บทนำ
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
บท 1
แนะนำตัวละคร
เสิ่นรั่วหลัน : บุตรสาวเสนาบดีเสิ่น หนึ่งเดียวที่เหลือรอดจากการสังหารล้างตระกูล และจากเหตุการณ์นั้นทำให้นางเป็นปัญญาอ่อน แม้ตอนนี้อายุสิบหกปีแล้วแต่ยังนิสัยเท่ากับเด็กสิบขวบ มีเพียงความรู้ด้านพิษต่างๆ ที่นางชื่นชอบและทำได้อย่างดี
เหลียนหงอี้ : หานอ๋อง (ราชทินนาม) อนุชาของฮองเต้พระองค์ก่อน เป็นราชครูของโอรสสวรรค์และเมื่อฮ่องเต้สิ้นพระชนม์และรัชทายาทในเวลานั้นอายุเพียง 7 ชันษา เขาจึงเป็นผู้สำเร็จราชการแทน (เสอเจิ้งหานอ๋อง)
เหลียนเจียอวิ๋น : เมื่ออายุเพียงเจ็ดชันษาก็ถูกแต่งตั้งเป็นฮ่องเต้ ปัจจุบันอายุ สิบหกชันษา เนื่องจากหานอ๋องรับเสิ่นรั่วหลันมาเลี้ยงดู เขาจึงสนิทสนมกับเด็กหญิงและเติบโตมาพร้อมกัน
มู่หรงเจวี๋ย : อ๋องเจวี๋ย ปีนี้อายุ25ปี แม่ทัพหนุ่มนิสัยมุทะลุดุดัน ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
เวลาประมาณยามสาม
กองกำลังทหารกว่าสองร้อยนายมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น กลิ่นไหม้เคล้ากลิ่นโลหิตคละคลุ้งในอากาศ ศพคนในจวนมากมายต่างล้มตายด้วยสภาพน่าอนาถ แม้แต่เหล่าทหารที่เข้ามาพบยังรู้สึกสะเทือนใจ บุรุษที่นั่งบนหลังอาชางามสง่าปลายตามองแล้วลอบถอนใจเบาๆ
“มาไม่ทันหรือนี่” น้ำเสียงทุ่มต่ำเอ่ยขึ้นกับตนเอง แต่กระนั้นเขาก็ลงจากหลังม้าแล้วเดินเข้าไปในจวน รองเท้าสีดำย่ำไปบนคราบเลือดที่ยังนองพื้น
“ตรวจสอบให้ทั่ว อาจมีคนรอดอยู่”
“รับทราบ!” ทหารรับคำสั่งแล้วแยกย้ายค้นหา ทว่ากลับแต่ร่างไร้วิญญาณ นายทหารคนหนึ่งเข้ามารายงาน ทำให้บุรุษหนุ่มหมุนเท้าเดินไปตามทางเส้นเล็ก แทบไม่มีที่ใดที่ไม่มีศพคนตาย แต่ละศพถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ด้านหลังจวนมีไฟไหม้ ชายผู้นั้นออกสั่งให้ทหารแบ่งกำลังไปดับเพลิงแล้ว
เหลียนหงอี้ ในวัยยี่สิบเอ็ดปี เคยผ่านสมรภูมิรบมาโชกโชน แต่เห็นภาพเบื้องหน้าแล้วก็ยังอดสะเทือนใจมิได้ เขาจำร่างของเสนาบดีเสิ่นได้ก็รีบเดินเข้าไปแล้วค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งข้างร่างที่ไร้วิญญาณ ดวงตายังเบิกโพลง บนร่างถูกคมกระบี่ฟันหลายแผลจนเลือดไหลย้อมเสื้อเปียกชุ่ม
“อภัยในข้าด้วย ข้ามาช่วยท่านไม่ทันจริงๆ” เหลียนหงอี้กล่าวแล้วยื่นมือไปปิดดวงตาของเสนาบดีเสิ่นแล้วลุกขึ้นยืน “ดูแลศพท่านเสนาบดีเสิ่นอย่างสมเกียรติ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“มีผู้ใดพบฮูหยินเสิ่นหรือไม่” เหลียนหงอี้ถามแล้วกวาดตามองไปโดยรอบ ทหารต่างชูคบไฟเพื่อตามหาคนที่อาจเหลือรอด ชายหนุ่มเคยมาที่นี่รู้เส้นทางในคฤหาสน์ดี ระหว่างเดินเข้าไปด้านในห้องโถงนั้น ทหารก็เข้ามารายงานพบศพท่านผู้เฒ่าตระกูลเสิ่น หัวใจของเหลียนหงอี้ยิ่งเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นบีบหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก
ทั้งที่เขาให้คำสัญญาแล้วว่าจะคุ้มครองคนตระกูลเสิ่น แต่แล้ว...ก็เกิดเรื่องเลวร้ายนี้ขึ้นมาก่อน
“พบศพฮูหยินเสิ่นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“นำทาง”
เหลียนหงอี้มีฐานะเป็นอนุชาของฮ่องเต้พระองค์ก่อนได้รับแต่งตั้งเป็น เสอเจิ้งหานอ๋อง -ผู้สำเร็จราชการแคว้นเป่ยโม่ ยามนั้นฮ่องเต้อ่อนแอมีโอรสเพียงองค์เดียวคือ เหลียนเจียอวิ๋น เมื่อเหลียนเจียอวิ๋นอายุได้เพียงเจ็ดขวบ ฮ่องเต้ก็สวรรคต ฮ่องเต้พระองค์ใหม่อายุน้อยเกินไป บ้านเมืองไร้ความมั่นคง ทำให้เหลียนหงอี้จำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ และยังต้องอบรมฮ่องเต้น้อยให้พร้อมครองราชย์ในฐานะราชครู ทว่าบัดนี้ฮ่องเต้เจียอวิ๋นเพิ่งมีพระชันษาแค่สิบปี หนทางยังอีกยาวไกล เหลียนหงอี้ยังต้องปูทางให้ฮ่องเต้น้อย และการกำจัดขั้วอำนาจฝ่ายตรงข้าม แต่ทำให้ตระกูลเสิ่นผู้ภักดีต้องจบชีวิตทั้งตระกูล
ชายหนุ่มเดินไปตามทางด้านนอก คาดว่าฮูหยินเสิ่นคงพยายามหลบหนีออกนอกจวนแต่ไม่พ้นคนชั่ว นางถูกสังหารอย่างอนาถไม่ต่างจากผู้เป็นสามี เหลียนหงอี้กำหมัดแน่นได้แต่สาบานว่าจะลากตัวคนชั่วมาลงโทษอย่างสาสม ไม่ให้คนดีต้องตายเปล่า
“ข้าจำได้ว่าเสนาบดีเสิ่นมีบุตรสาวอายุราวสิบขวบ มีผู้ใดพบเห็นหรือไม่”
เหล่าทหารต่างส่ายหน้า ทหารที่เหลือจากค้นหาต่างช่วยกันลำเลียงร่างไร้วิญญาณมาเรียงที่ลานกลางจวน
“แบ่งกำลังคนออกค้นหา บางที...นางอาจหลบออกไปนอกจวนได้”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ทหารต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน เหลือเพียงเหลียนหงอี้ที่ยังยืนนิ่งที่เดิม ทว่าเขารู้สึกถึงการเคลื่อนไหวหลังพุ่มไม้ เขายกมือส่งสัญญาณให้ทหารที่อยู่ใกล้หยุดนิ่งและเงียบเสียง ชายหนุ่มสืบเท้าเข้าไปใกล้ มองจากด้านบอกเห็นศีรษะน้อยๆ ที่ขดตัวอยู่หลังพุ่มไม้
“เสิ่นรั่วหลัน...ใช่เจ้าหรือไม่”
ไม่มีเสียงตอบรับทุกอย่างเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงกลั้นสะอื้น เหลียนหงอี้ร้อนรนรีบยื่นมือไปแหวกพุ่มไม้ออก ทว่ามือของเขาถูกคว้าไปแล้วกัดอย่างแรง
“รั่วหลัน...” เหลียนหงอี้ไม่นึกโกรธที่ถูกกัด เขากลับยิ้มออกมาด้วยความดีใจ “รั่วหลันจำข้าได้หรือไม่ ข้าราชครูเหลียนที่เจ้าเกลียดขี้หน้าอย่างไรเล่า”
เด็กน้อยได้ยินดังนั้นก็ค่อยๆ อ้าปาก ดวงตาบวมช้ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาจ้องมองชายที่โน้มตัวลงมาใกล้
“ท่าน...ท่าน...” เด็กหญิงตัวน้อยพูดได้แค่นั้น น้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลออกมาอีก “ท่านพ่อ...ท่านพ่อให้ข้าไปพบท่าน...ท่านหานอ๋อง”
“อภัยให้ข้าด้วย ข้ามาช้าเกินไป” เขาค่อยนั่งลงบนส้นเท้า “มาเถิด ข้ามารับเจ้าแล้ว”
เสิ่นรั่วหลันไม่เคยชอบหน้าชายผู้นี้ ทุกครั้งที่เขามาที่บ้านทำให้ท่านพ่อมีเรื่องต้องขบคิดจนปวดศีรษะหรือไม่อยากอาหารเลยก็มี แต่ท่านปู่กลับชื่นชมฝากฝังให้นางเป็นศิษย์กับราชครูเหลียนหงอี้ ซึ่งมีอีกฐานะหนึ่งคือเสอเจิ้งหานอ๋อง
เหลียนหงอี้เห็นเด็กหญิงคลายอาการตัวเกร็งแล้วก็เป็นฝ่ายยื่นมือไปรับนาง แต่เด็กน้อยไร้เรี่ยวแรง เพียงยันกายขึ้นก็ร่วงผล็อยลงไปแต่ก่อนที่ร่างน้อยจะลงไปกองกับพื้น บุรุษหนุ่มก็ช้อนร่างเล็กอุ้มไว้ได้ทัน เขาอุ้มนางออกมาจากพุ่มไม้ เสื้อผ้าของนางเต็มไปด้วยรอยเลือด ดวงตากลมที่เคยเป็นประกายยามนี้เหม่อลอยไร้จุดหมาย ร่างบอบางร้อนผ่าวด้วยพิษไข้และไร้เรี่ยวแรงเหมือนตุ๊กตาผ้าตัวหนึ่ง
“เสิ่นรั่วหลัน! เจ้าอดทนหน่อย รั่วหลัน!” เหลียนหงอี้พยายามเรียกสติเด็กน้อยแต่ดวงตาคู่นั้นปิดลงด้วยความอ่อนล้า ลำแขนเรียวเล็กทิ้งลงข้างตัว เขาปลดเสื้อคลุมของตนห่อหุ้มร่างเล็กแล้วอุ้มไว้ด้วยความทะนุถนอม
“ข้าจะกลับเข้าตำหนักก่อน พวกเจ้าอยู่ดูแลที่นี่ให้ดี”
“พ่ะย่ะค่ะ”
บุรุษผู้สูงศักดิ์เขาอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยวัยสิบขวบขึ้นหลังม้าแล้วควบม้าฝ่าความมืดกลับตำหนักอย่างรวดเร็ว
ทว่าเด็กหญิงต้องพิษไข้ตัวร้อนอยู่หลายวันกว่าจะลดลงแต่นางหมดสติไปนานเจ็ดวัน เมื่อนางตื่นขึ้นกลับจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นไม่ได้เลย ซ้ำร้ายเหมือนนางกลายเป็นเพียงเด็กน้อยที่มีปัญหาทางสติปัญญา เงอะงะงุ่มง่ามไปเสียทุกอย่าง
“หมอหลวง เหตุนางเป็นเช่นนี้” เหลียงหงอี้จำได้ว่า เสิ่นรั่วหลานเป็นเด็กฉลาดเฉลียวเกินวัย พูดจามีมารยาท กิริยางดงาม แต่เวลานางทำตัวเหมือนเด็กน้อยไม่ประสีประสา
“จิตใจคุณหนูเสิ่นได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เคยมีปรากฏในตำราแพทย์โบราณว่ามีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น เหมือนจิตใจปิดกั้นไม่ยอมรับความจริงอันเจ็บปวด จึงแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ออกมาพ่ะย่ะค่ะ”
“นางจะหายหรือไม่”
“ต้องใช้เวลาพ่ะย่ะค่ะ”
“เวลา...นานเพียงใด”
“กระหม่อมด้อยความสามารถ ไม่อาจระบุได้ว่าใช้เวลากี่วันหรือกี่เดือนพ่ะย่ะค่ะ”
ชายหนุ่มได้แต่ถอนใจ ช่างเถิด อย่างน้อยนางก็ยังมีชีวิตรอด นับตั้งแต่นั้น บุตรสาวคนเดียวของตระกูลเสิ่นนามเสิ่นรั่วหลัน อยู่ในความดูแลของเสอเจิ้งหานอ๋อง มาถึงทุกวันนี้
ยามสาม คือช่วงเวลาตั้งแต่ 23:00 น. ถึง 01:00 น.
บทล่าสุด
#118 บทที่ 118 ตอนพิเศษ จบ
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#117 บทที่ 117 ตอนพิเศษ หมิงเจี่ยกับหมิงฮวา 2
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#116 บทที่ 116 ตอนพิเศษ หมิงเจี่ยและหมิงฮวา
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#115 บทที่ 115 ตอนพิเศษ 4
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#114 บทที่ 114 ตอนพิเศษ 3
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#113 บทที่ 113 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#112 บทที่ 112 ตอนพิเศษ 1
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#111 บทที่ 111 บทส่งท้าย3
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#110 บทที่ 110 บทส่งท้าย2
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026#109 บทที่ 109 บทส่งท้าย 1
อัปเดตล่าสุด: 6/9/2026
คุณอาจชอบ 😍
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
ม่านหมอก
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ













