บทนำ
“เหนื่อยปั้นหน้าค่ะ พี่ก็รู้ว่าสังคมใส่หน้ากากมันทำให้เหนื่อยแค่ไหน”
“อื้ม พี่ว่าใครๆ ก็เบื่อแต่ก็ยังยินดีที่จะใส่อยู่ดี เราว่าไหม”
“คงใช่มั้งคะ”
“ยิ่งเป็นเราทั้งคู่ก็คงยิ่งเบื่อ”
“ใครๆ ก็เบื่องานแบบนี้ทั้งนั้นล่ะค่ะ”
“แต่พี่ว่าเราเบื่อกว่าใครๆ”
“แล้วจะยังไงดีคะ”
“เราว่ายังไงล่ะครับ”
“ควีนว่าก่อนควีนกลับอังกฤษ...เราควรถอนหมั้นกันให้เร็วที่สุดค่ะพี่วายุ”
บท 1
“คู่หมั้นเธอนี่ยิ่งมองยิ่งหล่อเนอะควีน”
“อื้ม” ฉันพยักหน้ารับพร้อมกับยิ้มรับคำชมของเพื่อนด้วยความยินดี
...ยินดีมากๆ
“พี่ว่าเป็นคู่สร้างคู่สมมาก เรียนจบแล้วคงมีข่าวดีเลยใช่ไหมจ้ะน้องควีน” พี่แอรีส หนึ่งในสาวสวยที่เป็นลูกนักธุรกิจใหญ่แล้วก็เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันกับพี่วายุเอ่ยถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะพี่แอรีส” ฉันตอบพร้อมรอยยิ้มให้กับคำถามยอดฮิตที่ฉันมักจะโดนถามอยู่เสมอ และคำตอบของฉันก็เป็นคำตอบที่ฉันมักจะใช้ตอบอยู่เสมอเช่นกัน
“อ้าว ทำไมล่ะจ้ะ หมั้นกันมาพักใหญ่แล้วนะ พี่ว่าวายุรอเข้าหอไม่ไหวแล้วล่ะรีบๆ แต่งเถอะปีหน้าก็เรียนจบแล้วนี่ ถ้าเป็นพี่นะเตรียมงานแต่งไว้รอแล้ว” พี่แอรีสถามแล้วก็ยิ้มปนหัวเราะออกมา
“เผื่อควีนเรียนต่อค่ะ ยังไม่แน่ใจ” ฉันตอบเท่าที่ตอบได้ เรื่องส่วนตัวไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาบอกรายละเอียดให้ใครฟัง
“ไม่ต้องเรียนหรอก พี่ว่าวายุพร้อมแต่งมากแล้ว เห็นไหมเดินมาหาคู่หมั้นคนสวยแล้วนั่น” พี่แอรีสพยักพะเยิดหน้าไปอีกฝั่งที่มีผู้ชายตัวสูงที่ฉันมั่นใจว่าเขาคือหนึ่งในผู้ชายไม่กี่คนที่ดูดีกว่ามากในงานนี้กำลังเดินมาทางกลุ่มของพวกเราที่ยืนคุยกันอยู่
“ให้น้องควีนห่างไม่ได้เลยนะวายุ” พี่วายุเดินมาถึงพี่แอรีสก็เอ่ยคำแซว
“ฮ่าๆๆ ครับ” พี่วายุเดินเข้ามาหยุดที่วงสนทนาแล้วก็พยักหน้ายิ้มรับ จากนั้นเขาก็หันมาหาฉันด้วยรอยยิ้มบางๆ แต่อบอุ่นบนใบหน้า
“หิวไหมครับ” เสียงทุ้มเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ถามฉันทำให้สาวๆ ที่อยู่ตรงนี้พากันยิ้มเขิน แต่ก็มีบ้างที่มีสายตาของความหมั่นไส้
“นิดหน่อยค่ะ” ฉันยิ้มแล้วตอบเขาเบาๆ ความจริงไม่ได้หิวหรอกแต่ตอบว่าหิวนี่ล่ะถูกต้องที่สุดแล้ว เพราะฉันเริ่มเบื่อบทสนทนาในวงสนทนาตรงนี้
“โอเคครับ ถ้างั้นพี่จะขอตัวพาควีนไปหาอะไรทานแล้วก็ไปเจอเพื่อนพี่ก่อนนะครับ” พอฉันปฏิเสธเขาก็หันไปบอกสาวๆ ที่ยืนสนทนากัน ไม่มีใครห้ามหรอกค่ะ มีแต่ยิ้มตามมารยาทแล้วฉันกับพี่วายุก็พากันเดินออกมา
“เราอยากทานอะไรครับ” หลังจากที่พี่วายุพาฉันเดินออกมาจากกลุ่มของลูกสาวนักธุรกิจดังทั้งหลายเขาก็หันมาถามแต่ฉันส่ายหน้าตอบเบาๆ
“พี่ก็รู้ว่าควีนไม่ได้หิว” ฉันตอบเขาแต่เราก็เดินไปที่ซุ้มอาหารอยู่ดีเพราะต่างก็รู้ดีว่าสาวๆ พวกนั้นต้องมีบ้างล่ะที่ยังมีบางคนมองตาม หรืออาจจะหลายคนด้วยซ้ำ และแน่นอนว่าพอเราทั้งคู่เดินออกมาก็คงมีบทสนทนาเกี่ยวกับเราสองคนทันที เป็นสังคมที่ใครหันหลังให้ก็โดนพูดถึงซึ่งสำหรับฉันมันมันอะไรที่น่าเบื่อมาก
“ทานนี่แล้วกันนะครับ ไม่หนักท้องดี” พี่วายุยิ้มแล้วก็หยิบอาหารที่เป็นปาร์ตี้ค็อกเทลชิ้นเล็กๆ ใส่จานให้ฉันสองสามชิ้น
“ขอบคุณค่ะ” ฉันรับมาถือไว้แต่ยังไม่กินหรอกค่ะ ถืออาหารแล้วเราสองคนก็เดินไปหาเพื่อนๆ ของเขา คนในกลุ่มพี่เขาฉันรู้จักค่ะแต่ไม่ค่อยได้สนิทมากเท่าไหร่ มีพี่คูเปอร์กับพี่ฟาโรห์แล้วก็แฟนของพี่เขาทั้งสองคน เดินเข้าไปฉันก็ทักทายแล้วก็ทำความร็จักแฟนพี่เขาทั้งสองคน
“ดีใจที่ได้เจอน้องควีนนะจ้ะ” พี่พริกหวานเป็นคนเอ่ยทักทายฉัน แล้วพี่แป้งหอมก็ทักทายอีกคน
“พวกพี่เคยเห็นแต่ในรูป ไม่เคยเจอตัวจริงสักที ตัวจริงกับในรูปสวยไม่ต่างกันเลย ดีใจที่ได้เจอนะคะ”
“ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะคะพี่พริกหวานพี่แป้งหอม” ฉันยิ้มให้พี่คนสวยตรงหน้าทั้งสองคนที่ฉันไม่เคย สวยมากเลยค่ะ สวยท่าทางดูเป็นธรรมชาติไม่ปั้นแต่ง รอยยิ้มก็เป็นรอยยิ้มจริงใจ มากกว่าการยิ้มให้กันตามมารยาทในสังคม แค่ได้ยินประโยคแรกจากพี่ๆ เขาฉันก็รู้ว่าพี่สองคนนี้ต้องนิสัยดีและน่ารักมากแน่ๆ ไม่งั้นคงมัดใจพี่คูเปอร์กับพี่ฟาโรห์ไม่ได้หรอก
“จ้า แล้วนี่กลับมาไทยนานไหมจ้ะ” พี่พริกหวานคนถามอีกครั้ง พี่เขาก็ถามเรื่องส่วนตัวเหมือนกันนะคะแต่กลับไม่ทำให้ฉันอึดอัดเหมือนตอนที่อยู่ในวงทนสนาของพวกลูกสาวนักธุรกิจเมื่อกี้เลยสักนิดเดียว
“สองเดือนค่ะ แล้วก็กลับไปเรียนต่อ” ฉันไม่ได้เรียนที่เมืองไทยค่ะ ฉันเรียนอยู่ที่อังกฤษเลยไม่ค่อยสนิทกับใครที่เมืองไทย ตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอมก็เลยกลับมาไทย
“จ้า เอาไว้ว่างๆ เราไปเที่ยวกันนะ หรือถ้าน้องควีนเหงาก็ติดต่อพวกพี่มาได้เลย” พี่แป้งหอมเป็นคนเอ่ยขึ้น สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มใจดีเลยค่ะ
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” ฉันยิ้มให้พี่ทั้งสองคน ไมได้ยิ้มตามมารยาทเหมือนที่ยิ้มให้คนอื่นๆ ในงาน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงได้ทำให้ฉันถูกชะตะกับพี่ทั้งสองคนนี้ อาจจะเป็นเพราะรอยยิ้มจริงใจที่ฉันสัมผัสได้ตั้งแต่แรกมั้งคะ
จากนั้นเราก็คุยอะไรกันต่อสามคนเพราะพี่วายุกับพี่คูเปอร์ พี่ฟาโรห์เพื่อนของเขากำลังยืนคุยกันอยู่ แต่แค่แป๊บเดียวก็พากันแยกไปหาที่นั่งเพราะพี่พริกหวานท้องอยู่ ท้องโตใกล้คลอดแล้วด้วย
“พี่เบื่องานพวกนี้มาก~” เราคุยกันจนเริ่มสนิทใจพี่พริกหวานก็พูดขึ้น
“ควีนก็เบื่อค่ะ เบื่อมาก~” ท่าทางจะเจอคอเดียวกันฉันก็เลยบอกความในใจบ้าง หลังจากนั้นเราสามคนก็หัวเราะออกมาพร้อมกันแล้วก็ชวนกันคุยเรื่องต่างๆ จนรู้สึกสนิทใจ
-เวลาต่อมา-
“เฮ้อ! เสร็จงานสักที เหนื่อยไหมเวลาออกงาน” คนที่เข้ามานั่งประจำที่คนขับถอนหายใจบ่นออกมาเบาๆ แล้วก็หันมาถามฉัน
“เหนื่อยปั้นหน้าค่ะ พี่ก็รู้ว่าสังคมใส่หน้ากากมันทำให้เหนื่อยแค่ไหน” ฉันตอบเขาด้วยความเบื่อ แสดงความเบื่อออกมาทั้งสีหน้าและน้ำเสียงนั่นแหละ
“อื้ม พี่ว่าใครๆ ก็เบื่อแต่ก็ยังยินดีที่จะใส่อยู่ดี เราว่าไหม” เขาพยักหน้าเห็นด้วยแล้วก็เห็นมามองหน้าฉันเหมือนจะขอความคิดเห็นด้วยรอยยิ้ม
“คงใช่มั้งคะ” งานปาร์ตี้พวกนี้เป็นงานที่เกี่ยวกับธุรกิจ ฉันรู้ว่าเกิน 70 เปอร์เซ็นต์ของคนในงานโคตรเบื่อกับการที่ต้องมาสวมหน้ากากเข้าหากันเพื่อผลประโยชน์ เบื่อแต่สุดท้ายก็ยังเลือกที่จะสวมหน้ากากเข้าหากันเหมือนเดิม
“ยิ่งเป็นเราทั้งคู่ก็คงยิ่งเบื่อ” เขาพูดอีกครั้ง ยังไม่ออกรถหรอก ยังจอดอยู่ที่เดิมเพื่อคุยกัน คุยในเรื่องที่คุยมาหลายครั้งแต่ก็ทำไม่ได้สักที
“ใครๆ ก็เบื่องานแบบนี้ทั้งนั้นล่ะค่ะ” ฉันตอบเรียบๆ ไม่มีใครสนุกหรอกกับงานสังคมสวมหน้ากาก ถ้าไปปาร์ตี้กับเพื่อนก็ว่าไปอย่าง
“แต่พี่ว่าเราเบื่อกว่าใครๆ” พี่วายุพูดออกมาแล้วก็ยิ้มเหมือนคนรู้ทัน
“แล้วจะยังไงดีคะ” ฉันถามนิ่งๆ พร้อมกับมองหน้าเขาเพื่อขอความเห็นตาแทบไม่กระพริบ
“เราว่ายังไงล่ะครับ” เขาถามพร้อมรอยยิ้มแต่ฉันไม่ได้ยิ้มตอบ
“ควีนว่าก่อนควีนกลับอังกฤษ...เราควรถอนหมั้นกันให้เร็วที่สุดค่ะพี่วายุ”
บทล่าสุด
#60 บทที่ 60 EPISODE : 60 ... THE END
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#59 บทที่ 59 EPISODE : 59
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#58 บทที่ 58 EPISODE : 58
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#57 บทที่ 57 EPISODE : 57
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#56 บทที่ 56 EPISODE : 56
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#55 บทที่ 55 EPISODE : 55
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#54 บทที่ 54 EPISODE : 54
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#53 บทที่ 53 EPISODE : 53
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#52 บทที่ 52 EPISODE : 52
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026#51 บทที่ 51 EPISODE : 51
อัปเดตล่าสุด: 9/2/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
รักระรินใจ
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย













