บทนำ
บท 1
วิวาห์สมนาคุณ
คำโปรย
แต่งงานมาสามปี อยู่ในฐานะว่าที่คู่หมั้นอีกสองปี รวมเป็นห้าปีที่เขาไม่เคยแม้แต่จะมองว่าเธอเป็นคนรัก มากสุดก็แค่..ที่ระบายอารมณ์ในบ้าน
คำเตือน
นิยายเรื่องนี้มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18+ ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และไม่ควรลอกเลียนแบบการกระทำ คำพูด เห็นผิดเป็นถูก หรือกระทำตามเหตุการณ์ในเนื้อเรื่อง หากนักอ่านมีปัญหาทางสุขภาพจิต หรือค่อนข้างไวต่อความรู้สึก ขออนุญาตแนะนำให้ทดลองอ่านก่อน ถ้าไม่ไหวให้กดออกค่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการบั่นทอนหรือส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของนักอ่าน
ทุกตัวละครเป็นเพียงการสมมติจากจินตนาการเท่านั้น
ไม่อนุญาตให้คัดลอกหรือดัดแปลงเนื้อหา ตาม พ.ร.บ 2537 ห้ามดัดแปลงหรือทำซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด หากพบเจอจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ข้อความจากน้องภัส
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า บางเหตุการณ์บางความรู้สึกในเนื้อเรื่องเป็นเรื่องจริงที่เราพบเห็นพบเจอเป็นส่วนมากในช่วงชีวิตที่มีความรัก และทุกคนมักจะมีวิธีการรับมือที่แตกต่างกันออกไป
แต่ถ้าวันหนึ่ง ‘ไม่ไหวล่ะ?’ จะเลือกเดินทางไหน
ระหว่าง
ไม่มีจุดหมายปลายทาง กับ ทางข้างหน้าที่เป็นทางตัน
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะอยู่หรือไป ก็ต้อง ‘เจ็บ’ เหมือนกัน
แต่อยู่ที่ว่า..จะเจ็บมากหรือน้อย เท่านั้นเอง
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการอ่านนิยายของน้องภัสนะคะ
หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้
คำโปรย
วิวาห์สมนาคุณ [กรณ์ x เมริ]
วิวาห์ = แต่งงาน,สมรส
สมนาคุณ = ตอบแทนบุญคุณด้วยทรัพย์,สิ่งของ,แรงงาน
แต่งงานมาสามปี อยู่ในฐานะว่าที่คู่หมั้นอีกสองปี รวมเป็นห้าปีที่เขาไม่เคยแม้แต่จะมองว่าเธอเป็นคนรัก มากสุดก็แค่..ที่ระบายอารมณ์ในบ้าน กลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ หันหาเมื่อไหร่ก็มี
พอวันที่จะไป..เขากลับสาธยายมายาวเหยียดประหนึ่งว่าที่ผ่านมารักมากจนขาดไม่ได้ แต่เสียใจด้วย..วันนี้เธอไม่โง่อีกแล้ว
บทนำ
Meri
“ตื่น ตื่น ตื่น วันนี้แกมีนัดกินข้าวกับพ่อแม่ช่วงเย็นไม่ใช่หรือไงยัยเมริ! ตื่นได้แล้ว”
ฉันขยับตัวลุกขึ้นปรือตามองตามเจ้าของเสียง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของฉันเอง เธอชื่ออลิซ เราสนิทกันมากสนิทตั้งแต่ที่เริ่มเข้าเรียนมหา’ลัยเลยด้วยซ้ำ
“ตื่นค่ะ! เดี๋ยวไปถึงช้าก็โดนดุอีก ฉันขี้เกียจจะฟัง”
“โอเค ๆ” ฉันตอบอลิซน้ำเสียงสะลึมสะลือ ก็เล่นทำโครงการกันดึกดื่นขนาดนี้ ใครจะไม่น็อกบ้าง ไอ้อยากเรียนจบก็อยากเรียนจบ แต่พ่อแม่ก็สำคัญ ทำยังไงได้ ก็ได้แต่ทำใจยอมรับ จำยอมกลับบ้านแต่โดยดี
โดยขณะที่ฉันกำลังแต่งตัวเตรียมจะออกจากห้องอลิซก็ไม่วายเดินมาร่ายมนตร์เป่าคาถาใส่กระหม่อมให้ประหนึ่งว่าฉันกำลังจะไปสู้รบต่อกรกับใครอย่างไงอย่างงั้น
“ขอให้แกไม่โดนแม่กินหัว เพี้ยง ~” ท่าทางของอลิซทำฉันอมยิ้มหัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนจะสวมกอดเพื่อนสาวไว้แน่นแล้วเงยหน้าสบตา
“เป็นไปได้ ฉันอยากทำงานที่เดียวกันกับแก อยากอยู่กับแกแบบนี้ตลอดไปเลย”
“ไม่ได้จ้ะ วันหนึ่งฉันจะต้องมีแฟน มีสามี หล่อ ๆ รวย ๆ”
“เฮ้อ จะทิ้งฉันสินะ” พูดเหมือนน้อยอกน้อยใจ
“เปล่าทิ้ง ก็แค่..เห็นผู้ชายสำคัญกว่านิดหน่อย”
“บ้าผู้ชาย!” ฉันว่าให้อลิซน้ำเสียงไม่จริงจัง ผิดกับอลิซที่หัวเราะชอบอกชอบใจ แล้วรีบรั้งฉันให้ลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าสะพายข้างมาสะพายให้แล้วดันให้ออกจากห้องไป ก่อนที่จะสายไปมากกว่านี้ ฉันเลยหันหลังกลับไปโบกมือทำหน้าเศร้า ๆ แล้วก็ต้องหลุดหัวเราะอีกครั้งในตอนที่อลิซเดินออกมาสะบัดบ๊อบให้ ‘ยัยบ้า ฮ่า ๆ’
เมริษาใช้เวลาขับรถไม่นานมากนักก็มาถึงบ้าน..ที่ไม่เหมือนบ้าน ทันทีที่ลงจากรถเสียงผู้เป็นแม่ก็ดังแว่วขึ้นมา
“ต้องให้ฉันจุดธูปเชิญไหม ถึงจะลงจากรถได้”
คงไม่ใช่เสียงที่แว่วเข้ามาแล้วละ คงเป็นเสียงแม่จริง ๆ ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกครั้งที่เจอกันท่านจะต้องคอยพูดจาแบบนี้ใส่ฉันอยู่เรื่อย ทั้งที่ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรให้ อีกอย่างก็เพิ่งจอดรถ กำลังคว้ากระเป๋าจะลงจากรถ เสียงท่านก็ดังขึ้นก่อน..
ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ฉันก็รีบพาตัวเองลงไปยืนด้วยความเร็วพร้อมกับพนมมือไหว้สวัสดีพ่อและแม่..
“สวัสดีค่ะแม่ สวัสดีค่ะพ่อ”
“เร็ว ๆ ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วย” แม่พูดน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
“ไหว้พระเถอะ”
การรับไหว้ของพ่อแม่ต่างกันสิ้นเชิง ซึ่งแม่พูดแล้วก็หันหลังให้ เหลือแค่พ่อที่ยืนยิ้มกางแขนให้เข้าไปสวมกอด แบบนี้ฉันจะลังเลอยู่ทำไม ต้องรีบเข้าไปสวมกอดท่านสิ
“เมริคิดถึงคุณพ่อค่ะ ~”
“พ่อก็คิดถึงหนู” พร้อมกับสวมกอดแน่น
“วันนี้มีเรื่องสำคัญเหรอคะ”
“ก็สำคัญระดับหนึ่ง ไว้เข้าไปคุยในบ้านนะ”
ฉันได้แต่พยักหน้ามองท่านที่คลายกอดแล้วเดินนำหน้าไป ในใจก็ได้แต่คิดว่าทำไม มีอะไร เกิดอะไรขึ้น หรือเป็นตัวฉันที่ไปก่อเรื่องไม่ดีจนฉาวมาถึงหูท่าน ทว่าเมื่อคิดทบทวนแล้วก็คงไม่ใช่ เพราะฉันไม่เคยทำ
โต๊ะอาหาร
ระหว่างที่นั่งทานอาหารทั้งพ่อและแม่ต่างก็ไม่พูดไม่จา มีเพียงสีหน้าของผู้เป็นพ่อที่ดูอึดอัดกับสถานการณ์ตรงหน้า กระทั่งมื้ออาหารจบลง แม่ก็เอ่ยขึ้น..
“แกกำลังจะเรียนจบใช่ไหมเมริ ไหนแกลองแนะนำตัวให้ฉันฟังหน่อยสิ” ประโยคนี้แม่พูดแล้วหันมาสบตาฉัน ขณะที่กำลังจะตอบเสียงพ่อก็ดังแทรกขึ้น
“อริศรา!”
