บทนำ
บท 1
บทที่ 1
คุณหมอชญาณี
ภายในคลินิกเวชกรรมแห่งหนึ่งในย่านกลางเมือง แสงสว่างจากหลอดไฟนีออนสีขาวส่องสว่างทั่วทั้งบริเวณ พื้นกระเบื้องเงาวับสะท้อนแสงทำให้ดูสะอาดสะอ้าน พนักงานต้อนรับที่เคาน์เตอร์สวมยูนิฟอร์มตามแบบของคลินิก ใบหน้าของแต่ละคนยิ้มแย้มพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพ
คลินิกแห่งนี้ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยสีขาวและสีเขียวอ่อน มีเก้าอี้เรียงรายไว้คอยบริการ ด้านหนึ่งของห้องมีโต๊ะวางนิตยสารสุขภาพและแผ่นพับข้อมูลเกี่ยวกับโรคต่าง ๆ เอาไว้
เครื่องปรับอากาศทำงานอย่างต่อเนื่อง สร้างความเย็นสบายภายในห้อง ในขณะที่เสียงลำโพงที่ติดตั้งไว้เปิดเพลงคลาสสิกเบา ๆ เพื่อผ่อนคลายความเครียดให้ผู้ที่มารอรับการรักษา
หลายคนกำลังนั่งรอคิวด้วยความสงบ บ้างก็ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ บ้างก็นั่งดูโทรศัพท์มือถือ บ้างก็คุยกับคนที่มาด้วยแต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงรบกวนคนอื่นที่มาหาคุณหมอในวันนี้
ภาพที่เรียกความเอ็นดูให้ทุกคนมีรอยยิ้มคือภาพของเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งที่กำลังนั่งเล่นของเล่นพลาสติกสีสดใสที่ผู้ปกครองนำมาด้วย ขณะที่อีกมุมหนึ่งของห้องมีแม่ลูกกำลังพูดคุยกับพยาบาลที่กำลังเตรียมวัดความดันโลหิตให้
เด็กหญิงที่อยู่ในอ้อมแขนแม่กำลังเบะปากร้องไห้เพราะความกลัว แต่พอเด็กชายนำของเล่นไปแบ่งให้ และจับมือให้กำลังใจก็ยิ้มออกมาอย่างสดใส
ด้านในสุดของคลินิกมีประตูไม้ที่เขียนว่า ‘ห้องตรวจ’ ซึ่งติดป้ายคำว่า ‘ว่าง’ หรือ ‘ไม่ว่าง’ นั้น ขึ้นอยู่กับว่าด้านในมีคนไข้กำลังรับการรักษาอยู่หรือไม่
ทันทีที่ประตูเปิดออกก็มีผู้ป่วยรายหนึ่งเดินออกมาพร้อมใบหน้าที่ดูผ่อนคลาย โดยมีพยาบาลเดินตามออกมาเพื่อส่งต่อเอกสารการรักษาและให้คำแนะนำเพิ่มเติม
“เชิญคุณทิพวรรณรับยาค่ะ” พนักงานสาวเรียกชื่อคนไข้ที่เพิ่งออกมาจากห้องตรวจเมื่อสักครู่ให้มารับยาที่เคาน์เตอร์ด้านหน้า
คนไข้คนนี้ป่วยด้วยอาการไข้หวัดมาหลายวันแล้ว ทีแรกก็คิดว่าแค่กินยาแก้หวัดแล้วนอนพักก็คงจะหาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปสามสี่วันแต่ยังไม่หายสักที จึงตัดสินใจมาหาหมอที่คลินิกเวชกรรมแห่งนี้
ส่วนสาเหตุที่เลือกมาคลินิกแทนที่จะเป็นโรงพยาบาลก็เพราะว่าสะดวกสบายกว่า และการตรวจรักษาก็เสร็จเร็วกว่าที่โรงพยาบาล อีกทั้งราคายังย่อมเยากว่าคลินิกอื่น
“เท่าไรคะ” คนไข้ถามหลังจากที่รับยามา
“หนึ่งพันสามร้อยบาทค่ะ” พนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์ตอบกลับอย่างสุภาพพร้อมยิ้มให้อย่างอบอุ่น
“สแกนจ่ายนะคะ” เมื่อรู้ราคาค่ายา คนไข้รายนี้จึงพูดพร้อมเปิดแอปพลิเคชันธนาคารในโทรศัพท์มือถือของตัวเอง แล้วสแกนคิวอาร์โค้ดที่ตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์
หลังจากจ่ายเงินเสร็จแล้ว คนไข้ยิ้มออกมา ก่อนจะก็กลับไปพร้อมกับถุงยาในมือ ส่วนด้านในห้องตรวจนั้นยังมีการเรียกคนไข้เข้าไปตรวจตามคิวเรื่อย ๆ
คลินิกแห่งนี้มีคนไข้มารอรับการรักษาเยอะมาก เพราะว่าชื่อเสียงค่อนข้างดี ผู้คนถึงได้ให้ความไว้วางใจจนมีคนไข้มามากมาย บางครั้งถึงแม้จะเป็นเวลาปิดของคลินิกแล้ว แต่ว่าคนไข้ก็ยังไม่หมด จนหมอที่คลินิกต้องทำงานล่วงเวลาก็มี
คลินิกแห่งนี้มีหมออยู่ทั้งหมดสามคน หมอทักษอร หมอวิลาสิณี และหมอชญาณี หมอทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย พอเรียนจบก็แยกย้ายกันไปทำงาน หมอทักษอรกับหมอวิลาสิณีได้ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่ง
หลังจากเลิกงานในตอนเย็น ก็จะเข้ามาที่คลินิกเพื่อมาตรวจคนไข้
ส่วนหมอชญาณีนั้นเป็นเจ้าของคลินิกแห่งนี้ อีกทั้งยังมีห้างสรรพสินค้าที่รับช่วงต่อจากพ่อมาด้วย ทำให้เธอต้องทำหน้าที่กิจการสองอย่างนี้ไปพร้อมกัน
ช่วงกลางวันหมอชญาณีจะเข้าไปทำงานที่ห้างสรรพสินค้าก่อน หลังจากนั้นค่อยเข้ามาที่คลินิกในตอนเย็น ส่วนใหญ่แล้วเธอจะทำงานด้านบริหารของคลินิก ไม่ค่อยได้ตรวจคนไข้ด้วยตัวเองสักเท่าไร คนที่ทำหน้าที่รักษาคนไข้จะเป็นหมอทักษอรกับหมอวิลาสิณีมากกว่า แต่ว่าวันนี้คนไข้เยอะมากจริง ๆ จนเธอต้องลงมาตรวจคนไข้ด้วยตนเอง
“คุณศักดาเชิญที่ห้องตรวจหมายเลขสามค่ะ” เสียงผู้ช่วยพยาบาลเอ่ยเรียกเพื่อที่จะส่งต่อไปยังหมอชญาณีที่รออยู่ภายในห้องตรวจ
“คนไข้เป็นอะไรมาเหรอคะ” หมอชญาณีถามคนไข้อย่างสุภาพ พลางสังเกตสีหน้าคนไข้ไปด้วยเพื่อประเมินอาการเบื้องต้น
“ผมไอมาหลายวันแล้วครับคุณหมอ น่าจะประมาณสองอาทิตย์ได้ ไอจนปวดท้องไปหมดแล้วครับ” ศักดาตอบตามอาการที่เป็นให้หมอได้รับรู้ด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก ระหว่างนั้นเขาก็ยังไอ
ไม่หยุด
“แล้วมีเสมหะหรือว่าอะไรผิดปกติออกมาด้วยไหมคะ”
หมอชญาณียังคงซักไซ้อาการต่อ เพื่อหาสาเหตุของอาการป่วยครั้งนี้
“มีเสมหะครับแต่ไม่มาก” ศักดาตอบอีกครั้ง พร้อมกับป้องปากไออีกสองสามครั้ง
จากนั้นหมอชญาณีก็ซักประวัติคนไข้ต่ออีกค่อนข้างยาว พร้อมกับสั่งเก็บตัวอย่างเสมหะของคนไข้เอาไปตรวจด้วย เมื่อตรวจเสร็จแล้วก็ปรากฏว่าคนไข้ไม่ได้เป็นอะไรมาก เพียงแต่
แพ้อากาศและเป็นไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น เลยสั่งจ่ายยาให้เขา จากนั้นก็เรียกคนไข้คนอื่นเข้ามารักษาเป็นคิวต่อไป
การทำงานดำเนินไปจนถึงเวลาที่คลินิกปิดทำการ หมอทักษอรกับหมอวิลาสิณีหลังจากทำงานเสร็จแล้วก็ขอตัวกลับบ้านไปพักผ่อน เหลือแค่หมอชญาณีที่ต้องอยู่ที่คลินิกต่อ เพื่อสะสางปัญหาที่เกิดขึ้น
ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องที่น่าหนักใจของทุกฝ่าย เนื่องจากเป็นปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นมากว่าเดือนหนึ่งแล้ว และพนักงานในคลินิกต่างก็พยายามแก้ไขเรื่องนี้แล้ว ทว่าไม่สามารถแก้ได้ จนในที่สุดก็ต้องบอกกับหมอชญาณีเจ้าของคลินิกแห่งนี้ไปตามตรง
ดังนั้นหลังเลิกงาน หญิงสาวจึงได้เรียกประชุมพนักงานทุกคนเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน
“แล้วทำไมไม่บอกหมอตั้งแต่ตอนแรกที่เกิดปัญหา ปล่อยให้เรื่องมันยุ่งยากจนมาถึงตอนนี้ได้ยังไงกัน” หมอชญาณีถามด้วยความไม่เข้าใจผสมกับความโมโหเล็กน้อย ถึงแม้ว่าเธอจะอารมณ์เสียมากเท่าไร แต่ก็จำเป็นต้องข่มกลั้นเอาไว้ เพราะเธอเองเป็นถึงผู้บริหาร จะปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือสติและเหตุผลไม่ได้
“พวกเราไม่อยากให้คุณหมอลำบากค่ะ แค่นี้งานของคุณหมอก็เยอะมากแล้ว พวกเราก็เลยคิดว่าจะแก้ปัญหากันเองก่อน”
