บทนำ
บท 1
บทที่ 1
ต่อรอง
เสียงดนตรีที่ดังเบา ๆ ช่างเข้ากับบรรยากาศชมดอกไม้งานจิบน้ำชารสเลิศในอุทยานดอกไม้ที่กำลังบานสะพรั่งอวดทั้งกลิ่นและความงาม
ทุกคนต่างชอบงานเลี้ยงไม่มากก็น้อย ด้วยอย่างน้อยมันก็ทำให้ชีวิตที่วุ่นวายกับงานรู้สึกถึงความสนุกมากขึ้น เป็นสีสันอย่างหนึ่งให้ชีวิต
ร่างบอบบางของสตรีที่ได้ชื่อว่างดงามดั่งบุปผาแรกแย้มเดินเข้ามาในงานเลี้ยง ทุกสายตาจับจ้องทุกย่างก้าว รอยยิ้มหวานที่ตรึงใจผู้คน ดวงตามีเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนหลงใหลจนไม่อาจจะละสายตาได้ อาภรณ์ที่งดงามและแปลกตาโดดเด่นจนเหล่าสตรีคนอื่นยังริษยา
นางคืออี้เยว่ บุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านหญิง
หนิงเซียนและแม่ทัพอันเกาหมิง ที่ตอนนี้กลายมาเป็นท่านหญิงคนสำคัญเพราะมารดาแต่งงานใหม่กับอดีตชินอ๋องแคว้นเฉา
อี้เยว่เดินมานั่งด้านข้างของผู้ที่นางเรียกว่าท่านป้ามาหลายปี นั่นคือฮองเฮาของแคว้นโจว ด้านข้างไม่ไกลยังเป็น
กุ้ยเฟยที่มีอำนาจรองลงมา ทั้งสองดูเป็นมิตรกันเพียงต่อหน้า แต่ลับหลังก็ฟาดฟันจนไม่เหลือชิ้นดี ดีที่ว่าฮองเฮาไม่มีองค์ชาย
มีเพียงองค์หญิงใหญ่จึงไม่มีปัญหาเรื่องการแย่งชิงอำนาจมากนัก จะเป็นเพียงความไม่ชอบหน้ากันของสตรี
งานเลี้ยงวันนี้ยังคงเป็นงานเลี้ยงน้ำชาสำหรับสตรีชั้นสูงที่น่าเบื่อหน่ายเช่นเคยไม่เปลี่ยน ฮองเฮาจัดงานเลี้ยงน้ำชาทุกสามสิบวันเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวที่มีฐานะสูงส่งเกิดจากตระกูลใหญ่ได้รู้จักกันหรือแล้วแต่มีอารมณ์จะจัดงาน
เรียกง่าย ๆ สำหรับผู้ใหญ่ที่แต่งงานแล้วคืองานเลี้ยงพบปะ เด็กหนุ่มสาวก็ถือว่าเป็นงานที่ไว้สำหรับการดูตัว มันจะได้ไม่ดูน่าเกลียดจนเกินไป
อี้เยว่มาร่วมงานทุกครั้งในฐานะท่านหญิงคนสำคัญของเมืองหลวงที่ได้รับความสำคัญจากทั้งแคว้นเหยาของตระกูลมารดา แคว้นเฉาของบิดา ที่อดีตเป็นถึงชินอ๋องควบตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ ส่วนที่นี่นางคือหลานสาวที่ชินอ๋องรักมากที่สุดและฝ่าบาทยังโปรดปรานอีกด้วย ถือได้ว่าไม่มีใครในเมืองหลวงที่ใหญ่ไปมากกว่านางได้อีก
งานเลี้ยงทุกงานมีจวนไหนบ้างไม่อยากให้อี้เยว่เดินทางไปร่วมงาน ซึ่งอี้เยว่ก็ปฏิเสธไปมาก เพียงงานสำคัญเท่านั้นที่ต้องไปไม่ขาด เช่นงานเลี้ยงน้ำชาในวังที่ฮองเฮาทรงจัดขึ้นด้วยตัวเองแบบงานนี้