“ทำไมคะ คุณเมษา”
พ่อและแม่ต่างก็เรียกชื่อกันอย่างไม่มีใครยอมใครจนฉันต้องยกมือปรามพวกท่านแล้วเริ่มแนะนำตัวเองแทน
“หนูชื่อ นางสาวเมริษา พรมเมศค่ะ ชื่อเล่น เมริ ตอนนี้อายุ23ปี กำลังจะจบการศึกษาปริญญาตรีค่ะ” ฉันเอ่ยแนะนำตัวโดยไม่สบสายตาผู้เป็นแม่เลยแม้แต่วินาทีเดียว
“ฉันเคยบอกแกว่า ถ้าอายุ25แกควรแต่งงาน จำได้ใช่ไหม?”
“…” จำได้ แต่แค่ไม่รู้ว่าจะต้องแต่งกับใคร เพราะแค่แฟน..ฉันก็ยังไม่มี
“เพราะฉะนั้นแกต้องหมั้นก่อนสองปี อายุครบ25ปีค่อยแต่ง”
“ก..กับใครคะ?” ถามด้วยความสงสัย จะหมั้นจะแต่งกับใครยังไม่รู้เลย อยู่ ๆ ก็มามัดมือชกแบบนี้ได้ที่ไหนกัน มันไม่ต่างอะไรกับการคลุมถุงชนสมัยก่อนเลยสักนิด
“กรวิน เขตวิภัทร”
“ไม่รู้จักค่ะ”
“ตอนนี้ยังไม่ต้องรู้จัก ฉันแค่บอก ถึงวันแล้วจะพาไปเจอตัว แกมีหน้าที่แค่ทำสวยเข้าไว้ แล้วถ้าการเรียนมันทำให้ขอบตาดำขนาดนี้ก็ใช้เงินเรียนซะ จะได้จบ ๆ”
ประโยคสุดท้ายก่อนจะหูดับยังดังโลดแล่นในโสตประสาทซ้ำ ๆ โดยที่ฉันไม่สามารถสลัดประโยคที่ได้ยินทิ้งได้เลย กระทั่งกลับมาถึงคอนโด..ฉันก็เริ่มเล่าให้อลิซฟัง อลิซเองก็ตกใจไม่ต่างกัน เพราะนี่ถือเป็นข่าวร้ายเอามาก ๆ เหมือนว่าหลังจากนี้ฉันจะถูกจำกัดอิสระในการใช้ชีวิตอย่างไงอย่างงั้น
ง่าย ๆ ก็คือ เรียนจบ หมั้น มีคู่หมั้น รออายุครบยี่สิบห้าปีก็แต่งงาน แต่งโดยที่ไม่รู้ว่าเราสองคนจะเข้ากันได้หรือเปล่า จะรักกันไหม มันน่าตลกดีนะว่าไหม..
End Meri
Korn
“พ่อกับแม่เป็นอะไรมากหรือเปล่า?” ผมถามท่านทั้งสองอย่างไม่สบอารมณ์
“หมั้นกันไปก่อนไม่ได้เลยหรือไง แกไม่เสียหายอะไรนะตากรณ์”
“แม่ก็พูดได้สิครับ แม่ไม่ใช่คนถูกผูกมัดแบบผมนี่”
“คุณอย่าไปพูดกล่อมอะไรไอ้ลูกชายคนนี้เลย ถึงเวลาก็จัดงานหมั้นเล็ก ๆ มีแค่เราพอ พอถึงวันงานแต่งก็ค่อยว่ากันอีกที”
“โอโห คุณกาญจน์กนกบอกผมว่าไม่เสียหายอะไร ส่วนคุณชนกันต์บอกว่าให้จัดงานเล็ก ๆ รองานแต่งค่อยว่ากัน ผมอยากถามคุณทั้งสองคนว่าถามผมบ้างหรือยังครับ ถาม กรวิน เขตวิภัทร บ้างหรือยัง” อยากให้ถามกันบ้างสักคำ ตกลงใครเป็นคนแต่งงาน พ่อหรือแม่ ไม่ใช่ผมใช่ไหม? หรือใช่ผม แต่พ่อกับแม่กำลังจะจับคลุมถุงชน?
บอกตามตรงตั้งแต่ใช้ชีวิตทำงาน ไม่เคยมีแม้แต่วินาทีเดียวที่คิดอยากจะแต่งงานมีครอบครัว ไม่เลย ไม่มี ไม่มีเลย! พอมาวันนี้จะให้หมั้นให้แต่งงาน เพื่ออะไร ใครต้องการ ความต้องการของใคร บทสรุปคือความสุขของใคร ชีวิตเป็นของพ่อแม่หรือของตัวผมเอง
“ปีนี้แกอายุ27ปีแล้วนะ หมั้นสองปีก็ยี่สิบเก้า ไหนจะมีลูกอีก นี่พ่อกับแม่เผื่อเวลาให้แกสุด ๆ แล้วนะ”
“พ่อแต่งเองเลยไหม? เดี๋ยวผมช่วยจัดงาน” กรวินพูดอย่างเหลืออด เอะอะอะไรก็จะให้หมั้นให้แต่ง จะเอาให้ได้เลยใช่ไหม? จะยึดครองชีวิตชายโสดคนนี้ให้ได้เลยสินะ!
“เลิกเที่ยวเล่นแล้วนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าได้แล้ว แกควรมีเมียเป็นตัวเป็นตน”
“นี่ไง คำตอบมันอยู่ในประโยคที่พ่อพูดแล้ว ผมถามหน่อยเถอะ ใครจะนอนกับผู้หญิงคนเดิมซ้ำ ๆ ได้ทุกวัน เบื่อแย่” พูดพลางไหวไหล่ไม่ยี่หระ ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้
“ผมนึกออกแล้ว ถ้าพ่อแม่กลัวโรงงานผลิตสินค้าเอทีซีรายใหญ่จะไปร่วมงานกับบริษัทอื่น พ่อแม่ก็กว้านซื้อเลยสิครับ เดี๋ยวผมติดต่อเจรจาทำสัญญาให้”
“ขอบคุณสำหรับความหวังดี แต่วิธีนั้นพ่อทำแล้วไม่ได้ผล!”
“โถ่ คุณชนกันต์..” แสร้งพูดหน้าสลด
“ข้อแม้เดียวคือหมั้นและแต่งงาน ปีนี้น้องอายุยี่สิบสาม กำลังจะเรียนจบ”
“น้องใคร? ผมลูกคนเดียว” ไหวไหล่พูด
“น้องที่อนาคตจะเป็นเมีย เป็นแม่ของลูกแกนั่นแหละ”
“…” ใครพูด ผมไม่ได้พูด พ่อแม่พูดเองเออเองทั้งนั้น
“อายุครบยี่สิบห้าปีแต่ง แล้วจะรวมเป็นเครือเดียวกัน แกก็รู้เอทีซีทำงานรอบคอบขนาดไหน ใคร ๆ ก็ต้องการ ทำไมไม่รู้จักคว้า?” ถามพลางสบตาไม่กะพริบ
“ใครบอกว่าผมต้องการ” ผมตอบผู้เป็นพ่อหน้าตาย
“กู-ต้อง-การ! และ มึง-ก็-ต้อง-แต่ง!” เน้นย้ำประโยคเสียงดังฟังชัด
ยื่นคำขาดมาขนาดนี้ ปฏิเสธหัวชนฝาก็แล้ว เอาตีนยันผนังก็แล้ว เหลือแค่เอาตีนเกยหน้าผากแล้วงานนี้ สรุปก็คือต้องหมั้นต้องแต่งว่างั้นเถอะ!
“อยากจะเห็นหน้าไอ้ครอบครัวที่ขายลูกกินจริง ๆ คงหิวเงินน่าดู”
“ถ้าเจอ..จะเอาให้ร้องคลานกลับบ้านไม่ถูกเลยคอยดู!” จะหาว่าใจร้ายใจดำไม่ได้นะ ในเมื่อหมั้นมาแต่งมาก็ไม่ได้รักใคร่ชอบพอ จะให้ทะนุถนอมก็คงไม่ได้ ทีนี้แหละ เธอจะได้รู้ ว่า..นรกบนดิน มันเป็นยังไง แม่สาวน้อย
End Korn
นิยายเรื่องนี้เผยแพร่เมื่อ 05/08/23
บทล่าสุด
#44 บทที่ 44 ตอนที่ 43 นานแค่ไหนก็จะรอ The End
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#43 บทที่ 43 ตอนที่ 42 คุณไม่เคยเป็นของฉัน
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#42 บทที่ 42 ตอนที่ 41 คิดถึงมากเป็นเหตุ
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#41 บทที่ 41 ตอนที่ 40 ถ้ามึงทิ้งกูนะไอ้กรณ์!
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#40 บทที่ 40 ตอนที่ 39 อดทนไม่ไหว
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#39 บทที่ 39 ตอนที่ 38 ใครหน้าไหนก็ทำอะไรเธอไม่ได้
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#38 บทที่ 38 ตอนที่ 37 เฮียเป็นหนักนะ
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#37 บทที่ 37 ตอนที่ 36 ต้องใช้เวลา
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#36 บทที่ 36 ตอนที่ 35 ฉันขอคุณบ้างได้ไหม?
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#35 บทที่ 35 ตอนที่ 34 เธอไม่ได้คิดอะไร..
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
กลรักเมียแต่ง
ทาสรัก บำเรอชีกห์
เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ลุ้นรัก เจ้าสาวใบสั่ง
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













