บทนำ
บท 1
“คุณคะ! รอก่อนค่ะ”
แพรพลอยหญิงสาวในลุคกระโปรงยีนยาวคลุมเข่าสวมเสื้อยืดสีขาวแขนสั้นมัดผมหางม้า ตะโกนตามหลังคชาชายหนุ่มตัวสูงที่กำลังเร่งฝีเท้าตรงไปหาคนสำคัญที่รออยู่หน้าประตูทางเข้าโรงแรมแห่งหนึ่ง เสียงตะโกนเรียกของเธอไม่ได้รับความสนใจจากชายหนุ่มที่กำลังเร่งรีบเลยแม้แต่น้อย
“ฉันเรียกคุณไม่ได้ยินเหรอ” แพรพลอยวิ่งเข้ามาคว้าแขนคชาเอาไว้ เธอหอบเล็กน้อยเพื่อจะเร่งฝีเท้าตามชายหนุ่มให้ทัน
“อะไรของคุณเนี่ย!” คชาชักสีหน้าอย่างสงสัยพร้อมสะบัดแขนออกจากมือของแพรพลอย แต่ไม่ทันได้คำตอบน้ำเสียงสดใสของนิลนาก็เอ่ยแทรกขึ้นมาพอดี
“พี่คชา มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่มีอะไรหรอก รีบไปสนามบินดีกว่าเดี๋ยวรถติด” ชายหนุ่มยิ้มตอบหญิงสาวคนในใจก่อนจะหันกลับมาขมวดคิ้วมองแพรพลอยอีกครั้ง เขาจูงมือนิลนาเดินจากไปโดยไม่สนใจหญิงสาวที่วิ่งตามเขามาเลยสักนิด
“งั้นก็ตามใจ ตกเครื่องมาอย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน” แพรพลอยหน้างอมองไปที่คชาอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่คิดว่าความหวังดีของเธอจะได้ผลตอบรับเช่นนี้
10นาทีก่อนหน้านี้ คชาที่นั่งอยู่ในคาเฟ่ได้วางพาสปอร์ตของตัวเองไว้บนโต๊ะใกล้กับแก้วเครื่องดื่มที่พนักงานนำมาเสิร์ฟให้ สายตาของชายหนุ่มจดจ่ออยู่กับสร้อยคอจี้ผีเสื้อเผยยิ้มหวานออกมาเมื่อนึกถึงใบหน้าของนิลนาหญิงสาวที่เขามีใจ
ช่วงค่ำวันนี้เป็นวันที่นิลนาต้องบินไปเรียนต่อปริญญาโทที่ออสเตรเลีย คชาเองตั้งใจจะทำเซอร์ไพรส์โดยที่จะร่วมเดินทางไปออสเตรเลียกับหญิงสาวในครั้งนี้ด้วย และจะขอเธอคบเป็นแฟนอย่างเปิดเผยเพราะคิดว่าถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วหลังจากที่อดทนรอมานาน
ระหว่างที่คชาจ้องไปที่สร้อยคอด้วยความหวานซึ้งนั้นก็มีสายจากนิลนาโทรเข้ามา ชายหนุ่มรีบรับสายเดินออกจากคาเฟ่เพื่อตรงไปหานิลนาที่รออยู่หน้าโรงแรมอย่างไม่รีรอ ด้วยความตื่นเต้นและเร่งรีบเลยลืมที่จะหยิบเอาพาสปอร์ตที่วางอยู่บนโต๊ะไปด้วย แพรพลอยที่นั่งรอเพื่อนไม่ไกลจากคชาก็เห็นเข้าพอดี เธอจึงรีบเดินมาหยิบพาสปอร์ตและตามชายหนุ่มออกไปจากคาเฟ่ แต่ดูเหมือนว่าความหวังดีของหญิงสาวจะเสียเปล่าเสียแล้ว
“แพร หาใครอยู่เหรอ?” ชินกรเพื่อนชายคนสนิทเอ่ยถามแพรพลอยด้วยความสงสัย ชายหนุ่มไปถึงคาเฟ่ก็เห็นท่าทีเร่งรีบออกจากคาเฟ่ของหญิงสาวจึงตามออกมาเพื่อถามไถ่ด้วยความอยากรู้
“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่ทำไมมาช้าจัง ถ้าอีก5นาทีนายยังไม่มาฉันกลับจริงๆ ด้วย” หญิงสาวงอแงไปที่เพื่อนชายที่มาสายปล่อยให้เธอต้องรอนาน
แพรพลอยกับชินกรเป็นเพื่อนสนิทร่วมมหาลัยเดียวกัน หลังจากที่ทั้งคู่เรียนจบปริญญาตรีต่างก็มีเส้นทางชีวิตของตัวเอง แพรพลอยตั้งใจจะกลับไปที่บ้านเกิดจังหวัดเพชรบูรณ์เพื่อช่วยผู้เป็นพ่อบริหารธุรกิจโรงแรม ส่วนชินกรเพื่อนชายก็ต้องบินไปเรียนต่อกฎหมายที่ฮ่องกงตามความประสงค์ของครอบครัว วันนี้ทั้งสองจึงนัดเจอกันเพื่อเป็นการเลี้ยงส่งและบอกลากันชั่วคราวจนกว่าจะได้พบกันอีกครั้ง
แพรพลอยกลับมาถึงคาเฟ่ก็เอาแต่นั่งเหม่อครุ่นคิดถึงเรื่องพาสปอร์ตที่อยู่กับตัวเอง หญิงสาวรู้สึกว้าวุ่นขึ้นมาเมื่อคิดว่าคชาต้องตกเครื่องเพราะพาสปอร์ตของเขาอยู่กับเธอ หญิงสาวคิดไปต่างๆ นานา ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน เธอเองก็ไม่ใช่คนไร้น้ำใจสักหน่อยจะปล่อยผ่านไปแบบนี้คงไม่ได้
“ทำไมฉันต้องเป็นคนดีขนาดนี้ด้วยนะ”
“บ่นอะไร ไอศกรีมเธอละลายหมดแล้ว”
“ชิน ฉันมีธุระต้องไปทำก่อน ไว้เสร็จธุระฉันโทรหานายนะ” เอ่ยจบแพรพลอยก็รีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากคาเฟ่ไปโดยไม่ได้สนใจเพื่อนชายที่ตะโกนทักท้วงตามหลังเธอเลยสักนิด
สนามบิน
“ขอบคุณนะคะพี่คชาที่มาส่งนิล” นิลนายิ้มหวานมองไปที่คชา เธอเองก็ใจหายเช่นกันที่ต้องจากชายหนุ่มไป ไม่ใช่เพราะชีวิตเธอต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้ทุนเรียนต่อให้อนาคตตัวเองคู่ควรกับคชา ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาก็คงชัดเจนไปนานแล้ว ไม่ใช่แค่คชาที่รู้สึกพิเศษกับเธอ แต่เธอเองก็มีใจให้ชายหนุ่มเช่นกัน
“นิล พี่….”คชายิ้มกว้างมองไปที่นิลนาอย่างเป็นประกาย แววตาหวานซึ้งของเขาทำให้หญิงสาวอดที่จะคาดหวังไม่ได้ แต่ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้บอกเรื่องเซอร์ไพรส์ก็มีสายโทรเข้ามาก่อน สักครู่รอยยิ้มหวานของคชาก็ค่อยๆ คลายลง ชายหนุ่มวางสายปลายทางด้วยสีหน้าตึงเครียดก่อนจะฝืนยิ้มออกมามองไปที่นิลนาอีกครั้ง
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” เห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของคชาหญิงสาวก็อดเป็นกังวลไม่ได้
“เรื่องงานน่ะไม่มีอะไรมากหรอก”
“ค่อยโล่งใจหน่อย เห็นพี่คชาหน้าบึ้งแบบนี้นิลก็นึกว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นซะอีก แล้วเมื่อกี๊พี่คชาจะบอกอะไรนิลเหรอคะ” หญิงสาวทักท้วงด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะค่อยๆ คลายยิ้มลงเมื่อได้ยินคำตอบจากชายหนุ่ม
“พี่จะบอกว่าเดินทางปลอดภัยนะ ตั้งใจเรียนด้วยล่ะ” แววตาคชาเลื่อนลอยนัก เรื่องเซอร์ไพรส์ที่ตั้งใจก่อนหน้านี้คงทำไม่ได้แล้ว
"ค่ะ งั้นรับปากนิลได้มั้ยว่าพี่คชาจะโทรหานิลบ่อยๆ”
“ได้สิ” ชายหนุ่มพยักหน้ายิ้มรับพร้อมคว้าตัวหญิงสาวเข้ามาสวมกอดเพื่อบอกลา เขามองดูเธอเดินจากไปจนลับตาก่อนจะหันหลังกลับเมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อของเขาจากแพรพลอย
“คุณคชา!”
“นี่คุณตามผมมาถึงนี่เลยเหรอ แถมยังรู้ชื่อผมอีกด้วย” คชารู้สึกประหลาดใจที่เห็นแพรลอยตามเขามาถึงที่สนามบิน ไหนจะชื่อของเขาที่หญิงสาวรู้อีก
“ฉันก็รู้ชื่อคุณมาจากพาสปอร์ตไง คนอุตส่าห์หวังดีแท้ๆ เอาไปสิ!” แพรพลอยพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์ยื่นพาสปอร์ตคืนให้กับเจ้าของเดิม
“พาสปอร์ตผมไปอยู่กับคุณได้ไง”
“ก็คุณลืมไว้ที่คาเฟ่ ทีนี้รู้แล้วใช่มั้ยว่าฉันตามคุณมาทำไม ฉันแค่ไม่อยากติดค้างในใจที่ทำให้คุณต้องตกเครื่องก็แค่นั้น”
“ไม่ทันแล้วล่ะ แต่ก็ขอบใจนะ”
“หมายความว่าไง? นี่ฉันมาช้าไปเหรอ” แพรพลอยรู้สึกตกใจเมื่อได้ยินคำตอบของคชา ถ้าเธอมาให้เร็วกว่านี้ก็คงดี
“ทำไมคุณทำหน้าแบบนั้น มันต้องเป็นผมที่เศร้าไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มหลุดขำออกมาเมื่อเห็นสีหน้ากังวลของหญิงสาว
“แล้วคุณจะทำยังไงต่อ งั้นก็ซื้อตั๋วใหม่สิ ไปถึงช้าหน่อยไม่เป็นไรมั้ง”
“สายไปแล้วล่ะ ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้ว แล้วนี่คุณมายังไง”
“ก็นั่งแท็กซี่มานะสิ ขืนมารถเมล์ตอนนี้ก็คงนั่งติดไฟแดงอยู่มั้ง แต่ยังไงก็ไม่ทันอยู่ดี"
“งั้นผมไปส่งคุณแล้วกัน ถือว่าตอบแทนน้ำใจที่คุณดั้นด้นเอาพาสปอร์ตมาให้ผมถึงสนามบินแม้จะไม่มีประโยชน์ก็ตาม” คชาเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะเดินนำแพรพลอยออกไปก่อน หญิงสาวเองก็ไม่รีรอที่จะตามหลังชายหนุ่มไปเช่นกัน ไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าแท็กซี่กลับเองคนมัธยัสถ์แบบเธอมีหรือจะปฏิเสธ
ระหว่างทางแพรพลอยก็เอาแต่จ้องหน้าของคชาเป็นพักๆ พอชายหนุ่มมองกลับก็รีบหลบสายตา ท่าทีของหญิงสาวอดที่จะทำให้คชาเอ่ยถามไม่ได้
“มีอะไรหรือเปล่า คุณเอาแต่จ้องหน้าผมไม่หยุดเลย”
“ฉันแค่สงสัยว่าทำไมคุณไม่รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนเลยที่ตกเครื่อง มันไม่สำคัญกับคุณเหรอ”
“สำคัญมากเลยล่ะ แต่บางเรื่องผมก็ทำตามใจตัวเองไม่ได้”
ระหว่างสนทนาอยู่นั้นคชาเหลือบเห็นชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังจะเดินตัดหน้ารถของเขาก่อนจะถูกคนแถวนั้นดึงตัวกลับมาอยู่ทางฟุตบาทตามเดิม ชายหนุ่มเลยเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน เขารีบยื่นมือไปป้องหน้าผากของแพรพลอยก่อนที่ตัวหญิงสาวจะถลาไปข้างหน้า
“คุณไม่เป็นไรนะ”
“ฉันไม่เป็นไร ขอบคุณค่ะ” มืออุ่นๆ ความเอาใจใส่ ไหนจะสายตาที่คชามองเธอด้วยความเป็นห่วงนั้นทำให้แพรพลอยใจสั่นโดยไม่รู้ตัว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะหวั่นไหวให้กับชายหนุ่มทั้งที่พึ่งเจอกัน
“แต่คุณหน้าแดงมากเลย ไม่เป็นไรแน่นะ”
“ฉันไม่เป็นไรจริงๆ งั้นฉันลงตรงนี้ก็แล้วกันพอดีนัดเพื่อนไว้แถวๆ นี้” หญิงสาวน้ำเสียงตะกุกตะกัก ยิ่งถูกทักเรื่องหน้าแดงก็ยิ่งทำให้ว้าวุ่นมากกว่าเดิม การหนีจากคชาในตอนนี้คงเป็นเรื่องที่เธอควรจะทำ
“จะลงตรงนี้จริงเหรอ”
“ค่ะ คุณเองก็ไม่ต้องคิดมากหรอก ฉันเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น”
“คุณรู้ด้วยเหรอว่าผมกำลังเจอปัญหาอยู่”
“ไม่รู้หรอก แต่ฉันเห็นคุณเหม่อลอยตั้งแต่อยู่สนามบินแล้ว ฉันก็เลยคิดว่าคุณคงมีเรื่องในใจ”
“งั้นคุณคิดว่าผมควรจัดการปัญหานี้ยังไง ผมควรทำตามหน้าที่หรือทำตามใจตัวเองดี”
“แล้วเลือกสองทางไปพร้อมๆ กันไม่ได้เหรอ หน้าที่ของคุณมันสำคัญน้อยพอจะทำให้คุณละเลยไปได้มั้ยล่ะ ถ้าคุณเลือกทำตามหัวใจแล้วปล่อยผ่านเรื่องหน้าที่ได้ งั้นคุณก็ทำตามใจคุณเถอะ”
“ผมเข้าใจแล้ว คุณนี่เก่งนะขนาดไม่รู้ว่าปัญหาของผมคืออะไรยังให้คำปรึกษาได้เลย”
“ฉันก็พูดไปเรื่อยนั่นแหละ คุณไม่ต้องจริงจังก็ได้”
“เอามือถือคุณมาหน่อยสิ ผมจะบันทึกเบอร์ผมไว้ ต่อไปถ้าคุณติดขัดอะไรก็โทรให้ผมช่วยได้”
“ไม่ต้องหรอก หรือต่อให้ฉันเกิดปัญหาขึ้นจริงคุณก็คงช่วยฉันไม่ได้”
“ยังไม่ถึงตอนนั้นเลยคุณรู้ได้ไงว่าผมช่วยคุณไม่ได้ ผมทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิดนะ อีกอย่างเบอร์ผมไม่ได้ให้ใครง่ายๆ ด้วย”
“คุณนี่ประหลาดคนจริงๆ อ๊ะ..เอาไปสิ” หญิงสาวยื่นมือถือตัวเองให้ชายหนุ่มอย่างไม่เต็มใจ ถ้าเธอไม่ทำตามคำขอมีหวังคชาได้รบเร้าเธอมากกว่านี้แน่ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยหญิงสาวก็เปิดประตูลงจากรถ เธอยิ้มและมองไปที่คชาอีกครั้งเพื่อเป็นการบอกลา และต่อไปเขาและเธอคงจะไม่ได้เจอกันอีก
“ยังไงก็ขอบใจนะคะที่มาส่ง ที่ฉันมั่นใจว่าคุณคงช่วยฉันไม่ได้เพราะต่อจากนี้ฉันกับคุณคงไม่ได้เจอกันอีก พรุ่งนี้ฉันต้องกลับไปอยู่ในที่ที่ของฉันแล้ว"
“เหรอ งั้นผมขอให้คุณโชคดีนะ แต่ผมยังยืนยันคำเดิมถ้ามีอะไรให้ผมช่วย คุณก็โทรหาผมได้ตลอด”
“ลาก่อนค่ะคุณคชา ฉันแพรพลอยค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” หญิงสาวเผยยิ้มเล็กน้อยก่อนเดินจากชายหนุ่มไป
คชามองตามแพรพลอยจนสุดสายตาก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาเมื่อนึกถึงปัญหาที่รอเขาอยู่ ถึงเวลาแล้วที่เขาต้องเดินทางไปหาผู้เป็นพ่อที่โรงพยาบาล ตอนอยู่สนามบินคชาได้รับสายจากญาติผู้น้องว่าผู้เป็นพ่อของเขาเข้ารับการผ่าตัดหัวใจเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ซึ่งชายหนุ่มเองก็อาศัยอยู่ที่คอนโดส่วนตัวเลยไม่ได้รับรู้เรื่องราวของผู้เป็นพ่อในทันที และเชื่อว่าผู้เป็นพ่อคงกำชับคนสนิทใกล้ตัวไม่ให้บอกเรื่องนี้กับเขาเช่นกัน เพราะไม่อยากเป็นต้นเหตุทำให้ผู้เป็นลูกชายต้องคิดมากเรื่องของเขาแล้วปล่อยโอกาสที่จะทำตามหัวใจของตัวเองหลุดลอยไป
ถึงแม่ว่าตอนนี้ผู้เป็นพ่อจะปลอดภัยแล้วแต่คชาก็ยังกังวลอยู่ดี และนี่เป็นสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจล้มเลิกความคิดที่จะสารภาพรักกับนิลนาและบินไปออสเตรเลียพร้อมกับเธอ ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องให้ความสำคัญมากที่สุดคือเรื่องของผู้เป็นพ่อ
บทล่าสุด
#58 บทที่ 58 ตอนที่58 (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#57 บทที่ 57 ตอนที่57
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#56 บทที่ 56 ตอนที่56
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#55 บทที่ 55 ตอนที่55
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#54 บทที่ 54 ตอนที่54
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#53 บทที่ 53 ตอนที่53
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#52 บทที่ 52 ตอนที่52
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#51 บทที่ 51 ตอนที่51
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#50 บทที่ 50 ตอนที่50
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#49 บทที่ 49 ตอนที่49
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













