บทนำ
ชมพู่ฝีปากคมกริบ มักจะย้อนจนเขาพูดไม่ออกอยู่บ่อยๆ ภูมิรู้สึกว่ายัยนี่มีดีแค่ปาก ทีมนี้ไม่ช้าก็เร็วคงต้องแตกแน่!
แต่ผิดคาด ชมพู่เนื้อตัวเปื้อนเลือด หิ้วหัวใจผู้ตายเดินเข้ามาแล้วสั่งว่า "ภูมิ จดบันทึก!"
ภูมิกลั้นความรู้สึกอยากจะอ้วกเต็มที่ แล้วโบกมือรับทราบ
และสิ่งที่ทำให้หน้าแตกยิ่งกว่า คือชมพู่ที่ดูบอบบางไม่มีแรง เวลาอัดคนขึ้นมากลับโหดกว่าเขาเสียอีก เล่นเอาเขากลัวจนต้องถอยให้สามส่วน นึกว่าเป็นแค่หนอนหนังสือทำเป็นแต่ผ่าศพ ที่ไหนได้เล่ห์เหลี่ยมซ้อนกล หลอกคนเก่งจนตัวเองยังเชื่อ!
เบื้องบนถามเขาว่าจะให้ย้ายชมพู่ออกไปไหม ภูมิรีบขวางทันที ต่อให้ผมต้องไป เธอก็ห้ามไปไหนเด็ดขาด
บท 1
ณ เรือนจำกลางที่ 5 กรุงเทพฯ เสียงทุ้มต่ำของทรงพลทำลายความเงียบสงัดภายในห้องเยี่ยม
"หลังจากที่ผมเมา ผมมองลงไปข้างล่างเห็นน้องผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเต้นรำอยู่ริมหน้าต่าง เธอสวยมาก หัวใจผมเต้นแรง อาศัยฤทธิ์เหล้าบุกเข้าไปในบ้านของเธอ..."
"พวกมันไม่ยอมให้ผมแตะต้องตัวน้องเขา ผมก็เลยฆ่าพวกมันทิ้งให้หมด ตอนที่น้องเขาร้องไห้อยู่ใต้ร่างผม ผมสัมผัสได้ถึงความสุขแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน"
ทรงพลหัวเราะอย่างคนเสียสติ เมื่อเพ่งมองให้ดีจะเห็นว่าสีหน้าของเขาดูเหม่อลอย ราวกับกำลังถูกสะกดจิต
มีเสียงใสกระจ่างเสียงหนึ่งคอยชี้นำให้เขารำลึกความหลัง
"คุณฆ่าน้องผู้หญิงคนนั้นด้วย แล้วออกจากบ้านเธอไป จากนั้น..."
ทรงพลเอียงคอ ยิ้มกว้างจนเห็นฟัน "ผมเดินผ่านร้านดอกไม้ เลยซื้อกุหลาบมาช่อนึง แล้วไปที่บ้านตระกูลเปรี่ยมสุขในซอยหมื่นศรี"
"บ้านนั้นมีเสียงเปียโนดังออกมา ผมเดินเข้าไป ผลักประตูเปิด แล้วผมก็เห็น... เห็น..."
เสียงของเขาแผ่วลงทันที คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น
ชมพู่ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "คุณเห็นอะไร? ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ นึก"
ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นสลับไปมาในหัวของทรงพล แววตาเขาฉายความลังเล ความทรงจำที่นองไปด้วยเลือดทำให้เขาสะดุ้งตื่นจากภวังค์
พอรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป เขาก็มองชมพู่ด้วยความหวาดกลัว "แกเป็นใครกันแน่! ทำไมความทรงจำของฉันถึงควบคุมไม่ได้!"
ชมพู่กำมือแน่น ไม่ตอบคำถามเขา ในใจคิดเพียงว่าเวลาสะกดจิตยังสั้นเกินไป พอถึงจุดสำคัญก็หลุดทุกที
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วถามว่า "หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลเปรี่ยมสุข"
ทรงพลถีบโต๊ะอย่างแรง "ฉันจะไปรู้ได้ไง ผ่านมาตั้งห้าปีแล้ว ใครแม่งจะไปจำได้? เธอจำเรื่องเมื่อห้าปีก่อนได้หรือไง?"
แววตาของชมพู่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ราวกับกำลังมองคนตาย นิ่งสนิทดุจน้ำบ่อทราย
ทรงพลที่เป็นถึงนักโทษประหาร กลับรู้สึกหวาดกลัวสีหน้าของเธอขึ้นมา
ผู้คุมพูดขึ้นอย่างลังเล "คุณชมพู่ครับ หมดเวลาเยี่ยมแล้วครับ"
ชมพู่ลุกขึ้น จ้องหน้าทรงพล "ถ้าคุณนึกอะไรออก ติดต่อฉันผ่านผู้คุมได้นะ"
ทรงพลตอบเสียงแข็ง "ไม่มีวันหรอก"
"ไม่หรอก เดี๋ยวก็มี" ชมพู่พูดทิ้งท้ายแค่นั้น
หลังออกจากเรือนจำกลางที่ 5 แสงแดดสาดส่องลงมากระทบตัวชมพู่อย่างหนักอึ้ง เธอถอนหายใจระบายความขุ่นมัว ความทรงจำบางอย่างมันสลักลึกอยู่ในกระดูก
โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นไม่หยุด ชมพู่หยิบขึ้นมาดู
เป็นสายจากผู้กำกับกุล
เธอรับสาย "ค่ะผู้กำกับกุล ทราบแล้วค่ะ จะรีบเข้าไปรายงานตัวเดี๋ยวนี้"
สิบกว่านาทีก่อนหน้านี้
ภูมิใส่ชุดนอนออกมาจากบ้าน หัวยุ่งเหยิง การสืบสวนต่อเนื่องหลายวันทำให้เขาไม่ได้ดูแลตัวเอง ปลายคางเต็มไปด้วยตอหนวดเครา
เขาเพิ่งถึงบ้าน ได้นอนไปไม่ถึงชั่วโมง
เมื่อคืนฝนตก เขาเกรงว่าจะทำลายหลักฐานในที่เกิดเหตุ จึงสวมถุงคลุมรองเท้าก่อนเดินเข้าไป น้ำเสียงเย็นชา "ผู้ตายคราวนี้อวัยวะส่วนไหนหายไปอีก?"
นี่เป็นคดีฆาตกรรมรายที่สี่ของเดือนนี้แล้วที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่กลับหาจุดเชื่อมโยงไม่ได้
วันที่ 3 ตุลาคม มีคนแจ้งความที่แกลเลอรี่ ผู้ตายถูกตัดใบหูทั้งสองข้าง แขวนคอตายอยู่บนเพดาน
ต่อมาวันที่ 10 ผู้ตายถูกพบในหมู่บ้านหรู ถูกถลกหนังหน้าสดๆ จนเลือดเนื้อเละเทะ แขวนคอตายอยู่ที่ประตู
วันที่ 17 ผู้ตายถูกเฉือนจมูก แล้วแขวนคอ
วันนี้ วันที่ 24 ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์พอดี
จุดที่เหมือนกันของคดีคือเหยื่อเป็นผู้หญิง ถูกตัดอวัยวะบางส่วน แล้วจับแขวนคอ
ฆาตกรโหดเหี้ยมมาก นิติเวชบอกว่าพวกเธอถูกเฉือนอวัยวะออกไปทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่
สิ่งที่ทำให้ภูมิหงุดหงิดที่สุดคือ ฆาตกรมีความรู้เรื่องการหลบเลี่ยงการตรวจสอบเป็นอย่างดี พวกเขาสืบมาตั้งนานยังหาตัวคนร้ายไม่เจอ แต่เหยื่อกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
วิชัยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก รายงานว่า "ดวงตาครับ ศพถูกแขวนอยู่บนต้นไม้"
ภูมิขมวดคิ้ว เดินเข้าไปช้าๆ เบ้าตาของผู้ตายกลวงโบ๋ เลือดสีแดงสดหยดลงมาทีละหยด
แต่รอบๆ กลับไม่มีนิติเวชอยู่เลย
เขาเป็นคนหงุดหงิดง่ายเวลาตื่นนอน บวกกับคว้าน้ำเหลวมาตลอด แถมยังมีความกดดันจากเบื้องบน ทำให้เขาอารมณ์เสียและฉุนเฉียวเป็นพิเศษ "นิติเวชล่ะ? ทำไมป่านนี้ยังไม่มา!"
วิชัยส่ายหน้า ไม่รู้เหมือนกัน
จังหวะนั้นเอง ภูมิก็ได้รับสายจากผู้กำกับกุล นี่มันเจ้านายสายตรง เขาจำต้องข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ "ครับผู้กำกับ มีคำสั่งอะไรครับ?"
เขาขยี้ผมที่ยุ่งเหยิง ใบหน้าคมเข้มพิงไปกับต้นไม้ที่แขวนศพ ยืนฟังอย่างเงียบๆ
"นิติเวชคนใหม่กำลังจะไปถึง เขาขี้ตกใจ แกช่วยเก็บนิสัยอารมณ์ร้อนของแกหน่อย ทางส่วนกลางส่งมา เคยไขคดีหั่นศพ 319 มาแล้ว ดูแลเขาให้ดีๆ เข้าใจไหม?"
ภูมิขมวดคิ้ว พูดทีเล่นทีจริง "ผู้กำกับครับ ก็รู้ว่าคดีตอนนี้เครียดแค่ไหน ส่งเด็กใหม่มาให้ผม ใครจะไปมีเวลาสอนครับ?"
"แถมเป็นตำแหน่งสำคัญอย่างนิติเวชด้วย ถ้าเขาเห็นศพแล้วร้องไห้จ้า ใครจะโอ๋?"
ภูมิเกือบจะหลุดปากไปว่า ถ้าไม่ช่วยสืบคดีก็ช่างเถอะ แต่อย่าหาเรื่องมาเพิ่มได้ไหม?
"ทางส่วนกลางเขาอยากมอบความดีความชอบให้เด็กมัน การจะพาเขาทำงานมันเป็นเรื่องของทางนั้น อย่าให้เขามาสร้างปัญหาให้ฉันก็พอ"
ผู้กำกับกุลเสียงเครียด "เธอเป็นถึงระดับประเทศ..."
ภูมิได้ยินคนเรียกพอดี เลยเหลือบตาขึ้น บอกผู้กำกับกุลว่า "ผู้กำกับครับ มีเบาะแสใหม่แล้ว เดี๋ยวผมไปดูก่อนนะ"
เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและฝ่ายเทคนิคสองคนเดินเข้ามา
ธนพลหน้าตาเคร่งเครียด เขาหน้าเด็กจนดูไม่เหมือนตำรวจ
เขาบอกว่า "พี่ภูมิ เมื่อคืนฝนตก รอยเท้าเละเทะไปหมด จะแยกแยะรอยเท้าคนร้ายกับผู้ตายคงต้องใช้เวลาหน่อยครับ"
ชาคริตที่เป็นสายเทคนิคดูทื่อๆ หน่อย ตัดผมทรงสกินเฮด ในอ้อมแขนกอดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กไว้ พูดตะกุกตะกักว่า "ในป่าของสวนสาธารณะนี้ไม่มีกล้องวงจรปิดครับ ช่วงนี้คนเข้าออกเยอะมาก จะตรวจสอบคงต้องใช้เวลาเหมือนกัน"
ธนพลถอนหายใจ "นี่ศพที่สี่แล้วนะพี่ ถ้าข่าวกระจายออกไป คนคงแตกตื่นกันทั้งประเทศ ฆาตกรมันโรคจิตหรือเปล่าเนี่ย?"
ภูมิดุนกระพุ้งแก้มด้วยปลายลิ้น หันไปมองผู้ตาย นิติเวชยังไม่มา พวกเขาเลยไม่กล้าเอาร่างลงมาสุ่มสี่สุ่มห้า กลัวจะทำลายหลักฐาน
แววตาของเขาฉายแววอำมหิตวูบหนึ่ง "ต่อให้ฆาตกรจะเป็นผีร้าย ฉันก็จะลากคอมันขึ้นมาจากขุมนรกขุมที่สิบแปดให้ได้!"
สวนสาธารณะรมณีย์เป็นสวนที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ตอนนี้ด้านนอกแถบกั้นเขตมีไทยมุงยืนดูอยู่เพียบ คนแจ้งความคือพนักงานกวาดถนนวัยชรา ซึ่งตอนนี้กำลังให้ปากคำกับตำรวจอยู่
ภูมิกวาดตามองสภาพแวดล้อม นอกจากในป่าเล็กๆ นี้ที่ไม่มีกล้อง ส่วนอื่นของสวนสาธารณะรมณีย์แทบจะมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ทุกจุด
ผู้ตายสามรายแรกถูกฆ่าในที่ลับตาคน แต่ครั้งนี้กลับเลือกสถานที่ที่ค่อนข้างเปิดเผย
นี่เป็นการท้าทายตำรวจหรือเปล่า?
ตอนนั้นเอง วิชัยก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "พี่ภูมิ นิติเวช... หมอนิติเวชมาแล้วครับ แต่ว่า..."
ยังไม่ทันที่วิชัยจะพูดคำว่า 'แต่' จบ ชมพู่ก็ปรากฏตัวขึ้นในสายตาของทุกคน
ส่วนสูงร้อยหกสิบ ผมสั้นประบ่า ใบหน้ายังมีแก้มยุ้ยแบบเด็กๆ ดูอายุน้อยมาก แต่รูปร่างกลับซ่อนรูปอย่างน่าประหลาด แฝงไว้ด้วยความความเป็นผู้ใหญ่ที่ดูขัดแย้ง ดวงตากลมโตดำขลับคู่นั้นฉายแววคุณหนูผู้แสนจะบอบบางและเอาแต่ใจ
ภูมิขมวดคิ้ว สั่งทันที "ไล่เธอกลับไป เรียกนิติเวชมืออาชีพมา"
บทล่าสุด
#80 บทที่ 80 รูเข็ม
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#79 บทที่ 79 การปะทะ
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#78 บทที่ 78 เผชิญหน้า
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#77 บทที่ 77 การปลอมตัว
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#76 บทที่ 76 ความดีและความชั่ว
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#75 บทที่ 75 แหล่งไฟ
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#74 บทที่ 74 การสอบสวน
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#73 บทที่ 73 เซอร์ไพรส์
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#72 บทที่ 72 เหลวไหล
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026#71 บทที่ 71 กอบกู้
อัปเดตล่าสุด: 1/12/2026
คุณอาจชอบ 😍
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
รักระรินใจ
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี













