บทนำ
บท 1
เวลาบ่ายสามโมงกว่า ในอาคารผู้โดยสารขาเข้า สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและการแต่งกายกำลังเดินกันให้ขวักไขว่จนดูละลานตาไปหมด แต่ถึงกระนั้นหญิงสาวร่างเพรียวระหงในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีแดงกุหลาบตัดจากผ้าซาตินลื่นพลิ้วกับกางเกงสีดำบนรองเท้าส้นเข็มสีเบอร์กันดีก็ยังคงดูโดดเด่นอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น
เจ้าหล่อนลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้าด้วยท่วงท่าที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น ท่าเดินเป็นธรรมชาติคล้ายไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แต่คนที่กำลังนั่งรอและจ้องอยู่ขณะนี้ทราบดีว่าดวงตาภายใต้แว่นแบรนด์เนมสีชานั้นกวาดเก็บรายละเอียดที่จำเป็นเอาไว้ได้หมดแล้ว รวมถึงการที่เจ้าหล่อนเดินเฉียดเข้ามาใกล้ แล้วปรายหางตามองอย่างเสียไม่ได้นั่นด้วย ท่าเชิดคางขึ้นเล็กน้อยโดยอัตโนมัติยามเมื่อสบตากันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรสำหรับเจนศึก สี่ปีที่แล้วเป็นอย่างไร เวลานี้ก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีอะไรแตกต่าง
"ท่าทางเหมือนนางพญากำลังตวัดหางตามองคนขับรถยังไงยังงั้นเลยเนอะ หยิ่งไม่เคยลดดีกรีเลยสิน่า"
เสียงวิจารณ์ดังจากมาริษา หญิงสาวผมสั้นสีชมพูพาสเทลดัดหยิกเป็นลอนล้อมรอบใบหน้ารูปหัวใจ เจนศึกมองตามร่างสูงโปร่งของ ปรายนภา ธนศักดิ์ภิรมย์ นางพญาที่มาริษาหมายถึง
"อย่าไปสนใจสิ เราก็อยู่ส่วนเรา อย่าวิจารณ์"
เขากล่าวเสียงเรียบ ขยับลุกขึ้นยืน มาริษาย่นจมูกนิดหนึ่ง ดีเจสาวลุกขึ้นสอดแขนคล้องกับแขนของชายหนุ่ม พากันก้าวเท้าเดินตามหลังหญิงสาวร่างเพรียวระหงไปห่างๆ
เจนศึกล้วงโทรศัพท์ออกมากดโทรออก คนที่เดินก้าวฉับๆ นำหน้ากดหูฟังไร้สายที่เสียบหูไว้ตลอดเวลา
"..."
กดรับสายแต่ไม่พูดอะไรสักคำ ราวกับกลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปาก ซึ่งปกติเจ้าหล่อนหาใช่คนเก็บปากเก็บคำไม่ ตรงกันข้าม แม่คุณพูดเก่ง และด่าเป็นไฟแลบเลยทีเดียว
"ออกประตู แล้วข้ามถนน รถตู้สีขาวจอดรออยู่ตรงนั้น"
เจนศึกพูดเพียงแค่นั้นก็กดวางสาย เดินตามร่างโปร่งเพรียวเดินออกประตูแล้วก้าวฉับๆ ข้ามถนนไปยังรถตู้สีขาวที่ติดเครื่องรออยู่ มันเป็นรถอเนกประสงค์ของวงที่มารอรับเขากับมาริษา เจนศึกกับมาริษาเพิ่งกลับจากเชียงใหม่หลังจากไปร่วมเล่นดนตรีเฉพาะกิจที่ผับแห่งหนึ่ง
เขาได้รับโทรศัพท์จาก บุรินทร์ ธนศักดิ์ภิรมย์[1] ให้รอรับปรายนภาผู้เป็นน้องสาวด้วย เจ้าหล่อนเพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศหลังจากไปทำงาน เจนศึกไม่อยากปฏิเสธ เพราะเขานับถือบุรินทร์ และอีกอย่างครอบครัวธนศักดิ์ภิรมย์ถือเป็นผู้มีพระคุณของเจตริน ครอบครัวนี้ได้ให้ความรัก ความเมตตาเอ็นดูแก่น้องชายต่างสายเลือดของเขามากนัก
ดังนั้น ชายหนุ่มจึงต้องบอกตัวเองให้อดทน เพียงแค่ไม่ถึงชั่วโมงที่จะต้องนั่งหายใจร่วมกับคนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันในรถแคบ
"เชิญ"
เขาเดินผ่านร่างระหงที่ยืนนิ่งอยู่ข้างรถแล้วดึงประตูข้างเปิดออกกว้าง เจนศึกต้องจำใจบริการคุณหนูผู้สูงศักดิ์อย่างเสียไม่ได้ เขาเลิกคิ้วเมื่อเห็นคิ้วเรียวของเจ้าหล่อนกำลังขมวดชนกัน
"ทำไมถึงเป็นคันนี้? แล้วรถที่บ้านฉันละ?"
ปรายนภาถามเสียงเย็นติดหงุดหงิด เนื่องจากก่อนขึ้นเครื่องได้คุยกับพี่ชายคนโตเอาไว้แล้วว่ารถที่บ้านจะมารับ แล้วทำไมถึงเป็นรถของพวกนักดนตรีผับไปได้
หญิงสาวหันไปมองร่างสูงลีนสวมยีนเข่าขาดกับเสื้อยืดสีดำของ เจนศึก ศักดิ์เศรษฐ์ ก็ให้รู้สึกหมั่นไส้สีหน้านิ่งเรียบของเขาชะมัด พอเปิดประตูให้เธอเสร็จก็เอื้อมมือมาคว้ากระเป๋าลากจากมือ แล้วเดินตึงๆ เอาไปโยนใส่หลังรถอย่างไม่ถนอม
นายคนนี้จะรู้ไหมว่า ไอ้ใบนั้นราคามันเลขหกหลัก!
ปรายนภานึกฉุน แต่ก็พยายามระงับอารมณ์เอาไว้ เธอเหนื่อยมากจากการคุยธุรกิจที่ไม่ราบรื่นนัก แถมพอลงจากเครื่องก็ยังมาเจอหน้าคนที่ไม่ถูกกันอีก
"พี่ชายคุณเขาไม่ว่าง หลานไม่สบายจำไม่ได้เหรอ รีบขึ้นไปสิ ตรงนี้เขาไม่ให้จอดนาน"
เจนศึกพูดพร้อมกับพยักหน้าให้มาริษาขึ้นไปนั่งด้านใน เขายืนรอให้คุณหนูจอมเรื่องมากขึ้นรถ แต่เจ้าหล่อนกลับตวัดสายตาขุ่นขวางมอง ดีหน่อยที่แค่ขว้างค้อนใส่ และไม่พูดอะไรที่ไม่สมควร เพราะคงตระหนักว่าไม่ได้อยู่กันแค่สองคน ถ้ามีแค่เขากับเจ้าหล่อน รับรองแม่คุณมีวีนยาวแน่
"เอากระเป๋าฉันลงมา ฉันจะไปแท็กซี่เอง"
ปรายนภาไม่ต้องการนั่งรถของคนพวกนี้ ไม่ใช่ว่ารังเกียจรถกลางเก่ากลางใหม่คันนี้ แต่เป็นเพราะถ้าหากไม่ชอบใครแล้ว เธอก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะอยู่เสพออกซิเจนร่วมกันในที่แคบๆ เลยสักนิด ในเมื่อยังมีทางให้เลือก
"เอากระเป๋าให้เขาสิคะพี่แจ็ค" มาริษาพูดดังขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งเล็กน้อยคล้ายไม่พอใจ
ปรายนภาตวัดสายตามองผู้หญิงผมสีชมพูที่จำได้ว่าเป็นดีเจในผับที่เจนศึกเล่นดนตรีอยู่ และเป็นแฟนของหมอนี่ด้วย
"ก่อนคุณจะขึ้นแท็กซี่ ช่วยโทรไปบอกพี่ชายคุณที ว่าเป็นเพราะคุณเลือกเอง ไม่ใช่เพราะผม"
เจนศึกไม่ได้ห้าม เพราะโตๆ กันแล้ว อยากจะทำอะไรก็ทำไป ในเมื่อเขาทำตามที่บุรินทร์ขอแล้ว แต่ปรายนภาปฏิเสธเอง มันก็หมดหน้าที่ของเขาแล้วล่ะ
ก็ดีเหมือนกัน เพราะพวกเขาจะได้ตรงไปที่ผับเลย คืนนี้ต้องทำงานที่นั่น วันหยุดสำหรับเขาไม่มีเลยช่วงนี้ เป็นช่วงที่เรียกว่าพีคมากสำหรับอาชีพที่ทำมานานหลายปี
"บอกให้เอากระเป๋าลงมาไง" เสียงแข็งสั่งขึ้น เจนศึกถอนหายใจเบื่อระอา เขาเดินไปหลังรถ ยกกระเป๋าลากลงมาวางข้างเท้าของผู้หญิงเรื่องมาก จากนั้นก็กระโดดขึ้นรถ ดึงประตูปิดดังปังใหญ่
"ไปได้แล้วไอ้ป้อง!" ชายหนุ่มบอกปกป้องเพื่อนร่วมวงให้ออกรถ มาริษาเบ้ปากและยิ้มเยาะคุณหนูผู้ดีที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
"เรื่องมากแบบนี้ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นสเปกของพี่เซนน่ะ"
"อย่าวิจารณ์" เสียงติดหงุดหงิดของเจนศึกดังขึ้น ทำให้มาริษาต้องหุบปาก นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่คนรอบข้างเจนศึกต้องเรียนรู้และตระหนัก... นั่นก็คือชายหนุ่มไม่ชอบฟังใครนินทาหรือวิจารณ์บุคคลที่สามให้ได้ยิน เขาจะแอนตี้มาก แม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นคนที่เขาไม่กินเส้นด้วยก็ตาม
"ความจริงเขาก็ไม่ได้เรื่องมากอะไรนะหมิว แค่อาจจะไม่ชินกับการขึ้นรถคนไม่คุ้นเคยก็เท่านั้นเอง"
ปกป้อง หนุ่มผมทรงสกินเฮดมือกลองของวงกล่าวขึ้นอย่างคนที่มีใจเป็นกลาง มาริษาย่นจมูก เอนศีรษะไปพิงไหล่แข็งแรงของคนข้างตัว
"อืม ก็อาจจะใช่มั้งพี่ป้อง เขาจะมาชินอะไรกับไอ้กระป๋องคันนี้ล่ะ มันสู้รถหรูของบ้านธนศักดิ์ภิรมย์ได้ที่ไหน แต่ก็ดีแล้ว ที่ไม่ขึ้นมาด้วยน่ะ ไม่งั้นหมิวคงเซ็งแย่เลย"
"บอกว่าอย่าวิจารณ์ไง"
เสียงห้าวแข็งพูดเตือนขึ้นอีกครั้ง มาริษาหน้าเสียเล็กน้อย แต่ก็ยอมหุบปาก เจนศึกล้วงโทรศัพท์ออกมา พร้อมกับกดโทรออก
"พี่ปลื้ม"
"อืม... ไม่ต้องพูดหรอกแจ็ค ฉันเพิ่งคุยกับปราย ตอนนี้ขึ้นแท็กซี่แล้วละ ยังไงก็ขอบใจนายมากนะ"
"ครับ" เจนศึกเก็บโทรศัพท์อย่างโล่งอก กับบุรินทร์นั้นชายหนุ่มเป็นคนจิตใจดี และเป็นเพื่อนที่ดีมากของจักรกฤษณ์ เขาจึงนับถือหนุ่มรุ่นพี่คนนั้นได้อย่างสนิทใจ
"คืนนี้หมิวขอไปค้างที่คอนโดพี่นะ" มาริษากระซิบเบาๆ แต่ถึงกระนั้นรถมันก็คันแค่นี้ ปกป้องได้ยินอย่างไม่ต้องสงสัย ดูจากท่าที่เพื่อนเหลือบตาผ่านกระจกส่องหลังมามอง
ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนหันไปมองใบหน้าเนียนที่กำลังสายตาวิ้งๆ มาให้
"เอาไว้วันหลังละกัน"
เขานึกถึงคอนโดของตัวเองในตึกซึ่งเป็นโครงการหนึ่งของตระกูลธนศักดิ์ภิรมย์ ที่ระเบียงเล็กๆ เขามีกระถางต้นไม้อยู่สี่ห้ากระถาง ไม่รู้ว่าน้องชายได้แวะไปดูให้บ้างหรือเปล่า ช่วงนี้น้องยุ่งกับการสอบและซุ่มวาดภาพส่งเข้าประกวดตามโพรเจกต์ต่างๆ ที่พลอยนภัสภรรยาของบุรินทร์เป็นคนสรรหามาให้ล่ารางวัล
แวบหนึ่งของความคิดที่เจนศึกนึกไปถึงผู้หญิงเรื่องมากที่คงกำลังนั่งแท็กซี่ด้วยใบหน้าบึ้งตึงอยู่ เจ้าหล่อนมีห้องอยู่ในตึกเดียวกันนี่เอง แต่อยู่คนละชั้น
นางพญาหงส์เหินนั้นอาศัยอยู่บนเพนต์เฮาส์บนยอดตึก ส่วนเขาเป็นแค่คนเดินดินธรรมดา ก็เลยมีแค่ห้องขนาดสามสิบห้าตารางเมตรเป็นที่ซุกหัวนอน
[1] บุรินทร์&พลอยนภัส จากเรื่อง หากเลือกรัก
บทล่าสุด
#111 บทที่ 111 ตอนพิเศษ ธนศักดิ์ภิรมย์
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#110 บทที่ 110 ตอนพิเศษ ธนศักดิ์ภิรมย์
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#109 บทที่ 109 ตอนพิเศษ ธนศักดิ์ภิรมย์
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#108 บทที่ 108 ตอนพิเศษ ธนศักดิ์ภิรมย์
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#107 บทที่ 107 ตอนพิเศษ ธนศักดิ์ภิรมย์
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#106 บทที่ 106 ตอนพิเศษ ธนศักดิ์ภิรมย์
