บทนำ
บท 1
แสงเทียนบนเชิงแก้วเจียระไนค่อย ๆ ละลายลงทีละน้อย หยดไขสีขาวไหลเกาะฐานจนหนาตัวขึ้น ขณะที่ห้องอาหารกว้างใหญ่ยังคงเงียบงัน
มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานสม่ำเสมอ ย้ำเตือนถึงความเยือกเย็นภายในบ้านหลังนี้
พลอยไพลินนั่งนิ่งอยู่ตรงหัวโต๊ะอาหารยาว สองมือเรียวประสานกันแน่นอยู่บนตัก ดวงตาคู่สวยเหม่อมองเข็มนาฬิกาที่มุมห้อง
21.30 น.
เวลาล่วงเลยจากนัดหมายมานานกว่าชั่วโมงครึ่งแล้ว บนโต๊ะไม้เนื้อดี อาหารไทยหลายอย่างที่เธอลงมือทำเองตั้งแต่บ่ายบัดนี้เย็นชืดหมด แกงรัญจวนจานโปรดของเขาเหลือเพียงกลิ่นจาง ๆ ท่ามกลางค่ำคืนวันครบรอบแต่งงานปีที่ห้า
ครืด... ครืด...
โทรศัพท์มือถือสั่นครืดคราดเบา ๆ พลอยไพลินสะดุ้งน้อย ๆ ก่อนจะรีบหยิบขึ้นมาด้วยความหวังอันริบหรี่ว่าอาจจะเป็นเขา ทว่าข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอขาวโพลนกลับมีเพียงประโยคสั้น ๆ
"มีประชุมด่วน ค้างคอนโดใกล้บริษัท ไม่ต้องรอ"
เธอมองหน้าจอนั้นค้างอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกชาหนึบแล่นริ้วเข้ามาจุกอยู่ที่อก นิ้วเรียวกดล็อกหน้าจอแล้ววางมันลงที่เดิมอย่างเงียบเชียบที่สุด
...เหมือนเคย...
ห้าปีที่ผ่านมา เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนนับครั้งไม่ถ้วน บาดแผลเล็ก ๆ ที่เกิดจากความละเลยถูกกรีดซ้ำ ๆ จนเธอเรียนรู้ที่จะชินชากับการนั่งรอคอยเพียงลำพังในบ้านที่กว้างใหญ่หลังนี้
พลอยไพลินถอนหายใจยาว ทรงกายลุกขึ้นยืนเก็บจานอาหารทีละจานด้วยตัวเอง เธอเทแกงรัญจวนลงกล่องถนอมอาหารพลาสติก ปิดฝาดังแกร๊กชัดเจนในความเงียบ ก่อนนำเข้าตู้เย็นอย่างเป็นระเบียบ
วันนี้เธอให้แม่บ้านทุกคนกลับไปพักผ่อนตั้งแต่หัวค่ำ เพราะแอบหวังว่าจะได้ใช้เวลาส่วนตัวร่วมกับสามีในวันสำคัญที่มีเพียงปีละครั้ง
แต่สุดท้าย สิ่งที่เหลืออยู่กลับเป็นเพียงกล่องอาหารสี่ห้าใบที่เรียงรายอยู่ในตู้เย็น รอวันที่จะถูกนำมาอุ่นซ้ำแล้วกินคนเดียวในมื้อถัดไป
เธอกลับมายืนที่หน้าโต๊ะอาหารอีกครั้ง ดวงตามองเปลวไฟริบหรี่บนเชิงเทียน ก่อนจะก้มลงเป่าให้มันดับลง ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องอาหารในทันที
หญิงสาวเดินขึ้นบันไดเพื่อกลับไปยังห้องนอนอันเงียบเหงา ปล่อยให้ความเงียบสงัดของคฤหาสน์หลังใหญ่กลืนกินค่ำคืนวันครบรอบแต่งงานให้ผ่านพ้นไปอีกปี
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องโถงกว้าง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นจากทางประตูหน้าบ้าน พลอยไพลินที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตั้งแต่ก่อนรุ่งสางในชุดเดรสตัวเดิมเงยหน้าขึ้นมอง
06.00 น.
ติณณ์กลับมาบ้าน สูทสีเทาเข้มยับเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาดูอ่อนล้า ชายหนุ่มชะงักเท้าเล็กน้อยเมื่อเห็นภรรยานั่งอยู่บนโซฟาตั้งแต่เช้าตรู่
ทว่าไม่มีคำอธิบายใด ๆ หลุดออกมาจากปากของเขา ไม่มีคำขอโทษสั้น ๆ ที่ผิดนัดเมื่อคืน มีเพียงความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่แผ่กระจายอยู่ระหว่างคนสองคน ชายหนุ่มเดินตรงไปยังโต๊ะกระจกเตี้ยหน้าโซฟา
มือหนาหยิบกล่องกำมะหยี่หรูหราสีน้ำเงินเข้มขลิบทองออกจากกระเป๋าเสื้อสูท แล้ววางมันลงเบา ๆ
"ของขวัญย้อนหลัง"
น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ไร้โทนเสียงของความรู้สึกผิด สิ้นประโยคนั้นติณณ์ก็หมุนตัวเตรียมจะเดินขึ้นชั้นบนเพื่อชำระล้างร่างกายตามกิจวัตรปกติ
พลอยไพลินไม่ได้แม้แต่จะยื่นมือไปแตะต้องกล่องราคาแพงนั้น เธอนั่งนิ่งมองมันด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนที่ริมฝีปากบางจะขยับยิ้มหยัน สมเพชในโชคชะตาของตัวเอง
"ขอบคุณค่ะ"
น้ำเสียงหวานทว่าแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยขึ้นเบา ๆ
ติณณ์ชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวขึ้นบันได หันกลับมามองใบหน้าภรรยาชั่วครู่ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นวูบไหวคล้ายอยากจะเอ่ยคำพูดบางอย่างออกมา แต่สุดท้าย
เขาเลือกที่จะรักษาความเงียบอันเป็นกำแพงหนากั้นระหว่างกันไว้ แล้วก้าวเดินขึ้นชั้นบนไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
เมื่อแผ่นหลังกว้างของสามีลับสายตา พลอยไพลินจึงทอดมองกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินบนโต๊ะอีกครั้ง เธอไม่จำเป็นต้องเปิดออกดู ก็รู้ดีแก่ใจว่าสิ่งของที่อยู่ภายในคืออะไร
ถ้าไม่ใช่นาฬิกาหรูฝังเพชรเรือนใหม่ ก็คงเป็นสร้อยเพชรหรือกำไลราคาหลักล้านที่เลขาส่วนตัวของเขาเป็นคนจัดการเลือกให้แทนเหมือนทุกปี
ของขวัญล้ำค่าราคาแพงยิบที่ผู้หญิงอีกครึ่งโลกอาจจะใฝ่ฝันอยากได้มาครอบครอง
แต่สำหรับเธอในตอนนี้ มันเป็นเพียงสิ่งของไร้ชีวิตที่คอยตอกย้ำถึงความห่างเหิน และความละเลยที่เขาชดเชยให้ด้วยเงินทอง
สองปีเต็มแล้วที่พลอยไพลินเลิกสวมใส่เครื่องประดับราคาแพงเหล่านั้น เธอถอนตัวออกจากวงสังคม ละทิ้งหน้าตาที่จอมปลอม แล้วเลือกที่จะใช้ชีวิตเงียบ ๆ ของตัวเอง
เงินทอง ชื่อเสียง หรือฐานะคุณผู้หญิงตระกูลใหญ่ ไม่เคยเป็นสิ่งที่เธอต้องการเลยแม้แต่น้อยตั้งแต่วันแรกที่ตัดสินใจจับมือเขา
สิ่งเดียวที่เธออยากได้ สิ่งเดียวที่โหยหามาตลอดห้าปี คือสามีธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่พร้อมจะนั่งกินแกงรัญจวนเย็นชืดด้วยกัน สบตากัน รับฟังเรื่องราวทุกข์สุข และใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างคู่ชีวิตพึงจะมี
ไม่ใช่ผู้ชายที่คอยแต่จะชดเชยความเหินห่างด้วยเครื่องประดับราคาแพงชิ้นแล้วชิ้นเล่า
พลอยไพลินถอนหายใจออกมาเบา ๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในอกคล้ายจะเบาบางลงเมื่อตัดสินใจบางอย่างได้ หญิงสาวลุกขึ้นยืนหันหลังเดินกลับเข้าครัว ทิ้งกล่องกำมะหยี่หรูหราใบนั้นวางแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะตัวเดิม
ท่ามกลางแสงแดดยามเช้าที่เริ่มสาดส่องเข้มขึ้นเรื่อย ๆ กระทบกับขอบทองของกล่องจนเกิดแสงวิบวับเป็นประกายสวยงาม มันดูงดงาม... ทว่าช่างไร้ความหมาย
เช่นเดียวกับชีวิตแต่งงานตลอดห้าปีของเธอในตอนนี้ ที่มันร้าวลึกเกินกว่าที่ทองคำแท้หรือเพชรน้ำงามเม็ดใดในโลก จะสามารถเยียวยาแผลใจนี้ได้อีกต่อไปแล้ว
บทล่าสุด
#100 บทที่ 100 บันทึกหน้าสุดท้าย (Epilogue)
อัปเดตล่าสุด: 8/7/2026#99 บทที่ 99 ใกล้ถึงบทสรุป
อัปเดตล่าสุด: 8/7/2026#98 บทที่ 98 ของขวัญที่ดีที่สุด
อัปเดตล่าสุด: 8/7/2026#97 บทที่ 97 หรือว่าจะ...
อัปเดตล่าสุด: 8/7/2026#96 บทที่ 96 กลิ่นกาแฟที่เหม็นโชย
อัปเดตล่าสุด: 8/7/2026#95 บทที่ 95 สัญญาณแปลกๆ
อัปเดตล่าสุด: 8/7/2026#94 บทที่ 94 หน้ากระดาษที่ว่างเปล่า
อัปเดตล่าสุด: 8/7/2026#93 บทที่ 93 การตัดสายป่าน
อัปเดตล่าสุด: 8/7/2026#92 บทที่ 92 การเช็กบิลคนนอก
อัปเดตล่าสุด: 8/7/2026#91 บทที่ 91 งานประมูลการกุศล และหงส์ที่ผลัดขน
อัปเดตล่าสุด: 8/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"













