เมื่อฉันกลายมาเป็นลูกสาวชาวบ้านที่แสนยากไร้

เมื่อฉันกลายมาเป็นลูกสาวชาวบ้านที่แสนยากไร้

Deeda k. · เสร็จสิ้น · 454.1k คำ

401
ยอดนิยม
1.2k
การดู
15
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

ดร.ลู่ ทะลุมิติไปอยู่ในยุคโบราณ เธอจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไร เมื่อครอบครัวที่เธอต้องมาอาศัยอยู่ด้วยนั้นยากจนข้นแค้น บิดาเสียชีวิต มารดาเป็นเพียงหญิงอ่อนแอ พี่ชายก็ยังเด็ก น้องชายทั้งสองก็ยังเล็กนักเพียงแค่คิดลู่ซือก็อยากจะลองเอาหัวโขกฝาบ้านดู เผื่อว่าตัวเธอจะสามารถกลับไปยังมิติเดิมที่เธอนั้นจากมาได้

บท 1

บทที่ 1

ดร.ลู่ซือ

“ดร. ลู่ ขยันอีกแล้วนะครับ”

คุณลุงพนักงานรักษาความปลอดภัยกล่าวทักทาย ดร. ลู่ หรือก็คือลู่ซือ หญิงสาวที่กำลังนั่งทำงานอย่างขมักขเม้นแม้จะเลยเวลาเลิกงานไปหลายชั่วโมงแล้ว 

ลู่ซือเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐบาล ตำแหน่งงานถือว่าอยู่ในระดับสูง ทำหน้าที่คิดค้นและวิเคราะห์วงเวทเพื่อการใช้งานให้ได้ประโยช์และมีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากโลกที่เธออาศัยอยู่นั้นผู้คนสามารถใช้พลังธาตุได้

แต่ด้วยข้อจำกัดที่ร่างกายของแต่ละบุคคลมีเพียงแค่ธาตุเดียว จึงได้มีผู้คิดค้นการใช้วงเวทขึ้นมาเพื่อทดแทนพลังที่ตนไม่ได้ถือครอง วงเวทที่ว่าเป็นการใช้อุปกรณ์ดึงพลังที่เรียกว่า magic pen วาดลงไปในอากาศโดยมีรูปแบบเป็นวงอักขระเวท            

โดยวงเวทแต่ละวงนั้นจะละเว้นตรงกลางเอาไว้เพื่อวางจุดกำเนิดของพลัง เรียกว่า มณีธาตุ เช่น ถ้าต้องการวาดวงเวทธาตุน้ำ มณีธาตุตรงกลางก็จะต้องเป็นมณีธาตุน้ำเช่นเดียวกัน

“เดี๋ยวก็กลับแล้วค่ะ” ลูซือตอบกลับด้วยยิ้มเป็นมิตร

“งั้นผมไม่กวนแล้วครับ”

“ค่ะ”

เมื่อคุณลุงพนักงานคล้อยหลังจากไป ลู่ซือจึงหันกลับมาสนใจงานตรงหน้าต่อ เธอเขียนงานต่ออีกพักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นเก็บกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้านเพื่อพักผ่อน

แต่ในขณะที่เธอกำลังลุกขึ้นจากเก้าอี้ก็ดันรู้สึกหน้ามืดวิงเวียนศีรษะก่อนจะหายใจไม่ออกแล้วหมดสติล้มลงไปกับพื้น

เฮือก

ลู่ซือสะดุ้งตื่นขึ้นมาหลังจากที่หมดสติไปก่อนหน้า กายบางผุดลุกนั่งทันทีด้วยความตกใจ เธอจำได้ว่าเธอไม่สบายแล้วหมดสติในที่ทำงาน แต่ว่าตอนนี้รอบกายของเธอค่อนข้างแปลกประหลาด เธอกำลังนั่งอยู่บนพื้นในห้องโทรม ๆ ห้องนึง ใต้ร่างของเธอมีผ้าที่ทั้งเก่าและบางปูรองอยู่ เฟอร์นิเจอร์ในห้องไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากหมอนใบแข็งที่วางอยู่ใกล้ ๆ

เสื้อผ้าที่ลู่ซือสวมใส่ก็ไม่ใช่ชุดที่เธอสวมล่าสุดตอนออกไปทำงาน เสื้อผ้าชุดนี้คล้ายกับชุดในยุคโบราณ เนื้อผ้ามีความหยาบแข็งกระด้างและค่อนข้างเก่า แล้วมันมาอยู่บนร่างของเธอได้อย่างไรกัน

“โอ้ยยย”

จู่ ๆ ศีรษะของลู่ซือก็รู้สึกปวดขึ้นมาจนแทบทนไม่ไหว ก่อนที่ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอจะหลั่งใหลเข้ามาในหัว นั่นทำให้ลู่ซือพอจะเข้าใจอะไรบางอย่างได้ลาง ๆ  แม้ไม่อยากเชื่อแต่ก็คงต้องเชื่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

บัดนี้เธอได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของลู่ซือ ที่มีชื่อแซ่เดียวกันกับเธอ เด็กหญิงคนนี้อายุราว ๆ สิบสองหนาว อาศัยอยู่กับแม่ นาม ลู่ฟาง มีพี่ชายหนึ่งคน อายุสิบสามหนาว นาม ลู่เสียน และน้องชายอายุหกหนาว นามลู่จื้อ และลู่ชิง เป็นฝาแฝดกัน ส่วนพ่อนั้นเสียชีวิตไปเมื่อปีก่อน

ความเป็นอยู่หลังจากหัวหน้าครอบครัวจากไปนั้นค่อนข้างลำบาก เนื่องด้วยหมู่บ้านที่ครอบครัวของลู่ซืออาศัยอยู่ เป็นหมู่ติดชายแดน พื้นดินแห้งแล้งยากต่อการเพาะปลูก และยิ่งไม่มีภูเขาสูงให้เก็บของป่า

อาชีพหลักของคนที่นี่ส่วนมากจะพากันเดินเท้าเข้าไปหางานทำในเมือง หากเป็นชายหนุ่มฉกรรจ์ก็จะพากันออกไปเสี่ยงโชคในป่าอสูรเพื่อล่าสัตว์อสูร

แม้อาชีพที่ว่านี้จะทำเงินได้มากแต่ก็เสี่ยงต่อชีวิต พ่อของลู่ซือเองก็จากไปด้วยเหตุนี้ ห้าชีวิตที่เหลือจึงต้องดิ้นรนอย่างสุดกำลังเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ

ความเจ็บปวดค่อย ๆ บรรเทาลงหลังจากความทรงจำของลู่ซือ (เด็ก) ถูกถ่ายทอดสู่ลู่ซือ (ผู้ใหญ่) จนหมดสิ้น ลู่ซือนอนลงตามเดิมยกพลางแขนขึ้นก่ายหน้าผากอย่างคนหมดท่า

เวรกรรมอะไรของเธอถึงได้ส่งเธอมาอยู่ในที่กันดารแถมยังกลายเป็นเด็กหญิงตัวน้อย ลู่ซืออดที่จะรู้สึกเสียดายชีวิตในโลกก่อนไม่ได้ ชีวิตของเธอกำลังอยู่ในช่วงที่รุ่งโรจน์ที่สุดแล้วเชียว

“ซวย ซวย โคตรซวย เลยโว้ยยยย”

เมื่อได้ระบายความรู้สึกที่อัดอั้นลู่ซือจึงผุดลุกนั่งอีกครั้ง

“กระจก”

ริมฝีปากบางเอ่ยออกมาด้วยความเคยชิน ในโลกก่อน เธอมีแหวนมิติหนึ่งวง เพื่อใส่ของจำเป็นไว้ในนั้น ด้วยความที่เป็นคนขี้เกียจและชอบทำงานไม่เป็นเวลา

