บทนำ
ในสายตาของทุกคนรวมถึงเขา หล่อนคือผู้หญิงอ่อนแอ ขาพิการที่ต้องนั่งรถเข็นตลอดเวลา
หล่อนจึงไม่มีค่าพอที่จะทำให้เขาหันมามอง จำต้องก้มหน้าจมอยู่กับหยาดน้ำตาเพียงลำพัง
จนกระทั่งมารดาล้มป่วยลงและต้องการให้หล่อนแต่งงาน และเขาก็คือผู้ชายที่มารดาเห็นว่าเหมาะสมกับหล่อนที่สุด
สำหรับมาร์ติเนซ ยายเด็กผู้หญิงข้างบ้านเนื้อตัวมอมแมมสกปรกไม่เคยอยู่ในสายตามาก่อน จนกระทั่งกาลเวลานำพาให้ได้พบกันอีกครั้ง แม้ว่าหล่อนจะยังคงนั่งรถเข็นเช่นเดิม แต่หัวใจของเขาก็ตกอยู่แทบเท้าของหล่อนเสียแล้ว
“ทำไมจะต้องแกล้งทำเป็นขาพิการด้วย สราวลี”
“มันเรื่องส่วนตัวของวลีค่ะ”
“มันเป็นเรื่องของพี่ด้วย ในเมื่อพี่เป็นสามีของเธอ”
“ก็แค่สามีในนาม”
“ที่พี่ไม่ทำอะไรเธอ ก็เพราะเห็นว่าไม่แข็งแรง แต่หลังจากวินาทีนี้ไป เธอเตรียมรับความคลั่งของพี่ได้เลย สราวลี”
บท 1
“กรี๊ดดดดด...จารย์...จารย์มาร์ตมาแก...มาทางนี้แล้ว กรี๊ดดดด...”
ทุกครั้งที่ มาร์ติเนซ มาเลซาสโซ ปรากฏตัวขึ้นในมหาวิทยาลัยที่ตัวเองเป็นทั้งเจ้าของและอาจารย์ผู้สอน เสียงกรี๊ดกร๊าดของสาวๆ ก็จะดังขึ้นแบบนี้เป็นประจำจนชายหนุ่มคุ้นเคยกับมันไปเสียแล้ว เขาทำเพียงแค่ระบายยิ้มให้ แล้วเดินตรงไปยังห้องทำงาน
“ล้อหล่อ...” นักศึกษาสาวๆ ต่างพากันชื่นชมอย่างออกนอกหน้ากับความหล่อเหลาปานเทพบุตรของอาจารย์หนุ่มรูปงามยิ่งกว่าเทพบุตรลงมาจุติ
“ใช่แก...หล่อมาก ฉันเข้ามาเรียนที่นี่ก็เพราะอยากอยู่ใกล้ๆ เขาเลยนะ”
“เหมือนฉันเลยแก ไม่งั้นไม่มาเรียนที่นี่หรอก ค่าเทอมอย่างแพง”
นักศึกษาสาวๆ คุยกันอย่างออกรสออกชาติ ก่อนจะต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงอู้หู เมื่อหันไปเห็นอาจารย์สาวสวยดีกรีนักเรียนนอกเดินผ่านมาพอดี
“พวกเธอมายืนทำอะไรกันแถวนี้ล่ะ ไม่มีเรียนหรือไง” รวีบงกชตวัดตาที่กรีดด้วยอายไลเนอร์มองนักศึกษาสาวๆ ตรงหน้าอย่างไม่พอใจ “แล้วนั่นน่ะ น้ำลายที่มุมปากเช็ดออกกันเสียด้วย”
“จารย์น่ะ พวกเราก็แค่มาแอบมองจารย์มาร์ตเองค่ะ” นักศึกษาสาวนางหนึ่งอธิบาย
“จะมาแอบมองทำไม ไม่รู้หรือไงว่าอาจารย์มาร์ตของพวกเธอน่ะกำลังจะแต่งงานในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว” น้ำเสียงของรวีบงกชดุดันขึ้นจนแปลกหู
“พวกหนูรู้กันแล้วล่ะค่ะ ข่าวออกจะดัง”
“รู้แล้วก็ไม่ต้องมายุ่งกับอาจารย์มาร์ตอีก จะไปไหนก็ไปกันเลยพวกเธอน่ะ”
“ค่ะ จารย์รวี”
“ค่ะ ก็ไปได้แล้ว”
นักศึกษาสาวหลายคนพากันเดินออกไปจากทางเดินขึ้นตึกอาคารอำนวยการ
“แรดแต่เด็กเลยนะนังพวกนี้” รวีบงกชบ่นตามหลังเหล่านักศึกษาไปอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหันมองขึ้นไปบนตัวตึก แล้วพยายามปรับสีหน้าพร้อมกับก้าวเข้าไป
“คุณมาร์ตมีสอนเหรอคะ”
เมื่อเดินเข้ามาแล้วพบมาร์ติเนซระหว่างทางเดิน รวีบงกชก็อดทักทายเสียงอ่อนเสียงหวานไม่ได้
“ครับ”
“แหม นึกว่าจะเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าวอย่างเดียวเสียอีกนะคะ”
มาร์ติเนซระบายยิ้มน้อยๆ สีหน้าเรียบขรึม
“เจ้าบ่าวอย่างผมไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมากหรอกครับ หนักไปที่ทางเจ้าสาวมากกว่า”
“นั่นสิคะ เห็นว่าขาพิการด้วยใช่ไหมคะ” รวีบงกชพูดออกไปแล้วก็รีบยกมือขึ้นปิดปากของตัวเอง ก่อนจะจีบปากจีบคอแก้ไขคำพูด “อุ๊ย...รวีขอโทษนะคะ เผลอไปน่ะค่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ มันเป็นเรื่องจริง เพราะเจ้าสาวของผมนั่งรถเข็น” สีหน้าของมาร์ติเนซยังคงเรียบเฉย “ผมขอตัวก่อนนะครับคุณรวี ต้องไปเตรียมตัวสอนแล้วครับ” เขาจะเดินจากมา แต่รวีบงกชคว้าแขนเอาไว้เสียก่อน
ชายหนุ่มหรี่ตามองฝ่ามือขาวสะอาดของรวีบงกชที่ท่อนแขนของตัวเอง ก่อนจะมองหน้าหล่อน หญิงสาวจึงรู้ตัวและรีบเอามือออกไปจากท่อนแขนล่ำของเขา
“ขอโทษค่ะ”
มาร์ติเนซระบายยิ้มบางๆ บอกให้รู้ว่าไม่ได้ติดใจเอาความอะไร “ว่าแต่คุณรวีมีอะไรกับผมอีกหรือครับ”
“เอ่อ...รวีอยากทราบบางเรื่องน่ะค่ะ แต่ไม่รู้ว่าควรจะพูดออกไปดีหรือเปล่า” หล่อนแสดงทีท่าอึดอัดลำบากใจ
“ถามมาเถอะครับ ถ้าผมตอบได้ ผมจะตอบ”
รวีบงกชเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจตอบออกมา “ทำไมคุณมาร์ตถึงตัดสินใจ...แต่งงานกับเจ้าสาวที่ขาพิการล่ะคะ ทั้งๆ ที่มีผู้หญิงเพียบพร้อมอีกมากมายรอให้คุณมาร์ตเลือก”
แววตาของมาร์ติเนซราบเรียบอ่านความรู้สึกไม่ออก แต่ที่ใบหน้ามีรอยยิ้มน้อยๆ แต้มอยู่
“เพราะผมอยากดูแลวลีน่ะครับ”
“อยากดูแล...ผู้หญิงพิการที่วันๆ เอาแต่นั่งรถเข็นเนี่ยนะคะ”
“ครับ ผมอยากดูแลเธอ”
“แต่รวีว่าเธอไม่คู่ควรกับคุณมาร์ตเลยสักนิดค่ะ” รวีบงกชลืมตัวออกความคิดเห็นส่วนตัวอย่างออกรสออกชาติ “ผู้ชายเพียบพร้อมอย่างคุณ มาร์ตน่าจะได้ผู้หญิงที่ดีกว่านี้...”
ใบหน้าของมาร์ติเนซยังคงมีรอยยิ้ม น้ำเสียงของเขาสุภาพนุ่มนวลยามพูดโต้แย้งออกมา
“คนเรามองความเพียบพร้อมต่างกันครับ”
“ยังไงเหรอคะ”
“สำหรับผม...วลีเพียบพร้อมสำหรับผม และเธอก็เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมต้องการดูแลไปชั่วชีวิต”
รวีบงกชไม่อยากจะเชื่อที่หูได้ยิน “รวีว่าคุณมาร์ตขัดความต้องการของผู้ใหญ่ไม่ได้มากกว่าค่ะ”
มาร์ติเนซยังคงระบายยิ้มอ่อนๆ “ผมมีจุดยืนของตัวเองเสมอ และถ้าไม่ใช่หรือไม่ชอบ ผมจะไม่มีวันยินยอมพร้อมใจ”
“แต่รวีว่า...”
“ผมขอตัวนะครับ ต้องไปสอนแล้วจริงๆ”
“เอ่อ ค่ะ...”
รวีบงกชมองตามร่างสูงใหญ่ของของมาร์ติเนซไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเสียดาย
“นังง่อยนั่นมันคู่ควรกับคุณที่ไหนกัน ฉันต่างหากที่ควรจะได้คุณมาครอบครอง คุณมาร์ต” คนบ่นพึมพำกำมือทั้งสองข้างที่ทิ้งอยู่ข้างลำตัวแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความริษยา
บทล่าสุด
#80 บทที่ 80 ตอนอวสาน
อัปเดตล่าสุด: 11/29/2025#79 บทที่ 79 ตอนที่ 79
อัปเดตล่าสุด: 11/29/2025#78 บทที่ 78 ตอนที่ 78
อัปเดตล่าสุด: 11/29/2025#77 บทที่ 77 ตอนที่ 77
อัปเดตล่าสุด: 11/29/2025#76 บทที่ 76 ตอนที่ 76
อัปเดตล่าสุด: 11/29/2025#75 บทที่ 75 ตอนที่ 75
อัปเดตล่าสุด: 11/29/2025#74 บทที่ 74 ตอนที่ 74
อัปเดตล่าสุด: 11/29/2025#73 บทที่ 73 ตอนที่ 73
อัปเดตล่าสุด: 11/29/2025#72 บทที่ 72 ตอนที่ 72
อัปเดตล่าสุด: 11/29/2025#71 บทที่ 71 ตอนที่ 71
อัปเดตล่าสุด: 11/29/2025
คุณอาจชอบ 😍
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”













