บทนำ
เขารุกรานพื้นที่ส่วนตัว คอยไล่ต้อนจนฉันติดมุม และทำให้อากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นทุกครั้งที่เข้าใกล้ ยิ่งฉันพยายามหนี เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิดจนลมหายใจสะดุด ความนิ่งสนิททว่าคุกคามของเขาช่างอันตรายต่อหัวใจอย่างร้ายกาจ
ฉันควรจะรำคาญ ฉันควรจะถอยห่าง แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเริ่มสั่นคลอนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่การถูกเขาตามล่า แต่คือการที่ฉันเริ่มเผลอใจให้คนอันตรายอย่างเขาเข้าแล้วจริงๆ!
"ยิ่งหนี พี่ก็ยิ่งอยากได้ แล้วคิดเหรอว่าคนอย่างพี่จะยอมปล่อยไปง่ายๆ"
บท 1
บทที่
1
พื้นที่อันตราย
สำหรับบางคน มหาวิทยาลัยคือพื้นที่แห่งโอกาสและการแสดงตัวตน แต่สำหรับกัญญาวีร์ หรือ เอย พื้นที่แห่งนี้เปรียบเสมือนสมรภูมิที่เธอต้องเอาชนะด้วยทำตัวให้เหมือนอากาศเพราะไม่อยากเป็นที่สนใจของใครทั้งนั้น
ในเช้าวันจันทร์ที่บรรยากาศอบอวลไปด้วยความเร่งรีบ กัญญาวีร์ยืนอยู่หน้าตึกคณะบริหารธุรกิจ มือข้างหนึ่งถือลาเต้เย็นไม่ใส่น้ำตาลที่ละลายจนไอน้ำเกาะรอบแก้ว ส่วนดวงตาภายใต้แว่นสายตากรอบหนาสีดำคอยกวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง กัญญาวีร์สวมเสื้อนักศึกษาตัวโคร่งที่พรางสัดส่วนของตัวเองไว้จนมิดชิด กระโปรงพลีทยาวเลยเข่าและรองเท้าผ้าใบสีขาวจืดชืด
นี่คือหน้ากากที่กัญญาวีร์สร้างขึ้นมาเพื่อที่จะได้ไม่เป็นที่สนใจมากนัก
ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน กัญญาวีร์ไม่ใช่คนแบบนี้ กัญญาวีร์ในวัยสิบเจ็ดปีคือเด็กสาวที่สดใสที่สุดในโรงเรียนประจำจังหวัด เธอเป็นมือกลองของวงดนตรีโรงเรียน เป็นนักกิจกรรมที่ใครๆ ก็รู้จัก แต่รอยยิ้มเหล่านั้นถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของคนที่เธอเรียกว่า เพื่อนรักเพียงเพราะความอิจฉา ภาพความทรงจำตอนที่ครอบครัวของเธอกำลังแตกแยกตอนที่พ่อทิ้งเธอกับแม่ไป ถูกนำไปบิดเบือนและประจานลงในโลกโซเชียล คำด่าทอที่ไร้ตัวตนแต่เจ็บปวดเจียนตายเหล่านั้นขังเธอไว้ในห้องมืดเป็นเดือนๆ
นั่นคือเหตุผลที่เธอกัดฟันสอบเข้ามหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ และสัญญากับแม่ผู้เป็นแสงสว่างเดียวที่เหลืออยู่ว่า เธอจะใช้ชีวิตให้เงียบที่สุด จะไม่ทำตัวเด่นเพื่อดึงดูดศัตรูและจะไม่ยอมให้ใครก้าวข้ามกำแพงเข้ามาทำร้ายใจได้อีก
“เอย!!! ทางนี้ แกทางนี้”
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยปลุกเธอออกจากภวังค์ มันทนา หรือ มะนาว เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่เธอยอมให้เห็นตัวตนหลังกำแพง กำลังกวักมือเรียกเธอรัวๆ อยู่ที่ม้านั่งหินอ่อน มะนาวดูตื่นตระหนกจนผิดสังเกต ใบหน้าที่มีเครื่องสำอางแต่งแต้มบางๆ นั้นซีดเผือด
“มีอะไรนาว ทำไมไม่ไปรอที่โรงอาหารล่ะ” กัญญาวีร์ถามพลางหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ
“เอย!!! ฮือออ ฉันซวยแล้ว แฟลชไดรฟ์งานกลุ่มวิชาอาจารย์สมศรีที่ต้องส่งบ่ายนี้ มันไม่อยู่ในกระเป๋า”
หัวใจกัญญาวีร์หล่นวูบ งานนั้นพวกเราทำกันมาเกือบเดือน