แหวนมิติวงนี้ของเธอจึงถูกใช้งานไม่ต่างจากตู้เก็บของและตู้เก็บอาหาร เพื่อให้ง่ายต่อการหยิบจับ ยิ่งแหวนมิติของเธอถูกอัพเกรดให้อยู่ในขั้นสูงสุดแล้วด้วย ทำให้เวลาในแหวนถูกหยุดเอาไว้ อาหารหรือสิ่งของที่หมดอายุได้เมื่ออยู่ในแหวนวงนี้จะไม่ต่างอะไรกับตอนที่หยิบใส่เข้าไป

กระจกสีขาวบานเล็กปรากฎขึ้นบนฝ่ามือ ลู่ซือยกมันขึ้นมาส่องเพื่อดูว่าเด็กลู่ซือคนนี้มีใบหน้าเช่นไร

“หน้าเหมือนเราตอนยังเด็กเลยนี่ อืม เหมือนมากจริง ๆ”

ลู่ซือพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะนึกได้ว่าบนโลกใบนี้มีแหวนมิติของเธอด้วยหรือ ที่นิ้วมือของเธอก็ไม่ได้มีแหวนสักวง ลู่ซือไม่รอช้า รีบใช้จิตส่องดูสิ่งของภายในว่าสามารถทำได้หรือไม่

ห้องในมิติขนาด 25×25 ตารางเมตร ปรากฎในห้วงความคิด ข้าวของต่าง ๆ ที่เธอเคยใส่เอาไว้วางเรียงกันแน่นขนัดจนไม่มีทางให้เดิน เมื่อเห็นดังนั้นลู่ซือถึงได้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก อย่างน้อยพระเจ้าก็ไม่ได้ใจร้ายกับเธอเกินไปนัก

“แล้วพลังธาตุของฉันล่ะ ยังอยู่ไหมนะ”

ลู่ซือไม่รอช้ารีบทดลองใช้พลัง ชั่วอึดใจ แสงสีเขียวเรืองรองจึงค่อย ๆ ปรากฎขึ้นเหนือฝ่ามือเล็ก ๆ ของเธอในทันที ลู่ซื้อยิ้มออกมาอย่างดีใจ ในเมื่อพลังธาตุใช้ได้ ต่อให้บ้านนี้จะยากจนแค่ไหนก็ไม่กลัว

ลู่ซือคนนี้พร้อมสู้ตาย!

แอ๊ดดด

“พี่รองตื่นแล้ว น้องสี่เจ้าอยู่ที่ใด รีบมาเร็ว”

ลู่ซือเงยหน้ามองขึ้นตามเสียง ตรงปากประตูมีเด็กชายหน้าตาหน้ารักคนหนึ่งกำลังยืนมองเธออยู่ ใบหน้าของเด็กน้อยแย้มยิ้มออกมาอย่างดีใจ ก่อนที่จะมีเด็กชายอีกคนที่หน้าตาเหมือนกันวิ่งมายืนอยู่ข้าง ๆ

เด็กชายฝาแฝดสองคนนี้คงเป็นน้องชายของลู่ซือไม่ผิดแน่

“อืม พี่ฟื้นแล้ว” ลู่ซือตอบกลับ แล้วยิ้มให้เด็กทั้งสอง

“ข้าจะเอาไปเอาข้าวต้มมาให้พี่รอง เจ้าอยู่เฝ้าพี่รองแล้วกัน”

ลู่จื้อบอกน้องชาย ส่วนตัวเองรีบวิ่งออกไปทันที

“มานั่งนี่สิ” ลู่ซือ กวักมือเรียกน้องชายคนเล็กให้มานั่งข้างกัน เด็กชายตัวน้อยจึงรีบวิ่งมานั่งอย่างเชื่อฟัง

“ข้านึกว่าพี่รองจะไม่ตื่นมาเล่นกับข้าแล้วซะอีก”

ลู่ชิงพูดกับพี่สาวด้วยท่าทางน่าสงสาร เขาเห็นว่าพี่สาวหลับไม่ตื่นมาหลายวันบางวันก็ตัวร้อนราวกับไฟ ที่บ้านไม่มีเงินมากพอจะตามหมอมาดูอาการ ได้แต่เช็ดตัวให้เท่านั้น

