บทนำ
บท 1
เวลาบ่ายสามโมงกว่า ในอาคารผู้โดยสารขาเข้า สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและการแต่งกายกำลังเดินกันให้ขวักไขว่จนดูละลานตาไปหมด แต่ถึงกระนั้นหญิงสาวร่างเพรียวระหงในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีแดงกุหลาบตัดจากผ้าซาตินลื่นพลิ้วกับกางเกงสีดำบนรองเท้าส้นเข็มสีเบอร์กันดีก็ยังคงดูโดดเด่นอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น
เจ้าหล่อนลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้าด้วยท่วงท่าที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น ท่าเดินเป็นธรรมชาติคล้ายไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แต่คนที่กำลังนั่งรอและจ้องอยู่ขณะนี้ทราบดีว่าดวงตาภายใต้แว่นแบรนด์เนมสีชานั้นกวาดเก็บรายละเอียดที่จำเป็นเอาไว้ได้หมดแล้ว รวมถึงการที่เจ้าหล่อนเดินเฉียดเข้ามาใกล้ แล้วปรายหางตามองอย่างเสียไม่ได้นั่นด้วย ท่าเชิดคางขึ้นเล็กน้อยโดยอัตโนมัติยามเมื่อสบตากันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรสำหรับเจนศึก สี่ปีที่แล้วเป็นอย่างไร เวลานี้ก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีอะไรแตกต่าง
"ท่าทางเหมือนนางพญากำลังตวัดหางตามองคนขับรถยังไงยังงั้นเลยเนอะ หยิ่งไม่เคยลดดีกรีเลยสิน่า"
เสียงวิจารณ์ดังจากมาริษา หญิงสาวผมสั้นสีชมพูพาสเทลดัดหยิกเป็นลอนล้อมรอบใบหน้ารูปหัวใจ เจนศึกมองตามร่างสูงโปร่งของ ปรายนภา ธนศักดิ์ภิรมย์ นางพญาที่มาริษาหมายถึง
"อย่าไปสนใจสิ เราก็อยู่ส่วนเรา อย่าวิจารณ์"
เขากล่าวเสียงเรียบ ขยับลุกขึ้นยืน มาริษาย่นจมูกนิดหนึ่ง ดีเจสาวลุกขึ้นสอดแขนคล้องกับแขนของชายหนุ่ม พากันก้าวเท้าเดินตามหลังหญิงสาวร่างเพรียวระหงไปห่างๆ
เจนศึกล้วงโทรศัพท์ออกมากดโทรออก คนที่เดินก้าวฉับๆ นำหน้ากดหูฟังไร้สายที่เสียบหูไว้ตลอดเวลา
"..."
กดรับสายแต่ไม่พูดอะไรสักคำ ราวกับกลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปาก ซึ่งปกติเจ้าหล่อนหาใช่คนเก็บปากเก็บคำไม่ ตรงกันข้าม แม่คุณพูดเก่ง และด่าเป็นไฟแลบเลยทีเดียว
"ออกประตู แล้วข้ามถนน รถตู้สีขาวจอดรออยู่ตรงนั้น"
เจนศึกพูดเพียงแค่นั้นก็กดวางสาย เดินตามร่างโปร่งเพรียวเดินออกประตูแล้วก้าวฉับๆ ข้ามถนนไปยังรถตู้สีขาวที่ติดเครื่องรออยู่ มันเป็นรถอเนกประสงค์ของวงที่มารอรับเขากับมาริษา เจนศึกกับมาริษาเพิ่งกลับจากเชียงใหม่หลังจากไปร่วมเล่นดนตรีเฉพาะกิจที่ผับแห่งหนึ่ง
เขาได้รับโทรศัพท์จาก บุรินทร์ ธนศักดิ์ภิรมย์[1] ให้รอรับปรายนภาผู้เป็นน้องสาวด้วย เจ้าหล่อนเพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศหลังจากไปทำงาน เจนศึกไม่อยากปฏิเสธ เพราะเขานับถือบุรินทร์ และอีกอย่างครอบครัวธนศักดิ์ภิรมย์ถือเป็นผู้มีพระคุณของเจตริน ครอบครัวนี้ได้ให้ความรัก ความเมตตาเอ็นดูแก่น้องชายต่างสายเลือดของเขามากนัก
ดังนั้น ชายหนุ่มจึงต้องบอกตัวเองให้อดทน เพียงแค่ไม่ถึงชั่วโมงที่จะต้องนั่งหายใจร่วมกับคนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันในรถแคบ
"เชิญ"
เขาเดินผ่านร่างระหงที่ยืนนิ่งอยู่ข้างรถแล้วดึงประตูข้างเปิดออกกว้าง เจนศึกต้องจำใจบริการคุณหนูผู้สูงศักดิ์อย่างเสียไม่ได้ เขาเลิกคิ้วเมื่อเห็นคิ้วเรียวของเจ้าหล่อนกำลังขมวดชนกัน
"ทำไมถึงเป็นคันนี้? แล้วรถที่บ้านฉันละ?"
ปรายนภาถามเสียงเย็นติดหงุดหงิด เนื่องจากก่อนขึ้นเครื่องได้คุยกับพี่ชายคนโตเอาไว้แล้วว่ารถที่บ้านจะมารับ แล้วทำไมถึงเป็นรถของพวกนักดนตรีผับไปได้
หญิงสาวหันไปมองร่างสูงลีนสวมยีนเข่าขาดกับเสื้อยืดสีดำของ เจนศึก ศักดิ์เศรษฐ์ ก็ให้รู้สึกหมั่นไส้สีหน้านิ่งเรียบของเขาชะมัด พอเปิดประตูให้เธอเสร็จก็เอื้อมมือมาคว้ากระเป๋าลากจากมือ แล้วเดินตึงๆ เอาไปโยนใส่หลังรถอย่างไม่ถนอม
นายคนนี้จะรู้ไหมว่า ไอ้ใบนั้นราคามันเลขหกหลัก!
ปรายนภานึกฉุน แต่ก็พยายามระงับอารมณ์เอาไว้ เธอเหนื่อยมากจากการคุยธุรกิจที่ไม่ราบรื่นนัก แถมพอลงจากเครื่องก็ยังมาเจอหน้าคนที่ไม่ถูกกันอีก
"พี่ชายคุณเขาไม่ว่าง หลานไม่สบายจำไม่ได้เหรอ รีบขึ้นไปสิ ตรงนี้เขาไม่ให้จอดนาน"
เจนศึกพูดพร้อมกับพยักหน้าให้มาริษาขึ้นไปนั่งด้านใน เขายืนรอให้คุณหนูจอมเรื่องมากขึ้นรถ แต่เจ้าหล่อนกลับตวัดสายตาขุ่นขวางมอง ดีหน่อยที่แค่ขว้างค้อนใส่ และไม่พูดอะไรที่ไม่สมควร เพราะคงตระหนักว่าไม่ได้อยู่กันแค่สองคน ถ้ามีแค่เขากับเจ้าหล่อน รับรองแม่คุณมีวีนยาวแน่
"เอากระเป๋าฉันลงมา ฉันจะไปแท็กซี่เอง"
ปรายนภาไม่ต้องการนั่งรถของคนพวกนี้ ไม่ใช่ว่ารังเกียจรถกลางเก่ากลางใหม่คันนี้ แต่เป็นเพราะถ้าหากไม่ชอบใครแล้ว เธอก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะอยู่เสพออกซิเจนร่วมกันในที่แคบๆ เลยสักนิด ในเมื่อยังมีทางให้เลือก
"เอากระเป๋าให้เขาสิคะพี่แจ็ค" มาริษาพูดดังขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งเล็กน้อยคล้ายไม่พอใจ
ปรายนภาตวัดสายตามองผู้หญิงผมสีชมพูที่จำได้ว่าเป็นดีเจในผับที่เจนศึกเล่นดนตรีอยู่ และเป็นแฟนของหมอนี่ด้วย
"ก่อนคุณจะขึ้นแท็กซี่ ช่วยโทรไปบอกพี่ชายคุณที ว่าเป็นเพราะคุณเลือกเอง ไม่ใช่เพราะผม"
เจนศึกไม่ได้ห้าม เพราะโตๆ กันแล้ว อยากจะทำอะไรก็ทำไป ในเมื่อเขาทำตามที่บุรินทร์ขอแล้ว แต่ปรายนภาปฏิเสธเอง มันก็หมดหน้าที่ของเขาแล้วล่ะ
ก็ดีเหมือนกัน เพราะพวกเขาจะได้ตรงไปที่ผับเลย คืนนี้ต้องทำงานที่นั่น วันหยุดสำหรับเขาไม่มีเลยช่วงนี้ เป็นช่วงที่เรียกว่าพีคมากสำหรับอาชีพที่ทำมานานหลายปี
"บอกให้เอากระเป๋าลงมาไง" เสียงแข็งสั่งขึ้น เจนศึกถอนหายใจเบื่อระอา เขาเดินไปหลังรถ ยกกระเป๋าลากลงมาวางข้างเท้าของผู้หญิงเรื่องมาก จากนั้นก็กระโดดขึ้นรถ ดึงประตูปิดดังปังใหญ่
"ไปได้แล้วไอ้ป้อง!" ชายหนุ่มบอกปกป้องเพื่อนร่วมวงให้ออกรถ มาริษาเบ้ปากและยิ้มเยาะคุณหนูผู้ดีที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
"เรื่องมากแบบนี้ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นสเปกของพี่เซนน่ะ"
"อย่าวิจารณ์" เสียงติดหงุดหงิดของเจนศึกดังขึ้น ทำให้มาริษาต้องหุบปาก นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่คนรอบข้างเจนศึกต้องเรียนรู้และตระหนัก... นั่นก็คือชายหนุ่มไม่ชอบฟังใครนินทาหรือวิจารณ์บุคคลที่สามให้ได้ยิน เขาจะแอนตี้มาก แม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นคนที่เขาไม่กินเส้นด้วยก็ตาม
"ความจริงเขาก็ไม่ได้เรื่องมากอะไรนะหมิว แค่อาจจะไม่ชินกับการขึ้นรถคนไม่คุ้นเคยก็เท่านั้นเอง"
