บทนำ
ทว่าเป็นปาริมาเองที่หวั่นใจในแววตาแฝงเร้นจนต้องเอ่ยถาม
‘งานอะไรคะ’
‘แสดงละคร ถ้าเธอตกลง... ’
เขาเว้นช่วงเล็กน้อย ก่อนอธิบายต่อ
‘ฉันจะรับผิดชอบจ่ายค่ารักษาของพ่อเธอ รวมถึงหนี้ของพี่ชายเธอด้วย คิดดูให้ดีๆ นะปาริมา โลกใบนี้ไม่มีที่ยืนสำหรับคนอ่อนแอ ยิ่งอ่อนแอแล้วยังจน ยิ่งไม่มีแม้กระทั่งพื้นที่ให้หายใจ’
นั่นคือจุดเริ่มต้นของตำแหน่ง 'เมียน้อยรับจ้าง' ของเธอ...
บท 1
บทนำ
ดวงตะวันคล้อยต่ำในยามย่ำเย็นของวันที่ฝนตกหนัก อาคารห้างร้านต่างทยอยปิดตัวตามช่วงเวลาหยุดทำการ ทว่ายังมีสาวน้อยคนหนึ่งที่ต้องอยู่โยงเฝ้ายามเก็บกวาดข้าวของในห้องเก็บของตามหน้าที่ ด้วยถูกกลั่นแกล้ง และความรับผิดที่มากกว่าคนอื่น ทุกวันจึงต้องอยู่ทำงานของตนเองและส่วนที่คนอื่นทิ้งไว้ให้จนดึกดื่น วันนี้ก็เช่นกัน
ใบหน้าหวานละมุนกับดวงตาฉ่ำวาวอ่อนโยน จมูกรั้นเชิดเล็กน้อย รับกับคิ้วโค้งโกงงามและดวงหน้าเรียวรูปไข่พราวไปด้วยคราบเหงื่อไคลจากการกำงานหนักมาตลอดทั้งวัน สองเดือนแล้วที่หญิงสาวเข้ามาทำงานเป็นแม่บ้านในสำนักงานใหญ่ของบริษัทรับเหมาก่อสร้างนามว่า KNK Construction บริษัทที่กำลังไต่ระดับความน่าเชื่อถือขึ้นไปเรื่อยๆ จากผู้บริหารที่หญิงสาวเคยได้ยินเพียงชื่อของเขาเท่านั้น ‘คเณศร์ ภูวอัศนัย’
“เฮ้อ เสร็จสักที” มือเรียวยกขึ้นปาดเช็ดเหงื่อไคลที่เกาะพราวเต็มดวงหน้า ก่อนจะถอนหายใจแล้วกวาดสายตามองข้าวของมากมายถูกจัดเก็บเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว ดวงหน้าหวานละมุนกระจ่างยามริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มเต็มดวงหน้า ขาทั้งสองข้างขยับเดินออกมาจากห้องเก็บของ ไม่ลืมล็อกประตูตามหน้าที่แล้วมุ่งตรงไปยังส่วนของล็อกเกอร์ซึ่งเป็นสถานที่เก็บข้าวของส่วนของพนักงาน
หญิงสาวหยิบสัมภาระของตนเองออกมาก่อนจะเร่งรีบเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวพนักงานแล้วกลับออกมาพร้อมชุดฟอร์มของบริษัท เก็บพับเครื่องแบบในการทำงานที่มีเพียงชุดเดียวใส่กระเป๋า เหวี่ยงเป้ใบโปรดขึ้นหลังแล้วเดินออกมาเพื่อตรงไปยังหลังบริษัทแล้วรีบหารถกลับบ้าน
ปัง!
ในจังหวะที่ขาเรียวกำลังก้าวพ้นขอบประตูทางออกด้านหลัง เสียงดังปังก็ก้องไปทั่วทั้งดึก หลังจากนั้นก็มีเสียงอึกทึกครึกโครมดังตามมาอีกระลอก ด้วยความตกใจระคนมึนงง สาวน้อยผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวจึงยังคงยืนค้างอยู่ที่เดิม มือที่กำลังแสกนลายนิ้วมือออกเลิกงานชะงักค้างเอาไว้กลางอากาศ
“เฮ้ย!” กระทั่งเสียงตะโกนของใครอีกคนดังขึ้น พร้อมร่างโชกเลือดที่กำลังกระเสือกกระสนเข้ามาใกล้
อัก!
“กรี๊ด” หญิงสาวไม่ทันสังเกตสิ่งใด เมื่อสายตามีเพียงภาพเลือดที่เปรอะเต็มร่างกายของคนมาใหม่ติดอยู่ที่ตา
“นี่เธอ!” เขากระชากเสียงร้องเรียก เมื่อเห็นผู้หญิงคนนึงยืนตาเหลือกมองเขาแล้วกรีดร้องเสียงแหลมจนคนร้ายที่กำลังไล่ตามมาอาจได้ยิน ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำยำผิวเข้มถลาเข้าไปใช้มือเปอะเลือดตะบปปิดปากที่กำลังเผยอเตรียมร้องเรียกคนให้แห่กันมายิงเขาอีกรอบ
“หุบปาก!”
“อื้อ”
เขาสั่งเสียงเข้มกับถลึงตาดุดันใส่ก่อนจะกึ่งลากกึ่งจูงคนที่กำลังยืนโวยวายให้หลบเข้าไปทางบันไดหนีไฟ ใช้ลิฟต์ไม่ได้ เพราะถ้าเขาใช้ลิฟต์พวกมันต้องรู้แน่ว่าเขาขึ้นไปชั้นไหน
“บดซบเอ้ย” ชายหนุ่มสบถหัวเสียเมื่ออาการปวดร้าวที่ต้นแขนเริ่มมากขึ้น เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก ดูเหมือนว่ากระสุนจะโดนเส้นเลือดใหญ่ เขาไม่มีเวลาพอจะทันได้ใช้สิ่งใดห้ามเลือดเพราะเวลามันจวนตัว ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีคนร้ายอาจหาญเข้ามาลอบยิงเขาถึงหน้าบริษัทของตนเอง
“โอ๊ย” ขาที่กำลังก้าวไปข้างหน้าหนักจนยกไม่ขึ้น ความเจ็บที่ต้นแขนเริ่มลามเลียไปทั่วตัว ยิ่งขยับมากเลือดยิ่งไหลออกมามาก แถมเขายังต้องลากผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มาด้วย นี่ถ้าไม่เพราะเห็นอีกฝ่ายกำลังยืนหน้าเครื่องแสกนลายนิ้วมือของบริษัทเขาคงปล่อยให้ยืนร้องโวยวายแล้วโดนไอ้พวกระยำนั่นยิงจนพรุนไปแล้ว แต่นี่เพราะยายนี่น่าจะเป็นคนของบริษัทเขา ถึงคนอย่าง ‘คราม คเณศร์’ จะโหดแต่เขาไม่ได้ใจร้ายจนปล่อยคนของตัวเองเผชิญชะตากรรมร้ายไปด้วย
“คะ คุณละ เลือดออก ดะ โดนยิง ฮึก ระ เหรอ” เสียงสั่นๆ กับหน้าซีดๆ ที่ดังมาจากคนที่เขากำลังใช้แขนข้างที่ไม่ถูกยิงลากมาด้วยทำให้คนถูกยิงที่กำลังลากสิ่งมีชีวิตรู้สึกตัว
ลืมไปเลยว่าลากคนมาด้วย!
“ใช่” เขาตอบแล้วเงียบเพื่อเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าของคนมากกว่าสองที่กำลังใกล้เข้ามา
“เธอ อึก พาฉันไปที่ห้องทำงานของเธอ” เขาสั่งพรางหันซ้ายหันขวาเหมือนจะมองหาทางหนีทีไล่ กระทั่งเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาอีกพร้อมเสียงตะโกนร้องของพวกมัน คเณศร์ไม่มีเวลาไตร่ตรองสิ่งใดอีก เขาปล่อยมือจากผู้หญิงที่ตัวเองหนีบมาด้วยแล้วดึงปืนพกที่เหน็บเอาไว้ด้านหลังออกมา ดวงตาคมดุควัดมองคนที่เขาสั่งให้พาไปห้องทำงานของอีกฝ่ายเขม็ง
“เร็ว!”
‘ปาริมา’ ยืนนิ่งค้างตะลึงงันกับการเห็นปืนสีดำขลับกับตาตัวเองเป็นครั้งแรก ก่อนจะมองเลยไปยังใบหน้าชิ้นเหงื่อของคนถืออีกครั้ง เห็นสายตาดุๆ กับใบหน้าซีดเซียวขึ้นเรื่อยๆ แล้วจึงเอ่ยถามตะกุกตะกัก
“คะ คุณมะ มีปืน”
“ใช่ ฉันมีปืน และถ้าเธอยังไม่อยากตายตรงนี้ก็พาฉันไปห้องทำงานของเธอ!”
เพราะเขาไปที่ห้องทำงานของตนเองไม่ได้ หนอนบ่อนไส้ที่เพิ่งพบตัวคงบอกชั้นและรหัสเข้าห้องนั้นไปแล้ว เขาจึงต้องหาที่ซ่อนที่อื่นถ่วงเวลาขณะที่รวิศกับธเนศกำลังตามมา
“เร็วเข้าสิวะ!”
หลังจากยืนค้างอยู่นาน สมองส่วนสั่งการจึงกลับเข้าที่ ความกลัวตายจู่โจมให้ร่างแบบบางเร่งทำตามคำสั่งของเขาทันที ปาริมาวิ่งนำหน้าของคนถือปืนหน้าซีดไปที่บันได มองเลขชั้นแล้วครุ่นคิดก่อนจะหันกลับมาหมายจะบอกเขาว่าอีกกี่ชั้นจะถึง ทว่ายังไม่ทันได้ขยับปากบอกเขา เสียงปืนก็ดังเข้ามาใกล้อีกหลายนัด
ปัง ปัง!
“เฮ้ย มันอยู่นั้น” ตามมาด้วยเสียงโวกเวกโวยวายของคนร้ายที่ฟังแล้วต้องมีมากกว่าสอง นั่นทำปาริมาต้องตัดสินใจประคองกึ่งลากคนโดนยิงที่ยกปืนขึ้นยิงสวนตอบไปหลายนัดเช่นกัน
ปัง!
“อีกชั้นเดียวค่ะ” บอกเขาเสียงสั่นขณะลากจูงคนบาดเจ็บตามมา เมื่อถึงชั้นเป้าหมายซึ่งเป็นสถานที่เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดของแม่บ้าน ปาริมาก็ล้วงหยิบกุญแจห้องเก็บของในกระเป๋ากางเกงยีนแล้วผลักร่างโชกเลือดของผู้ชายแปลกหน้าเข้าไปทันที
ตุบ!
ร่างแบบบางถลาตามเข้ามาก่อนจะปิดประตูลงกลอนแน่นหนา
คเณศร์ผละลุกนั่งมือเอื้อมไปกุมต้นแขนซ้ายที่ถูกยิงเพื่อกดบาดแผลให้เลือดไหลออกมาน้อยที่สุด วันนี้คงเป็นวันซวยของเขาที่คนร้ายมันรอคอยมานาน เพราะเขากลับเข้ามาในสำนักงานของบริษัทเพียงคนเดียว ด้วยรวิศต้องไปทำงานบางอย่างให้เขา ส่วนธเนศเขาสั่งให้ตามสืบเรื่องบางเรื่องอีกเช่นกัน
เขาประมาทหรือ ไม่เลย เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อล่อคนร้ายที่มันจ้องจะฆ่าเขาให้แสดงตัวออกมา และในที่สุดมันก็ออกมา ทว่าที่เขาพลาดก็คือทำให้ตัวเองถูกยิง และ… สายตาคมเข้มดุดันตวัดไปมองร่างแบบบางที่กำลังตัวสั่นงันงกหลบอยู่ในมุมแคบๆ ของชั้นเก็บของห่างออกไปไกลพอสมควร
ใช่! เขาพลาดที่ลากพาผู้หญิงคนนั้นมาด้วย และพลาดมากด้วยเมื่อปล่อยให้คนร้ายเห็นใบหน้าของเธอ!
ตึก ตึก ตึก
โครม!
ปัง ปัง ปัง!
“อ๊าก” เสียงอึกทึกครึกโครมดังขึ้นพร้อมเสียงปืนอีกหลายนัด ข้างนอกเหมือนเกิดสงครามกลางกรุงขึ้น เสียงฝีเท้า เสียงตะโกนโวยวาย และเสียงร้องลั่นเหมือนกำลังเจ็บปวดแทบขาดใจดังจนปาริมาต้องยกมือขึ้นปิดหูตัวเอง หลับตาปี๋ ท่องบทสวดพุทธคุณที่มารดาสอนสั่งมาตั้งแต่จำความได้แบบผิดๆ ถูกๆ ขอพรบนบาลศาลกล่าวเจ้าที่เจ้าทางจนฟังไม่ได้ศัพท์อยู่ในใจไปด้วย ความกลัวกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่มาพร้อมความเป็นความตายทำให้เธอสติแตก สมองหยุดสั่งงานไปแล้วตั้งแต่ได้ยินเสียงปืนนัดแรก ดีหน่อยที่ความรู้สึกบางส่วนยังทำงานหล่อนจึงยังมีแรงขยับขาลากคนแปลกหน้าเข้ามาหลบกระสุนในนี้ได้ทัน
ปัง!
เสียงปืนนัดสุดท้ายดังสนั่นไปทั้งตึกจนหญิงสาวที่กำลังหลบในมุมแคบๆ ข้างชั้นเก็บของสะดุ้ง แต่คนกลัวตายก็ยังหลับตาปี๋ มือปิดหู เม้มปากหลบซ่อนตัวเองอยู่ตรงนั้นไม่ยอมขยับไปไหน
คเณศร์ค่อยๆ พยุงกายขึ้นเดินซวนเซไปแนบหูกับประตูฟังเสียงด้านนอก คิ้วเข้มกระตุกเล็กน้อยเมื่อทุกอย่างเงียบผิดปกติ มือที่กำลังถือปืนกำแน่น ร่างกำยำโชกเลือดถอยห่างจากประตูก่อนจะยกปืนเล็งไปที่บานประตูตรงหน้า
เมื่อครู่ตอนแนบหูฟังเสียงด้านนอก เขาได้ยินเสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้บานประตูจึงได้ถอนห่างออกมาแล้วยกปืนขึ้นเล็งเป้าหมายที่อาจโผล่พรวดเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้ แค่ประตูบานเดียวขวางทางพวกคนระยำเอาไว้ได้ไม่นานหรอก!
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูสองครั้งแล้วเงียบไปทำให้ชายหนุ่มลดปืนลงเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดมองบานประตูตรงหน้าไม่วางตา ในใจกำลังคิดถึงลูกน้องคนสนิททั้งสองคนว่าอาจตามมาทันแล้ว ทว่าก็ยังคลางแคลงใจว่าข้อมูลเรื่องรหัสลับที่รู้กันเพียงไม่กี่คนอาจเล็ดลอดออกไปสู่คนร้ายเช่นอย่างอื่น คเณศร์ยังคงเล็งปืนไปที่ประตูอยู่ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ประตูมากขึ้นเพื่อฟังเสียงสิ่งมีชีวิตด้านนอกที่อาจเป็นคนของตนจริงๆ
“นายหัวครับ!”
ปืนในมือลดระดับลงจนแนบลำตัวเมื่อจดจำได้ดีว่าเสียงร้องเรียกร้อนรนที่ได้ยินเป็นของใคร ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ประตูเอื้อมมือออกไปหมายจะบิดลูกบิดเพื่อเปิดทางให้คนของตนเองเข้ามาได้ ทว่ายังไม่ทันสัมผัสกับลูกบิด มือเรียวของใครอีกคนที่เขาเกือบลืมไปแล้วว่าอยู่ที่นี่ก็คว้าหมับเอาไว้ก่อน
“คุณจะทำอะไร” คำถามสั่นๆ พร้อมใบหน้าซีดเผือดทำให้เขาชะงัก
“ถ้าพวกมันเป็นคนร้ายปลอมตัวมาล่ะ” ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานละมุนเปรอะเปื้อนเหงื่อไคลนิ่ง เขาเพิ่งสังเกตเดี๋ยวนี้เองว่าผู้หญิงที่ตัวเองลากสอยห้อยตามมาด้วยสวยมากทีเดียว แม้จะแต่งงานธรรมดาสวมเสื้อยืดกางเกงยีนแบกเป้ใบใหญ่สะพายหลัง ทว่าก็ไม่สามารถกลบความงดงามบนดวงหน้าอ่อนหวานได้เลย หนำซ้ำยังทำให้หญิงสาวดูโดดเด่นมากขึ้นเมื่อดวงตาคู่นั้นส่องสว่างยามเบิกตากว้างขึ้นอีก
“คุณได้ยินไหม!” คเณศร์สะดุ้ง สะบัดหัวไล่ความคิดผิดปกติทิ้งแล้วถอนหายใจแรง
“นั่นคนของฉันเอง” เขาบอกเสียงเรียบแล้วสะบัดมือเรียวออกก่อนจะเอื้อมไปหมุนลูกบิดประตู ทว่ายังไม่ทันผลักบานประตูออกไป คนที่เดินมาห้ามก็ถลากลับเข้าไปหลบในมุมแคบๆ ซึ่งเป็นช่องว่างของชั้นเก็บขอบอีกรอบ
ชายหนุ่มมองตามก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วผลัดบานประตูออกไป
แอ๊ด
“นายหัว!”
ชายหนุ่มพยักหน้าให้ลูกน้องที่กำลังยืนหน้าเซียวแล้วกวาดสายตามองรอบๆ เห็นร่างไร้วิญญาณของคนร้ายเกลื่อนกลาดนับคร่าวๆ ด้วยสายตาแล้วพบว่าหายไปหนึ่ง
“หายไปหนึ่ง”
“ตามแผนครับ” คนสนิทที่ยืนใกล้ที่สุดตอบ
“ดี” ริมฝีปากหยักโค้งกระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะส่งปืนในมือให้ลูกน้อง
“นายหัวถูกยิง” คเณศร์ส่ายหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะหันกลับมาเพื่อพาใครอีกคนออกจากซอกแคบๆ ที่แทบจะไม่ออกซิเจนออกมาด้วย ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรทำเพียงลากแขนคนตัวบางตามออกมาพร้อมกันแล้วดันให้ไปยืนตรงหน้าของคนสนิทเท่านั้น
“ไปส่งเธอด้วย” คนถูกสั่งให้ไปส่งผู้หญิงตรงหน้าทำหน้าเหลอหลา กะพริบตามองเจ้านายด้วยความสงสัย ปากขยับเตรียมร้องถาม ทว่ายังไม่ทันได้ถามคนเป็นนายก็ตีหน้าดุจ้องตามเขียวเอาไว้เสียก่อน
“ไปสิวะ!” เสียงคำรามร้องสั่งทำให้คนถูกโยนให้คนอื่นไปส่งสะดุ้ง ปาริมาก้มหน้าจนคางชิดอกไม่กล้าเงยหน้ามองคนที่ยืนรายล้อมมากมายแม้แต่คนเดียว กลัวตนเองจะไปรู้เห็นเรื่องราวของคนอื่นจนตัวเองเดือดร้อนเพิ่มอีก
“เชิญครับคุณผู้หญิง” แข้งขาอ่อนแรงค่อยๆ ขยับก้าวตามมือที่พายออกโดยไม่เงยหน้ามองเจ้าของมือเลยด้วยซ้ำ ครั้นพอจะขยับเดินออกมา คนที่คำรามเสียงดุก็คว้าต้นแขนเธอเอาไว้เสียอย่างนั้น
“ชื่ออะไร” เขาถามหน้าตึง ดวงตาดุดันเหมือนสอบเค้น
ปาริมาหน้าเสีย ใจแป๋วไปแล้วหลายรอบก่อนจะก้มหน้าตอบเสียงกระท่อนกระแท่นด้วยความหวาดกลัว
“ปะ ปะ เอ่อ ปาริมาค่ะ”
บทล่าสุด
#46 บทที่ 46 ซานจูเนียร์
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026#45 บทที่ 45 เอส
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026#44 บทที่ 44 ซาน
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026#43 บทที่ 43 บทที่ 21 เส้นทางสุดท้าย 100% THE END
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026#42 บทที่ 42 บทที่ 21 เส้นทางสุดท้าย 50%
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026#41 บทที่ 41 บทที่ 20 ชนวนสงคราม 100%
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026#40 บทที่ 40 บทที่ 20 ชนวนสงคราม 50%
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026#39 บทที่ 39 บทที่ 19 เลื่อนตำแหน่ง 100%
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026#38 บทที่ 38 บทที่ 19 เลื่อนตำแหน่ง 50%
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026#37 บทที่ 37 บทที่ 18 ลูบคมมาเฟีย 100%
อัปเดตล่าสุด: 2/20/2026
คุณอาจชอบ 😍
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ขย้ำรักเลขา NC-20
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













