บทนำ
ชีวิตใหม่ในร่างหญิงที่ถูกตราหน้าว่าบ้า ผู้โง่งม ไร้ค่าจะเป็นอย่างไร
นางไม่เพียงแต่เขียนจดหมายหย่าไว้ให้ท่านอ๋องหลังคืนแต่งงานเท่านั้น แต่ยังหนีไปหลังจากตั้งครรภ์ด้วย...
บท 1
มู่จื่อเหยี่ยนที่นอนจมอยู่กลางกองเลือดฟื้นขึ้นมา
ขณะที่นางลืมตาขึ้นมา ตรงหน้าปรากฏแสงสีแดงเข้มทำให้ตาพร่ามัวไปชั่วขณะ บนชุดแต่งงานสีแดงชาดมีคราบโลหิตสีแดงสดติดอยู่ เกี้ยวแต่งงานที่โคลงเคลงไปมาไม่หยุด ทำให้นางรู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์
ที่นี่คือที่ใดกัน?
ไม่รอให้นางได้ตั้งสติ ทันใดนั้นด้านนอกเกี้ยวก็มีเสียงแหลมเสียดหูดังเข้ามา
“เกิดเรื่องใหญ่แล้ว เจ้าสาวตายแล้ว!”
จากนั้นหญิงรับใช้สูงวัยหลายคนก็พากันกรูเข้ามา รีบแหวกม่านของเกี้ยวเจ้าสาว แล้วลากร่างของมู่จื่อเหยี่ยนลงมา
มีเสียง“ปัง”ดังขึ้น มีดเปื้อนเลือดเล่มหนึ่งตกลงบนพื้น
แสงสีขาวเสียดแทงตา มู่จื่อเหยี่ยนหรี่ตาลงเล็กน้อย ในสถานการณ์ที่วุ่นวายนางเหลือบไปเห็นบาดแผลตรงข้อมือ บาดแผลลึกจนเห็นกระดูก
ตรงบาดแผลยังคงมีโลหิตไหลซึมไม่หยุด
เป็นความเจ็บปวดที่ยากจะทนไหว
มู่จื่อเหยี่ยนพยายามที่จะลุกขึ้นยืน แต่เพราะเสียเลือดมาก นางจึงไม่มีเรี่ยวแรงใด ๆ จึงยอมให้หญิงรับใช้สูงวัยท่าทีแข็งกร้าวพวกนั้นลากร่างของนางไป
ในสถานการณ์ที่ชุลมุน มู่จื่อเหยี่ยนได้ยินเสียงเย้ยหยันดังมาจากรอบด้าน
“นั่น คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ลงมือกับตัวเองได้อย่างเลือดเย็นจริง ๆ โลหิตบนเกี้ยวแต่งงานไหลลงมาเป็นทางยาว”
“นางอยากตายทำไมไม่รีบตายไปเสียล่ะ รอให้ถึงหน้าประตูจวนของเยี่ยนอ๋องทำไมกัน
น่าสะอิดสะเอียนเสียจริง คงต้องโชคร้ายไปแปดชั่วอายุคน ต้องแต่งกับสตรีที่หมดลมหายใจไปแล้ว”
“ก่อนหน้านี้ไม่ใช่มู่จื่อเหยี่ยนหรอกหรือที่ร้องไห้คร่ำครวญว่าจะแต่งกับเยี่ยนอ๋อง บังคับให้ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้ ตอนนี้ได้แต่งงานสมใจแล้ว เหตุใดจึงตัดสินใจจบชีวิตลงในเกี้ยวเจ้าสาวล่ะ?”
“ทุกคนต่างรู้ดีว่าเยี่ยนอ๋องชิงชังนางแค่ไหน แม้วันนี้จะแต่งเข้าจวนเยี่ยนอ๋องอย่างราบรื่น แต่ชีวิตหลังแต่งงานก็คงไม่ต่างจากแม่ม่ายสักเท่าใด มีชีวิตราวกับตายทั้งเป็น สู้ตายในเกี้ยวเจ้าสาวยังจะดีกว่า ตายไปแล้วยังมีได้ครองตำแหน่งพระชายาเอกของเยี่ยนอ๋อง ช่างมีหน้ามีตานัก”
เหล่าสาวใช้ด้านหนึ่งก็นินทาไปด้วย ด้านหนึ่งก็ยกร่างของมู่จื่อเหยี่ยนไปด้วย ในห้องหอ จากนั้นก็โยนร่างของนางทิ้งไว้บนเตียง แล้วจากไปอย่างไม่แยแส
มู่จื่อเหยี่ยนรู้สึกปวดหนึบที่ศีรษะ ภาพความทรงจำที่ไม่คุ้นเคยจำนวนมากปรากฏขึ้นในหัว
นางอึ้งงันอยู่นาน ในที่สุดก็ได้สติแล้วรู้ว่าตังเองได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง
บ่าวที่อยู่ในห้องหอกลัวว่าตนเองจะโชคร้าย เลยพากันออกไปตั้งนานแล้ว
มู่จื่อเหยี่ยนฝืนสังขารลุกขึ้นนั่ง เลิกผ้าคลุมหัวเจ้าสาวสีแดงขึ้นที่อยู่บนศีรษะออก นางมองเห็นบาดแผลอันน่ากลัวที่อยู่ตรงข้อมือของตัวเองอย่างชัดเจน เวลานี้เลือดยังคงไหลไม่หยุด
คมมีดที่กรีดลึกลงไปเช่นนี้ ดูก็รู้ว่าตั้งใจจะจบชีวิต
มู่จื่อเหยี่ยนต้องอดทนต่อความเจ็บปวด นางใช้นิ้วสกัดตำแหน่งเส้นลมปราณสำคัญหลายจุดเพื่อห้ามเลือด จากนั้นนางได้ฉีกทึ้งผ้าสะอาดผืนหนึ่ง เพื่อนำมาพันบาดแผล
ขณะที่มู่จื่อเหยี่ยนกำลังจัดการกับบาดแผลอยู่นั้น ทันใดนั้นด้านนอกประตูก็มีเสียงฝ่าเท้ารีบร้อนดังแว่วมา
หญิงรับใช้วัยกลางคนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู หน้าตาตื่นตกใจร้องขอความเมตตา “ท่านอ๋อง โปรดระงับโทสะด้วย”
“ไสหัวไปให้หมด ข้าอยากจะรู้นัก ว่าสตรีนางนั้นต้องการทำอะไรกันแน่!”
พอพูดจบ ร่างของบุรุษสูงใหญ่ใช้เท้าถีบประตูห้องนอนจนเปิดอ้าออก แล้วก้าวเท้าเข้ามาด้านใน
มู่จื่อเหยี่ยนที่ใช้มือพยุงตัวอยู่ตรงขอบเตียง ฝืนเงยหน้าขึ้น ภาพตรงหน้าเลือนราง นางคล้ายกับมองเห็นบุรุษในชุดยาวสีขาวปรากฏตัวต่อหน้า
บุรุษผู้นี้ก็คือเยี่ยนอ๋อง หนานกงรุ่ยหยวนไม่ใช่หรือ?
รอบกายเขาแผ่กลิ่นอายความน่าเกรงขามออกมา เบือนหน้าไปสั่งหญิงรับใช้วัยกลางคนว่า “พวกเจ้าเฝ้าหน้าประตูไว้ให้ดี ไม่มีคำสั่งของข้า ใครก็ห้ามเข้าไป”
หลังจากพูดจบ เขาก็ปิดประตูอย่างแรง
เสียงที่ปิดประตูดังมาก แผ่นหลังของมู่จื่อเหยี่ยนมีเหงื่อเย็นผุดขึ้นมา
หนานกงรุ่ยเหยี่ยนไม่พูดพร่ำทำเพลง เข้ามาก็ใช้มือบีบไปรอบลำคอของนาง แล้วออกแรงกดลงบนเตียงนอนสีแดงสด ท่าทางที่ดุร้ายนั้น ราวกับพวกเขามีความชิงชังฝังลึก
มู่จื่อเหยี่ยนไม่แม้แต่จะสงสัย ชายที่อยู่ตรงหน้านี้อยากจะสังหารนาง
ความทรมานจากการขาดอากาศหายใจ การไร้เรี่ยวแรงจากการเสียเลือด ความรู้สึกประดังเข้ามาภายในอก นางดิ้นรนอย่างไม่รู้ตัว
มู่จื่อเหยี่ยนเค้นเสียงออกมาจากลำคอ “ปล่อย ปล่อยมือ!”
บนเตียงมงคลที่วางเต็มไปด้วยถั่วลิสง เกาลัด และอินทผลัมแดง ระหว่างที่นางกำลังดิ้นรนธัญพืชเหล่านี้ก็ร่วงหล่นลงสู่บนพื้น
คนที่อยู่ด้านนอกกลัวว่าจะถึงขั้นเสียชีวิต เอ่ยเตือนออกมา “ท่านอ๋อง โปรดเมตตาด้วย”
“หุบปากลงให้หมด!” หนานกงรุ่ยหยวนคำรามอย่างโกรธจัด
เดิมทีควรเป็นวันมงคลของทั้งคู่ แต่สถานการณ์ตรงหน้าคือเจ้าตายข้าอยู่ ออกจะเป็นสถานการณ์ที่รุนแรงไปหน่อย
ในห้องหอขนาดใหญ่ เหลือแค่คู่บ่าวสาวที่ยังไม่ได้กราบไหว้ฟ้าดิน
มู่จื่อเหยี่ยนที่โดนรัดคอเริ่มหายใจไม่ออก ภาพตรงหน้ากลายเป็นเลือนราง เหนือศีรษะของนางมีน้ำเสียงโหดเหี้ยมของบุรุษดังขึ้น
“มู่จื่อเหยี่ยน แผนการของเจ้าช่างเยี่ยมยอดเหลือเกิน! นั่งในเกี้ยวเจ้าสาวแล้วกรีดข้อมือตัวเอง สร้างเรื่องความปั่นป่วนไปทั่วเมือง ในเมื่อเจ้าอยากตาย ข้าก็จะสงเคราะห์เจ้าเอง ”
พูดแล้ว เขาก็เพิ่มแรงบีบที่มือ
เพื่อที่จะให้ตนเองมีชีวิตอยู่ต่อ มู่จื่อเหยี่ยนสะกดกลั้นอารมณ์ให้เย็นลง ใช้มือคลำไปยังหัวไหล่ของเขา อาศัยจังหวะที่หนานกงรุ่ยหยวนไม่ทันตั้งตัว หาจุดลมปราณ แล้วใช้กำลังทำหมดจู่โจมลงไป
พริบตานั้นร่างของเขาก็แข็งทื่อ ขยับตัวไม่ได้ ทั่วร่างแข็งทื่อล้มลงไปกับพื้น
มู่จื่อเหยี่ยนกุมลำคอตัวเอง แล้วกระอักไออย่างรุนแรงออกมา “แค่ก ๆ”
ร่างที่นอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น นานทีเดียวกว่าจะค่อย ๆ กลับมาหายใจได้อย่างปกติ
เกือบจะโดนไอ้สารเลวรัดคอตายเสียแล้ว!
ในเวลาเดียวกันนั้น มู่จื่อเหยี่ยนรู้สึกได้ถึงอาการแปลก ๆ ความร้อนค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของตัวเอง
นี่ไม่ใช่สภาวะของการสูญเสียเลือดหรือโดนหรืออาการที่โดนบีบคอ
หรือว่านางโดนวางยาพิษ?
หรือว่าก่อนหน้านี้ที่นางอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวแล้วกรีดข้อมือตัวเอง ไม่ใช่เพราะต้องการฆ่าตัวตาย แต่เพื่อต้องการขับพิษในร่างกายตัวเอง
หนานกงรุ่ยหยวนบันดาโทสะ พูดน้ำเสียงเดือดดาล “เจ้ากล้าลอบทำร้ายข้าหรือ?”
มู่จื่อเหยี่ยนรู้สึกว่าคำพูดของเขาช่างน่าขันนัก เจ้าสามารถรัดคอข้าได้ แต่ข้าไม่สามารถตอบโต้เจ้ากลับงั้นหรือ? กระต่ายที่ตื่นกลัว มันก็กัดคนเป็น เป็นเจ้าที่บีบบังคับข้า
มู่จื่อเหยี่ยนที่เมื่อครู่เกือบโดนรัดคอจนขาดออกเป็นสองท่อน น้ำเสียงของเธอจึงแหบแห้งอย่างมาก
“ตั้งแต่สมัยโบราณมา สตรีต้องให้ความเคารพสามี”
หนานกงรุ่ยหยวนคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำผิดอะไร ถามด้วยเหตุและผลว่า “คนไร้ค่าอย่างเจ้า ไปเรียนเรื่องการสกัดจุดมาจากที่ใดกัน?”
เมื่อครู่หนานกงรุ่ยหยวนออกแรงเต็มที่เพื่อที่จะแก้การสกัดจุด สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือ นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังทำให้เส้นลมปราณเขาได้รับบาดเจ็บ และความรู้สึกว่ากำลังภายในตีกลับ
“เจ้าควรออมแรงเอาไว้ คนที่สามารแก้การสกัดจุดของข้าได้คาดว่ายังไม่ลงมาเกิด! ฝีมืออย่างเจ้า รอชาติหน้าก็ยังคงแก้ไม่ได้ ”
เมื่อเวลาผ่านไป ยาที่อยู่ในร่างกายของมู่จื่อเหยี่ยนยิ่งมีฤทธิ์เพิ่มขึ้น ร่างกายนี้ไม่มีแม้แต่กำลังภายใน รอบตัวนางก็ไม่มีสิ่งใดที่จะมาใช้แก้พิษ
หากไม่รีบถอนพิษออก ร่างกายที่ทั้งเล็กและบอบบางของนาง จะต้องมีอันตราถึงชีวิต
มู่จื่อเหยี่ยนที่กำลังอดทนต่อพิษที่อยู่ในร่างของนางอย่างสุดชีวิต ในขณะเดียวกันนางก็เหลือบมองหนานกงรุ่ยเหยี่ยนที่อยู่ด้านข้าง
มนุษย์ที่เผชิญกับสถานการณ์ที่สิ้นหวัง มักจะเจอทางออกเสมอ คนที่อยู่ตรงหน้าคือความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อของนางงั้นหรือ?
หนานกงรุ่ยหยวนถูกนางจ้องจนรู้สึกอึดอัด เขาถามเสียงเย็น “เจ้าคิดจะทำอะไร?”
บทล่าสุด
#1279 บทที่ 1279
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#1278 บทที่ 1278
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#1277 บทที่ 1277
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#1276 บทที่ 1276
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#1275 บทที่ 1275
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#1274 บทที่ 1274
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#1273 บทที่ 1273
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#1272 บทที่ 1272
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#1271 บทที่ 1271
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#1270 บทที่ 1270
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026
คุณอาจชอบ 😍
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
มาเฟียคลั่งรัก
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
ไม่มีเมีย..ก็ไม่มีชีวิต
เสียงของเขาเย็นชาและบาดหู “คุณเป็นภรรยาของผม มีหน้าที่ตอบสนองความต้องการทางร่างกายของผมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
“สงครามเย็นของเรายังไม่จบนะ!” การขัดขืนของฉันไร้ประโยชน์ เขาได้สอดใส่เข้ามาในร่างกายของฉันแล้ว
มืออันเย็นเฉียบของเขาลูบไล้หน้าอกของฉัน ชีวิตแต่งงานห้าปี กับการมีเซ็กส์นับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เขารู้ดีว่าจะปลุกเร้าอารมณ์ความต้องการของฉันได้อย่างไร
ในจังหวะที่ร่างกายของฉันสั่นระริกและกำลังจะแตะขอบสวรรค์ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นกะทันหัน เขาหยุดการกระทำทันที เอามือปิดปากฉันไว้ แล้วกดรับสาย
ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาเบาๆ ว่า “ที่รักคะ ฉันอยู่ที่นี่แล้วนะ”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
กับดักรักท่านประธานจอมหวง
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ













