บทนำ
บท 1
“คุณคะ! รอก่อนค่ะ”
แพรพลอยหญิงสาวในลุคกระโปรงยีนยาวคลุมเข่าสวมเสื้อยืดสีขาวแขนสั้นมัดผมหางม้า ตะโกนตามหลังคชาชายหนุ่มตัวสูงที่กำลังเร่งฝีเท้าตรงไปหาคนสำคัญที่รออยู่หน้าประตูทางเข้าโรงแรมแห่งหนึ่ง เสียงตะโกนเรียกของเธอไม่ได้รับความสนใจจากชายหนุ่มที่กำลังเร่งรีบเลยแม้แต่น้อย
“ฉันเรียกคุณไม่ได้ยินเหรอ” แพรพลอยวิ่งเข้ามาคว้าแขนคชาเอาไว้ เธอหอบเล็กน้อยเพื่อจะเร่งฝีเท้าตามชายหนุ่มให้ทัน
“อะไรของคุณเนี่ย!” คชาชักสีหน้าอย่างสงสัยพร้อมสะบัดแขนออกจากมือของแพรพลอย แต่ไม่ทันได้คำตอบน้ำเสียงสดใสของนิลนาก็เอ่ยแทรกขึ้นมาพอดี
“พี่คชา มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่มีอะไรหรอก รีบไปสนามบินดีกว่าเดี๋ยวรถติด” ชายหนุ่มยิ้มตอบหญิงสาวคนในใจก่อนจะหันกลับมาขมวดคิ้วมองแพรพลอยอีกครั้ง เขาจูงมือนิลนาเดินจากไปโดยไม่สนใจหญิงสาวที่วิ่งตามเขามาเลยสักนิด
“งั้นก็ตามใจ ตกเครื่องมาอย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน” แพรพลอยหน้างอมองไปที่คชาอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่คิดว่าความหวังดีของเธอจะได้ผลตอบรับเช่นนี้
10นาทีก่อนหน้านี้ คชาที่นั่งอยู่ในคาเฟ่ได้วางพาสปอร์ตของตัวเองไว้บนโต๊ะใกล้กับแก้วเครื่องดื่มที่พนักงานนำมาเสิร์ฟให้ สายตาของชายหนุ่มจดจ่ออยู่กับสร้อยคอจี้ผีเสื้อเผยยิ้มหวานออกมาเมื่อนึกถึงใบหน้าของนิลนาหญิงสาวที่เขามีใจ
ช่วงค่ำวันนี้เป็นวันที่นิลนาต้องบินไปเรียนต่อปริญญาโทที่ออสเตรเลีย คชาเองตั้งใจจะทำเซอร์ไพรส์โดยที่จะร่วมเดินทางไปออสเตรเลียกับหญิงสาวในครั้งนี้ด้วย และจะขอเธอคบเป็นแฟนอย่างเปิดเผยเพราะคิดว่าถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วหลังจากที่อดทนรอมานาน
ระหว่างที่คชาจ้องไปที่สร้อยคอด้วยความหวานซึ้งนั้นก็มีสายจากนิลนาโทรเข้ามา ชายหนุ่มรีบรับสายเดินออกจากคาเฟ่เพื่อตรงไปหานิลนาที่รออยู่หน้าโรงแรมอย่างไม่รีรอ ด้วยความตื่นเต้นและเร่งรีบเลยลืมที่จะหยิบเอาพาสปอร์ตที่วางอยู่บนโต๊ะไปด้วย แพรพลอยที่นั่งรอเพื่อนไม่ไกลจากคชาก็เห็นเข้าพอดี เธอจึงรีบเดินมาหยิบพาสปอร์ตและตามชายหนุ่มออกไปจากคาเฟ่ แต่ดูเหมือนว่าความหวังดีของหญิงสาวจะเสียเปล่าเสียแล้ว
“แพร หาใครอยู่เหรอ?” ชินกรเพื่อนชายคนสนิทเอ่ยถามแพรพลอยด้วยความสงสัย ชายหนุ่มไปถึงคาเฟ่ก็เห็นท่าทีเร่งรีบออกจากคาเฟ่ของหญิงสาวจึงตามออกมาเพื่อถามไถ่ด้วยความอยากรู้
“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่ทำไมมาช้าจัง ถ้าอีก5นาทีนายยังไม่มาฉันกลับจริงๆ ด้วย” หญิงสาวงอแงไปที่เพื่อนชายที่มาสายปล่อยให้เธอต้องรอนาน
แพรพลอยกับชินกรเป็นเพื่อนสนิทร่วมมหาลัยเดียวกัน หลังจากที่ทั้งคู่เรียนจบปริญญาตรีต่างก็มีเส้นทางชีวิตของตัวเอง แพรพลอยตั้งใจจะกลับไปที่บ้านเกิดจังหวัดเพชรบูรณ์เพื่อช่วยผู้เป็นพ่อบริหารธุรกิจโรงแรม ส่วนชินกรเพื่อนชายก็ต้องบินไปเรียนต่อกฎหมายที่ฮ่องกงตามความประสงค์ของครอบครัว วันนี้ทั้งสองจึงนัดเจอกันเพื่อเป็นการเลี้ยงส่งและบอกลากันชั่วคราวจนกว่าจะได้พบกันอีกครั้ง
แพรพลอยกลับมาถึงคาเฟ่ก็เอาแต่นั่งเหม่อครุ่นคิดถึงเรื่องพาสปอร์ตที่อยู่กับตัวเอง หญิงสาวรู้สึกว้าวุ่นขึ้นมาเมื่อคิดว่าคชาต้องตกเครื่องเพราะพาสปอร์ตของเขาอยู่กับเธอ หญิงสาวคิดไปต่างๆ นานา ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน เธอเองก็ไม่ใช่คนไร้น้ำใจสักหน่อยจะปล่อยผ่านไปแบบนี้คงไม่ได้
“ทำไมฉันต้องเป็นคนดีขนาดนี้ด้วยนะ”
“บ่นอะไร ไอศกรีมเธอละลายหมดแล้ว”
“ชิน ฉันมีธุระต้องไปทำก่อน ไว้เสร็จธุระฉันโทรหานายนะ” เอ่ยจบแพรพลอยก็รีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากคาเฟ่ไปโดยไม่ได้สนใจเพื่อนชายที่ตะโกนทักท้วงตามหลังเธอเลยสักนิด
สนามบิน
“ขอบคุณนะคะพี่คชาที่มาส่งนิล” นิลนายิ้มหวานมองไปที่คชา เธอเองก็ใจหายเช่นกันที่ต้องจากชายหนุ่มไป ไม่ใช่เพราะชีวิตเธอต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้ทุนเรียนต่อให้อนาคตตัวเองคู่ควรกับคชา ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาก็คงชัดเจนไปนานแล้ว ไม่ใช่แค่คชาที่รู้สึกพิเศษกับเธอ แต่เธอเองก็มีใจให้ชายหนุ่มเช่นกัน
“นิล พี่….”คชายิ้มกว้างมองไปที่นิลนาอย่างเป็นประกาย แววตาหวานซึ้งของเขาทำให้หญิงสาวอดที่จะคาดหวังไม่ได้ แต่ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้บอกเรื่องเซอร์ไพรส์ก็มีสายโทรเข้ามาก่อน สักครู่รอยยิ้มหวานของคชาก็ค่อยๆ คลายลง ชายหนุ่มวางสายปลายทางด้วยสีหน้าตึงเครียดก่อนจะฝืนยิ้มออกมามองไปที่นิลนาอีกครั้ง
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” เห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของคชาหญิงสาวก็อดเป็นกังวลไม่ได้
“เรื่องงานน่ะไม่มีอะไรมากหรอก”
“ค่อยโล่งใจหน่อย เห็นพี่คชาหน้าบึ้งแบบนี้นิลก็นึกว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นซะอีก แล้วเมื่อกี๊พี่คชาจะบอกอะไรนิลเหรอคะ” หญิงสาวทักท้วงด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะค่อยๆ คลายยิ้มลงเมื่อได้ยินคำตอบจากชายหนุ่ม
“พี่จะบอกว่าเดินทางปลอดภัยนะ ตั้งใจเรียนด้วยล่ะ” แววตาคชาเลื่อนลอยนัก เรื่องเซอร์ไพรส์ที่ตั้งใจก่อนหน้านี้คงทำไม่ได้แล้ว
"ค่ะ งั้นรับปากนิลได้มั้ยว่าพี่คชาจะโทรหานิลบ่อยๆ”
“ได้สิ” ชายหนุ่มพยักหน้ายิ้มรับพร้อมคว้าตัวหญิงสาวเข้ามาสวมกอดเพื่อบอกลา เขามองดูเธอเดินจากไปจนลับตาก่อนจะหันหลังกลับเมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อของเขาจากแพรพลอย
“คุณคชา!”
“นี่คุณตามผมมาถึงนี่เลยเหรอ แถมยังรู้ชื่อผมอีกด้วย” คชารู้สึกประหลาดใจที่เห็นแพรลอยตามเขามาถึงที่สนามบิน ไหนจะชื่อของเขาที่หญิงสาวรู้อีก
“ฉันก็รู้ชื่อคุณมาจากพาสปอร์ตไง คนอุตส่าห์หวังดีแท้ๆ เอาไปสิ!” แพรพลอยพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์ยื่นพาสปอร์ตคืนให้กับเจ้าของเดิม
“พาสปอร์ตผมไปอยู่กับคุณได้ไง”
“ก็คุณลืมไว้ที่คาเฟ่ ทีนี้รู้แล้วใช่มั้ยว่าฉันตามคุณมาทำไม ฉันแค่ไม่อยากติดค้างในใจที่ทำให้คุณต้องตกเครื่องก็แค่นั้น”
“ไม่ทันแล้วล่ะ แต่ก็ขอบใจนะ”
“หมายความว่าไง? นี่ฉันมาช้าไปเหรอ” แพรพลอยรู้สึกตกใจเมื่อได้ยินคำตอบของคชา ถ้าเธอมาให้เร็วกว่านี้ก็คงดี
“ทำไมคุณทำหน้าแบบนั้น มันต้องเป็นผมที่เศร้าไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มหลุดขำออกมาเมื่อเห็นสีหน้ากังวลของหญิงสาว
“แล้วคุณจะทำยังไงต่อ งั้นก็ซื้อตั๋วใหม่สิ ไปถึงช้าหน่อยไม่เป็นไรมั้ง”
“สายไปแล้วล่ะ ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้ว แล้วนี่คุณมายังไง”
“ก็นั่งแท็กซี่มานะสิ ขืนมารถเมล์ตอนนี้ก็คงนั่งติดไฟแดงอยู่มั้ง แต่ยังไงก็ไม่ทันอยู่ดี"
“งั้นผมไปส่งคุณแล้วกัน ถือว่าตอบแทนน้ำใจที่คุณดั้นด้นเอาพาสปอร์ตมาให้ผมถึงสนามบินแม้จะไม่มีประโยชน์ก็ตาม” คชาเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะเดินนำแพรพลอยออกไปก่อน หญิงสาวเองก็ไม่รีรอที่จะตามหลังชายหนุ่มไปเช่นกัน ไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าแท็กซี่กลับเองคนมัธยัสถ์แบบเธอมีหรือจะปฏิเสธ
ระหว่างทางแพรพลอยก็เอาแต่จ้องหน้าของคชาเป็นพักๆ พอชายหนุ่มมองกลับก็รีบหลบสายตา ท่าทีของหญิงสาวอดที่จะทำให้คชาเอ่ยถามไม่ได้
“มีอะไรหรือเปล่า คุณเอาแต่จ้องหน้าผมไม่หยุดเลย”
“ฉันแค่สงสัยว่าทำไมคุณไม่รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนเลยที่ตกเครื่อง มันไม่สำคัญกับคุณเหรอ”
“สำคัญมากเลยล่ะ แต่บางเรื่องผมก็ทำตามใจตัวเองไม่ได้”
ระหว่างสนทนาอยู่นั้นคชาเหลือบเห็นชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังจะเดินตัดหน้ารถของเขาก่อนจะถูกคนแถวนั้นดึงตัวกลับมาอยู่ทางฟุตบาทตามเดิม ชายหนุ่มเลยเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน เขารีบยื่นมือไปป้องหน้าผากของแพรพลอยก่อนที่ตัวหญิงสาวจะถลาไปข้างหน้า
“คุณไม่เป็นไรนะ”
“ฉันไม่เป็นไร ขอบคุณค่ะ” มืออุ่นๆ ความเอาใจใส่ ไหนจะสายตาที่คชามองเธอด้วยความเป็นห่วงนั้นทำให้แพรพลอยใจสั่นโดยไม่รู้ตัว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะหวั่นไหวให้กับชายหนุ่มทั้งที่พึ่งเจอกัน
“แต่คุณหน้าแดงมากเลย ไม่เป็นไรแน่นะ”
“ฉันไม่เป็นไรจริงๆ งั้นฉันลงตรงนี้ก็แล้วกันพอดีนัดเพื่อนไว้แถวๆ นี้” หญิงสาวน้ำเสียงตะกุกตะกัก ยิ่งถูกทักเรื่องหน้าแดงก็ยิ่งทำให้ว้าวุ่นมากกว่าเดิม การหนีจากคชาในตอนนี้คงเป็นเรื่องที่เธอควรจะทำ
“จะลงตรงนี้จริงเหรอ”
“ค่ะ คุณเองก็ไม่ต้องคิดมากหรอก ฉันเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น”
“คุณรู้ด้วยเหรอว่าผมกำลังเจอปัญหาอยู่”
“ไม่รู้หรอก แต่ฉันเห็นคุณเหม่อลอยตั้งแต่อยู่สนามบินแล้ว ฉันก็เลยคิดว่าคุณคงมีเรื่องในใจ”
“งั้นคุณคิดว่าผมควรจัดการปัญหานี้ยังไง ผมควรทำตามหน้าที่หรือทำตามใจตัวเองดี”
“แล้วเลือกสองทางไปพร้อมๆ กันไม่ได้เหรอ หน้าที่ของคุณมันสำคัญน้อยพอจะทำให้คุณละเลยไปได้มั้ยล่ะ ถ้าคุณเลือกทำตามหัวใจแล้วปล่อยผ่านเรื่องหน้าที่ได้ งั้นคุณก็ทำตามใจคุณเถอะ”
“ผมเข้าใจแล้ว คุณนี่เก่งนะขนาดไม่รู้ว่าปัญหาของผมคืออะไรยังให้คำปรึกษาได้เลย”
“ฉันก็พูดไปเรื่อยนั่นแหละ คุณไม่ต้องจริงจังก็ได้”
“เอามือถือคุณมาหน่อยสิ ผมจะบันทึกเบอร์ผมไว้ ต่อไปถ้าคุณติดขัดอะไรก็โทรให้ผมช่วยได้”
“ไม่ต้องหรอก หรือต่อให้ฉันเกิดปัญหาขึ้นจริงคุณก็คงช่วยฉันไม่ได้”
“ยังไม่ถึงตอนนั้นเลยคุณรู้ได้ไงว่าผมช่วยคุณไม่ได้ ผมทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิดนะ อีกอย่างเบอร์ผมไม่ได้ให้ใครง่ายๆ ด้วย”
“คุณนี่ประหลาดคนจริงๆ อ๊ะ..เอาไปสิ” หญิงสาวยื่นมือถือตัวเองให้ชายหนุ่มอย่างไม่เต็มใจ ถ้าเธอไม่ทำตามคำขอมีหวังคชาได้รบเร้าเธอมากกว่านี้แน่ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยหญิงสาวก็เปิดประตูลงจากรถ เธอยิ้มและมองไปที่คชาอีกครั้งเพื่อเป็นการบอกลา และต่อไปเขาและเธอคงจะไม่ได้เจอกันอีก
“ยังไงก็ขอบใจนะคะที่มาส่ง ที่ฉันมั่นใจว่าคุณคงช่วยฉันไม่ได้เพราะต่อจากนี้ฉันกับคุณคงไม่ได้เจอกันอีก พรุ่งนี้ฉันต้องกลับไปอยู่ในที่ที่ของฉันแล้ว"
“เหรอ งั้นผมขอให้คุณโชคดีนะ แต่ผมยังยืนยันคำเดิมถ้ามีอะไรให้ผมช่วย คุณก็โทรหาผมได้ตลอด”
“ลาก่อนค่ะคุณคชา ฉันแพรพลอยค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” หญิงสาวเผยยิ้มเล็กน้อยก่อนเดินจากชายหนุ่มไป
คชามองตามแพรพลอยจนสุดสายตาก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาเมื่อนึกถึงปัญหาที่รอเขาอยู่ ถึงเวลาแล้วที่เขาต้องเดินทางไปหาผู้เป็นพ่อที่โรงพยาบาล ตอนอยู่สนามบินคชาได้รับสายจากญาติผู้น้องว่าผู้เป็นพ่อของเขาเข้ารับการผ่าตัดหัวใจเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ซึ่งชายหนุ่มเองก็อาศัยอยู่ที่คอนโดส่วนตัวเลยไม่ได้รับรู้เรื่องราวของผู้เป็นพ่อในทันที และเชื่อว่าผู้เป็นพ่อคงกำชับคนสนิทใกล้ตัวไม่ให้บอกเรื่องนี้กับเขาเช่นกัน เพราะไม่อยากเป็นต้นเหตุทำให้ผู้เป็นลูกชายต้องคิดมากเรื่องของเขาแล้วปล่อยโอกาสที่จะทำตามหัวใจของตัวเองหลุดลอยไป
ถึงแม่ว่าตอนนี้ผู้เป็นพ่อจะปลอดภัยแล้วแต่คชาก็ยังกังวลอยู่ดี และนี่เป็นสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจล้มเลิกความคิดที่จะสารภาพรักกับนิลนาและบินไปออสเตรเลียพร้อมกับเธอ ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องให้ความสำคัญมากที่สุดคือเรื่องของผู้เป็นพ่อ
บทล่าสุด
#58 บทที่ 58 ตอนที่58 (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#57 บทที่ 57 ตอนที่57
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#56 บทที่ 56 ตอนที่56
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#55 บทที่ 55 ตอนที่55
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#54 บทที่ 54 ตอนที่54
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#53 บทที่ 53 ตอนที่53
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#52 บทที่ 52 ตอนที่52
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#51 บทที่ 51 ตอนที่51
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#50 บทที่ 50 ตอนที่50
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#49 บทที่ 49 ตอนที่49
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?