“ท่านหญิงอี้เยว่ ได้ยินว่าท่านหญิงหนิง มารดาของเจ้ากำลังไปค้าขายที่แคว้นเฉา นางจะกลับมาวันไหนล่ะ”
กุ้ยเฟยหันมาถามเด็กสาวที่นั่งห่างออกไปไม่มากด้วยใบหน้าอ่อนโยน ต้องบอกเลยว่านางอยากได้เด็กตรงหน้าเป็นสะใภ้อีกคน ติดที่บุตรชายมีสัญญาหมั้นหมายกับอินผิง ผู้ที่เป็นหลานสาวห่าง ๆ เสียแล้ว
อี้เยว่ยิ้มรับด้วยใบหน้าปกติ
“หม่อมฉันคิดว่าคงอีกสักปีสองปีเพคะ ท่านแม่บอกว่าจะเดินทางไปที่แคว้นอื่นต่อ ถือเป็นการเที่ยวเล่นไปในตัว ท่านพ่อก็ขยายกิจการ คงอีกนานกว่าจะได้กลับมา”
“อ่า นางช่างมีอิสระจริงและขยันจริง ๆ อยากไปไหนก็ไปได้ท่องเที่ยวไปทั่ว ส่วนบิดาเจ้าก็ตามใจจริง ๆ พาไปทุกที่ น่าอิจฉา”
กุ้ยเฟยแสดงใบหน้าอิจฉาก่อนจะถูกน้ำเสียงของฮองเฮาทำให้ยิ้มค้าง
“ถ้าเจ้าอยากได้อิสระ ข้าสามารถบอกฝ่าบาทได้นะ”
“ไม่รบกวนฮองเฮาเพคะ เพราะหม่อมฉันบอกฝ่าบาทเองได้ เย็นนี้ฝ่าบาทออกปากว่าจะมาหาหม่อมฉัน ถ้าอยากได้มันจริง เพียงเอ่ยปากหม่อมฉันก็ได้มันแล้ว ติดที่ว่าเมื่อเอ่ยปาก ฝ่าบาทจะไม่ยินยอม”
“กุ้ยเฟยพูดถูก ฝ่าบาทจะยอมให้เจ้าออกห่างได้ยังไงกัน ยิ่งอีกไม่นานบุตรชายของเจ้าจะแต่งงานด้วย วันนี้คุณหนูอินผิงนางก็ไม่ได้มา ด้วยเตรียมข้าวของงานแต่งตัวเอง”
“เพคะ คงเป็นแบบนั้น”
ทั้งสองมองตากันอย่างฟาดฟัน แต่ไม่นานกุ้ยเฟยก็ยิ้มหวานอีกรอบ หันกลับมาหาอี้เยว่ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดีด้วยรอยยิ้ม ซึ่งอี้เยว่แค่เห็นก็รู้ว่ารอยยิ้มนี้ไม่ธรรมดา
คนที่รอดจากตายศึกวังหลังมาได้หลายปีจะเป็นสตรีธรรมดาทั่วไปได้ยังไง
“ถ้าจะมีเรื่องทูลขอฝ่าบาทจริงคงเป็นเรื่องของท่านหญิงอี้เยว่มากกว่า”
ทันทีที่กุ้ยเฟยออกปาก ทั้งงานแม้จะนั่งห่างแค่ไหนก็หันหน้ามาสนใจ อยู่ดี ๆ ทำไมกุ้ยเฟยถึงเอ่ยถึงท่านหญิงบ่อยนัก
“คงเป็นจริงสินะ ข่าวที่ข้าได้ยินมา เห็นว่ากุ้ยเฟยจะร้องขอให้บุตรชายแต่งชายาเอกได้สองคน คนที่เจ้าหมายตาอีกคนคงไม่พ้นท่านหญิงอี้เยว่”
แต่ละคนในงานต่างปิดปากตกใจในสิ่งที่ฮองเฮาพูดออกมา มีใครบ้างไม่ตกใจ องค์ชายรองจะแต่งชายาเอกพร้อมกัน ทั้งสตรีทั้งสองยังมีอำนาจหนุนหลังที่ไม่แพ้กันด้วย
ส่วนเจ้าตัวอย่างอี้เยว่ไม่เพียงไม่แสดงออกว่าคิดเห็นแบบไหนต่อเรื่องนี้ นางเอาแต่นั่งยิ้มหวานเช่นเดิม ไม่มีความเขินอาย ตื่นกลัว ตกใจ หรือว่าอะไรทั้งสิ้น
