บทนำ
เมื่อหญิงนิรนามถูกพบในอ่างเก็บน้ำ สารวัตรภูเมืองกลับปฏิเสธว่าไม่รู้จักเธอ ทั้งที่ก่อนเสียชีวิต เธอเพิ่งส่งข้อความอ้างว่ารู้เบาะแสของน้องสาวที่หายไปเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน
คดีพาเขามาพบกับหมอนวลละออ แพทย์นิติเวชผู้เชื่อในหลักฐาน แต่ไม่อาจเชื่อใจความทรงจำของตัวเอง เสียงน้ำหยดและคำเรียกจากหลังประตูปลุกคืนที่พี่สาวเสียชีวิตให้กลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง
ยิ่งสืบ ความลับของผู้ตายยิ่งเปิดเผย และความเกี่ยวข้องของภูเมืองกับหลายคดีก็ทำให้ผู้ล่าฆาตกรกลายเป็นผู้ต้องสงสัย
ท่ามกลางความหวาดกลัว แรงกดดัน และข้อมูลที่รั่วไหล ทีมตำรวจและทีมนิติเวชต้องร่วมกันอ่านร่องรอยที่คนตายทิ้งไว้ ก่อนความเข้าใจผิดจะพรากชีวิตใครไปอีก
แต่หากหลักฐานชี้มาที่คนซึ่งพวกเขาไว้ใจที่สุด…พวกเขาจะกล้าตามมันไปจนสุดทางหรือไม่?
นวนิยายสืบสวนสยองขวัญ ว่าด้วยความจริงที่ต้องพิสูจน์ อดีตที่ไม่ยอมเงียบ และน้ำใจของคนเป็นที่ยังต่อสู้เพื่อคนตาย
บท 1
เสียงน้ำหยดดังขึ้นตอนนวลละออกำลังเขียนหมายเลขศพ
หนึ่งหยด เว้นช่วง แล้วอีกหนึ่งหยด
เธอมองประตูห้องเตรียมอุปกรณ์ แสงลอดใต้บานเป็นเส้นบาง ฝนด้านนอกตกไม่หยุด แต่เสียงนี้อยู่ใกล้กว่า
โทรศัพท์สว่างขึ้น แม่ส่งรูปแกงจืดกับไข่เจียวที่แบ่งใส่กล่องไว้
พรุ่งนี้กลับมากินไหมลูก
เกือบตีสองแล้ว แม่ยังไม่นอน
เก็บไว้ให้หนูด้วยค่ะ พรุ่งนี้จะกลับ
แม่มักเข้าครัวในคืนที่นอนไม่หลับ บางครั้งจัดบัญชีค่าใช้จ่ายซ้ำ ทั้งที่อดีตนายทหารบัญชีอย่างแม่แทบไม่เคยบวกลบผิด
วันนี้แม่เจอรูปพ่ออุ้มหนู รูปพี่ก็มี แม่แยกไว้ให้แล้ว
นวลละอออ่านข้อความนั้นซ้ำ เธอจำพ่อได้จากรูปมากกว่าความทรงจำ พ่อเสียชีวิตระหว่างการรบ แม่จึงเลี้ยงลูกสองคนตามลำพัง ส่วนนวลจันทร์เป็นคนสอนการบ้านน้องในคืนที่แม่ทำงานดึก
“พี่นวลคะ”
ปากกาในมือกระทบโต๊ะ ธีรินยืนถือเอกสารรับศพอยู่ตรงทางเข้า
“ขอโทษค่ะ รินไม่รู้ว่าพี่กำลังคุยโทรศัพท์”
เธอบอกแม่ให้พักผ่อนแล้วคว่ำโทรศัพท์
“รินได้ยินเสียงน้ำไหม”
เขาหยุดฟัง หยดหนึ่งกระทบโลหะจากหลังประตู
“ได้ยินค่ะ ก๊อกคงปิดไม่สนิท”
นวลละออพยักหน้า
เขาได้ยินเหมือนกัน คืนนี้เสียงนั้นมีอยู่จริง
ศพมาถึงพร้อมฝน
พี่อิ่มตรวจเอกสารกับป้ายระบุศพ นนท์ช่วยเลื่อนรถเข็นเข้าที่ เสื้อเขาเปียกตรงไหล่ กระเป๋ากล้องมีรอยเย็บด้ายแดงใกล้หูหิ้ว
“เสื้อสำรองอยู่ในตู้พี่ เปลี่ยนก่อนก็ได้”
“ผมไม่หนาวครับ”
“พี่กลัวเป็นหวัด ไม่ได้ถามว่าหนาวไหม”
เขายิ้มแล้ววางกระเป๋าให้พ้นทาง
ผู้ตายเป็นหญิงไม่ทราบชื่อ พบใกล้กอหญ้าริมอ่างเก็บน้ำ เสื้อแขนยาวแนบกับร่าง ผมเปียกจับเป็นปอย
นวลละออเริ่มจากหมายเลข เอกสาร และประวัติการพบศพ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เธออยู่กับคนตรงหน้า หลังใช้ทุนในโรงพยาบาลเล็กที่น่านครบสามปี เธอเลือกเรียนนิติเวชเพราะชอบงานที่ได้พิจารณารายละเอียด และไม่ต้องรับมือผู้คนตลอดวัน
หมอธวัชเข้ามาฟังประวัติก่อนถามว่า “พร้อมไหม”
“พร้อมค่ะ”
นวลละออบอกสิ่งที่พบ ธีรินบันทึก นนท์ถ่ายภาพ พี่อิ่มเตรียมอุปกรณ์
เมื่อถึงข้อมือซ้าย เธอหยุด รอยคล้ำพาดเป็นช่วง บางส่วนเห็นไม่ชัด เธอเปลี่ยนมุมแสงแล้วตรวจอีกข้าง
“นนท์ ขอภาพตรงนี้เพิ่ม ใส่มาตราส่วนด้วยนะ”
“ครับหมอ”
เขารอจนเธอเอามือออกจึงกดชัตเตอร์
“รอยมัดหรือเปล่าครับ”
“ถ่ายสิ่งที่เห็นไว้ก่อน” หมอธวัชบอก
นวลละอออ่านบันทึกอีกครั้ง ความคิดกำลังวิ่งนำสิ่งที่ตรวจพบ
หญิงสาว น้ำ รอยข้อมือ
เธอวางเครื่องมือ
“ยังสรุปสาเหตุของรอยไม่ได้ค่ะ ต้องตรวจประกอบเพิ่มเติม”
หมอธวัชพยักหน้า เธอจึงบรรยายตำแหน่งและลักษณะอย่างช้าลง
เมื่องานช่วงแรกเสร็จ ทุกคนแยกไปจัดการหน้าที่ของตัวเอง นวลละออล้างมือแล้วปิดก๊อก
เสียงน้ำยังดังจากห้องเตรียมอุปกรณ์
เธอเคาะประตู ไม่มีคำตอบ จึงแตะลูกบิด
“นวล…”
มือเธอหยุด
“เปิดประตูให้พี่หน่อย”
เสียงผู้หญิงเบาจนแทบกลืนกับฝน ประตูสีขาวตรงหน้าซ้อนทับกับประตูไม้ในบ้านเก่า เสื้อพี่สาวบนราว กลิ่นสบู่จากช่องใต้บาน
เธอจำเสียงนี้ได้
หรือเพียงอยากจำให้ได้
นวลละออหมุนลูกบิด มันไม่ขยับ
มือหนึ่งแตะต้นแขน เธอสะบัดจนธีรินถอย
“รินเองค่ะ”
“ข้างในมีคน”
“พี่ได้ยินอะไรคะ”
“ผู้หญิงเรียกฉัน”
ธีรินโทรหาพี่อิ่ม ระหว่างรอ เขายืนข้างเธอโดยเว้นระยะ
เมื่อประตูเปิด ภายในมีเพียงชั้นอุปกรณ์ รถเข็น และอ่างล้าง น้ำหยดจากก๊อกลงถาดโลหะ พี่อิ่มหมุนจนเงียบ
“ก่อนหน้านี้มีใครเข้ามาไหมคะ”
“พี่ไม่ได้เฝ้าตลอด ให้ช่วยถามไหม”
“ช่วยถามให้หน่อยค่ะ”
ธีรินพาเธอมานั่ง วางแก้วน้ำใกล้มือ
“รินได้ยินเสียงเรียกไหม”
“รินได้ยินแค่พี่พูดตอนเดินมาค่ะ แต่จดเวลาไว้แล้ว เผื่อพี่อยากตรวจว่าเกิดอะไรขึ้น”
เธอพยักหน้า ยกแก้วขึ้น มือยังสั่นจนต้องใช้สองมือประคอง
เกือบเจ็ดโมง ภูเมืองมาถึงโรงพยาบาลพร้อมจ่าเนศและดาบชัช เขาโทรกลับหาแม่ระหว่างรอประชุม
“พ่อถามว่าจะมากินข้าววันไหน”
“เดี๋ยวผมดูเวรก่อนครับ”
“อย่าตอบเหมือนนัดพยานสิลูก”
เขาหัวเราะเบา ๆ พ่อเป็นอดีตอัยการ แม่เป็นนักรังสีเทคนิค ทั้งคู่เข้าใจงาน แต่คำว่าเดี๋ยวของเขาถูกใช้บ่อยเกินไปแล้ว
“เย็นนี้ผมโทรหานะครับ”
ในห้องประชุม นวลละออนั่งลงพร้อมแฟ้ม ภูเมืองเลื่อนเก้าอี้ให้ก่อนอธิบายบริเวณพบศพ
เมื่อภาพใบหน้าผู้ตายขึ้นจอ เขาหยุดกลางประโยค นิ้วโป้งกดฝาถ้วยกาแฟจนยุบ
“สารวัตรรู้จักหรือคะ”
“ไม่ครับ”
จ่าเนศเงยหน้ามอง แต่ยังไม่ถาม
ภูเมืองฟังผลตรวจเบื้องต้นจนจบ แล้วขอตัวออกไปยังทางเชื่อม เขาเปิดข้อความที่ได้รับเมื่อคืน
ในภาพ ผู้หญิงคนเดียวกันยืนหน้ารั้วอ่างเก็บน้ำ ดวงตายังมองตรงมายังกล้อง
ฉันรู้ว่าน้องสาวคุณอยู่ที่ไหน
ถ้าอยากรู้ มาคนเดียว
ภาวดีเป็นน้องสาวเพียงคนเดียว พ่อรับเธอมาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก ในบ้านไม่มีใครเรียกเธอว่าน้องบุญธรรม
เธอหายไปจากบ้านสิบสองปีแล้ว
เมื่อคืนภูเมืองไปตามนัด
และยังไม่ได้บอกใครว่าไปพบอะไรมา
บทล่าสุด
#45 บทที่ 45 คนที่กลับบ้าน
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#44 บทที่ 44 ชีวิตที่ไม่ได้เกิดขึ้น
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#43 บทที่ 43 สายสุดท้าย
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#42 บทที่ 42 ไม่ต้องรอ
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#41 บทที่ 41 คนที่อยู่หลังประตู
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#40 บทที่ 40 ชื่อที่รอคำยืนยัน
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#39 บทที่ 39 เวลาที่ขอไว้
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#38 บทที่ 38 คนที่นั่งรอ
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#37 บทที่ 37 ที่ที่เขารู้คำตอบ
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#36 บทที่ 36 เรื่องของวันนั้น
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026
คุณอาจชอบ 😍
ลุ้นรัก เจ้าสาวใบสั่ง
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》
เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว













