หากแม้นว่าฟ้ามีใจ ซีรีส์ ธนศักดิ์ภิรมย์ 3

หากแม้นว่าฟ้ามีใจ ซีรีส์ ธนศักดิ์ภิรมย์ 3

เอลยา · เสร็จสิ้น · 132.5k คำ

621
ยอดนิยม
621
การดู
0
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

เธอเป็นถึงลูกสาวของนักธุรกิจผู้ทรงอำนาจ สูงประดุจดอกฟ้า แล้วนักดนตรีในผับแสนธรรมดาอย่างเขาจะเอาอะไรไปสอยดอกฟ้าได้เล่า เว้นเสียแต่ว่าเขาต้องตายแล้วเกิดใหม่

บท 1

เวลาบ่ายสามโมงกว่า ในอาคารผู้โดยสารขาเข้า สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและการแต่งกายกำลังเดินกันให้ขวักไขว่จนดูละลานตาไปหมด แต่ถึงกระนั้นหญิงสาวร่างเพรียวระหงในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีแดงกุหลาบตัดจากผ้าซาตินลื่นพลิ้วกับกางเกงสีดำบนรองเท้าส้นเข็มสีเบอร์กันดีก็ยังคงดูโดดเด่นอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น

เจ้าหล่อนลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้าด้วยท่วงท่าที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น ท่าเดินเป็นธรรมชาติคล้ายไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แต่คนที่กำลังนั่งรอและจ้องอยู่ขณะนี้ทราบดีว่าดวงตาภายใต้แว่นแบรนด์เนมสีชานั้นกวาดเก็บรายละเอียดที่จำเป็นเอาไว้ได้หมดแล้ว รวมถึงการที่เจ้าหล่อนเดินเฉียดเข้ามาใกล้ แล้วปรายหางตามองอย่างเสียไม่ได้นั่นด้วย ท่าเชิดคางขึ้นเล็กน้อยโดยอัตโนมัติยามเมื่อสบตากันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรสำหรับเจนศึก สี่ปีที่แล้วเป็นอย่างไร เวลานี้ก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีอะไรแตกต่าง

"ท่าทางเหมือนนางพญากำลังตวัดหางตามองคนขับรถยังไงยังงั้นเลยเนอะ หยิ่งไม่เคยลดดีกรีเลยสิน่า"

เสียงวิจารณ์ดังจากมาริษา หญิงสาวผมสั้นสีชมพูพาสเทลดัดหยิกเป็นลอนล้อมรอบใบหน้ารูปหัวใจ เจนศึกมองตามร่างสูงโปร่งของ ปรายนภา ธนศักดิ์ภิรมย์ นางพญาที่มาริษาหมายถึง

"อย่าไปสนใจสิ เราก็อยู่ส่วนเรา อย่าวิจารณ์"

เขากล่าวเสียงเรียบ ขยับลุกขึ้นยืน มาริษาย่นจมูกนิดหนึ่ง ดีเจสาวลุกขึ้นสอดแขนคล้องกับแขนของชายหนุ่ม พากันก้าวเท้าเดินตามหลังหญิงสาวร่างเพรียวระหงไปห่างๆ

เจนศึกล้วงโทรศัพท์ออกมากดโทรออก คนที่เดินก้าวฉับๆ นำหน้ากดหูฟังไร้สายที่เสียบหูไว้ตลอดเวลา

"..."

กดรับสายแต่ไม่พูดอะไรสักคำ ราวกับกลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปาก ซึ่งปกติเจ้าหล่อนหาใช่คนเก็บปากเก็บคำไม่ ตรงกันข้าม แม่คุณพูดเก่ง และด่าเป็นไฟแลบเลยทีเดียว

"ออกประตู แล้วข้ามถนน รถตู้สีขาวจอดรออยู่ตรงนั้น"

เจนศึกพูดเพียงแค่นั้นก็กดวางสาย เดินตามร่างโปร่งเพรียวเดินออกประตูแล้วก้าวฉับๆ ข้ามถนนไปยังรถตู้สีขาวที่ติดเครื่องรออยู่ มันเป็นรถอเนกประสงค์ของวงที่มารอรับเขากับมาริษา เจนศึกกับมาริษาเพิ่งกลับจากเชียงใหม่หลังจากไปร่วมเล่นดนตรีเฉพาะกิจที่ผับแห่งหนึ่ง

เขาได้รับโทรศัพท์จาก บุรินทร์ ธนศักดิ์ภิรมย์[1] ให้รอรับปรายนภาผู้เป็นน้องสาวด้วย เจ้าหล่อนเพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศหลังจากไปทำงาน เจนศึกไม่อยากปฏิเสธ เพราะเขานับถือบุรินทร์ และอีกอย่างครอบครัวธนศักดิ์ภิรมย์ถือเป็นผู้มีพระคุณของเจตริน ครอบครัวนี้ได้ให้ความรัก ความเมตตาเอ็นดูแก่น้องชายต่างสายเลือดของเขามากนัก

ดังนั้น ชายหนุ่มจึงต้องบอกตัวเองให้อดทน เพียงแค่ไม่ถึงชั่วโมงที่จะต้องนั่งหายใจร่วมกับคนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันในรถแคบ

"เชิญ"

เขาเดินผ่านร่างระหงที่ยืนนิ่งอยู่ข้างรถแล้วดึงประตูข้างเปิดออกกว้าง เจนศึกต้องจำใจบริการคุณหนูผู้สูงศักดิ์อย่างเสียไม่ได้ เขาเลิกคิ้วเมื่อเห็นคิ้วเรียวของเจ้าหล่อนกำลังขมวดชนกัน

"ทำไมถึงเป็นคันนี้? แล้วรถที่บ้านฉันละ?"

ปรายนภาถามเสียงเย็นติดหงุดหงิด เนื่องจากก่อนขึ้นเครื่องได้คุยกับพี่ชายคนโตเอาไว้แล้วว่ารถที่บ้านจะมารับ แล้วทำไมถึงเป็นรถของพวกนักดนตรีผับไปได้

หญิงสาวหันไปมองร่างสูงลีนสวมยีนเข่าขาดกับเสื้อยืดสีดำของ เจนศึก ศักดิ์เศรษฐ์ ก็ให้รู้สึกหมั่นไส้สีหน้านิ่งเรียบของเขาชะมัด พอเปิดประตูให้เธอเสร็จก็เอื้อมมือมาคว้ากระเป๋าลากจากมือ แล้วเดินตึงๆ เอาไปโยนใส่หลังรถอย่างไม่ถนอม

นายคนนี้จะรู้ไหมว่า ไอ้ใบนั้นราคามันเลขหกหลัก!

ปรายนภานึกฉุน แต่ก็พยายามระงับอารมณ์เอาไว้ เธอเหนื่อยมากจากการคุยธุรกิจที่ไม่ราบรื่นนัก แถมพอลงจากเครื่องก็ยังมาเจอหน้าคนที่ไม่ถูกกันอีก

"พี่ชายคุณเขาไม่ว่าง หลานไม่สบายจำไม่ได้เหรอ รีบขึ้นไปสิ ตรงนี้เขาไม่ให้จอดนาน"

เจนศึกพูดพร้อมกับพยักหน้าให้มาริษาขึ้นไปนั่งด้านใน เขายืนรอให้คุณหนูจอมเรื่องมากขึ้นรถ แต่เจ้าหล่อนกลับตวัดสายตาขุ่นขวางมอง ดีหน่อยที่แค่ขว้างค้อนใส่ และไม่พูดอะไรที่ไม่สมควร เพราะคงตระหนักว่าไม่ได้อยู่กันแค่สองคน ถ้ามีแค่เขากับเจ้าหล่อน รับรองแม่คุณมีวีนยาวแน่

"เอากระเป๋าฉันลงมา ฉันจะไปแท็กซี่เอง"

ปรายนภาไม่ต้องการนั่งรถของคนพวกนี้ ไม่ใช่ว่ารังเกียจรถกลางเก่ากลางใหม่คันนี้ แต่เป็นเพราะถ้าหากไม่ชอบใครแล้ว เธอก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะอยู่เสพออกซิเจนร่วมกันในที่แคบๆ เลยสักนิด ในเมื่อยังมีทางให้เลือก

"เอากระเป๋าให้เขาสิคะพี่แจ็ค" มาริษาพูดดังขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งเล็กน้อยคล้ายไม่พอใจ

ปรายนภาตวัดสายตามองผู้หญิงผมสีชมพูที่จำได้ว่าเป็นดีเจในผับที่เจนศึกเล่นดนตรีอยู่ และเป็นแฟนของหมอนี่ด้วย

"ก่อนคุณจะขึ้นแท็กซี่ ช่วยโทรไปบอกพี่ชายคุณที ว่าเป็นเพราะคุณเลือกเอง ไม่ใช่เพราะผม"

เจนศึกไม่ได้ห้าม เพราะโตๆ กันแล้ว อยากจะทำอะไรก็ทำไป ในเมื่อเขาทำตามที่บุรินทร์ขอแล้ว แต่ปรายนภาปฏิเสธเอง มันก็หมดหน้าที่ของเขาแล้วล่ะ

ก็ดีเหมือนกัน เพราะพวกเขาจะได้ตรงไปที่ผับเลย คืนนี้ต้องทำงานที่นั่น วันหยุดสำหรับเขาไม่มีเลยช่วงนี้ เป็นช่วงที่เรียกว่าพีคมากสำหรับอาชีพที่ทำมานานหลายปี

"บอกให้เอากระเป๋าลงมาไง" เสียงแข็งสั่งขึ้น เจนศึกถอนหายใจเบื่อระอา เขาเดินไปหลังรถ ยกกระเป๋าลากลงมาวางข้างเท้าของผู้หญิงเรื่องมาก จากนั้นก็กระโดดขึ้นรถ ดึงประตูปิดดังปังใหญ่

"ไปได้แล้วไอ้ป้อง!" ชายหนุ่มบอกปกป้องเพื่อนร่วมวงให้ออกรถ มาริษาเบ้ปากและยิ้มเยาะคุณหนูผู้ดีที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

"เรื่องมากแบบนี้ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นสเปกของพี่เซนน่ะ"

"อย่าวิจารณ์" เสียงติดหงุดหงิดของเจนศึกดังขึ้น ทำให้มาริษาต้องหุบปาก นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่คนรอบข้างเจนศึกต้องเรียนรู้และตระหนัก... นั่นก็คือชายหนุ่มไม่ชอบฟังใครนินทาหรือวิจารณ์บุคคลที่สามให้ได้ยิน เขาจะแอนตี้มาก แม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นคนที่เขาไม่กินเส้นด้วยก็ตาม

"ความจริงเขาก็ไม่ได้เรื่องมากอะไรนะหมิว แค่อาจจะไม่ชินกับการขึ้นรถคนไม่คุ้นเคยก็เท่านั้นเอง"

ปกป้อง หนุ่มผมทรงสกินเฮดมือกลองของวงกล่าวขึ้นอย่างคนที่มีใจเป็นกลาง มาริษาย่นจมูก เอนศีรษะไปพิงไหล่แข็งแรงของคนข้างตัว

"อืม ก็อาจจะใช่มั้งพี่ป้อง เขาจะมาชินอะไรกับไอ้กระป๋องคันนี้ล่ะ มันสู้รถหรูของบ้านธนศักดิ์ภิรมย์ได้ที่ไหน แต่ก็ดีแล้ว ที่ไม่ขึ้นมาด้วยน่ะ ไม่งั้นหมิวคงเซ็งแย่เลย"

"บอกว่าอย่าวิจารณ์ไง"

เสียงห้าวแข็งพูดเตือนขึ้นอีกครั้ง มาริษาหน้าเสียเล็กน้อย แต่ก็ยอมหุบปาก เจนศึกล้วงโทรศัพท์ออกมา พร้อมกับกดโทรออก

"พี่ปลื้ม"

"อืม... ไม่ต้องพูดหรอกแจ็ค ฉันเพิ่งคุยกับปราย ตอนนี้ขึ้นแท็กซี่แล้วละ ยังไงก็ขอบใจนายมากนะ"

"ครับ" เจนศึกเก็บโทรศัพท์อย่างโล่งอก กับบุรินทร์นั้นชายหนุ่มเป็นคนจิตใจดี และเป็นเพื่อนที่ดีมากของจักรกฤษณ์ เขาจึงนับถือหนุ่มรุ่นพี่คนนั้นได้อย่างสนิทใจ

"คืนนี้หมิวขอไปค้างที่คอนโดพี่นะ" มาริษากระซิบเบาๆ แต่ถึงกระนั้นรถมันก็คันแค่นี้ ปกป้องได้ยินอย่างไม่ต้องสงสัย ดูจากท่าที่เพื่อนเหลือบตาผ่านกระจกส่องหลังมามอง

ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนหันไปมองใบหน้าเนียนที่กำลังสายตาวิ้งๆ มาให้

"เอาไว้วันหลังละกัน"

เขานึกถึงคอนโดของตัวเองในตึกซึ่งเป็นโครงการหนึ่งของตระกูลธนศักดิ์ภิรมย์ ที่ระเบียงเล็กๆ เขามีกระถางต้นไม้อยู่สี่ห้ากระถาง ไม่รู้ว่าน้องชายได้แวะไปดูให้บ้างหรือเปล่า ช่วงนี้น้องยุ่งกับการสอบและซุ่มวาดภาพส่งเข้าประกวดตามโพรเจกต์ต่างๆ ที่พลอยนภัสภรรยาของบุรินทร์เป็นคนสรรหามาให้ล่ารางวัล

แวบหนึ่งของความคิดที่เจนศึกนึกไปถึงผู้หญิงเรื่องมากที่คงกำลังนั่งแท็กซี่ด้วยใบหน้าบึ้งตึงอยู่ เจ้าหล่อนมีห้องอยู่ในตึกเดียวกันนี่เอง แต่อยู่คนละชั้น

นางพญาหงส์เหินนั้นอาศัยอยู่บนเพนต์เฮาส์บนยอดตึก ส่วนเขาเป็นแค่คนเดินดินธรรมดา ก็เลยมีแค่ห้องขนาดสามสิบห้าตารางเมตรเป็นที่ซุกหัวนอน

[1] บุรินทร์&พลอยนภัส จากเรื่อง หากเลือกรัก

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

พลาดรักร้ายนายวิศวะ

พลาดรักร้ายนายวิศวะ

348.4k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"เธอมันก็แค่น้องสาวของผู้หญิงขายตัว ที่หาวิธีทำให้ฉันสนใจไม่ได้ เธอก็วิ่งไปหาคนอื่น"

"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที

"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด

"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ

"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"

"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด

!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด

ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน

"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ

Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ

2.2m การดู · เสร็จสิ้น · Tiwa ทิวา
“ว้าว นี่พี่ชอบนิ่มจริงเหรอเนี่ย” ที่พูดไปก็แค่ติดตลก ไม่อยากให้พี่เขาเครียด
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า

ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า

170.9k การดู · เสร็จสิ้น · ชาไทยเย็น
“ทีตอนที่ไปคลินิกแล้วขึ้นขาหยั่งไม่คิดจะอายบ้างเหรอ แล้วถ้าวันนี้คนที่ตรวจคุณเป็นผู้ชายคนอื่นล่ะคุณจะทำยังไง”

เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"

เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา

เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ

แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต

ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน

ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!

** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ

นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด

ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
เกลียดรัก

เกลียดรัก

472.9k การดู · เสร็จสิ้น · พราวนภา
คนบางคนมักจะให้ความสำคัญต่อคนที่ตัวเองเกลียด
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
ดวงใจรักนักรบ

ดวงใจรักนักรบ

152.8k การดู · เสร็จสิ้น · เพียงดารา-นวินดา
ความผิดพลาดในคืนนั้นทำให้ นักรบ ดิษกรพล โครเชอร์ หนีไปหมกตัวอยู่ในป่าในเขาเพื่อลืมอดีต จากเพลย์บอยหนุ่มเจ้าสำราญกลายเป็นคนเงียบขรึม พูดน้อยต่อยหนัก ทว่าสาวเจ้าก็บุกไปปั่นป่วนหัวใจถึงที่จนเขาอยู่ไม่สุข เธอยุ่งสมชื่อ แต่น่าแปลกความสดใสกับรอยยิ้มพริ้มเพราดูไร้พิษภัยของเธอกลับทำให้เขารู้สึกสบายตาสบายใจได้อย่างประหลาด หากสาวน้อยแสนสดใสอย่างเธอมองอย่างไรก็ไม่คู่ควรกับผู้ชายที่ผ่านสังคมคาวโลกีย์มาอย่างโชกโชนเช่นเขา แถมยังมีประวัติที่ไม่น่าจดจำเลยสักนิด เขาคงทำได้เพียงรักแต่ไม่แสดงออก คอยเต๊าะอย่างแอบๆ คอยห่วงอย่างห่างๆ ก็คงสุขใจที่สุดแล้วสำหรับผู้ชายเลวๆ อย่างเขา

Vs

หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
บ่วงรักบ่วงเสน่หา

บ่วงรักบ่วงเสน่หา

142.5k การดู · เสร็จสิ้น · เตชิตา
แพรพลอย ศิลารวีหรือ ลูกแพร ดาราสาวเจ้าบทบาท นางร้ายอันดับหนึ่งของวงการบันเทิงซึ่งถูกจับตามองพฤติกรรมเพราะไม่มีใครทราบว่าเธอมีน้องสาวฝาแฝด และทุกครั้งที่เกิดข่าวคาว ๆ ขึ้นกับเธอ จึงไม่มีใครคิดว่าคนที่ก่อจะเป็นน้องสาวฝาแฝดที่ตั้งใจใส่ร้ายพี่สาวเพราะความเกลียดชัง ลูกแพรไม่เคยคิดออกมาแก้ข่าวเพราะคิดว่าในเมื่อเธอไม่ได้ทำสักวันหนึ่งทุกคนต้องเข้าใจ จนกระทั่งต้องมาพบกับ อสิรวิส วิษณุวัส ผู้ชายเอาแต่ใจ ปากร้าย บ้าอำนาจที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเธอเพราะความเข้าใจผิด อสิรวิส ซีอีโอหนุ่มแห่งบริษัทเดินเรือวิษณุวัส เขาเป็นชายหนุ่มที่มั่นคงในความรัก ซื่อสัตย์ รักษาสัญญา รวมถึงเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับคนที่รักได้ทุกอย่างทำให้เขายังเป็นห่วงอดีตคนรักที่เลิกรากันไป แม้ว่าจะเป็นเพราะฝ่ายหญิงทิ้งเขาไปแต่งงานกับดาราหนุ่มรูปหล่อ ความรู้สึกเจ็บแค้นของเขากลับทุ่มไปที่ดาราหนุ่มที่แย่งเธอไป ทำให้เขาฝังใจและเกิดเป็นความเกลียดอาชีพนักแสดงรวมถึงคนในวงการบันเทิงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และนั่นเป็นต้นเหตุให้เขาเกลียดแพรพลอย ความเข้าใจผิดก่อให้เกิดเรื่องราวมากมายที่ทำร้ายหัวใจของดาราสาวจนเจ็บช้ำ
ขย่มรักมาเฟีย

ขย่มรักมาเฟีย

501.2k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
"ถ้าคุณจำรสชาติที่ผมมอบให้ไม่ได้....ผมก็จะทบทวนความทรงจำให้กับคุณเอง...ว่าเราเคยทำอะไรกันมาบ้าง..."

"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."

"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."

"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"

"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"

"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"

"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น

ลิขิตรักนายสุดหื่น

469.4k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
เมื่อเธอโดนนอกใจจากคนที่รัก จึงหนีไปเริ่มต้อนชีวิตใหม่ที่ดูไบ และเธอก็ได้เจอกับหนุ่มอาหรับสุดแซ่บ ที่มายั่วยวนหลอกล่อให้เธอมีเซ็กส์ที่เร่าร้อนกับเขา และเขายังต้องการให้เธอท้องลูกของเขาอีก....

เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ

คลั่งรักร้ายนายวิศวะ

388.5k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"ไง...หลบหน้าผัวมาหลายวัน" คนตัวโตกดเสียงมาอย่างไม่น่าฟัง ยิ่งเธอขัดขืนเขายิ่งเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือ

"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน

"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"

"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด

"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน

"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก

"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น

"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
พิษรักคุณหมอ

พิษรักคุณหมอ

335k การดู · เสร็จสิ้น · เพียงเม็ดทราย
"มีนอยากกินน้ำอุ่นค่ะ" "ที่ห้องไม่มีน้ำอุ่นหรอก เอาอย่างอื่นแทนไหม...อุ่นเหมือนกัน" นอกจากฝีมือผ่าตัดคุณหมอฟันยังเหลี่ยมจัดอีกด้วย
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน

“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน

โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พันธะร้ายนายวิศวะ

พันธะร้ายนายวิศวะ

476.4k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"_" ใครๆ ก็คิดว่าฉันโสด จะพูดยังไงดีละ มันพูดได้ไม่เต็มปากนะ "

"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง

"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย

***********************

เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล

"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก

" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้

เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ

"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด