บทนำ
“อื้อ...” ฟ้าใสทุบแผ่นหลังแกร่งระรัว ไม่นานมือที่ทำร้ายเขาก็ถูกรวบเอาไว้ทั้งสองมือด้วยมือข้างเดียวของเขา
“ทำร้ายผัวตัวเอง ไม่ดีนะคุณ” เทพประทานพูดอย่างยียวนกวนอารมณ์
“ไม่ใช่ คนบ้า” เธอสวนกลับอย่างทันกัน
“งั้นผมจะทวนความจำของคุณ คุณนี่สมองปลาทองจริงๆ” ไม่พูดเปล่าแต่เขาฉกริมฝีปากลงซุกไซ้ซอกคอหอม ฟ้าใสผวา คืนนี้เธอจะได้นอนหรือเปล่านี่
“ฉันเหนื่อย ระบมไปหมดแล้ว คุณนี่ลามก โรคจิต มักมากที่สุด”
“ก็ได้ ผมจะให้คุณพักสักสิบนาที”
“ฮะ!!! อีตาบ้า ให้ฉันพักทั้งคืนไม่ได้เหรอ แล้วคุณก็ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันเพลียอยากนอน”
“ถ้าจะนอนก็นอนกัน แต่ถ้าดิ้นอีกละก็ คุณโดนทำโทษแน่”
“เผด็จการที่สุด” เธอค้อนให้คนเอาแต่ใจ
“ผมมีนิสัยเสียอยู่อย่างนึง ของอะไรที่เป็นของของผม ผมจะหวงและไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวาย” คราวนี้เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนเธอชะงักไป
“ฉันไม่ใช่สิ่งของนะ” ฟ้าใสสะบัดเสียงใส่ เขาทำอย่างกับว่าเธอเป็นข้าวของของเขา
“คุณเป็นแฟนผม ผมไม่ชอบให้คุณให้ความสำคัญกับใครมากกว่าผม”
บท 1
หญิงสาวรูปร่างบอบบางแต่กลับมีสัดส่วนความเป็นหญิงที่สมบูรณ์ทั้งหน้าอก เอวคอดและสะโพกผาย หุ่นเหมือนนาฬิกาทรายกลมกลึงน่าทะนุถนอม ผิวขาวเนียนละเอียดอมชมพู ใบหน้าเรียวเล็กน่ารัก ดวงตาสดใส ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อเป็นกระจับดูเหมือนแย้มยิ้มอยู่เสมอๆ
เธอกำลังปั่นจักรยานไปเทียบกับร่างสูงหล่อเหลาที่กำลังวิ่งเหยาะๆ อยู่ในสวนสาธารณะ แต่เขากลับไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย หน้าใสงอนิดๆ
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
“โอ๊ย!!!” ฟ้าใสชะลอรถแล้วหยุด ผลักจักรยานให้ล้ม แล้วตัวเองลงไปนั่งอยู่ข้างๆ เหมือนเกิดอุบัติเหตุ
ชายหนุ่มนามว่าเทพประทานชะงักจากการวิ่งเหยาะๆ เหลียวหน้ามามองหญิงสาวที่ปั่นจักรยานล้มใกล้ๆ กับเขา
“เป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงกระด้างเอ่ยถาม แต่รีบเดินมาดูอาการบาดเจ็บของหญิงสาว
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ทันระวังก็เลยล้ม” ฟ้าใสก้มหน้าบอก ดวงตาสดใสฉายแววเปี่ยมสุขที่ได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่เธอแอบรัก เธอชอบมาออกกำลังกายที่สวนสาธารณะที่นี่บ่อยๆ และได้พบกับเขาเมื่อหลายวันก่อน เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่กลับหลงรักเขาในทันที คงไม่แปลกเพราะปกติเขาเป็นที่สนใจของสาวๆ มากมายที่นี่
เทพประทานยกจักรยานของหญิงสาวขึ้นให้ตั้งตรง แล้วนั่งยองๆ เพื่อสำรวจอาการบาดเจ็บของหญิงสาว แต่ไม่พบร่องรอยความเจ็บปวดแต่อย่างใด
“ไม่เป็นอะไรมากนี่นา เธอลุกเองได้ใช่ไหม” เขาถามแต่ยังไม่ผละห่าง รอดูว่าเธอจะให้เขาช่วยเหลืออะไรหรือเปล่า แม้ไม่ชอบพูดคุยเสวนากับคนแปลกหน้า แต่คิดว่าการช่วยเหลือคนอื่นขณะที่ลำบากก็เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
“ถ้าจะกรุณาช่วยประคองฟ้าหน่อยได้ไหมคะ รู้สึกขามันล้าๆ ค่ะ” ฟ้าใสตอบแล้วรีบก้มหน้า หัวใจเต้นแรง กลัวจะหน้าแตกโดนเขาปฏิเสธเข้าให้ แต่อีกใจก็รอลุ้นอย่างใจจดจ่อ
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่เขายืนขึ้นและยื่นมือส่งมาให้เธอ ฟ้าใสก้มหน้าเขินอาย วางมือบนมือหนาอบอุ่นของเขา เพียงแค่เธอสัมผัส เขาก็ดึงเธอขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ร่างของเธอเหมือนลอยละลิ่วขึ้นไปบนก้อนเมฆและมันก็ปะทะกับหินผาตรงหน้า ซึ่งก็คือหน้าอกของเขานั่นเอง
“อุ๊ย!” ฟ้าใสอุทานเบาๆ เมื่อเธอเผลอตกอยู่ในอ้อมแขนของเขา เขาน่ะเพียงแค่ดึงเธอขึ้นไป แต่เธอน่ะตัวอ่อนระทวยไปพิงเขาเสียเอง
เทพประทานก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมแขน ลมหายใจกระทบกันผะผ่าว ฟ้าใสหน้าแดงจัด หัวใจเต้นแรงเหมือนจะเป็นลมเสียให้ได้ ยิ่งได้สบตาคู่นั้น ขาเธออ่อนจนแทบยืนไม่อยู่ ไม่ไหวแล้ว เธอกำลังจะเป็นลม!
“คุณ... คุณ...” เทพประทานตกใจเล็กน้อยที่จู่ๆ หญิงสาวแปลกหน้าก็มาเป็นลมในอ้อมอกของเขา มองซ้ายมองขวาก่อนจะอุ้มเธอไปนอนใต้ต้นไม้ เหลือบไปเห็นขวดน้ำที่ตกลงบนพื้นจากหน้าตะกร้ารถจักรยานของเธอ เขารีบนำมันมาเทลงบนผ้าซับเหงื่อของตัวเอง ก่อนจะนำไปเช็ดบริเวณใบหน้าของเธอ
เพียงไม่นานฟ้าใสก็ฟื้นคืนสติ คนแรกที่เธอเห็นก็คือชายหนุ่มที่เธอแอบรัก แอบมองเขาอยู่ห่างๆ หลายวัน หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ แล้วขยี้ตาไปมา แต่เขาก็ยังอยู่ แถมเธอยังนอนหนุนตักเขาเสียด้วย
นี่เธอไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?
“อุ๊ย!” หญิงสาวอุทานรีบผุดลุกขึ้น จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่มองเธอนิ่งๆ ยากจะคาดเดาอารมณ์
“คุณเป็นลม” เขาบอกเสียงราบเรียบติดจะขรึมเล็กน้อย แววตาดูเฉยชาไม่ได้ยินดียินร้าย แต่อย่างน้อยเขาก็ช่วยเธอเอาไว้ แสดงว่าเป็นคนมีน้ำใจอยู่เหมือนกัน ฟ้าใสคิดในใจแล้วเผลอยิ้ม
“ฟ้าต้องขอโทษด้วยค่ะ เอ่อ... เอ่อ...” ฟ้าใสหน้าแดง เขินอาย เหมือนจะทำอะไรไม่ถูก กลิ่นกายของเขามันน่าสูดดมยิ่งนัก เธอหันรีหันขวางรีบหนีเขาโดยการปั่นจักรยานหนีไปเพราะสู้หน้าเขาต่อไปไม่ไหว เทพประทานมองตามอย่างงงๆ แต่ก็เผลอขยับริมฝีปากยิ้มเล็กน้อยในความน่ารักและเฟอะฟะของเธอ
นี่เขาคิดว่าผู้หญิงคนนี้น่ารักเหรอนี่?
ร้าน COFFEE HOUSE
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะเปรี้ยว”
ราศีเอ่ยถามปาริชาติที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน แขกในร้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นนิสิตนักศึกษามองหล่อนแทบไม่วางตา ด้วยบุคลิกของความมั่นใจ เสื้อผ้าหน้าผมไม่ต้องพูดถึงล้วนแต่เป็นของแบรนด์เนมทั้งนั้น เพราะเธอเป็นลูกผู้ดีมีเงิน แถมยังเป็นนางแบบสาวคนดังที่มีงานเข้ามามากมาย แต่เธอจะเลือกเฉพาะงานที่เธอโอเคเท่านั้น ด้วยว่าครอบครัวร่ำรวย อาชีพนางแบบและนักแสดงจึงเป็นเพียงงานอดิเรกเท่านั้น
“เหลว” ปาริชาติตอบแล้วกระแทกตัวนั่งลงบนโต๊ะ เกศรายกน้ำเย็นๆ มาให้เพื่อน “ขอบใจจ้าน้องหนิม” ปาริชาติพูดยิ้มๆ เพื่อนสาวชอบเรียกเกศราว่าน้องหนิม ซึ่งย่อมาจากคำว่าสนิมสร้อย ด้วยความที่เธอบุคลิกเรียบร้อย พูดน้อย และเป็นคนมีน้ำใจทำให้เพื่อนสาวทั้งสามรักและคอยช่วยเหลือมาโดยตลอด
“ฮ่าๆๆ” ราศีหัวเราะร่วนขณะจัดภาพอยู่อีกด้านของร้าน อาการหัวเราะท้องคัดท้องแข็งทำให้ปาริชาติจิกสายตามายังเพื่อนแทบจะทึ้งเนื้อให้กระจุย ราศีสาวห้าวแต่เป็นคนมีน้ำใจและรักเพื่อน ทำสีหน้าล้อเลียนส่งมาบ่งบอกว่าไม่ได้กลัวสายตาจิกกัดสวยเฉี่ยวของเพื่อนเลยแม้แต่น้อย
“เงียบไปเลยไอ้หยก ไม่ช่วยแล้วยังจะมาพูดดีอีก อย่ามาเยาะเย้ยด้วยน้ำเสียงเหมือนนางแม่มดร้อยปีนะ” ปาริชาติชี้หน้าเพื่อนรักตาขวาง ยกน้ำขึ้นดื่มเพื่อให้ใจเย็นลง
“อีตานั่นเป็นเกย์ล่ะมั้ง เขาถึงไม่สนใจแก” ราศีหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นหน้าเพื่อนบอกบุญไม่รับ
“แกก็พูดไป ฉันว่าหมอนั่นเป็นผีดิบมากกว่า” ปาริชาติกระแทกเสียงตอบอย่างโมโห ราศีหัวเราะ แต่เมื่อนึกๆ ก็คิดว่าคงจะจริง ผู้ชายบ้าอะไรไม่สนใจผู้หญิงแม้แต่น้อย แถวบ้านเธอเรียกเพศที่สามชัดๆ แถมยังชอบทำหน้าเคร่งๆ ดุๆ หรือไม่ก็ไร้ความรู้สึก ถ้าคิดให้ดีหมอนั่นอาจจะตายด้านไปแล้วก็ได้
“เปรี้ยวไปว่าเขาทำไมคะ ไม่ดีนะคะ” เกศราส่ายหน้าไปมาปรามเพื่อน
“เกศน่ะ ไม่ช่วยก็ไม่ต้องมาพูดดีไปเลย ให้เปรี้ยวบ้าบออยู่คนเดียว” ปาริชาติสะบัดหน้างอนใส่เพื่อน
“ใครบอกว่าเกศไม่ช่วยล่ะคะ เกศไปยืนๆ ให้เขาเห็นแล้วนะคะ” เกศราตอบเสียงอ่อน
“แล้วยังไงล่ะ” ราศีแทบจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหว
“เขาเดินผ่านเกศไปเหมือนเกศเป็นอากาศเลยค่ะ” เกศราก้มหน้าตอบอย่างงอนนิดๆ อย่าคิดว่าเธอจะไปเดทกินข้าวกับเขาเลย แค่หน้าเขายังไม่มอง ก็รู้ตัวเองดีว่าหน้าตาจืดชืดไร้รสนิยมอย่างที่ใครๆ ว่า แต่ผู้ชายคนนั้นก็ดูน่ากลัวจะตาย ทำหน้าเย็นชาเหมือนผีดิบเฝ้าคฤหาสน์แน่ะ เธอน่ะไม่ชอบเขาเลยจริงๆ ถึงแม้ว่าจะหล่อก็ตามที เธอชอบผู้ชายอบอุ่นและสามารถปกป้องดูแลเธอได้ เป็นผู้ใหญ่และยิ้มง่าย อารมณ์ดีและเป็นสุภาพบุรุษ
“อย่าบอกนะว่ายังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ” ฟ้าใสส่ายหน้าระอาเพื่อน แค่โดนแก๊งแมวเหมียวท้าทาย เพื่อนรักก็ต้องลงทุนทำถึงขนาดนี้
แก๊งแมวเหมียวหรือกลุ่มของรินลดาซึ่งมีเพื่อนรักรวมกันสามคนได้แก่ ศรินทิพย์ อุษาวดี ซึ่งล้วนแล้วแต่แสบๆ ทั้งนั้น ทั้งสามเป็นไม้เบื่อไม้เมากับแก๊งหวานเย็นของฟ้าใสมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย อีกทั้งรินลดาที่เป็นคู่กัดตลอดกาลกับปาริชาติ ด้วยความที่ฐานะทางสังคมเท่าเทียมกันและเป็นดารานางแบบทั้งคู่ ทั้งสองจึงท้าพนันกันด้วยศักดิ์ศรี โดยเดิมพันกันที่ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ร่ำรวยและเพียบพร้อมอย่างเทพประทาน ประกิตบูรญานนท์
ฟ้าใสเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้สนใจเรื่องการพนันครั้งนี้ เพราะมันดูเหลวไหลเอามากๆ แค่พนันกันว่าถ้าเพื่อนแก๊งของใครคนไหนสามารถไปทานข้าวกับชายหนุ่มผู้นี้ได้ ก็จะเป็นฝ่ายชนะ และฝ่ายที่แพ้จะต้องโพสต์ขอโทษต่อสื่อมวลชนถึงความพ่ายแพ้ที่น่าอับอายนั้น
บทล่าสุด
#89 บทที่ 89 89
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#88 บทที่ 88 88
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#87 บทที่ 87 87
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#86 บทที่ 86 86
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#85 บทที่ 85 85
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#84 บทที่ 84 84
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#83 บทที่ 83 83
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#82 บทที่ 82 82
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#81 บทที่ 81 81
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#80 บทที่ 80 80
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