“แกหาดีหรือยัง ลองรื้อดูในช่องเล็กๆ หรือยัง”
“รื้อหมดแล้วเอย ฉันจำได้ว่าเมื่อเช้าฉันเดินลัดจากประตูฝั่งหลังมหาลัยผ่านมาทางคณะวิศวะ แล้วตอนที่วิ่งหนีหมาแถวๆ ลานเกียร์เก่า กระเป๋ามันเปิดอยู่ ฉันว่ามันต้องหล่นตรงนั้นแน่ๆ เลยเอย ช่วยฉันหน่อยนะ ไปเป็นเพื่อนหน่อย ฉันไม่กล้าไปคนเดียวจริงๆ แกก็รู้ว่าแถวนั้นมันถิ่นใคร”
กัญญาวีร์ขมวดคิ้วแน่น ลานเกียร์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์คือเขตอันตรายที่เลื่องชื่อ ไม่ใช่เพราะผีสางเทวดา แต่เป็นเพราะมันคือที่ซ่อนตัวของพวกพยัคฆ์กลุ่มรุ่นพี่ผู้มีอิทธิพลที่ชอบใช้ศาลเตี้ยตัดสินปัญหา
โดยเฉพาะเขาคนนั้น คนที่กัญญาวีร์พยายามหลีกเลี่ยงแม้แต่การได้ยินชื่อ
“ไปแถวนั้นมันเสี่ยง” กัญญาวีร์พยายามแย้ง แต่อาการตัวสั่นของมันทนาทำให้เธอใจอ่อนเสมอ
“เอยถ้าไม่มีงานนี้พวกเราติดเอฟแน่ๆ นะๆ ๆ ๆ ฮึก!!! ฉันสัญญาว่าเราจะรีบไปรีบกลับ จะไม่ให้ใครเห็นหน้าเราเลย นะเอยนะ”
สุดท้ายกัญญาวีร์ก็แพ้สายตาอ้อนวอนนั่นจนได้ กัญญาวีร์ถอนหายใจยาวก่อนจะลุกขึ้นยืน กระชับสายสะพายเป้แน่น
“เออๆ ไปก็ไปแต่บอกก่อนนะ ถ้าเห็นท่าไม่ดี ฉันจะลากแกวิ่งทันที”
ทั้งสองคนเดินเลี่ยงถนนหลักที่ผู้คนพลุกพล่าน ลัดเลาะไปตามทางเดินที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์และซอกตึกที่เชื่อมต่อกับพื้นที่หลังคณะวิศวกรรมศาสตร์ ยิ่งเดินลึกเข้าไป บรรยากาศก็ยิ่งเปลี่ยนไปทันที ความมีชีวิตชีวาของมหาวิทยาลัยค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายของน้ำมันเครื่อง กลิ่นสนิมเหล็กและความเงียบเชียบที่น่าอึดอัด
สัมผัสของอากาศเย็นๆ และกลิ่นสนิมเหล็กที่ลอยมาเตะจมูก ทำให้เศษเสี้ยวความทรงจำที่กัญญาวีร์พยายามสะกดไว้เริ่มสั่นคลอน
สิบปีก่อนที่บ้านคุณยายในต่างจังหวัด เด็กชายตัวโตที่มีแววตาแข็งกร้าวคนหนึ่งเคยมารักษาแผลใจและแผลกายที่บ้านข้างๆ เขาคือคนที่มักจะพกพาเรื่องชกต่อยกลับมาบ้านเสมอ และฉันในวัยเด็กที่ยังไม่ประสีประสา ก็คือคนเดียวที่แอบยื่นผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าหม่นให้เขาเพื่อซับเลือดที่ต้นคอ
‘ไปให้พ้นยัยหนู โลกของฉันมันไม่เหมาะกับเด็กใจดีแบบเธอหรอก’
เสียงแหบพร่านั้นยังคงก้องอยู่ในหัวฉันไม่ได้เห็นหน้าเขามานับสิบปี แต่ทำไมตอนนี้ความรู้สึกหวาดระแวงมันถึงได้รุนแรงนัก
“เอยถึงแล้ว ตรงนั้นแหละลานเกียร์เก่า” มันทนากระซิบเสียงสั่น
ภาพเบื้องหน้าคือลานกว้างปูด้วยอิฐสีแดงเก่าๆ ที่มีเถาวัลย์ขึ้นตามเสาปูนเปลือย รอบๆ เต็มไปด้วยอะไหล่รถยนต์ที่วางระเกะระกะ แต่มันกลับดูขลังและทรงพลังอย่างประหลาด
“เจอไหมนาว” กัญญาวีร์ถามเสียงเบาหวิว สายตาสอดส่ายไปตามซอกตึก
“แป๊บนะเอย เหมือนจะเห็นสีเงินๆ อยู่ตรงนั้น” มันทนาชี้ไปที่ซอกหลืบหลังกำแพงปูนขนาดใหญ่
แต่ก่อนที่กัญญาวีร์และมันทนาจะก้าวไปถึงจุดนั้น เสียงหนึ่งที่กัญญาวีร์ไม่อยากได้ยินที่สุดในชีวิตก็ดังขึ้นจากอีกฟากของกำแพง เสียงทุ้มต่ำที่นิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยอำนาจสังหาร
“บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาให้เห็นหน้าอีก ถ้ายังอยากมีที่เรียนอยู่”
กัญญาวีร์สะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณบอกให้เธอคว้าข้อมือมันทนาเพื่อจะถอยหนี แต่ด้วยความสงสัยที่ฆ่าไม่ตาย กัญญาวีร์กลับเผลอชะโงกหน้าผ่านมุมตึกไปมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้า
หัวใจของกัญญาวีร์เต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกหน้าอก ความเย็นจากกำแพงปูนเปลือยที่เธอใช้พิงหลังซ่อนตัวดูเหมือนจะแผ่ซ่านเข้ามาถึงกระดูก แต่ความอยากรู้อยากเห็นที่น่ากลัวกลับสั่งให้เธอค่อยๆ เบี่ยงหน้าออกไปมองภาพเหตุการณ์ที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร
บทล่าสุด
#84 บทที่ 84 สัญญาณแห่งรัก (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#83 บทที่ 83 คำพูดแรกของน้องพริก
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#82 บทที่ 82 เมล็ดพันธุ์ที่เริ่มงอกเงย
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#81 บทที่ 81 คุณพ่อบ้านมาดเซอร์กับแปลงผักที่รัก
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#80 บทที่ 80 ก้าวแรกแห่งชีวิตใหม่
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#79 บทที่ 79 ของขวัญจากหัวใจพยัคฆ์
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#78 บทที่ 78 ปิดบัญชีนางพญาตกอับ
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#77 บทที่ 77 กระชากหน้ากากนางพญา
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#76 บทที่ 76 สงครามกลางที่ประชุม
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#75 บทที่ 75 จะประสานรอยร้าวอย่างไร
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักไม่หลอก
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
หวานใจคุณพ่อจำเป็น
สิ้นเสียงประกาศกร้าวของ 'มดตะนอย' กามเทพตัวจิ๋ววัย 3 ขวบครึ่งที่ชี้เป้าเลือกพ่อกลางห้างสรรพสินค้า ทำเอา 'มัดไหม' น้าสาวในร่างแม่จำเป็นถึงกับช็อกแทบสลบ!
เพราะผู้ชายที่หลานเธอวิ่งไปเกาะขา ดันเป็น 'พีร์ภูรินท์' ซีอีโอหนุ่มสุดเนี้ยบผู้รักความเพอร์เฟกต์และประกาศตัวว่า 'ไม่ชอบเด็ก!' มัดไหมเตรียมใจรับพายุอารมณ์ แต่ผิดคาด... เมื่อท่านประธานหน้านิ่งกลับยอมรับบท "คุณพ่อปลอมๆ" ซะงั้น แถมยังขยันขับรถสปอร์ตมาป้วนเปี้ยนที่คาเฟ่ของเธอทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ!
จากภารกิจ Fake Family สุดป่วนที่เริ่มเพราะโดนลูกตก ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นอาการ 'คลั่งรักแม่' แบบเต็มคาราเบล! จากผู้ชายเย็นชาที่หวงพื้นที่ส่วนตัวขั้นสุด กลายร่างเป็นแด๊ดดี้สายเปย์สุดอบอุ่น ที่พร้อมทิ้งตรรกะทุกอย่างบนโลก เพื่อเลื่อนขั้นจาก 'พ่อกำมะลอ' ไปเป็น 'สามีตัวจริง'
มาร่วมโดนตกไปกับความน่ารักนุบนิบหัวใจ โบ๊ะบ๊ะกับหลานตัวแสบ และฟินจิกหมอนกับพระเอก CEO ธงเขียว นิยายโรแมนติกคอมเมดี้สายครอบครัว ฟีลกู๊ด อ่านง่าย ชุบชูใจ เสิร์ฟความหวานสไตล์สโลว์เบิร์น ปลอดสารดราม่าปวดตับ 100%!
#หวานใจคุณพ่อจำเป็น
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป