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#105 บทที่ 105 ตอนพิเศษ ธนศักดิ์ภิรมย์
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#104 บทที่ 104 ตอนพิเศษ ธนศักดิ์ภิรมย์
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#103 บทที่ 103 หากแม้นว่าฟ้ามีใจ NC+
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#102 บทที่ 102 หากแม้นว่าฟ้ามีใจ NC+
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
คุณฮั่ว โปรดรักฉัน
เจ้าสาวตัวแทนของมาเฟีย
เขามัดมือและขาของฉันแยกออกจากกัน ตรึงไว้กับมุมเตียงทั้งสี่ด้าน แล้วค่อยๆ พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น
แส้ม้าของเขาลากผ่านร่องสวาทของฉัน
ฉันรู้สึกได้ว่าส่วนนั้นของฉันเริ่มเปียกแฉะ และมีน้ำหยดลงมาตามต้นขา
เขาใช้แส้เฆี่ยนฉันเบาๆ แล้วออกคำสั่ง “บอกมาสิ เธอต้องการอะไร”
ตอนที่ฉันมารู้ว่าผู้ชายที่ฉันมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนด้วย—ผู้ชายคนเดียวกับที่ไล่ฉันออกจากงาน—คือเดเมียน คาวาเลียรี บอสมาเฟียผู้น่าสะพรึงกลัว มันก็สายเกินไปแล้ว
ฉันตกงาน ถูกแฟนหักหลัง และสูญเสียเงินค่ารักษาน้องสาวไป
ในตอนที่ฉันไม่เหลือหนทางไป เดเมียนก็ยื่นข้อเสนอให้ฉัน นั่นคือการเป็นเจ้าสาวตัวแทนของเขา แล้วเขาจะชดใช้หนี้สินทั้งหมดให้
ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเลือกฉัน แต่ฉันเข้าใจดีว่าตราบใดที่ฉันมอบทายาทให้เขาได้ ฉันก็จะช่วยชีวิตน้องสาวของฉันได้
ฉันตกลง
สัญญาเรียบง่าย—ไม่มีเซ็กส์ ไม่มีความรู้สึก เป็นเพียงธุรกิจเท่านั้น แต่เดเมียนกลับเป็นคนทำลายกฎของตัวเองด้วยมือของเขาเอง
หนุ่มคอลบอยมหาเศรษฐีกับฉัน
"หุบปาก" เขาพูดเสียงแหบพร่า จิ้กนิ้วลงบนสะโพกฉันแรงขึ้นอีก นำทางให้ฉันขยับบนตักเขาอย่างรวดเร็ว ทำให้ส่วนเว้าแฉะเยิ้มของฉันเสียดสีกับส่วนแข็งขืนของเขา
"ฮ้า... ลูคัส..." ชื่อของเขาหลุดออกมาพร้อมเสียงครางดังลั่น เขาจับสะโพกฉันยกขึ้นอย่างง่ายดายแล้วกดลงมาอีกครั้งจนเกิดเสียงกลวงทึบที่ทำให้ฉันต้องกัดริมฝีปาก ฉันรู้สึกได้ว่าส่วนปลายของเขาจรดเข้ากับปากทางของฉันอย่างหมิ่นเหม่...
แก้มของอาเรียน่าแดงก่ำขณะจ้องมองเพดานอย่างเหม่อลอย ตระหนักได้ว่าเธอเผลอตัวเผลอใจไปแล้ว
"ได้เลย เอาไปให้หมด! ทั้งพ่อใจหิน แม่ที่เอาแต่ใจตัวเองและถูกตามใจจนเคยตัว แล้วก็ไอ้สารเลวอ่อนแอไร้ประโยชน์คนนี้!" อาเรียน่า ซัมเมอร์ ตัดสินใจปลดปล่อยตัวเองและทำทุกอย่างที่ใจต้องการ รวมถึงการมอบกายให้ใครสักคนหลังจากจับได้ว่าคู่หมั้นของเธอแอบไปนอนกับพี่สาวของเธอในอพาร์ตเมนต์ของเขา แต่จะมีใครเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดได้อีกล่ะ ถ้าไม่ใช่เด็กขายจากคลับไดนาสตี้ยอดนิยม?
