บทนำ
แต่ทว่า วันหนึ่งเขากลับมีสตรีในดวงใจขึ้นมา อีกทั้งยังผลักไสนาง เฉยชากับนาง หากหนทางในการเป็นฮูหยินของเขาจะยากถึงเพียงนั้น…เอาเถิด ท่านอาจารย์...ศิษย์ผู้นี้มิคิดเป็นฮูหยินท่านแล้ว!
บท 1
ตอนที่ 1 เพราะต้นสน
ณ จวนกั๋วกง...
“คุณหนูสาม ข้าอธิบายเรื่องนี้มาถึงสามหน เจ้ากลับบอกว่าไม่เข้าใจอะไรเลยเช่นนั้นหรือ!?” หานอวิ๋นเฉิง ผู้เป็นอาจารย์วัยสามสิบหนาวเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมเยียบเย็นทอดมองนางนิ่งราวคมกระบี่ แม้ใบหน้าจะยังสงบราวรูปสลักหยก แต่น้ำเสียงที่กดต่ำกลับแฝงความอดกลั้นบางอย่าง
เจินอิ่งหลัว หรือคุณหนูสามแห่งจวนกั๋วกงสะดุ้งเล็กน้อย รีบยืดตัวนั่งหลังตรงราวกับถูกจับได้ว่าทำความผิด มือเล็กกำชายแขนเสื้อแน่น ดวงตากลมโตหลุบวูบลงทันที
เขาคือหานอวิ๋นเฉิง.... เป็นหัวหน้าสำนักฮั่นหลิน และยังเป็นอาจารย์ขององค์ชายองค์หญิงอีกหลายพระองค์
แต่เพราะถูกเจินกั๋วกง[1]บิดาของนางขอร้องให้มาสอนตำราให้นางตัวต่อตัว นางจึงมีวาสนาได้เรียนกับเขา แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เพียงได้พบเขาครั้งแรก เจินอิ่งหลัวกลับใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นกับบุรุษคนใด...
หานอวิ๋นเฉิงเป็นบุรุษรูปร่างสูงแข็งแรง ใบหน้าหล่อเหลา ดุจหยกสลักจากสวรรค์ แม้สวมเพียงอาภรณ์สีเรียบของบัณฑิต แต่ความสูงสง่าและท่วงท่าสงบนิ่งกลับทำให้เขาแตกต่างจากผู้คนโดยรอบอย่างไม่อาจมองข้าม
“ท่านอาจารย์...คือข้า...ขออภัยเจ้าค่ะ คือ...”นางอ้ำอึ้งจนคำพูดติดอยู่ในลำคอ จะให้นางบอกได้อย่างไร...ตลอดเวลาที่เขาอธิบายตำรา นางไม่ได้ฟังเลยสักประโยคไม่ใช่เพราะไม่ตั้งใจเรียน...
แต่เพราะมัวแต่มองหน้าของเขา!
ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าเหตุใดบุรุษผู้นี้ถึงได้หล่อเหลาราวกับเทพเซียน ใบหน้าคมคาย จมูกโด่งได้รูป คิ้วเข้มดุจวาด ดวงตาลึกสงบ แม้แต่เวลาขมวดคิ้วก็ยัง...ดูดีนางเผลอมองเสียจนลืมไปว่ากำลังเรียนหนังสือ
หานอวิ๋นเฉิง มองหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้า อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหลับตาลงช้า ๆ ราวกับนับหนึ่งถึงสิบในใจเพื่อระงับอารมณ์
“ดูท่าแล้ว...ข้าจะไร้ความสามารถในการสอนเจ้า”
เจินอิ่งหลัวรีบเงยหน้าพรวด ดวงตาเบิกกว้าง “ไม่นะ ท่านอาจารย์ ข้าผิดไปแล้วจริงๆ”
“เอาเถิด พรุ่งนี้ข้าจะรายงานต่อเจินกั๋วกงให้เปลี่ยนอาจารย์คนใหม่”
“หา!?”เสียงอุทานหลุดออกมาทันที นางหน้าซีดราวกับถูกฟ้าผ่า เปลี่ยนอาจารย์เช่นนั้นหรือ? เช่นนั้นต่อไปนางก็จะไม่ได้พบเขาแล้วหรือ!
หานอวิ๋นเฉิง ปิดตำราลงอย่างแผ่วเบา ก่อนลุกขึ้นอย่างสง่างาม สะบัดชายอาภรณ์เพียงเล็กน้อยแล้วหมุนกายเดินออกจากโถงรับรอง เขาเดินได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังตามหลัง
“ไม่! ท่านอาจารย์ ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ!” เจินอิ่งหลัวรีบยกชายกระโปรงวิ่งตามไปจนปิ่นปักผมสั่นไหว
แต่ชายหนุ่มยังคงก้าวเดินอย่างมั่นคง ไม่แม้แต่จะหันกลับมา หญิงสาวกัดริมฝีปาก ก่อนรวบรวมความกล้าแล้วตะโกนออกไปทั้งที่ใบหน้าแดงจัด
“คราวหน้าข้าจะไม่มอง...เอ่อ...”นางรีบยกมือปิดปากตัวเอง ดวงตาเบิกกว้าง แย่แล้ว! นางเกือบสารภาพออกไปแล้วว่ามัวแต่มองเขา
หานอวิ๋นเฉิงชะงักฝีเท้าไปเพียงเสี้ยวอึดใจ ก่อนเอ่ยโดยไม่หันกลับมา
“ไม่มอง...สิ่งใด”เขาหันกลับมาถามดวงตาคมเย็นของเขาจับจ้องนางนิ่ง ราวกับกำลังรอคำตอบ
คุณหนูสามยืนนิ่งราวกับถูกสาป สมองขาวโพลน“เอ่อ...มอง”นางเหลือบซ้ายแลขวาอย่างลุกลี้ลุกลน ก่อนรีบชี้ไปยังต้นสนข้างทาง“มอง...ต้นสนเจ้าค่ะ!”
บรรยากาศเงียบงันไปครู่หนึ่ง หานอวิ๋นเฉิงหลุบตามองต้นสนต้นนั้นนิ่ง ๆ ก่อนกล่าวเสียงเรียบ“ต้นสนอยู่นอกโถงเรียน”
เจินอิ่งหลัวถึงกับอยากขุดหลุมมุดแผ่นดิน เหตุใดนางถึงโกหกได้ไม่น่าเชื่อเช่นนี้!
ในที่สุดหานอวิ๋นเฉิงก็ถอนหายใจเล็กน้อย“พรุ่งนี้ ข้าจะอธิบายอีกครั้งและเป็นครั้งสุดท้าย”เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนกล่าวเสริมโดยยังไม่หันกลับมา“ครั้งนี้...หากเจ้ายังไม่สนใจเรียนอีก ข้าจะรายงานกั๋วกง”กล่าวจบ เขาก็ก้าวเดินจากไป
ทิ้งให้เจินอิ่งหลัวยืนหน้าแดงมองตามจนลับตา
ภายในรถม้า หานอวิ๋นเฉิงนั่งตัวตรงดังเช่นทุกวัน แผ่นหลังสง่าผ่าเผย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายยังคงเรียบเฉยจนยากจะอ่านอารมณ์
แต่ผ่านไปครู่หนึ่ง...เขากลับถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ภาพของคุณหนูสามแห่งจวนเจินกั๋วกงผุดขึ้นมาในความคิดอีกครั้ง
เจินอิ่งหลัว...ศิษย์สาววัยสิบเจ็ดหนาวผู้มีใบหน้าหวานละมุน ดวงตากลมโตสดใสราวกวางน้อย แต่กลับมีนิสัยเกียจคร้านเสียจนทำให้เขาแทบหมดความอดทน
หากไม่ติดว่านางเป็นบุตรสาวคนที่สามของเจินกั๋วกง ผู้มีคุณูปการต่อบ้านเมืองและได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากฝ่าบาท อีกทั้งยังเป็นผู้ใหญ่ที่เขาให้ความเคารพ เขาคงปฏิเสธคำเชิญตั้งแต่แรก
เวลาผ่านไปเพียงสามสัปดาห์...แต่เขากลับรู้สึกราวกับผ่านมาสามเดือนทุกครั้งที่เริ่มอธิบายตำรา นางมักจะทำได้เพียงสองอย่าง
ไม่หลับ...ก็เหม่อลอยและหากไม่เหม่อลอย...ก็เอาแต่มองหน้าเขา ครั้นเมื่อถามถึงสิ่งที่เพิ่งอธิบาย นางกลับกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนตอบว่าไม่เข้าใจราวกับไม่เคยได้ยินมาก่อน