“ฮองเฮาช่างรู้ข่าวเร็วจริง ๆ เรื่องนี้หม่อมฉันคิดได้เพียงวันสองวัน แต่ฮองเฮากลับรู้”
“ไม่มีอะไรในวังหลังที่ข้าไม่รู้ คิดว่าเรื่องนี้เจ้าคงรู้”
“เพคะ เอาเถอะ ฮองเฮาพูดแบบนี้หม่อมฉันก็ไม่ปิดแล้ว เป็นจริงเพคะ ติดที่ว่ายังไม่ออกปาก ต้องถามท่านหญิงอี้เยว่ก่อนว่ายินดีหรือไม่”
สายตาคาดคั้นพร้อมกับสายตาจับจ้องของคนทั้งงานไม่ได้ทำให้อี้เยว่สะเทือน นางยิ้มหวานแต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไร เสียงขันทีประกาศการมาถึงขององค์ชายรองก็ดังขึ้นจนทุกคนในงานหันไปมอง
บุรุษรูปงาม ใบหน้าหล่อเหลา ท่าทางสูงส่ง ในชุดสีขาวขลิบทองราวกับเทพเซียนเดินเข้ามาในงานเลี้ยง ทุกคนต่างมองมาที่อี้เยว่สลับกับองค์ชายรองทันทีเพราะเรื่องที่เพิ่งได้ยินช่างสะเทือนฟ้าดิน
“ถวายพระพรฮองเฮา ถวายพระพรเสด็จแม่”
โจวเว่ยคังเมื่อลุกขึ้น สายตาคมก็จับจ้องมายังร่างของสตรีด้านข้างฮองเฮาด้วยความไม่ชอบใจ
“มาแล้วหรือ แม่นึกว่าเจ้าจะเอาแต่ทำงานจนไม่สนใจงานเลี้ยงเสียอีก”
กุ้ยเฟยยิ้มหวานให้บุตรชาย นางเชื่อว่าด้วยความหล่อเหลาของบุตรชาย ไม่มีทางที่สตรีคนไหนจะปฏิเสธได้ อีกอย่างอนาคตของบุตรชายไม่พ้นเป็นฮ่องเต้ต่อจากบิดา เพราะบุตรคนอื่นไม่อาจเทียบเคียงบุตรชายนางได้ ทั้งอายุและความสามารถ
ยิ่งกับเด็กสาวอย่างอี้เยว่มันยิ่งง่ายที่จะตกหลุมรักบุตรชายที่เพียบพร้อมของนาง
อี้เยว่ยิ้มบางให้กับสายตานั้นก่อนจะก้มหน้านิ่งเช่นเดิม
“เว่ยคัง …อี้เยว่นางอยากเดินเล่น แม่ว่าเจ้าพาน้องไปเดินเล่นที่สวนด้านนั้นดีกว่า ที่นั่นดอกไม้กำลังบานสะพรั่ง เวลานี้ลมก็เย็น เหมาะที่จะชมดอกไม้”
คำพูดของกุ้ยเฟยช่างไม่สนใจใครหน้าไหน นางตัดบทแล้วเปิดทางให้บุตรชายทันทีเพื่อที่จะให้ทั้งสองคนสนิทสนมกันมากขึ้น การกระทำนี้ช่างดูจงใจไม่ให้ใครมาขวางความต้องการ
โจวเว่ยคังมีสีหน้าอึดอัดแต่ไม่สามารถหักหน้ามารดาได้ เพียงพยักหน้ารับ เดินเข้าไปหาสตรีที่ก้มหน้านิ่งอย่างเฉยชา
“ไปกันเถอะท่านหญิงอี้เยว่”
อี้เยว่เงยหน้ายิ้ม นางเดินตามอีกฝ่ายออกไปทันที โดยทุกอย่างอยู่ในสายตาของคนทั้งงานที่มองด้วยความสนใจว่าสุดท้ายท่านหญิงอี้เยว่จะตอบรับการเป็นชายาเอกอีกคนขององค์ชายรองอย่างที่กุ้ยเฟยต้องการหรือไม่