ปกป้อง หนุ่มผมทรงสกินเฮดมือกลองของวงกล่าวขึ้นอย่างคนที่มีใจเป็นกลาง มาริษาย่นจมูก เอนศีรษะไปพิงไหล่แข็งแรงของคนข้างตัว
"อืม ก็อาจจะใช่มั้งพี่ป้อง เขาจะมาชินอะไรกับไอ้กระป๋องคันนี้ล่ะ มันสู้รถหรูของบ้านธนศักดิ์ภิรมย์ได้ที่ไหน แต่ก็ดีแล้ว ที่ไม่ขึ้นมาด้วยน่ะ ไม่งั้นหมิวคงเซ็งแย่เลย"
"บอกว่าอย่าวิจารณ์ไง"
เสียงห้าวแข็งพูดเตือนขึ้นอีกครั้ง มาริษาหน้าเสียเล็กน้อย แต่ก็ยอมหุบปาก เจนศึกล้วงโทรศัพท์ออกมา พร้อมกับกดโทรออก
"พี่ปลื้ม"
"อืม... ไม่ต้องพูดหรอกแจ็ค ฉันเพิ่งคุยกับปราย ตอนนี้ขึ้นแท็กซี่แล้วละ ยังไงก็ขอบใจนายมากนะ"
"ครับ" เจนศึกเก็บโทรศัพท์อย่างโล่งอก กับบุรินทร์นั้นชายหนุ่มเป็นคนจิตใจดี และเป็นเพื่อนที่ดีมากของจักรกฤษณ์ เขาจึงนับถือหนุ่มรุ่นพี่คนนั้นได้อย่างสนิทใจ
"คืนนี้หมิวขอไปค้างที่คอนโดพี่นะ" มาริษากระซิบเบาๆ แต่ถึงกระนั้นรถมันก็คันแค่นี้ ปกป้องได้ยินอย่างไม่ต้องสงสัย ดูจากท่าที่เพื่อนเหลือบตาผ่านกระจกส่องหลังมามอง
ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนหันไปมองใบหน้าเนียนที่กำลังสายตาวิ้งๆ มาให้
"เอาไว้วันหลังละกัน"
เขานึกถึงคอนโดของตัวเองในตึกซึ่งเป็นโครงการหนึ่งของตระกูลธนศักดิ์ภิรมย์ ที่ระเบียงเล็กๆ เขามีกระถางต้นไม้อยู่สี่ห้ากระถาง ไม่รู้ว่าน้องชายได้แวะไปดูให้บ้างหรือเปล่า ช่วงนี้น้องยุ่งกับการสอบและซุ่มวาดภาพส่งเข้าประกวดตามโพรเจกต์ต่างๆ ที่พลอยนภัสภรรยาของบุรินทร์เป็นคนสรรหามาให้ล่ารางวัล
แวบหนึ่งของความคิดที่เจนศึกนึกไปถึงผู้หญิงเรื่องมากที่คงกำลังนั่งแท็กซี่ด้วยใบหน้าบึ้งตึงอยู่ เจ้าหล่อนมีห้องอยู่ในตึกเดียวกันนี่เอง แต่อยู่คนละชั้น
นางพญาหงส์เหินนั้นอาศัยอยู่บนเพนต์เฮาส์บนยอดตึก ส่วนเขาเป็นแค่คนเดินดินธรรมดา ก็เลยมีแค่ห้องขนาดสามสิบห้าตารางเมตรเป็นที่ซุกหัวนอน
[1] บุรินทร์&พลอยนภัส จากเรื่อง หากเลือกรัก
บทล่าสุด
#111 บทที่ 111 ตอนพิเศษ ธนศักดิ์ภิรมย์
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#110 บทที่ 110 ตอนพิเศษ ธนศักดิ์ภิรมย์
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#109 บทที่ 109 ตอนพิเศษ ธนศักดิ์ภิรมย์
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#108 บทที่ 108 ตอนพิเศษ ธนศักดิ์ภิรมย์
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#107 บทที่ 107 ตอนพิเศษ ธนศักดิ์ภิรมย์
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#106 บทที่ 106 ตอนพิเศษ ธนศักดิ์ภิรมย์
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#105 บทที่ 105 ตอนพิเศษ ธนศักดิ์ภิรมย์
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#104 บทที่ 104 ตอนพิเศษ ธนศักดิ์ภิรมย์
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#103 บทที่ 103 หากแม้นว่าฟ้ามีใจ NC+
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#102 บทที่ 102 หากแม้นว่าฟ้ามีใจ NC+
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
รักระรินใจ
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า