เด็กขายคนนั้นทั้งมีเสน่ห์และแสนหวาน เธออดใจไม่ไหวที่จะตกหลุมรักเขายิ่งนานวันที่ได้ใช้เวลาร่วมกัน
อาเรียน่าพาเขาไปที่งานหมั้นงานหนึ่ง และทุกคนก็ต้องอุทานออกมา "นายน้อยไฟร์สโตน ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่ได้ครับ/คะ"
ดวงตาของอาเรียน่าเบิกกว้างด้วยความตกใจ นายน้อยไฟร์สโตนเหรอ?! เขาคือเจ้าชายผู้โด่งดังแห่งวงสังคมเมืองหลวงไม่ใช่หรือไง?! แล้วตอนนี้เธอจะยังหนีจากใยรักที่เขากางดักไว้ได้อีกหรือ?
เรื่องรักฉบับร้อน (คุณใหญ่/คุณคิงส์/คุณยักษ์)
จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน
ทำให้ กัวจื่อหรานได้พบกับหลินอวี้เจิน
เขาต้องตามหาไข่มุกล้ำค่ากลับคืนสู่ตระกูล
ทว่าเขากลับพบว่าสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่าคือนางที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
เจ้านายที่หลงใหล
อย่างไรก็ตามเธอไม่เคยคิดว่าเรื่องราวจะดราม่ามากเท่าวันรุ่งขึ้นเธอพบว่าประธานคนใหม่ของ บริษัท ของเธอเป็นคนที่เธอนอนหลับเมื่อคืนนี้! ยิ่งกว่านั้นเจ้านายใหม่คนนี้ดูใจแคบมากในขณะที่เขาขอให้แชนด์เลอร์มาที่สํานักงานของเขาในวันแรก
รักฉัน เกลียดฉัน
หนึ่งปีต่อมาเธอถูกขอหย่าและไม่เหลืออะไรเลย
เธอไม่ได้บ่นเกี่ยวกับมันเลย เธอรู้ว่าเป็นการแก้แค้นของเธอ สําหรับบาปใหญ่ที่พ่อของเธอได้กระทําต่อครอบครัวของเขา เธอต้องชดใช้... กับร่างกายของเธอ
เธอคิดว่าหลังจากการหย่าร้างเธอสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ ได้ แต่เธอคิดผิดโดยสิ้นเชิง!
โดยบังเอิญเธอกลายเป็นหุ้นส่วนงานของเขาและอยู่กับเขาทุกวัน
เธอคิดว่าเขายังคงเกลียดเธอ แต่เธอก็ค่อยๆตระหนักว่าเขาช่วยเธอในชีวิตและอาชีพและปกป้องเธอ
เขาบอกว่าเขาเกลียดความกล้าของเธอ แต่ทําไมเขาถึงให้ความอ่อนโยนของเธอ?
วันแล้ววันแล้วเธอตกหลุมรักเขา และเลิกวิ่งหนีเขา แต่... เขาจะรักเธอกลับมาไหม?
สามีรอบตัวของฉัน
แต่ค่าผ่าตัดสําหรับแม่สูงเกินไปและดาร์เรนไม่สามารถจ่ายได้เขาต้องขอเงินจากญาติและแม้แต่แฟนเก่า
อย่างไรก็ตามเขาไม่มีอะไรนอกจากความอัปยศอดสูและถูกทุบตีอย่างไร้ความปราณีขวาเมื่อเขามีเลือดออกและกําลังจะหมดสติบนพื้นแสงสีฟ้าที่ตกลงมาจากท้องฟ้าและดาร์เรนได้รับการเสนอข้อตกลงจากพระเจ้าว่าเขาสามารถมีทุกสิ่งที่เขาต้องการในชีวิตของเขารวมถึงชีวิตของแม่ความรักและเหนือสิ่งอื่นใด ศักดิ์ศรีของเขา ก็ต่อเมื่อ...
สามีของฉันอุ่นเตียง!
ในที่สาธารณะเขาเป็นตัวควบคุมเลือดเย็นและเด็ดขาดในหมู่อาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่
ในส่วนตัวเขาเป็นหมาป่าในผิวหนังของแกะเหมือนปิศาจตัวจริง เขาปล่อยเธอไปง่ายๆได้ยังไง?...