พนักงานคนหนึ่งตอบขึ้นมา พร้อมกับก้มหน้าลงหลบสายตาที่มองมา เธอรู้ดีว่าหมอชญานีมีงานที่ต้องดูแลมากแค่ไหน เลยคิดว่าจะแก้ปัญหาเองก่อน แต่กลับทำไม่ได้ จึงต้องรายงานให้ทราบ
“อันนี้หมอก็เข้าใจเหตุผลที่พูดมานะ แต่เรื่องบางอย่างที่พวกคุณไม่สามารถแก้กันเองได้ก็ต้องรีบบอกหมอทันทีสิ จะทิ้งเวลาไว้ทำไม แล้วนี่มันผ่านไปกี่วันแล้ว รู้ไหมว่าข้อมูลของคนไข้สำคัญมากขนาดไหน ข้อมูลหายไปแบบนี้ก็เหมือนกับว่าเราต้องมาเริ่มต้นกันใหม่เลย แล้วอีกอย่าง ถ้ามีคนไข้ที่เขารักษาอย่างต่อเนื่องมาหาหมอตอนนี้ แล้วหมอไม่มีประวัติการรักษาเดิมของเขา เราจะทำอย่างไร” หมอชญาณีอธิบายเสียยาวเหยียด เล่นเอาพนักงานทั้งหลายหน้าเจื่อนกันหมด
“พวกเราขอโทษค่ะคุณหมอ” พนักงานพูดขึ้นมาเกือบจะพร้อมกัน
“แล้วรู้ไหมว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ข้อมูลของคนไข้ถึงได้หายไปหมดแบบนี้” หญิงสาวถามถึงต้นเหตุของเรื่องเพื่อหาทางแก้ไข
พนักงานคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมาอย่างรู้สึกผิดแล้วตอบว่า “เป็นเพราะหนูเองค่ะ หนูกดปุ่มผิด พอเห็นอีกทีคอมพิวเตอร์ก็ลบข้อมูลทุกอย่างไปแล้ว หนูขอโทษค่ะ”
“เฮ้อ...” หมอชญาณีถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง ก่อนจะตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ อย่างเหนื่อยใจ
“คุณหมอมีอะไรให้พวกเราช่วยก็บอกได้เลยนะคะ พวกเรายินดีจะช่วยอย่างเต็มที่เพื่อเป็นการไถ่โทษค่ะ” พนักงานที่อาวุโสที่สุดพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง การที่ทำข้อมูลคนไข้หายเป็นเรื่องใหญ่มากและจะต้องรีบแก้ไข
“ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวเรื่องมันจะยุ่งกันไปใหญ่ พวกคุณกลับบ้านไปก่อนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้หมอจะเรียกโปรแกรมเมอร์มาจัดการกับปัญหานี้เอง” หมอชญาณียกมือห้ามทุกคนและบอกให้แยกย้ายกันกลับบ้านได้ เพราะการแก้ปัญหาที่ดีคือการให้ผู้เชี่ยวชาญมาจัดการดีกว่า เผื่อจะยังกู้ข้อมูลกลับมาได้
“แต่คุณหมอคะ มันเป็นความผิดของพวกเรา ให้พวกเราช่วยเถอะนะคะ” พนักงานคนนั้นยังคงรู้สึกผิดและยังคิดอยากจะช่วยอยู่
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวคืนนี้หมอจะพยายามแก้ดูก่อน พวกคุณอยู่ต่อก็คงช่วยอะไรไม่ได้หรอก กลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ นี่ก็ดึกมากแล้ว” หญิงสาวพูดขึ้นอีกครั้ง จากนั้นก็เดินกลับเข้าห้องทำงานของตัวเองไป
บทล่าสุด
#69 บทที่ 69 ตอนพิเศษ 3
อัปเดตล่าสุด: 7/16/2026#68 บทที่ 68 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 7/16/2026#67 บทที่ 67 ตอนพิเศษ 1
อัปเดตล่าสุด: 7/16/2026#66 บทที่ 66 ขอบคุณนะคะท่านพญายม
อัปเดตล่าสุด: 7/16/2026#65 บทที่ 65 แม่สามีจอมวางแผน
อัปเดตล่าสุด: 7/16/2026#64 บทที่ 64 เข้าหอ
อัปเดตล่าสุด: 7/16/2026#63 บทที่ 63 จัดงานแต่งงาน
อัปเดตล่าสุด: 7/16/2026#62 บทที่ 62 เล่าข้อตกลงกับพญายม
อัปเดตล่าสุด: 7/16/2026#61 บทที่ 61 ห้างสรรพสินค้าในมิติ
อัปเดตล่าสุด: 7/16/2026#60 บทที่ 60 อย่าทำให้ลี่เซียนต้องโกรธ
อัปเดตล่าสุด: 7/16/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว













