บทนำ
“ เธอถูกฉันตีตราเอาไว้แล้วจงยิ้มรับความจริงนี้ให้ได้
แล้วเธอจะปลอดภัย .. ภายใต้การควบคุมของฉัน!”
ป.ล. วิวาห์ร้ายนายมาเฟียทมิฬเป็นนิยายที่ถ่ายทอดเรื่องราวแรกเริ่มของกลุ่มdark
บท 1
เสียงปืนยิงปะทะกันดังสนั่นกลางผืนทะเลทรายเวิ้งว้างร้อนระอุโดยฝีมือมาเฟียจากอิตาลีทั้งคู่ เป็นการต่อสู้เพื่อแก่งแย่งชิงลูกค้ารายใหญ่ผู้ปกครองแถบทะเลทรายวานาซ่า โซลอส หัวหน้าใหญ่อายุ79ปี ผู้เป็นเจ้าถิ่นยืนสูบซิการ์มองดูทั้งสองฝ่ายกำลังฟาดฟันกันอย่างดุเดือด เขาอยู่ในวงการนี้มานานอีกไม่กี่ปีก็รามือทิ้งให้ลูกหลานได้สืบทอดแล้ว แม้แต่คู่ค้าเก่ากลุ่มโรมาก็ยังปล่อยให้คนรุ่นใหม่มาสืบทอดธุรกิจต่อ จะหักหน้ากลุ่มโรมาที่เคยซื้อขายกันมาหลายสิบปีเพียงเพื่อสนใจกลุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างดาร์คก็กระไรอยู่ เขาจึงใช้ที่นี่แทนสังเวียนให้แก่งแย่งกันเอาเอง ใครแกร่งสุด จะได้ลูกค้ารายใหญ่อย่างเขาไป โซลอสใช้รถบรรทุกคันใหญ่ซึ่งในนั้นมีกระเป๋าบรรจุธนบัตรกว่าร้อยล้านยูโรจอดไว้ ให้พวกนั้นได้ยิงปะทะกันจนรู้ดำรู้แดงกันไป ใครสามารถวิ่งไปหยิบเงินพวกนั้นได้ก่อนถือว่าชนะ
ปังๆๆๆๆ
กลุ่มค้าอาวุธสงครามรุ่นสืบทอด กับกลุ่มมาเฟียคลื่นลูกใหม่บรรลัยกัลป์ที่ก่อตั้งขึ้นมาด้วยมิตรภาพของเหล่าเชื้อสายมาเฟียรุ่นบุกเบิกในวัยไล่เลี่ยกัน เกิดความสนิทสมกลมเกลียวจนก่อตั้งองค์กรนามว่า DARK และแน่นอนทุกอย่างจะเงียบและมืดดำที่สุดสมดังชื่อ สมาชิกมีทั้งหมด8คน ซึ่งไม่นับเงาอย่างดานิโล่
ส่วนตอนนี้เหลือเพียง7 เพราะแม็ก มาเฟียผู้หล่อละมุนดูอบอุ่นและเข้าถึงง่ายสุดในกลุ่ม ได้ด่วนจากเพื่อนๆจมดิ่งลงไปในธารน้ำแข็งเมื่ออาทิตย์ที่แล้วในวันฝึกความแข็งแกร่งด้วยแม็กมีโรคประจำตัวแต่เขาเลือกที่จะเก็บงำเพื่อนๆเอาไว้จนเกิดเหตุสลดขึ้น แน่นอนทุกคนช็อคและเศร้าใจในเหตุการณ์สูญเสียครั้งนี้ แต่ดาร์ค ยังยืนหยัดที่จะกอดคอกันก้าวต่อไปให้ถึงที่สุด
“เฮ้ยพวกเรา บุกก!!”
เมื่อรัวปืนและและขว้างระเบิดใส่ฝั่งตรงข้ามจนล้มตายระเนระนาดแล้ว ลูคัส เบอเนโต หรือ ลูก้า เขาเลือดร้อน บ้าระห่ำเกินคนจนมีข่าวอื้อฉาวถึงวีรกรรมมากมายทั้งที่ดาร์คยังเพิ่งจะอยู่ในขั้นเริ่มต้น แต่วงการมาเฟียต่างขนานนามของลูก้าว่า Big luke./บิ๊ก ลู้ค เมื่อฝ่ายตรงข้ามเหลือเพียงไม่ถึงห้าคน ลูก้าจึงไม่รอช้าที่จะรีบวิ่งไปถึงเส้นชัยที่มีเงินและอำนาจเป็นเดิมพัน หารู้ไม่ว่าหัวหน้ากลุ่มแอบหลบอยู่ข้างรถเพื่อต้องการเด็ดหัวตัวเป้งสักคนของดาร์ค
“เฮ้ยยพวกเรา ไปกัน!!”
“เฮ้ยๆ ไอ้ลูก้า มันเสี่ยงเกินไปอย่าเพิ่งบุ่มบ่ามเซ่”
สเตฟาโน่ตะคอกเตือนสติคว้าดึงเสื้อรั้งเสื้อยืดสีดำของลูก้าเอาไว้เสียยืดเพราะอีกฝ่ายก็รั้น ดันทุรังจะไปให้ได้
“ปล่อย กูจะไปพวกมึงคอยยิงป้องกันกูด้วย” ลูก้าหันหลังกลับมาปัดมือออกจากเสื้อตน
ปัง!
“ม่ายยยยยย!!!!!!!!!!”
ทุกคำเตือนของสเตฟาโน่ไม่เคยเข้าหูเขาเลยสักครั้ง แต่ตอนนี้มันกำลังดังก้องอยู่ในหัวให้เขารู้สึกผิดและเจ็บปวดเหลือเกิน
'แกมันใจร้อนวู่วามเกินไปแล้วไอ้ลูก้า หยุดฟังคำเตือนจากเพื่อนๆบ้างสิโว้ยยย เดี๋ยวก็ตายห่..กันหมดหรอก!!'
.
'อย่าเพิ่งเซ่ลูก้า ใจเย็นๆก่อนอย่าผลีผลาม'
.
'ฟังนะลูก้า กลุ่มเราทุกคนมันบ้าระห่ำใจร้อนกันไปหมด ขืนเป็นกันอย่างนี้มีแต่ตายกับตาย แต่ฉันมั่นใจว่า แกเปลี่ยนได้!!'
...............................
Los Angeles./ลอสแอนเจลิส
เด็กสาวชาวอิตาเลียนวัย18เลือกใช้ชีวิตอยู่ในลอสแอนเจลิส เมืองที่ดูวุ่นวายผู้คนพลุกพล่านมากมาย ร่างผอมบางสูงประมาณ175 สวมสเวตเตอร์สีเทากางเกงยีนส์พับชายกับรองเท้าผ้าใบสไตล์เรียบง่ายสะพายเป้เดินไปเรียนเพียงลำพังเพราะวันนี้รูมเมทเธอไม่สบายนอนเป็นผักอยู่ในห้อง ใบหน้าสวยสดไร้เมคอัพเอาแต่ก้มหน้าเขี่ยหน้าจอมือถือสวมหูฟังเพลงและส่ายหน้าเล็กน้อยตามจังหวะดนตรีที่ก้องกังวานในหูแบบไม่สนโลก
“อุ๊บบบส์”
เธอเกือบจะชนกับเจ้าของรองเท้าหนังสีดำมันวับเข้าแล้ว ดีที่หยุดฝีเท้าได้ทัน และแน่นอน เธอรู้ว่าชายที่ยืนตรงหน้าจงใจจะมาหาเรื่องเธอ แต่ไม่ทันที่จะได้เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายได้เต็มตาก็โดนลากขึ้นรถโดยมีชายฉกรรจ์อีกสองคนช่วยกันลากเธอขึ้นรถลีมูซีนอย่างง่ายดายแบบที่ผู้คนบริเวณนั้นไม่มีใครทันสังเกตเห็น
“นี่ พวกแกเป็นใคร!?”
เธอตวาดแหวพลางก้มมองดูรอยแดงที่แขน เมื่อเหลือบสายตามองโลโก้เล็กๆสักตัวอักษรdarkไว้บนหลังมือของคนพวกนี้แล้วเธอจึงพ่นลมหายใจออกทางจมูกพร้อมกรอกสายตาขึ้นบนอย่างระอา
...พี่ชายคิดจะแกล้งอะไรเธอเนี่ย?!!
ครืดดดดด
เสียงสมาร์ทโฟนในมือเธอสั่นได้พอเหมาะพอเจาะ จึงไม่ชักช้าที่จะรับสาย
“แม่คะ แม่คงรู้ใช่มั้ยว่าตอนนี้พี่ชายกำลังแกล้งหนูอยู่ จะพาหนูไปไหนก็ไม่รุ้ หนูคิดว่าแม่คงจะโมโหเช่นกันที่พวกนี้กำลังจะทำให้หนูไปเรียนสายนะ!?” เมื่อรับสายมารดาเธอรีบรัวฟ้องแม่ทันควัน
“หยุด ฟังแม่ ตอนนี้แม่มีเรื่องด่วนให้เราต้องทำ”
“มันจะมีอะไรสำคัญไปกว่าการเข้าคลาสของหนูล่ะคะ ได้โปรดอย่าก้าวก่าย วันหยุดค่อยว่ากัน”
“หยุด เลิกบ่น แล้วทำตามที่แม่บอกซะ นี่คือธุระที่สำคัญกว่าทุกอย่างทั้งสิ้น”
“ทุกอย่างทั้งสิ้น..” เธอทวนเสียงแผ่วขบคิดตาม
“ใช่ลูก สำคัญที่สุด ฉะนั้นนั่งเงียบๆไปกับพวกนั้น รับรองว่าปลอดภัยแน่นอน”
“หึ ก็แน่สิ อุตส่าห์โทรมากำชับขนาดนี้” เธอยังโอดครวญแกมประชดผู้เป็นแม่
“โอเค เก่งมากสาวน้อย แล้วเจอกันที่อิตาลีนะ”
บทล่าสุด
#121 บทที่ 121 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026#120 บทที่ 120 .
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026#119 บทที่ 119 .
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026#118 บทที่ 118 .
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026#117 บทที่ 117 .
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026#116 บทที่ 116 .
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026#115 บทที่ 115 .
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026#114 บทที่ 114 .
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026#113 บทที่ 113 .
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026#112 บทที่ 112 .
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026
คุณอาจชอบ 😍
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