เมื่อเดินมาถึงสวนที่ห่างออกมาจากงานเลี้ยง ร่างสูงของโจวเว่ยคังก็หยุดลง เขาหันกลับมามองสตรีที่เดินตามหลังด้วยท่าทีรำคาญปนรังเกียจ ใบหน้าที่เฉยชาที่เคยแสดงออกหายไปทันทีที่ไม่มีสายตาของผู้อื่นจับจ้อง
อี้เยว่ยืนนิ่ง มองสายตาไม่พอใจของเขาอย่างชอบใจโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
“เจ้าทำอะไรเสด็จแม่ถึงได้สนใจเจ้าจนออกปากจะแต่งเจ้าเป็นชายาเอกของข้า”
น้ำเสียงไม่พอใจ ใบหน้าที่ขมวดคิ้วแน่นไม่ได้ทำให้อี้เยว่เปลี่ยนสีหน้า นางเลิกคิ้วขึ้นด้วยท่าทางสับสนมึนงง ทำราวกับว่าไม่เข้าใจที่เขาพูด ถึงนางจะรู้สาเหตุของเรื่องนี้แล้วก็ตาม นางรู้ว่าทำไมเขาถึงไม่ชอบเรื่องนี้มาก เพราะน้องสาวของนางกำลังกลับมา และถ้าเขาแต่งนาง เขาจะแต่งฉีฉีไม่ได้ ด้วยมันจะเป็นการเปิดโอกาสให้คนอื่นต่อว่าถึงความไม่เหมาะสม
ดูท่าถึงน้องสาวของนางจะอยู่ไกล แต่สองคนคงติด
ต่อกันมาโดยตลอด พอน้องสาวที่น่ารักกำลังเดินทางมา อีกฝ่ายถึงเดือดเนื้อร้อนใจจนเก็บอาการอย่างที่ทำมาตลอดไม่ได้อีกแล้ว
“หม่อมฉันไม่เข้าใจเพคะ”
“ก็ที่เสด็จแม่จะให้เจ้าเป็นชายาเอกของข้าอีกคน เจ้าไปพูดอะไรเสด็จแม่จึงเอ่ยปากเรื่องนี้”
“หม่อมฉันไม่ได้ทำอะไรเพคะ”
“ข้าไม่เชื่อ อยู่ดี ๆ ทำไมเสด็จแม่ถึงอยากได้เจ้าอีกคน ก่อนหน้านี้เสด็จแม่ไม่เห็นเอ่ยถึงเรื่องนี้มาก่อน”
อี้เยว่อยากจะหัวเราะ นี่หรืออนาคตฮ่องเต้ที่ต้องปกครองแคว้น เขาไม่รู้เหตุผลของมารดาจริง ๆ หรือว่าเพราะกำลังกังวลเรื่องคนรักจนลืมว่าอี้เยว่เป็นใคร มีความสำคัญมากขนาดไหน
ที่มารดาของนางสอนไว้คงไม่ผิด ความรักจะปิดหูปิดตาและความฉลาดของคนเราได้เสมอ
เขากำลังตัดอนาคตตัวเองเพื่อฉีฉี…หรือเพราะเขาไม่ชอบนาง จึงไม่อยากได้ แต่ก็ช่างเถอะ อี้เยว่ไม่สน…เขาไม่ได้อยากแต่งแล้วคิดว่านางอยากแต่งหรือยังไงกัน
“องค์ชายรอง หม่อมฉันไม่เคยพบกุ้ยเฟยเป็นการส่วนตัวสักครั้ง แต่ละครั้งที่พบหน้าคือในงานเลี้ยงต่าง ๆ แล้วหม่อมฉันจะไปพูดอะไรได้อย่างไร ส่วนที่ทำไมกุ้ยเฟยถึงมีความคิดเช่นนี้หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ”
“นี่เจ้า…”
“ที่หม่อมฉันพูดคือความจริงเพคะ”
โจวเว่ยคังเงียบไป เขารู้ว่านางไม่เคยเจอมารดาเขาส่วนตัวแต่เขาอดสงสัยไม่ได้ แม้ลึก ๆ จะรู้ว่าทำไมมารดาถึงได้สนใจอีกฝ่าย แต่เขาก็มีอินผิงแล้ว ไยต้องหาอำนาจมาเสริมอีก
ที่เขายอมแต่งอินผิงตามความต้องการของมารดาถือว่ามันมากพอแล้ว
เขาแต่งนางมาไม่ได้ เพราะถ้าแต่งนางเข้ามา ฉีฉีต้องเข้าใจเขาผิดและตีตัวออกหากเขาแน่ นางเป็นสตรีที่อ่อนโยนและไม่ยอมรับเรื่องมีสามีคนเดียวกันกับพี่สาว ฉะนั้นเขาต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้นางมีโอกาสแต่งกับเขา แม้ต้องฆ่าสตรีตรงหน้าเขาก็ยินดีทำเพื่อให้ฉีฉีได้เป็นที่หนึ่งและไม่มีใครมาค้าน
สายตาที่แปลกไปของโจวเว่ยคังยังคงอยู่ในสายตาของ
อี้เยว่ นางยิ้มออกมาเพราะรู้ทันความคิด
แววตาของคนเรามันโกหกไม่ได้ นี่คือสิ่งที่บิดานางสั่งสอน บิดาของนางไม่ใช่บิดาแท้ ๆ แต่กลับรักนางดั่งบุตรสาว
จริง ๆ ทุกวันยังสอนให้นางสังเกตคนให้ออก ท่าทาง สีหน้า
แววตา ทุกอย่างมันคือความจริงที่ดีกว่าการเชื่อในคำที่อีกฝ่ายพูด
“องค์ชายรองอย่ากังวลไปเลยเพคะ หม่อมฉันไม่มีทางแต่งงานกับองค์ชายรองแน่ หม่อมฉันรู้ดีว่าองค์ชายรองไม่ชอบหม่อมฉัน ส่วนหม่อมฉันเองก็ไม่เคยชอบพระองค์”
โจวเว่ยคังที่กำลังคิดหาทางก็ชะงัก สายตาของเขามองสตรีตรงหน้าด้วยไม่อยากจะเชื่อ ไม่มีสตรีคนไหนที่ปฏิเสธเขา
ตรง ๆ เช่นนี้มาก่อน ทั้งความสามารถและหน้าตาของเขาถือว่าในแคว้นนี้หาคนเทียบเคียงยาก
การที่มาถูกปฏิเสธต่อหน้าทำให้เขารู้สึกแย่ไม่น้อย ถึงจะพอใจในคำพูดของนางก็เถอะ
“ดีที่เข้าใจง่าย”
“เพคะ เพราะถ้าเข้าใจยากคงไม่ใช่หม่อมฉัน คนอย่างหม่อมฉันมีอะไรให้ทำมากกว่าการมานั่งคิดเรื่องพวกนี้”
“ท่านหญิงอี้เยว่ฉลาด เก่งกาจ สมแล้วกับที่ทุกคนยกย่อง”
โจวเว่ยคังพูดเสียงไม่พอใจที่สตรีตรงหน้าอวดดีใส่เขา ทำเหมือนกับว่าตัวเองเก่งจนไม่พึ่งพาบุรุษ ซึ่งเขาไม่ชอบสตรีแบบนี้สักนิด ที่เขาชอบคือสตรีที่น่ารัก เชื่อฟัง เอาใจเก่งและรู้จักทำตัวอ่อนหวาน ไม่ใช่อวดเก่งถือดี
“คำชมมันเป็นดาบสองคมนะเพคะ หากเทียบกันแล้วหม่อมฉันยังเก่งกาจไม่เท่าองค์ชายรองอยู่ดี”
“หึ…ข้าจะถือว่าที่เจ้าพูดเป็นจริง หากมารดาข้าถาม เชื่อว่าท่านหญิงอี้เยว่คงออกปากเช่นที่พูดกับข้า เพราะถ้าข้าออกปากเกรงว่าชื่อเสียงท่านหญิงจะย่ำแย่เอา ข้ามีคนรักแล้ว และข้าจะไม่ยอมแต่งใครนอกจากนาง แม้ว่าต้องทำอะไรเพื่อให้ได้นางมาไว้ในมือข้าก็จะทำ”
คำว่ามีคนรักแล้วทำเอาอี้เยว่ต้องอดกลั้นเสียงหัวเราะ ตลกแล้ว พูดออกมาได้เต็มปากว่ามีคนรัก หากคนที่มาได้ยินเป็นอินผิงแล้วรู้ว่าโจวเว่ยคังไม่ได้หมายถึงนาง แต่หมายถึงสตรีอีกคน ผลมันจะออกมาเป็นยังไง
“แน่นอนเพคะ หม่อมฉันไม่ชอบบุรุษเช่นพระองค์ ส่วนคนรักที่องค์ชายรองว่า หม่อมฉันไม่คิดยุ่งด้วย อินผิงนางคงดีใจนะเพคะที่องค์ชายรองออกปากเรียกนางว่าคนรักเต็มปาก ทั้งที่ผ่านมาแสดงความไม่ชอบใจ น่าอิจฉาจริง ๆ วันนี้คงต้องขอตัวก่อน ทูลลาเพคะ”
อี้เยว่เดินออกมาทันที ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองบุรุษที่จากใบหน้าเฉยชาตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นไม่สบอารมณ์อย่างมากจนพาลใส่ข้ารับใช้คนสนิท
โจวเว่ยคังทั้งไม่พอใจความอวดดีหยิ่งยโสของนาง และไม่พอใจที่ถูกเข้าใจผิดว่าเขาถือว่าอินผิงคือคนรัก คนรักของเขาจะเป็นสตรีที่วัน ๆ ทำตัวเอาแต่ใจ เรียกร้องให้เขาไปพบหน้าทุกวันได้ยังไงกัน
ตกดึก เสียงกระซิบที่ข้างหูปลุกอี้เยว่ให้ตื่นจากห้วงฝันที่แสนหวาน ร่างบอบบางในชุดนอนสีแดงสด เบาบาง ยั่วยวนสายตา ขยับตัวแล้วลุกขึ้นมานั่ง
“มีอะไร”
“ข้าน้อยมาเพื่อมอบยาแก้พิษเพิ่มขอรับ”
อี้เยว่มองเม็ดยาสีขาวขนาดเท่าเม็ดถั่ว ยาแก้พิษเช่นนั้นหรือ ร่างกายของนางโดนพิษตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“ข้าถูกพิษ”
“ขอรับ…”
“มีความสามารถจริง ๆ ข้าระวังตัวมากขนาดนี้ยังสามารถลงมือได้”
“เป็นพิษที่ประหลาดมากขอรับ จะเร่งตรวจสอบอีกครั้งเผื่อว่ามันจะมีผลข้างเคียงอย่างอื่นที่เรายังไม่รู้”
“ทำไมเจ้ารู้ว่าข้าถูกพิษ”
สายตาของเงาคนสนิทที่มารดามอบไว้ให้มองไปยังเทียนหอมที่เพิ่งจุดก่อนที่อี้เยว่จะเข้านอน ซึ่งตอนนี้มันถูกดับไปแล้ว เทียนหอมเช่นนั้นหรือ ช่างเก่งกาจ เข้ามาใกล้ตัวนางได้เช่นนี้
“ขออภัยที่ข้ามาช้าจนเกือบทำให้ท่านหญิงเป็นอันตราย”
“ไม่ผิดเสียหน่อย เจ้าออกไปจัดการงานที่ข้าสั่ง ข้าเองที่คิดน้อยจนเกินไป แล้วยาพิษชนิดนี้มันคือพิษอะไร”
พูดจบอี้เยว่ยื่นมือไปรับยาถอนพิษมากิน ที่จริงร่างนี้ก็สามารถต้านพิษได้เพราะอี้เยว่กินสมุนไพรขับพิษตลอด ทั้งยังบำรุงตัวเองด้วยการดื่ม กิน และแช่สมุนไพรอย่างดี แต่เพื่อไม่ประมาท นางยังต้องกินยาแก้พิษอีกครั้ง นางกลืนมันอย่างง่ายดาย
“เป็นยาพิษที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อย ๆ จนอวัยวะภายในไม่ทำงาน ร่างกายผู้ถูกพิษจะเหมือนว่าล้มป่วยด้วยโรคประหลาด กว่าจะสิ้นใจนับว่าใช้เวลานานหลายเดือน ต้องถูกพิษติดต่อกันเป็นระยะเวลากว่าเดือนเลยทีเดียวถึงจะย่นเวลาตายเร็วมากขึ้น แสดงว่าคนที่ลงมือเป็นคนของเราที่เราไว้ใจ ยาพิษมีส่วนผสมหลายอย่าง ดีที่เรามียาแก้พิษร้อยชนิดเอาไว้รับมือ
“ฝีมือใครที่สั่งการ”
“สตรีผู้นั้นขอรับ ข้าน้อยไปทันตอนที่คนร้ายกลับไปรายงานนายของมันพอดี หากไม่ทันคงเสียเวลาสืบนานมากกว่านี้หลายวันกว่าจะรู้ตัว พอรู้จึงรีบกลับมาแล้วหาต้นตอของพิษ”
“ลำบากเจ้าแล้ว คงเร่งเดินทางมากสินะ”
“เพื่อท่านหญิง เท่านี้ไม่ลำบากแม้แต่น้อย”
“ดีจริง ๆ ช่างเป็นการลงมือที่ข้าคิดไม่ถึง ตัวยังไม่ถึงเมืองหลวงก็ยื่นมือมาถึงตัวข้า ไปหาหนอนตัวนั้นมาให้ได้ มันควรถูกทรมานก่อนที่ข้าจะตื่น เลี้ยงไม่เชื่องแบบนี้เอาไว้เสียดายข้าว”
“ขอรับ”
“แล้วอย่าลืมเตรียมของต้อนรับน้องสาวข้าด้วย นางอุตส่าห์ให้ของดีข้าตั้งแต่ยังมาไม่ถึง ข้าที่เป็นพี่สาวคงน้อยหน้าไม่ได้”
สายตาของอี้เยว่เหี้ยมขึ้นมาทันที จากที่คิดจะดูท่าทีเสียก่อน หากอีกฝ่ายไม่เป็นไปตามที่มารดาคาด นางจะไม่ยุ่งกับอีกฝ่าย ถ้าอยากแต่งกับโจวเว่ยคัง นางก็จะช่วยในฐานะพี่สาวที่ดี แต่เป็นแบบนี้คงต้องดูให้แน่ใจอีกรอบว่าที่อีกฝ่ายทำเพื่ออะไรกันแน่
มาดูซิว่าบทน้องสาวที่แสนดี กับบทพี่สาวที่แสนดีมากกว่า ใครมันจะได้รับความสนใจมากกว่า
บทล่าสุด
#51 บทที่ 51 บทพิเศษที่ 3 ชีวิตของนางร้าย
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#50 บทที่ 50 บทพิเศษที่ 2 ห้องหอในบ่อน้ำร้อน
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#49 บทที่ 49 บทพิเศษที่ 1 จุดจบของตัวละครในนิยาย
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#48 บทที่ 48 จุดจบนางร้าย
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#47 บทที่ 47 ไม่เป็นอย่างที่ฝัน
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#46 บทที่ 46 คืนสนอง
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#45 บทที่ 45 ความบาดหมาง
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#44 บทที่ 44 สมหวัง
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#43 บทที่ 43 ราชโองการ
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#42 บทที่ 42 ผิดพลาด
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""













