อสีขาวรีดจนเรียบกริบรัดเปรี๊ยะ ขณะที่กระโปรงทรงเอสั้นเพียงต้นขา อวดความเรียวสวยที่ลงตัวรับกับรองเท้าส้นสูงแบรนด์ดัง บ่งบอกถึงฐานะของคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี
“เช้านี้พี่แฟรงค์รับเป็นอะไรดีคะ ชา แกแฟ หรือจะรับใบพลูแทนมื้อเช้าดีคะ” ขายาวภายใต้กางเกงสแลคอย่างดีหยุดชะงัก ตาคมกริบตวัดกลับไปจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มของนักศึกษาฝึกงานที่ริอ่านอยากลองเล่นกับไฟ
“อยู่ที่นี่มาหนึ่งเดือนเต็ม คุณจำไม่ได้ว่าผมทานอะไร?”
“เปล่าค่ะ”
“แล้ว?”
“ถามก่อน เผื่อพี่แฟรงค์อยากเปลี่ยนใจกินพลูแทนไง” ว่าไปพลางขยิบตา หวังจะเพิ่มความน่ารักให้กับตัวเอง แต่ทว่า
“แก่แดด!”
“อายุยี่สิบแล้วนะคะ แก่แดดไว้ใช้กับเด็กค่ะพี่แฟรงค์” ใบพลูเล่นหูเล่นตาเก่งที่สุด
เจ็ดโมงห้าสิบนาที พนักงานที่นี่ยังไม่มา แปลว่าเธอหยอกกับคนที่ชอบได้ ทำได้ แม้ว่าเขาจะไม่เคยสนใจเธอเลยก็ตาม
“ถ้ายังแบมือขอเงินที่บ้าน แปลว่ายังเด็ก”
“ไม่ให้แบมือขอเงินที่บ้าน งั้นขอจากว่าที่สามีได้ไหมล่ะคะ” ใบพลูยิ้มอ่อนพลางเอียงคอมอง
ทั้งที่รู้อยู่เต็มอก น่ารักแค่ไหนก็ไม่เข้าตา อ่อยให้ตายก็ไร้ค่า สุดท้ายใบพลูก็เป็นได้แค่เด็กนักศึกษาที่เข้ามาฝึกงาน
ทำได้แค่อ่อยไปวันๆ หยอกไปก็ไม่เคยหวั่นไหวเลยสักครั้ง อย่าให้คนอย่างใบพลูได้งัดไม้เด็ดออกมาใช้ก็แล้วกัน!
“ผมต้องการกาแฟพร้อมงานที่สั่งคุณไว้ตั้งแต่เมื่อวาน”
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” ใบพลูหมุนตัวกลับเมื่อสบสายตากับนัยน์ตาคมที่เริ่มจริงจัง อย่าหวังว่าคนอย่างเธอจะยอมแพ้ให้กับอะไรทั้งนั้น ยังไงซะ คนนี้ก็คือว่าที่สามี!
ครืด~ ครืด~
โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าสูทสีดำสั่นสะเทือนขัดจังหวะนัยน์ตาคมที่เผลอมองตามหลังคนที่เพิ่งจะก้าวขาออกไปจากห้องทำงานได้เพียงไม่กี่ก้าว
หนุ่มหล่อเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลหันกลับมาสนใจโทรศัพท์ของตัวเองทันที
“ตื่นแต่เช้าหรือมึงยังไม่นอน” แฟรงค์ทักทายคนในสายคล้อยหลังที่กดรับเมื่อเห็นรายชื่อของเพื่อนสนิทอย่างเบลล์โชว์เด่น
(แล้วที่มึงรับสายเร็วนี่คือไร อย่าบอกนะว่ามึงอยู่ที่บริษัท?)
“คนอย่างกูไม่เคยทิ้งงาน”
(เออ แต่ทิ้งเพื่อนทิ้งฝูง ทิ้งกูไว้คนเดียวเนี่ย)
“ก็เห็นว่ามึงอยากหาวิธีปล่อยน้ำไม่ใช่เหรอวะ สรุปน้องมึงตั้งยัง?”
(ไอ้เวรนี่ ทิ้งกูไม่พอนี่กล้าเยาะเย้ยเพื่อนอีกเหรอวะ) แฟรงค์แสยะยิ้มมุมปาก นึกขำคนที่โวยวายเพราะถูกทิ้งไว้ที่ผับของคาร์เตอร์ซึ่งเป็นเพื่อนอีกคนในกลุ่ม
แต่ที่ขำมันไม่ใช่เพราะการถูกทิ้ง แต่มันเป็นเพราะเสือที่ขย้ำเหยื่อไม่เคยเว้นวันอย่างมัน ที่มีผู้หญิงฟาดฟันกันทุกวันเพื่อยื้อแย่ง สุดท้ายลูกรักไม่ยอมแข็ง ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นเพราะอะไร
(คุยกับมึงแล้วหงุดหงิดฉิบหาย) เบลล์เอ่ยมาตามสาย เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องผู้บริหารถูกผลักเข้ามา
หนุ่มหล่อที่วางแขนพาดบนเก้าอี้ขณะที่ขายาวตวัดไขว้ห้างหยุดมองที่นักศึกษาฝึกงานทันที
เด็กฝึกงานคนนี้นี่ก็ไม่รู้จะขยันยิ้มไปไหน อย่างตอนนี้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา เธอยืนตัวตรงยิ้มหวาน ทำอย่างกับเป็นพีเซนเตอร์กาแฟที่อยู่ในมือซะอย่างนั้น
(แค่นี้แหละ แค่เห็นมึงบอกว่าอยู่ที่ทำงานแล้วกูก็สบายใจ อยู่ดีๆ ก็หายไป กูกับไอ้คาร์เตอร์ก็นึกว่าจะมีผู้หญิงลากมึงไปกิน)
“ไร้สาระ”
(อย่ามาโชว์หล่อเถอะน่า จะบอกว่ามึงเป็นฝ่ายเลือกและลากผู้หญิงไปเชือดที่คอนโดด้วยตัวเองหรือไง ไอ้เวร หล่อฉิบหาย!)
เป็นเวลาเจ็ดโมงห้าสิบห้านาทีที่เงียบมาก มากจนคาดว่าคนที่ถือแก้วกาแฟอยู่ได้ยินสิ่งที่คนในสายพูดอย่างชัดเจน
รอยยิ้มบนใบหน้าจิ้มลิ้มเลือนหาย สุดท้ายเด็กนักศึกษาที่เข้ามาฝึกงานก็แสดงท่าทางหึงหวงออกมาเหมือนอย่างทุกครั้ง
หึงทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน หวงทั้งที่เขาไม่เคยให้ความหวังอะไรเธอเลย!
“แค่นี้แหละ รำคาญ!” แฟรงค์กระแทกเสียงตอบพร้อมกับวางสายทันที
“ทำดีไม่ได้ดี” คนฟังดันปลายลิ้นเข้ากับมุมปาก ดวงตาคมกริบจ้องมองคนตรงหน้านิ่ง
“อะไร”
“พลูไง ทำดีให้ตายก็ไม่เคยอยู่ในสายตา”
“เอากาแฟมา”
“ผู้หญิงคนนั้นชงกาแฟถูกปากพี่แฟรงค์เหมือนพลูไหมคะ”
“…”
“ผู้หญิงคนนั้นอ่ะ คนที่พี่แฟรงค์ลากไปเชือดที่คอนโด”
“วางกาแฟลงแล้วเข้ามารายงานสิ่งที่ผมให้คุณไปทำ รู้ใช่ไหมว่าถ้าข้อมูลที่คุณได้มามันไม่มีประโยชน์สำหรับผม ผมจะสั่งคุณให้ไปอยู่ที่ห้องเก็บเอกสาร”
“ถ้าทำแบบนั้นมันก็จะเกิดระยะห่างระหว่างเรา” คิ้วดกเข้มขมวดเข้าหากันทันที
“ถ้าพี่ไล่พลูไปอยู่ห้องเก็บเอกสาร คนที่ชงกาแฟให้พี่ก็จะไม่ใช่พลู พี่ก็จะไม่เห็นหน้าพลูทั้งวันเหมือนอย่างที่ผ่านๆ มา” สรุปเธออยากเจอเขา หรือเขาเป็นฝ่ายอยากเจอเธอกันแน่วะ
“สรุปจะทำไหมงาน”
“ทำค่ะ ต้องทำงานเก่งแค่ไหนเหรอคะถึงจะมีค่าในสายตาพี่ขึ้นมา”
“อย่าเอาเรื่องงานไปปนกับเรื่องส่วนตัว”
“ก็คนที่ทำงานสำคัญกับพลูมาก พลูรักเขา อยากให้เขาสนใจพลูเหมือนที่พลูสนใจเขาบ้าง”
“ผมต้องการกาแฟที่อยู่ในมือของคุณและต้องการข้อมูลของลูกค้าที่เราต้องดีลงานกับเขาวันนี้ เดี๋ยวนี้คุณพุธิตา!” ใบพลูหลุดความดื้อผ่านแววตาออกมาอย่างชัดเจน
เสียงส้นรองเท้ากระแทกกับพื้นกระเบื้องเป็นจังหวะ ร่างบอบบางย้ายตัวเองมายืนตรงหน้าของเขาใกล้ขึ้น ยื่นแก้วกาแฟมาวางไว้ตรงหน้า ความใกล้ชิดส่งผลให้ได้กลิ่นน้ำหอมแบรนด์นอกนั้นอย่างชัดเจน
ใบพลู พุธิตา นักศึกษาฝึกงานที่โปรยเสน่ห์ใส่เขาตั้งแต่วันแรกที่พบกัน เธอไม่ธรรมดาหรอก แฟรงค์ไม่ได้อยากสืบด้วยซ้ำว่าเธอเป็นใครมาจากไหน ที่โปรยเสน่ห์ใส่เขาทุกครั้งที่พบหน้าเป็นเพราะทอดสะพานเพราะชอบเขาเหมือนที่ผู้หญิงหลายๆ คนชอบทำ หรือเพราะก้นบึ้งจริงๆ มันเพราะเหตุผลอะไรนั้น เขาไม่อยากคาดเดา
เขาอายุสามสิบปี มีลูกที่ต้องดูแล แค่หิ้วกลับมากินเวลาที่หิว ไม่เคยคิดจะรั้งใครไว้กับตัวเป็นตัวเป็นตน
เขาสามสิบย่างสามสิบเอ็ด ในขณะที่นักศึกษาอย่างใบพลูอายุแค่ยี่สิบ ห่างกันสิบปี ถ้ากินเล่นๆ ก็คงจะอร่อยดี แต่เรื่องแบบนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้นในที่ทำงาน!
เธอไม่มีวันได้มาครางใต้ร่างเขาเด็ดขาด ไม่มีวัน!
อัปตอนแรกให้อ่านกันแล้ว ทุกคนเห็นความน่ารักของใบพลู และเห็นความเย็นชาของพี่แฟรงค์ไหมคะ ภาวนาให้ทุกคนเห็นนะ อิอิ
เรื่องนี้เป็นแนวครอบครัวค่ะ ผู้ชายมีลูกแล้ว แต่นางเอกยังสดๆ ใสๆ ซิงๆ 555555
ยังไงก็ ฝากเก็บเข้าชั้น กดไลก์และคอมเมนต์ให้เนมหน่อยนะคะ
นักเขียนผู้กระหายกำลังใจ 🖤🖤 เยิฟ~
บทล่าสุด
#69 บทที่ 69 69
อัปเดตล่าสุด: 3/29/2026#68 บทที่ 68 68
อัปเดตล่าสุด: 3/29/2026#67 บทที่ 67 67
อัปเดตล่าสุด: 3/29/2026#66 บทที่ 66 66
อัปเดตล่าสุด: 3/29/2026#65 บทที่ 65 65
อัปเดตล่าสุด: 3/29/2026#64 บทที่ 64 64
อัปเดตล่าสุด: 3/29/2026#63 บทที่ 63 63
อัปเดตล่าสุด: 3/29/2026#62 บทที่ 62 62
อัปเดตล่าสุด: 3/29/2026#61 บทที่ 61 61
อัปเดตล่าสุด: 3/29/2026#60 บทที่ 60 60
อัปเดตล่าสุด: 3/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