“พี่ไม่ทิ้งเจ้าไปไหนหรอก”

ลู่ซือลูบหัวปลอบน้องชายตัวน้อยที่ห่วงนางจนขอบตาแดงใกล้จะร้องไห้อยู่รอมร่อ

“มาแล้ว ข้าวต้มมาแล้ว”

เสียงลู่จื้อดังมาแต่ไกล ก่อนที่ร่างน้อย ๆ จะถือชามข้าวเดินเข้ามา

“กินเยอะ ๆ นะขอรับ”

“ใช่ ๆ พี่รองกินเยอะ ๆ เลย”

ลู่ซือมองชามข้าวที่แทบไม่มีเม็ดข้าว น้ำใสโหรงเหรงเช่นนี้ยังกล้าเรียกตัวเองว่าข้าวต้มอีกหรือ นางถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก ครอบครัวนี้จนกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก

“พี่รองทำไมไม่กินล่ะ” ลู่ชิงถามขี้นเมื่อเห็นว่าพี่สาววางช้อนลง

“พวกเจ้าล่ะกินอะไรหรือยัง” นางสังเกตเห็นว่าเด็กทั้งสองจ้องชามข้าวต้ม (?) ตรงหน้าของนางตาเป็นมัน

“ยะ...” ลู่จื้อรีบหยิกแขนน้องชายเพื่อไม่ให้พูด จากนั้นก็รีบแย่งตอบก่อน

“กินแล้วขอรับพี่รอง”

“อ่า ใช่ขอรับพวกข้ากินกันแล้ว อิ่มมากเลย”

ลู่ซือมองการกระทำของน้องชายด้วยความซาบซึ้ง นางไม่ได้โง่จนดูไม่ออกว่าเด็กน้อยกำลังโกหก และเหตุผลที่โกหกก็เพื่อให้คนเป็นพี่สาวได้กินข้าวต้มชามนี้

แม้ลู่ซือจะซาบซึ้งใจเพียงใด แต่นางก็จะไม่มีวันกินข้าวต้มที่มีแต่น้ำชามนี้แน่นอน ยิ่งมองน้ำที่ใสไร้สารอาหารตรงหน้าลู่ซือก็พาลรู้สึกอารมณ์ไม่ดี ผู้ใหญ่ในร่างเด็กฉวยชามข้าวต้มเปิดหน้าต่างห้องแล้วสาดน้ำในชามทิ้งอย่างไม่ใยดี เด็กน้อยทั้งสองมองพี่สาวของตนด้วยความตกตะลึง

ข้าวต้มชามนี้เขาหามาอย่างยากลำบาก ลู่จื้อต้องวิ่งไปถึงบ้านของท่านปู่แล้วอ้อนวอนถึงขอมันมาได้

“ต่อไปนี้บ้านเราจะไม่กินของพรรค์นี้อีก”

“แต่พี่รอง...” ลู่ชิงพยายามคัดค้านหากไม่กินของเช่นนี้จะให้พวกเขากินอะไรล่ะ คงต้องปั้นดินปั้นทรายกลืนลงท้องแล้ว

“เอาล่ะ ๆ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พวกเรามากินของอร่อยกันดีกว่า” ลู่ซือนั่งลงที่เดิม

ลู่จื้อและลู่ชิงฟังคำสั่งพี่สาวไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่ครึ่งคำแต่แววตาแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่ากำลังคาดหวังถึงของอร่อยที่พี่สาวบอก

“หลับตาสิ” เด็กแฝดหลับตาลงอย่างว่าง่าย

ลู่ซือจึงดึงซาลาเปาใส้หมูสับลูกใหญ่ออกมาจากมิติสามลูก นางมองมันอย่างพออกพอใจ ซาลาเปาเจ้าดังที่ต้องไปต่อคิวตั้งแต่ตีห้าถึงจะสามารถซื้อทัน และเพื่อไม่ให้เสียเที่ยว ในวันนั้นลู่ซือจึงซื้อมาเก็บไว้รวม ๆ แล้วเกือบห้าสิบลูก คละไส้กันทั้งหมด นางตั้งใจเอาว่าหลังจากซื้อครั้งนี้แล้วจะได้ไม่ต้องกลับมาซื้ออีกบ่อย ๆ

สิ่งที่ไม่เคยขาดแคลนในมิติของลู่ซือก็คือของกินต่าง ๆ  ลู่ซือน่ะเป็นโรคจิต ชนิดชอบกักตุนอาหารเอาไว้เยอะ ๆ  สิ่งของกว่าครึ่งในนั้นจึงเป็นสิ่งที่สามารถกินลงท้องได้ทั้งสิ้น

“ลืมตาได้” เด็กน้อย ๆ ค่อยลืมตาขึ้นมา

“นี่มัน...”

“ต้องเป็นซาลาเปาแน่ ๆ พี่สาม ข้าเคยเห็นต้าหวังถือมันเดินอวดรอบหมู่บ้าน” ลู่ชิงพูดอย่างตื่นเต้น

“ซาลาเปาของต้าหวัง จะสู้ซาลาเปาที่พี่ลองซื้อมาได้อย่างไร เจ้าดูสิ ลูกใหญ่กว่าฝ่ามือข้าอีก” ลู่จื้อรีบโอ้อวด

เมื่อมองมันจนหนำใจแล้ว เด็กทั้งสองจึงยื่นมือมารอรับซาลาเปา ลู่ซือที่เตรียมยื่นซาลาให้ถึงกับชะงัก เมื่อเห็นมือของน้องชายที่ทั้งดำและสกปรก นอกจากมือแล้วที่ใบหน้าและเสื้อผ้ายังมีคราบสีดำประปรายไปทั่ว

ใบหน้าที่กำลังยิ้มแย้มของลู่ซือสลดลงในทันที

“พวกเจ้าไปล้างมือก่อนนะ แล้วพี่จะให้ซาลาเปาเจ้า”

“พี่รองที่บ้านไม่มีน้ำแล้ว ต้องไปที่ลำธารท้ายหมู่บ้านถึงจะตักมาได้ แต่ท่านแม่บอกว่าพวกข้ายังเล็กห้ามไปที่ลำธารตามลำพัง”

ลู่ชิงกล่าวออกมาอย่างเสียใจ หากไม่ได้ล้างมือก็จะไม่ได้กินของอร่อย เช่นนั้นพวกเขาคงจะอดกินแล้ว

“เช็ดมือแทนได้หรือไม่พี่รอง” เมื่อเห็นน้องชายใกล้จะร้องไห้ ลู่จื้อจึงรีบหาทางออก

“เช่นนั้นก็ได้”

ลู่ซือไม่ได้อยากใจร้าย เมื่อเห็นเด็กทั้งสองขอบตาแดง ก็ไม่กล้าแย้งอะไรอีก เมื่อทั้งคู่เช็ดมือกันเรียบร้อย ก็ยื่นซาลาเปาลูกโตให้

ลูจื้อบิซาลาเปาออกเป็นสองส่วนแล้วยื่นให้น้องชาย ส่วนซาลาเปาอีกลูกทั้งสองใช้ผ้าที่สะอาดที่สุดที่หาได้ห่อเอาไว้

“นั่นพวกเจ้าทำอะไรน่ะ”

“พวกข้าขอเก็บไว้ให้ท่านแม่และพี่ใหญ่ได้หรือไม่ขอรับ”

ลู่ซือขอบตาแดงกล่ำจวนจะร้องไห้ซะเอง เด็กทั้งสองทั้งเฉลียวฉลาดและกตัญญูยิ่ง

“ไม่ต้องเก็บ ๆ พวกเจ้ากินให้อิ่มเถอะ ของท่านแม่และพี่ใหญ่ พี่รองเก็บไว้ให้แล้ว”

“จริงหรือขอรับ”

“จริงสิ พี่ยังมีอีกเยอะ หากไม่อิ่มพวกเจ้ามาเอาเพิ่มได้”

เด็กน้อยพยักหน้าด้วยความดีใจ ปากน้อย ๆ ค่อย ๆ ละเลียดชิมซาลาเปาทีละน้อย เพื่อที่จะรับรสชาติเอาไว้ให้นานที่สุด ใบหน้าเล็กของพวกเขาแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข โดยไม่ได้สงสัยสักนิดว่าพี่รองที่นอนป่วยติดเตียงมาหลายวันนำซาลาเปามาจากที่ใด

“อิ่มหรือไม่” ลู่ซือถามน้องชายทั้งสองที่เช็ดไม้เช็ดมือเรียบร้อยหลังกินซาลาเปาจนหมดลูก

“อิ่มขอรับ” เด็กทั้งคู่ตอบขึ้นพร้อมกัน

“น้องสาม น้องสี่ ท่านแม่กับพี่ใหญ่ไปที่ใด รู้หรือไม่”

เด็กทั้งสองส่ายหน้า ท่านแม่กับพี่ใหญ่ไม่เคยบอกพวกเขา เพียงแต่สั่งว่าให้เขาคอยดูแลพี่รองให้ดี

ตัวลู่ซือเองก็พยายามค้นหาในความทรงจำว่าปกติแล้วทั้งสองคนมักจะไปที่ใด

อ่า เหมือนจะรู้แล้ว ท่านแม่และพี่ใหญ่ คงไม่พ้นเข้าเมืองไปหางานรับจ้างทำ คงอีกสักพักกว่าจะกลับมาถึงบ้าน

เมื่อเห็นว่ายังเหลือเวลาอีกพอสมควรลู่ซือจึงลุกขึ้นออกเดินสำรวจบ้านและบริเวณรอบ ๆ

บ้านเล็ก ๆ ของครอบครัวนาง เป็นบ้านดินขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องโถง ส่วนของครัวจะสร้างแยกออกมาทางด้านข้าง ใกล้กันนั้นมีบ่อไว้สำหรับตักน้ำ เมื่อเหลือบมองลงไป น้ำมีอยู่เพียงก้นบ่อไม่สามารถตักมาใช้งานได้

ลานหน้าบ้านก็เป็นเพียงลานดินเล็ก ๆ  ส่วนด้านหลังบ้านจะเป็นที่ดินราว ๆ  1 หมู่ ไว้สำหรับปลูกพืชแต่ด้วยพื้นดินที่แห้งแล้งทำให้ไม่สามารถปลูกอะไรได้ แม้แต่วัชพืชยังแห้งตาย

ยังดีหน่อยที่รอบบ้านและที่ดินถูกล้อมรอบด้วยรั้วอิฐสูงราว ๆ  2 เมตร เกือบทุกบ้านในหมู่บ้านจะถูกล้อมรั้วสูงเช่นนี้เกือบทุกหลัง เนื่องจากในฤดูหนาวมักมีสัตว์อสูรออกเพ่นพ่านหากไม่ล้อมรั้วที่แข็งแรงรอบบ้าน คนทั้งบ้านอาจจะกลายเป็นอาหารสัตว์ที่กำลังหิวโหยได้

เมื่อสำรวจจนพอใจ ลู่ซือจึงเดินย้อนกลับมาที่ลานบ้าน ก็เห็นน้องชายทั้งสองกำลังนั่งเล่นกันที่มุมบ้านอย่างเงียบ ๆ ลู่ซือจึงเบาใจลงว่าเด็กทั้งสองไม่ได้ไปซนที่ไหน

แล้วจึงเดินไปที่บ่อน้ำ อย่างไรวันนี้ก็ต้องมีน้ำให้คนทั้งบ้านได้ใช้ แต่จะให้นางไปหาบน้ำที่ลำธารมาใส่บ่อนางไม่มีวันทำแน่ ต้องหาบกี่รอบกันล่ะน้ำถึงจะเต็ม แค่คิดก็รู้สึกปวดหลังจะแย่

“เรามาเติมน้ำฉบับ ดร.ลู่ กันดีกว่า ขั้นตอนแรกต้องเริ่มจาก”

ชั่วพริบตาปากกาเวทขนาดเหมาะมือด้ามหนึ่งก็ปรากฎขึ้นบนฝ่ามือเรียวเล็ก วงเวทที่ลู่ซือกำลังจะสร้างในขณะนี้เป็นวงเวทธาตุน้ำง่าย ๆ ไม่ได้ยุ่งยากอะไร

นางจับด้ามปากกาและเริ่มลงวงเวทที่เหนือบ่อน้ำด้วยความเชี่ยวชาญ ทุกที่ที่ปลายปากกาลากผ่านจะปรากฎเป็นเส้นสีขาวขึ้นมา ลู่ซือเติมรายละเอียดต่าง ๆ ลงในวงเวทจนครบถ้วน เมื่อไล่สายตาดูแล้วว่าไม่พบสิ่งผิดปกติอันใด ก็เรียกมณีธาตุน้ำระดับต่ำออกมาจากแหวน แล้วใส่ไว้ที่กึ่งกลางของวงเวท เมื่อใส่แหล่งกำเนิดพลังลงไปเรียบร้อย

วงจรเวทจึงเริ่มทำงาน เส้นสายสีขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเรืองรองตามสีของมณีธาตุน้ำ ทันใดนั้นเอง ก็มีสายน้ำสะอาดใสไหลออกมาจากด้านใต้วงเวทแล้วตกลงสู่บ่อน้ำพอดิบพอดี

ระดับน้ำในบ่อเพิ่มสูงขึ้นด้วยความรวดเร็วจนเกินครึ่งบ่อก่อนความเร็วในการเพิ่มของน้ำจะช้า ก่อนจะกลายเป็นหยุดนิ่ง ลายเส้นของวงจรเวทแปรเปลี่ยนกลับเป็นสีขาวอีกครั้ง รวมทั้งมณีธาตุน้ำที่ถูกดูดพลังไปใช้จนหมด เปลี่ยนสีกลายเป็นมณีธรรมดาที่ไม่มีพลังธาตุ

“พลังของมณีระดับต่ำคงจะได้เพียงเท่านี้”

ลู่ซือเหลือบมองน้ำในบ่อที่เกือบจะเต็มก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

เด็กหญิงหยิบมณีสีใสกลางวงเวทกลับลงมิติตามด้วยปากกาเวท หลังจากนั้นจึงสลายวงเวทตรงหน้าทิ้งไป

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

กรงรักจำนน

กรงรักจำนน

283.1k การดู · เสร็จสิ้น · ผ้ายับที่พับไว้
เธอเป็นเพียงพยาบาลตัวเล็ก ๆ ที่ถูกจ้างให้มาดูแลย่าของเขา แต่กลับถูกดึงเข้าไปอยู่ในเกมของครอบครัวมหาเศรษฐี เกมที่เธอไม่ได้สมัครใจแม้แต่น้อย
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
เกลียดรัก

เกลียดรัก

533.1k การดู · เสร็จสิ้น · พราวนภา
คนบางคนมักจะให้ความสำคัญต่อคนที่ตัวเองเกลียด
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า

ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า

615.3k การดู · เสร็จสิ้น · ชาไทยเย็น
“ทีตอนที่ไปคลินิกแล้วขึ้นขาหยั่งไม่คิดจะอายบ้างเหรอ แล้วถ้าวันนี้คนที่ตรวจคุณเป็นผู้ชายคนอื่นล่ะคุณจะทำยังไง”

เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"

เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา

เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ

แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต

ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน

ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!

** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ

นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด

ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》

รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》

20.2k การดู · เสร็จสิ้น · Melyssa
อาชิ ลูกชายคนโตของแทนไท เขากลายเป็นฮีโร่ของเด็กผู้หญิงรุ่นน้อง เพราะเข้าไปช่วยตอนเธอถูกรุ่นพี่กลั่นแกล้ง แต่แล้ววันหนึ่งเธอกลายมาเป็นเพื่อนร่วมชั้น ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนก็มักจะมีเธอ

เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก

So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก

347.4k การดู · เสร็จสิ้น · Phat_sara
ทั้งที่เธอแค่แอบรักเขาที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทแต่แล้ววันหนึ่งเขากลับย่ำยีเธอจนแหลกละเอียด
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์

โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์

143.2k การดู · เสร็จสิ้น · CORDIA/เดือนสิบ
"ครั้งเดียว...ท้องได้ไงวะ น้ำยาของเขามันแรงจริง ๆ"
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
ทาสสวาทอสูรเถื่อน

ทาสสวาทอสูรเถื่อน

564.3k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
“คืนละล้าน คุณจ่ายให้ฉันได้ไหมล่ะคะ ถ้าได้ฉันจะอ้าขารอคุณบนเตียงทุกคืนเลยค่ะทูนหัว” พิชชาภาพูดออกไปพร้อมกับใบหน้าท้าทายอย่างไม่กลัว ในเมื่อเขาอยากจะได้ตัวเธอ เขาก็ต้องลงทุน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย)  BAD

เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD

546.7k การดู · เสร็จสิ้น · ลำเจียก
ลีวาย
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”

มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
สูตรรักศาสตราจารย์

สูตรรักศาสตราจารย์

14.7k การดู · เสร็จสิ้น · oiloiloil253
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"

ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ

"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"

พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"

️️️️~~~~~~~\~~~~~~~

"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"

️️️️~~~~~~~\~~~~~~~

"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"

"อื้อ แกรู้จักหรือ"

"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"

"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"

"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"

"ฉิบหายล่ะ"

️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
มลทินรักภรรยาไร้ค่า

มลทินรักภรรยาไร้ค่า

361.5k การดู · เสร็จสิ้น · ปะหนัน
คำโปรย
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า

เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…

กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด

จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก

สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
รัก(ลับ)นายวิศวะ

รัก(ลับ)นายวิศวะ

816.2k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"ฉันรวยมากพอ...ที่จะซื้อเธอ เอาคนอย่างเธอมากระแทกเล่นๆ ได้" ใบหน้าอันหล่อเหลาเอ่ยมาด้วยสีหน้าอันดุดัน

"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้

แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"

"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง

เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ

"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."

"เพียะ"

อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม

"เธอ..."

เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
กลรักเมียแต่ง

กลรักเมียแต่ง

10.6k การดู · เสร็จสิ้น · ทิพย์วารี
เป็นการแต่งงานระหว่างพระเอกนางเอกเพื่อจุดประสงค์บางอย่างที่พวกเขาต้องปกปิดไว้ไม่ให้ใครรู้นอกจากพวกเขาทั้งสองเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการและมีข้อตกลงทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อจะได้ไม่มีใครได้เปรียบและเสียเปรียบและทำผิดสัญญาและข้อตกลงที่ทำไว้ แต่มันไม่ได้ง่ายอย่างที่พวกเขาคิดเพราะและการจะมีทายาทเพื่อจะได้รับมรดกนั้นมันไม่ง่ายเพราะต่างก็ไม่อยากมีพัธะผูกพักกันและกันและพระอกก็มีแฟนแล้วเขาก็ไม่ได้รักเธอและวางแผนไว้จะแต่งงานกันก่อนที่พวกเขาจะแต่งงานกัน ส่วนนางเอกก็ไม่อยากมีลูกที่ไม่ได้เกิดจากความรักแต่มีเวลาจำกัดไว้หากถึงเวลาเมื่อไหร่แล้วพระเอกนางเอกยังไม่มีทายาท ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลที่ตายายสร้างมาก็จะตกเป็นของฝ่ายพระเอกและข้อนี้ที่ทำให้นางเอกยอมไม่ได้ยังไงก็ต้องมีลูกกับพระเอกให้ได้