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ หานอวิ๋นเฉิงก็หลับตาลงช้า ๆ พลางยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วเบา ๆ
เขาไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย ตำราที่เขาใช้อธิบายให้นางฟังเป็นเล่มเดียวกับที่ใช้สอนองค์ชายหลายพระองค์และบัณฑิตราชสำนัก ผู้ใดต่างเข้าใจได้หลังฟังเพียงครั้งเดียว เหตุใดคุณหนูสามผู้นั้นจึงฟังถึงสามรอบแล้วยังไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย หรือว่า...เขาจะสอนไม่เป็นจริง ๆ
ความคิดนั้นทำให้เขาถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
ด้านหน้ารถม้า ลู่เหวินซึ่งกำลังนั่งอยู่ม้าอดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้เมื่อเห็นนายของตนถอนหายใจหลายครั้งติดต่อกัน
“ใต้เท้า คุณหนูสามผู้นี้มองตามท่านตลอดเวลาเลยนะขอรับ”
หานอวิ๋นเฉิงมิได้ตอบ เพียงหลับตานิ่งราวกับไม่ได้ยิน
สวี่อัน ผู้ติดตามที่นั่งอยู่ข้างลู่เหวินหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนกล่าวเสริม“ต้องโทษที่ใต้เท้าของเราหล่อเหลาเกินไป”
ภายในรถม้าเงียบไปชั่วอึดใจ
ขณะนั้นเอง คล้ายลู่เหวินจะนึกบางอย่างออก
“อีกสองวันมีประชุมใหญ่กับเสนาบดีทั้งหกกรม ฝ่าบาทจะทรงหารือเรื่องภัยแล้งและการขุดคลองสายใหม่ ใต้เท้าพร้อมหรือไม่ขอรับ”
หานอวิ๋นเฉิงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบ
“พร้อม”
ภายในรถม้ากลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงล้อรถบดไปตามถนนและเสียงกีบม้าที่ดังสม่ำเสมอ
[1] กั๋วกง คือบรรดาศักดิ์ขุนนางชั้นสูงสุดระดับ ‘กง’ (เรียงลำดับจากสูงไปต่ำ กั๋วกง > จวิ้นกง > โหว > ปั๋ว > จื่อ > หนาน)
บทล่าสุด
#42 บทที่ 42 สนทนาต่อจากเมื่อครู่
อัปเดตล่าสุด: 8/23/2026#41 บทที่ 41 บาดเจ็บ
อัปเดตล่าสุด: 8/23/2026#40 บทที่ 40 ไม่สนอะไรมันแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 8/22/2026#39 บทที่ 39 หยุดใจร้ายกับข้า
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#38 บทที่ 38 อธิบายหรือ?
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#37 บทที่ 37 ตำราที่ต้องเรียนเพิ่ม
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#36 บทที่ 36 พี่รองเปลี่ยนไป
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#35 บทที่ 35 ไว้ค่อยเป็นวันหลังเถิด
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#34 บทที่ 34 ความเป็นสหาย
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#33 บทที่ 33 เขาเป็นเพียงอาจารย์
อัปเดตล่าสุด: 8/18/2026
คุณอาจชอบ 😍
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รักไม่หลอก
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รักระรินใจ
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!













