บทนำ
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
บท 1
แนะนำตัวละคร
เสิ่นรั่วหลัน : บุตรสาวเสนาบดีเสิ่น หนึ่งเดียวที่เหลือรอดจากการสังหารล้างตระกูล และจากเหตุการณ์นั้นทำให้นางเป็นปัญญาอ่อน แม้ตอนนี้อายุสิบหกปีแล้วแต่ยังนิสัยเท่ากับเด็กสิบขวบ มีเพียงความรู้ด้านพิษต่างๆ ที่นางชื่นชอบและทำได้อย่างดี
เหลียนหงอี้ : หานอ๋อง (ราชทินนาม) อนุชาของฮองเต้พระองค์ก่อน เป็นราชครูของโอรสสวรรค์และเมื่อฮ่องเต้สิ้นพระชนม์และรัชทายาทในเวลานั้นอายุเพียง 7 ชันษา เขาจึงเป็นผู้สำเร็จราชการแทน (เสอเจิ้งหานอ๋อง)
เหลียนเจียอวิ๋น : เมื่ออายุเพียงเจ็ดชันษาก็ถูกแต่งตั้งเป็นฮ่องเต้ ปัจจุบันอายุ สิบหกชันษา เนื่องจากหานอ๋องรับเสิ่นรั่วหลันมาเลี้ยงดู เขาจึงสนิทสนมกับเด็กหญิงและเติบโตมาพร้อมกัน
มู่หรงเจวี๋ย : อ๋องเจวี๋ย ปีนี้อายุ25ปี แม่ทัพหนุ่มนิสัยมุทะลุดุดัน ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
เวลาประมาณยามสาม
กองกำลังทหารกว่าสองร้อยนายมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น กลิ่นไหม้เคล้ากลิ่นโลหิตคละคลุ้งในอากาศ ศพคนในจวนมากมายต่างล้มตายด้วยสภาพน่าอนาถ แม้แต่เหล่าทหารที่เข้ามาพบยังรู้สึกสะเทือนใจ บุรุษที่นั่งบนหลังอาชางามสง่าปลายตามองแล้วลอบถอนใจเบาๆ
“มาไม่ทันหรือนี่” น้ำเสียงทุ่มต่ำเอ่ยขึ้นกับตนเอง แต่กระนั้นเขาก็ลงจากหลังม้าแล้วเดินเข้าไปในจวน รองเท้าสีดำย่ำไปบนคราบเลือดที่ยังนองพื้น
“ตรวจสอบให้ทั่ว อาจมีคนรอดอยู่”
“รับทราบ!” ทหารรับคำสั่งแล้วแยกย้ายค้นหา ทว่ากลับแต่ร่างไร้วิญญาณ นายทหารคนหนึ่งเข้ามารายงาน ทำให้บุรุษหนุ่มหมุนเท้าเดินไปตามทางเส้นเล็ก แทบไม่มีที่ใดที่ไม่มีศพคนตาย แต่ละศพถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ด้านหลังจวนมีไฟไหม้ ชายผู้นั้นออกสั่งให้ทหารแบ่งกำลังไปดับเพลิงแล้ว
เหลียนหงอี้ ในวัยยี่สิบเอ็ดปี เคยผ่านสมรภูมิรบมาโชกโชน แต่เห็นภาพเบื้องหน้าแล้วก็ยังอดสะเทือนใจมิได้ เขาจำร่างของเสนาบดีเสิ่นได้ก็รีบเดินเข้าไปแล้วค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งข้างร่างที่ไร้วิญญาณ ดวงตายังเบิกโพลง บนร่างถูกคมกระบี่ฟันหลายแผลจนเลือดไหลย้อมเสื้อเปียกชุ่ม
“อภัยในข้าด้วย ข้ามาช่วยท่านไม่ทันจริงๆ” เหลียนหงอี้กล่าวแล้วยื่นมือไปปิดดวงตาของเสนาบดีเสิ่นแล้วลุกขึ้นยืน “ดูแลศพท่านเสนาบดีเสิ่นอย่างสมเกียรติ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“มีผู้ใดพบฮูหยินเสิ่นหรือไม่” เหลียนหงอี้ถามแล้วกวาดตามองไปโดยรอบ ทหารต่างชูคบไฟเพื่อตามหาคนที่อาจเหลือรอด ชายหนุ่มเคยมาที่นี่รู้เส้นทางในคฤหาสน์ดี ระหว่างเดินเข้าไปด้านในห้องโถงนั้น ทหารก็เข้ามารายงานพบศพท่านผู้เฒ่าตระกูลเสิ่น หัวใจของเหลียนหงอี้ยิ่งเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นบีบหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก
ทั้งที่เขาให้คำสัญญาแล้วว่าจะคุ้มครองคนตระกูลเสิ่น แต่แล้ว...ก็เกิดเรื่องเลวร้ายนี้ขึ้นมาก่อน
“พบศพฮูหยินเสิ่นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“นำทาง”
เหลียนหงอี้มีฐานะเป็นอนุชาของฮ่องเต้พระองค์ก่อนได้รับแต่งตั้งเป็น เสอเจิ้งหานอ๋อง -ผู้สำเร็จราชการแคว้นเป่ยโม่ ยามนั้นฮ่องเต้อ่อนแอมีโอรสเพียงองค์เดียวคือ เหลียนเจียอวิ๋น เมื่อเหลียนเจียอวิ๋นอายุได้เพียงเจ็ดขวบ ฮ่องเต้ก็สวรรคต ฮ่องเต้พระองค์ใหม่อายุน้อยเกินไป บ้านเมืองไร้ความมั่นคง ทำให้เหลียนหงอี้จำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ และยังต้องอบรมฮ่องเต้น้อยให้พร้อมครองราชย์ในฐานะราชครู ทว่าบัดนี้ฮ่องเต้เจียอวิ๋นเพิ่งมีพระชันษาแค่สิบปี หนทางยังอีกยาวไกล เหลียนหงอี้ยังต้องปูทางให้ฮ่องเต้น้อย และการกำจัดขั้วอำนาจฝ่ายตรงข้าม แต่ทำให้ตระกูลเสิ่นผู้ภักดีต้องจบชีวิตทั้งตระกูล
ชายหนุ่มเดินไปตามทางด้านนอก คาดว่าฮูหยินเสิ่นคงพยายามหลบหนีออกนอกจวนแต่ไม่พ้นคนชั่ว นางถูกสังหารอย่างอนาถไม่ต่างจากผู้เป็นสามี เหลียนหงอี้กำหมัดแน่นได้แต่สาบานว่าจะลากตัวคนชั่วมาลงโทษอย่างสาสม ไม่ให้คนดีต้องตายเปล่า
“ข้าจำได้ว่าเสนาบดีเสิ่นมีบุตรสาวอายุราวสิบขวบ มีผู้ใดพบเห็นหรือไม่”
เหล่าทหารต่างส่ายหน้า ทหารที่เหลือจากค้นหาต่างช่วยกันลำเลียงร่างไร้วิญญาณมาเรียงที่ลานกลางจวน
“แบ่งกำลังคนออกค้นหา บางที...นางอาจหลบออกไปนอกจวนได้”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ทหารต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน เหลือเพียงเหลียนหงอี้ที่ยังยืนนิ่งที่เดิม ทว่าเขารู้สึกถึงการเคลื่อนไหวหลังพุ่มไม้ เขายกมือส่งสัญญาณให้ทหารที่อยู่ใกล้หยุดนิ่งและเงียบเสียง ชายหนุ่มสืบเท้าเข้าไปใกล้ มองจากด้านบอกเห็นศีรษะน้อยๆ ที่ขดตัวอยู่หลังพุ่มไม้
“เสิ่นรั่วหลัน...ใช่เจ้าหรือไม่”
ไม่มีเสียงตอบรับทุกอย่างเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงกลั้นสะอื้น เหลียนหงอี้ร้อนรนรีบยื่นมือไปแหวกพุ่มไม้ออก ทว่ามือของเขาถูกคว้าไปแล้วกัดอย่างแรง
“รั่วหลัน...” เหลียนหงอี้ไม่นึกโกรธที่ถูกกัด เขากลับยิ้มออกมาด้วยความดีใจ “รั่วหลันจำข้าได้หรือไม่ ข้าราชครูเหลียนที่เจ้าเกลียดขี้หน้าอย่างไรเล่า”
เด็กน้อยได้ยินดังนั้นก็ค่อยๆ อ้าปาก ดวงตาบวมช้ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาจ้องมองชายที่โน้มตัวลงมาใกล้
“ท่าน...ท่าน...” เด็กหญิงตัวน้อยพูดได้แค่นั้น น้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลออกมาอีก “ท่านพ่อ...ท่านพ่อให้ข้าไปพบท่าน...ท่านหานอ๋อง”
“อภัยให้ข้าด้วย ข้ามาช้าเกินไป” เขาค่อยนั่งลงบนส้นเท้า “มาเถิด ข้ามารับเจ้าแล้ว”
เสิ่นรั่วหลันไม่เคยชอบหน้าชายผู้นี้ ทุกครั้งที่เขามาที่บ้านทำให้ท่านพ่อมีเรื่องต้องขบคิดจนปวดศีรษะหรือไม่อยากอาหารเลยก็มี แต่ท่านปู่กลับชื่นชมฝากฝังให้นางเป็นศิษย์กับราชครูเหลียนหงอี้ ซึ่งมีอีกฐานะหนึ่งคือเสอเจิ้งหานอ๋อง
เหลียนหงอี้เห็นเด็กหญิงคลายอาการตัวเกร็งแล้วก็เป็นฝ่ายยื่นมือไปรับนาง แต่เด็กน้อยไร้เรี่ยวแรง เพียงยันกายขึ้นก็ร่วงผล็อยลงไปแต่ก่อนที่ร่างน้อยจะลงไปกองกับพื้น บุรุษหนุ่มก็ช้อนร่างเล็กอุ้มไว้ได้ทัน เขาอุ้มนางออกมาจากพุ่มไม้ เสื้อผ้าของนางเต็มไปด้วยรอยเลือด ดวงตากลมที่เคยเป็นประกายยามนี้เหม่อลอยไร้จุดหมาย ร่างบอบางร้อนผ่าวด้วยพิษไข้และไร้เรี่ยวแรงเหมือนตุ๊กตาผ้าตัวหนึ่ง
“เสิ่นรั่วหลัน! เจ้าอดทนหน่อย รั่วหลัน!” เหลียนหงอี้พยายามเรียกสติเด็กน้อยแต่ดวงตาคู่นั้นปิดลงด้วยความอ่อนล้า ลำแขนเรียวเล็กทิ้งลงข้างตัว เขาปลดเสื้อคลุมของตนห่อหุ้มร่างเล็กแล้วอุ้มไว้ด้วยความทะนุถนอม
“ข้าจะกลับเข้าตำหนักก่อน พวกเจ้าอยู่ดูแลที่นี่ให้ดี”
“พ่ะย่ะค่ะ”
บุรุษผู้สูงศักดิ์เขาอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยวัยสิบขวบขึ้นหลังม้าแล้วควบม้าฝ่าความมืดกลับตำหนักอย่างรวดเร็ว
ทว่าเด็กหญิงต้องพิษไข้ตัวร้อนอยู่หลายวันกว่าจะลดลงแต่นางหมดสติไปนานเจ็ดวัน เมื่อนางตื่นขึ้นกลับจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นไม่ได้เลย ซ้ำร้ายเหมือนนางกลายเป็นเพียงเด็กน้อยที่มีปัญหาทางสติปัญญา เงอะงะงุ่มง่ามไปเสียทุกอย่าง
“หมอหลวง เหตุนางเป็นเช่นนี้” เหลียงหงอี้จำได้ว่า เสิ่นรั่วหลานเป็นเด็กฉลาดเฉลียวเกินวัย พูดจามีมารยาท กิริยางดงาม แต่เวลานางทำตัวเหมือนเด็กน้อยไม่ประสีประสา
“จิตใจคุณหนูเสิ่นได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เคยมีปรากฏในตำราแพทย์โบราณว่ามีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น เหมือนจิตใจปิดกั้นไม่ยอมรับความจริงอันเจ็บปวด จึงแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ออกมาพ่ะย่ะค่ะ”
“นางจะหายหรือไม่”
“ต้องใช้เวลาพ่ะย่ะค่ะ”
“เวลา...นานเพียงใด”
“กระหม่อมด้อยความสามารถ ไม่อาจระบุได้ว่าใช้เวลากี่วันหรือกี่เดือนพ่ะย่ะค่ะ”
ชายหนุ่มได้แต่ถอนใจ ช่างเถิด อย่างน้อยนางก็ยังมีชีวิตรอด นับตั้งแต่นั้น บุตรสาวคนเดียวของตระกูลเสิ่นนามเสิ่นรั่วหลัน อยู่ในความดูแลของเสอเจิ้งหานอ๋อง มาถึงทุกวันนี้
ยามสาม คือช่วงเวลาตั้งแต่ 23:00 น. ถึง 01:00 น.
บทล่าสุด
#54 บทที่ 54 พอควบคุมได้
อัปเดตล่าสุด: 3/6/2026#53 บทที่ 53 อาจารย์กลับมาแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 3/6/2026#52 บทที่ 52 เจ้ามิใช่ภาระ
อัปเดตล่าสุด: 3/6/2026#51 บทที่ 51 อารมณ์ดียิ่ง
อัปเดตล่าสุด: 3/6/2026#50 บทที่ 50 ปิ่นนี่ของเจวี๋ยอ๋อง
อัปเดตล่าสุด: 3/6/2026#49 บทที่ 49 ซู่เสียน
อัปเดตล่าสุด: 3/6/2026#48 บทที่ 48 ไร้เดียงสาถึงเพียงนี้
อัปเดตล่าสุด: 3/6/2026#47 บทที่ 47 กลับตำหนัก
อัปเดตล่าสุด: 3/6/2026#46 บทที่ 46 ร้อนใจ
อัปเดตล่าสุด: 3/6/2026#45 บทที่ 45 หลับไปพร้อมรอยยิ้ม
อัปเดตล่าสุด: 3/6/2026
คุณอาจชอบ 😍
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ขย้ำรักเลขา NC-20
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













