บทนำ
บท 1
บทที่ 1 ครอบครัวจาง
จางลี่อินเด็กสาววัยแปดขวบ เธอเป็นลูกสาวคนโตของบ้านสามจาง ชีวิตในวัยเด็กนั้นแสนอัตคัดนัก เด็กน้อยต้องทำงานทุกอย่างซึ่งไม่ต่างจากทาสในเรือนตั้งแต่วัยสามขวบ แม้ว่าจะยังเดินไม่แข็งและพูดไม่ชัดแต่เด็กน้อยมักจะช่วยงานพ่อแม่เสมอ
เมื่อเวลาล่วงเลยจนอายุแปดขวบ จางลี่อินกลายเป็นเด็กที่มีท่าทางไม่ต่างจากผู้ใหญ่คนหนึ่ง ซึ่งการใช้ชีวิตของเด็กน้อยต่างจากลูกหลานบ้านใหญ่และบ้านรองนัก เนื่องจากบ้านจางทั้งสามยังไม่มีการแยกบ้าน ทุกอย่างที่หามาได้จึงเข้ากองกลางทั้งหมด
การใช้ชีวิตของจางลี่อินที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีความยากลำบากแค่ไหน ทว่าครอบครัวยังมีความสุข เพราะสี่คนพ่อแม่ลูกอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตk แต่เวลานี้กลับแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงเนื่องจากพ่อและแม่เกิดป่วยหนักนั่นเอง
“อินอิน หากพ่อกับแม่ไม่อยู่แล้ว ลูกจงใช้ชีวิตให้ดีและดูแลน้องให้ดีนะลูก” จางเค่อเอ่ยวาจาคล้ายกับสั่งเสียบุตรสาว ถึงแม้จางลี่อินจะอายุเพียงแปดขวบ แต่เขาเชื่อว่าเธอจะสามารถดูแลจางฉีหลินน้องชายวัยห้าขวบได้
“พ่ออย่าพูดเช่นนี้ พ่อกับแม่ต้องหาย อินอินไม่ยอมให้พ่อกับแม่เป็นอะไรไป ใช่แล้ว! อินอินต้องไปหาย่า ไปขอเงินพาพ่อกับแม่ไปหาหมอ”
แม้จะพูดออกมาเช่นนี้แต่เด็กน้อยรู้ดีว่าย่าคงไม่ยอมให้เงินแน่ ต่อให้จะเป็นความหวังที่ริบหรี่ จางลี่อินก็พร้อมที่จะแบกหน้าไปขอเงินย่า
“อย่าเลยลูก แม่กับพ่อรู้ตัวดี ต่อไปแม่กับพ่อจะมองดูลูกทั้งสองคนจากสรวงสวรรค์ แม่ขอโทษ” นางจงลู่เอ่ยทั้งน้ำตา เธอรู้ตัวดีว่าเวลาของเธอและสามีเหลือไม่มากแล้ว ต่อให้บุตรสาวตัวน้อยจะไปขอเงินจากกองกลาง ใช่ว่าแม่สามีจะหยิบยื่นให้
ทว่าสิ่งที่เธอยังกังวลและเป็นห่วงจนไม่อาจจะจากโลกนี้ไป มีเพียงบุตรสาววัยแปดขวบและบุตรชายวัยห้าขวบเท่านั้น หากไม่มีเธอกับสามีชีวิตของทั้งสองจะเป็นอย่างไร แต่ทุกสรรพสิ่งในโลกใบนี้ล้วนขึ้นอยู่กับชะตากรรม ชาติที่แล้วเธอและสามีอาจจะทำกรรมอะไรไว้ หรือทำบุญมาน้อย ชาตินี้จึงอยู่กับลูกทั้งสองได้ไม่กี่ปี
“ไม่นะคะแม่ อินอินไม่ยอมให้พ่อกับแม่เป็นอะไร หากย่าไม่ให้เงิน อินอินจะเข้าไปใช้แรงงานในตลาดมืด ทำงานไม่กี่วันก็น่าจะได้เงินค่ารักษาพ่อกับแม่แล้ว” ลี่อินพยายามหาลู่ทางเพื่อจะหาเงินค่ารักษาพ่อกับแม่ ต่อให้มีความหวังเพียงครึ่งส่วนเธอก็จะทำ
“อย่าเลยลูก ตลาดมืดมันอันตรายเกินไป พ่อกับแม่ขอพักสักหน่อย เหนื่อยเต็มทีแล้ว” จางเค่อน้ำเสียงเริ่มอิดโรย เขารู้ตัวดีว่าลมหายใจแทบจะหมดลงแล้ว เพียงแต่ไม่อยากให้ลูกสาวคิดมาก จึงเอ่ยว่าอยากพักผ่อน
“เช่นนั้นอินอินจะลองเข้าไปหาย่าดูค่ะ ยังไงอินอินจะต้องพาพ่อกับแม่ไปหาหมอให้ได้” เด็กน้อยยังไม่ทิ้งความหวัง เธอรีบลุกออกมาจากห้องก่อนจะมุ่งไปยังบ้านใหญ่ที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน โดยให้น้องชายวัยห้าขวบอยู่ดูแลพ่อกับแม่
จงลู่เมื่อเห็นว่าลูกสาวจากไปแล้ว จึงขยับร่างกายเข้าหาอ้อมกอดของสามี นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอสามารถอยู่ในอ้อมกอดของชายอันเป็นที่รักได้
“หากชาติหน้ามีจริงฉันขอเกิดมาเป็นภรรยาพี่อีกนะพี่จางเค่อ” จงลู่อยู่ในอ้อมกอดของสามีทั้งน้ำตา เธอหวังว่าชาติหน้าจะได้อยู่กินกับสามีโดยมีลูกทั้งสองคนอีกครั้ง
“หากเหนื่อยก็พัก ยังไงเราทั้งสองคนหลังจากนี้คงได้แต่มองอินอินและอาฉีจากสวรรค์ พี่รักน้องนะจงลู่” น้ำตาของลูกผู้ชายไหลอาบแก้ม เขาไม่คิดเช่นกันว่าจะมีชีวิตอยู่ข้างกายลูกและเมียแค่นี้
“ฉันก็รักพี่นะพี่จางเค่อ”
สองสามีภรรยาโอบกอดกันด้วยความรัก เพียงไม่นานลมหายใจของทั้งคู่แผ่วเบาลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดทั้งสองก็ลาลับโลกนี้ไป โดยทิ้งลูกน้อยทั้งสองใช้ชีวิตอยู่กันตามลำพัง
“แกมาที่นี่ทำไม”
ย่าจางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าลูกชายและลูกสะใภ้ป่วยหนัก แต่เพราะเธอไม่ต้องการเอาเงินกองกลางให้เลยไม่คิดจะสอบถามถึงอาการป่วยของทั้งสองคน
“อินอินอยากจะมาขอเบิกเงินจากย่าค่ะ ฉันจะพาพ่อกับแม่ไปหาหมอ ตอนนี้อาการพ่อกับแม่ไม่สู้ดี อินอินกลัวว่า...”
“แล้วยังไง จะตายก็เรื่องของพวกแก ฉันไม่มีเงินให้หรอกนะ ยาต้มก็กินแล้ว ยังไม่หายอีกหรือไง บ้านนี้มีค่าใช้จ่ายเยอะ แกน่าจะรู้นะ” ย่าจางกล่าวเหมือนบ้านสามไม่ใช่ครอบครัว ทำให้เด็กน้อยอย่างลี่อินได้แต่กล้ำกลืนคำกล่าวต่อจากนี้กลับเข้าในอก
“แต่พ่อเป็นลูกชายบ้านจางเหมือนกันนะคะ ต่อให้ย่าจะไม่ชอบแม่ แต่ย่าควรจะช่วยรักษาพ่อ อย่างน้อย...”
“หยุดนะ ! แกกล้าดีอย่างไรกล่าวหาฉันเช่นนี้ เจ้าสามเป็นลูกฉันแล้วยังไง ในเมื่อมันป่วยฉันไม่ใช่หมอฉันจะรักษามันยังไง ป่วยแล้วหายเองไม่ได้ก็ตาย ๆ ไปเสีย อย่าอยู่เป็นภาระคนอื่นอีกเลย ส่วนแกก็กลับไปได้แล้ว พรุ่งนี้อย่าลืมมาทำงานล่ะ แกต้องทำงานเป็นสองเท่าแทนพ่อแม่ที่นอนป่วยยังไงล่ะ” กล่าวจบย่าจางก็สะบัดก้นเดินเข้าห้อง ปล่อยให้จางลี่อินกลืนน้ำตาลงท้องและเดินกลับไปยังห้องของครอบครัวตนเองที่อยู่ด้านหลังบ้าน
“พี่ใหญ่กลับมาแล้ว” เด็กน้อยวัยห้าขวบยิ้มให้พี่สาวด้วยความดีใจ
จางฉีหลินออกมานั่งอยู่หน้าห้อง เพียงเพราะต้องการให้พ่อกับแม่ที่กำลังป่วยได้พักผ่อน โดยที่เด็กน้อยไม่รู้เลยว่าหลังจากที่จางลี่อินออกมาจากห้องเพื่อไปยังบ้านใหญ่ สองสามีภรรยาได้จากโลกใบนี้ไปแล้ว
“พ่อกับแม่ล่ะอาฉี” จางลี่อินยิ้มให้น้องชายอย่างอิดโรย พร้อมกับปาดน้ำตาทิ้ง เธอเป็นพี่สาวคนโตจึงไม่อยากให้น้องชายเห็นว่ากำลังร้องไห้
“ยังนอนอยู่ครับ”
“หิวหรือยัง”
“หิวแล้วครับ แต่ยังกินไม่ได้” จางฉีหลินตอบกลับด้วยความใสซื่อ
แม้ว่าจะหิว ทว่าจางฉีหลินคิดว่ายังไม่ถึงเวลา ต้องรอบ้านใหญ่และบ้านรองกินเสียก่อน บ้านสามจึงจะกินได้
“อดทนอีกหน่อยนะ พี่จะไปดูพ่อแม่ก่อนแล้วจะไปต้มข้าวให้”
ถึงแม้ว่าจะยังไม่แยกบ้าน ทว่าย่าจางไม่ชอบสะใภ้สามเนื่องจากเป็นเด็กกำพร้า ทำให้บ้านสามไม่มีสิทธิ์ไปกินอาหารร่วมกับบ้านใหญ่ ซึ่งต่างจากบ้านรองที่สะใภ้นั้นย่าจางหามาเองเลยไม่โดนรังเกียจ
ทำให้บ้านสามต้องทำกับข้าวกินเองโดยใช้ครัวร่วมกัน แต่ใช่ว่าจะได้กินอาหารดี ๆ หรือว่าได้กินอาหารให้อิ่มท้อง เพราะเมื่อไรที่พ่อของจางลี่อินดักสัตว์ได้ จะต้องแบ่งเข้าบ้านใหญ่ก่อนเสมอ และส่วนที่เหลืออันน้อยนิดนั่นแหละคืออาหารของบ้านสาม
“ครับพี่ใหญ่” จางฉีหลินตอบรับอย่างว่าง่าย ก่อนจะจูงมือน้องชายเข้าไปในห้องเพื่อดูอาการของพ่อแม่
ทว่าเมื่อเธอเปิดประตูเข้ามา สิ่งที่เห็นคือร่างที่หมดลมหายใจนอนกอดกัน มือของเด็กน้อยสั่นไหวตามความรู้สึก
“พี่ใหญ่ ทำไมพ่อกับแม่ยังนอนอยู่อีก” จางฉีหลินแหงนหน้ามองพี่สาวด้วยความแปลกใจ ทำไมพ่อกับแม่ยังอยู่ในท่าเดิม
“อาฉีฟังพี่ใหญ่นะ อาฉีไปบ้านลุงผู้นำ แจ้งท่านว่ามีเรื่องด่วนได้ไหม อาฉีกล้าวิ่งไปคนเดียวหรือไม่”
จางลี่อินพยายามกลั้นน้ำตาสุดกำลัง ไม่ใช่ไม่อยากบอกน้อง แต่เธออยากจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย อย่างไรมีคนตายต้องแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านอยู่แล้ว
“อือ ได้สิ อาฉีวิ่งเร็ว” แม้จะไม่รู้ว่าทำไมพี่สาวถึงให้ไปตามหัวหน้าหมู่บ้าน แต่จางฉีหลินยอมทำตามแต่โดยดี
เมื่อจางฉีหลินไปแล้ว จางลี่อินจึงเดินเข้าไปยังเตียงเตาที่มีร่างของพ่อกับแม่นอนอยู่
“ทำไมคะ ทำไมพ่อกับแม่ไม่รออินอินไปทำงานก่อน อินอินจะได้เอาค่าจ้างมาพาพ่อกับแม่ไปหาหมอ” ร่างน้อยฟุบหน้าลงกับเตียง มือทั้งสองจับร่างพ่อแม่ไว้อย่างหวงแหน
น้ำตาเด็กน้อยไหลเป็นทาง เสียงสะอื้นปานจะขาดใจ หากใครได้ยินคงอดที่จะสงสารในโชคชะตาของบ้านสามจางไม่ได้
“พ่อกับแม่ไม่อยู่แล้ว อินอินจะทำยังไง อินอินจะอยู่อย่างไร อาฉีล่ะ น้องยังเล็กนัก” จางลี่อินร้องไห้คร่ำครวญกับร่างไร้วิญญาณของพ่อกับแม่ จนลืมนึกไปว่าตนเองอายุเพียงแปดขวบและแก่กว่าจางฉีหลินเพียงสามปีเท่านั้น
ไม่นานจางฉีหลินพาหัวหน้าหมู่บ้านมาถึง เด็กน้อยเห็นพี่สาวร้องไห้ก็รีบเดินเข้าไปหา
“พี่ใหญ่ร้องทำไม เดี๋ยวพ่อกับแม่ก็ตื่นแล้ว” เด็กน้อยใช้มือปาดน้ำตาให้พี่สาว จางฉีหลินช่างไร้เดียงสานัก ภาพตรงหน้าทำให้หัวหน้าหมู่บ้านอดน้ำตาซึมไม่ได้
“พ่อกับแม่จากไปอยู่บนสวรรค์แล้ว ต่อไปนี้อาฉีจะต้องอยู่กับพี่สองคน อาฉีห้ามดื้อนะรู้ไหม”
“อยู่บนสวรรค์หมายความว่ายังไง อาฉีไม่เข้าใจ” แววตาใสซื่อมองไปยังพี่สาวของตน
จางลี่อินเลือกที่จะเงียบ แต่สองแขนคอยกอดร่างน้องชายไว้ เพราะจางฉีหลินเริ่มเขย่าร่างพ่อแม่เพื่อเรียกให้ทั้งสองคนตื่น
หัวหน้าหมู่บ้านจัดการเรื่องเอกสารการตายของทั้งสองคนให้ โดยมีพิธีฝังในวันรุ่งขึ้นเนื่องจากบ้านจางไม่ยินดีให้ทำพิธีในบ้าน แม้จะไม่พอใจแต่หัวหน้าหมู่บ้านทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นคนนอก อีกทั้งบ้านสามยังไม่มีการแยกบ้านนั่นเอง สุดท้ายบ้านสามจางจึงเหลือเพียงเด็กน้อยวัยแปดขวบและห้าขวบให้เผชิญชีวิตกันเพียงสองคน
บทล่าสุด
#80 บทที่ 80 บทส่งท้าย ความรักที่ดีของลี่อิน
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#79 บทที่ 79 ความรักหวานชื่น
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#78 บทที่ 78 จบเรื่องราวในอดีต
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#77 บทที่ 77 รู้ความจริง
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#76 บทที่ 76 ผิดแผนไปหมด
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#75 บทที่ 75 เดิมตามแผน
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#74 บทที่ 74 เกิดเรื่องกับนายท่านซ่ง
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#73 บทที่ 73 ฝากตัวเป็นเขย
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#72 บทที่ 72 กลับเซี่ยงไฮ้
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#71 บทที่ 71 คนรักของอวี้เฉิง
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026
คุณอาจชอบ 😍
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
รักไม่หลอก
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)













